“ลุงพ่อบ้านครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับถึงต้องให้ผมกลับตระกูล”
แอนเดอร์สันมองสองข้างทาง ระหว่างนั่งรถออกจากวิทยาลัยมุ่งหน้าไปยังตระกูลเฟียร์ เขาเกิดสงสัยเกี่ยวกับการเรียกตัวกลับ
“นายน้อยแอนเดอร์สัน ตระกูลเฟียร์ของเราพบเจอปัญหาด้านธุรกิจ ตอนนี้สะดุดเป็นอย่างมาก ทางผู้นำตระกูลจึงเรียกทุกคนกลับไปรับทราบสถานการณ์ของเราว่าเป็นอย่างไร”
“สะดุด” แอนเดอร์สันย่นคิ้ว การจะทำให้ตระกูลเฟียร์สะดุดได้จำเป็นต้องมีปัญหาใหญ่คอยขัดขวาง เขาจึงถามเพื่อให้หายสงสัย
“ลุงพ่อบ้านครับ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นธุรกิจตระกูลเฟียร์ถึงสะดุดอย่างนั้นเหรอครับ”
“เรื่องมันมีอยู่ว่า ตั้งแต่แม่ของนายน้อยแอนเดอร์สันจากพวกเราไป สวนพฤกษาของตระกูลก็เริ่มเหี่ยวเฉา เราที่ต้องใช้สมุนไพรบางต้นในสวนเพื่อสร้างยารักษาโรคส่งเข้าสู่ตลาดได้รับผลกระทบจากการที่สมุนไพรไม่เพียงพอต่อการสร้างยา อย่างไรก็ตามเมื่อเราติดต่อไปยังตระกูลที่ทำการค้าขายกับเรารวมไปถึงบริษัทที่เป็นคู่ค้ากับเรา พวกเขากลับปฎิเสธที่จะเพิ่มสมุนไพรบางชนิดเข้าไปในรายการสั่งซื้อ รวมไปถึงลดปริมาณสมุนไพรดั้งเดิมตามข้อตกลง”
“พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ พวกเขากำลังจะฉีกสัญญาการซื้อขายระหว่างเรา”
“ใช่แล้วครับ”
“แล้วสวนพฤกษาทำไมถึงได้รับผลกระทบเหรอครับ”
“เดิมที แม่ของนายน้อยจะเป็นผู้ดูแลสวน เพียงแต่ว่าหลังจากแม่ของนายน้อยจากไป มีใครบางคนในตระกูลทำลายแกนหลักวงเวทย์ทั้ง 4 ที่ใช้สมุนไพรหายากคอยค้ำจุน แล้วยังทำลายใจกลางของวงเวทย์ในสวนพฤกษา ส่งผลให้สมุนไพรที่เราปลูกด้านในค่อยๆเหี่ยวเฉา หากเติบโตได้ก็ต้องใช้เวลาที่มากเกินไปจนไม่เพียงพอต่อการนำมาสร้างยา เรื่องที่ละเอียดกว่านี้ไว้คุยกันในที่ประชุมของตระกูลเฟียร์นะครับ”
แอนเดอร์สันพยักหน้าพลางมองไปยังบ้านเมืองที่ไม่ต่างจากโลกก่อนของเขาเท่าไหร่ เพียงแต่พลังงานที่ใช้เปลี่ยนจากไฟฟ้าไปเป็นพลังเวทย์ทั้งหมด เสาไฟข้างถนน กรวยจราจร หรือจะเป็นป้ายโฆษณาข้างทางขนาดใหญ่ล้วนมีเวทมนตร์เป็นส่วนประกอบของมัน นับว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยพอสมควร ทันใดนั้นรถลีมูซีนสีดำคันยาวที่เดินทางไปรับเขาก็วิ่งเข้าไปจอดในลานบ้านหลังหนึ่งที่ใหญ่จนเขานำไปเทียบกับราชวัง
“นายน้อยเชิญด้านในครับ”
แอนเดอร์สันพยายามเรียบเรียงข้อมูลคนภายในตระกูลเฟียร์ อย่างไรก็ตามเขากลับรู้จักคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น หลักๆคือผู้นำตระกูลที่เป็นพี่ชายของแม่เขา มีศักดิ์เป็นลุงของเขา ส่วนคนอื่นเขาจำหน้าได้เท่านั้นไม่สามารถจำชื่อได้
“เหมือนจะต่างจากในความทรงจำนะ”
แอนเดอร์สันกวาดตามองทางเดินภายในบ้านที่เดินเข้ามา เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนตามทางเดินเต็มไปด้วยแสงสีเขียวเหมือนกับมีหิ่งห้อยบินวนเวียนไปมาให้บรรยากาศดูสดชื่น ครั้งนี้แสงที่เขาพูดถึงกลับหายไปเหลือไว้เพียงแค่ความมืดที่มีเพียงแค่แสงปลายทางเดินส่องนำทางเท่านั้น บรรยากาศในตอนนี้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมากเหมือนกับราชวังที่เตรียมจะร้างจากการไร้ผู้คน
“นายน้อย ไปยังทางเดินซ้ายมือเดินต่อไปจนกว่าจะถึงประตูบานใหญ่ ด้านในประตูจะเป็นห้องที่ทุกคนรวมตัวกัน นายน้อยเข้าไปด้านในแล้วนั่งรออยู่ที่นั่นเลยนะครับ อีกราวชั่วโมงการประชุมจะเริ่มต้นขึ้นเพราะตอนนี้กำลังรับตัวคนในตระกูลกลับมาทั้งหมดครับ”
แอนเดอร์สันพยักหน้าแล้วเดินไปตามทางที่พ่อบ้านบอก พลางมองรูปภาพที่ประดับไปตามทางเดิน ภาพทุกภาพที่เห็นล้วนเป็นภาพสมุนไพรหากยา บางต้นส่องแสงระยิบระยับจนดูไม่ต่างจากใช้ CG สร้างขึ้นมา บางต้นมีลักษณะผิดแปลกแทนที่ส่วนที่เป็นรากจะอยู่ใต้ดินมันกลับโผล่ขึ้นมาบนพื้น บางต้นมีลักษณะเหมือนสิ่งของ ทรงกลม สี่เหลี่ยม มีให้เห็นมากมาย
สุดท้ายแอนเดอร์สันก็เห็นภาพสมุนไพร 4 ต้นวาดเอาไว้บนบานประตูที่ต้องเปิดเข้าไป มันเป็นสมุนไพรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ต้นหนึ่งมีผลรูปร่างคล้ายกับพระอาทิตย์เปล่งแสงออกมา ต้นหนึ่งมีลักษณะต้นเหมือนดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวเปล่งแสงสีฟ้าส่องสว่าง อีกต้นแทบจะเรียกว่าดำสนิทไม่มีแสงเลยก็ว่าได้ ส่วนต้นสุดท้ายให้แสงที่ดูอบอุ่น ด้วยรูปลักษณ์ของพวกมันที่คล้ายกับดวงดาวและดาวเคราะห์บนท้องฟ้าทำให้เขารู้ว่าพวกมันทั้ง 4 ต้นนี้จะต้องมีค่าอย่างแน่นอน
แอด
ประตูบานใหญ่ผลักเข้าไปด้านในด้วยแรงของแอนเดอร์สัน เขาพบว่าประตูหนักมากต่อให้เขาจะเป็นนักเวทย์ 35 ปีก็แทบจะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อผลักประตูเข้าไปด้านใน ทันทีที่บานประตูเปิดอ้าออกพอให้เขาก้าวเข้าไป แอนเดอร์สันก็พบเข้ากับผู้คนของตระกูลเฟียร์มากมายกำลังมองจ้องมายังเขาที่ก้าวผ่านบานประตู
“สวัสดีครับ ผมแอนเดอร์สัน เฟียร์”
“นั่งเลยแอนเดอร์สัน”
การแนะนำตัวของแอนเดอร์สันเป็นการกล่าวทักทายทุกคนในห้องก่อนที่เขาจะเดินไปเลือกเก้าอี้เพื่อนั่งรอให้ทุกคนของตระกูลเฟียร์มารวมกันที่นี่กันหมด ระหว่างรอแอนเดอร์สันก็พบสิ่งแปลกๆมากมาย บนร่างกายของผู้อาวุโสหลายคนมีบาดแผลที่ยังไม่หาย ยิ่งเห็นผู้นำตระกูลที่นั่งปากซีดอยู่หน้าห้องสุด ทำให้เขารู้ได้ในทันทีเลยว่ามันจะต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างนักเวทย์ด้วยกันเองหรือว่าเป็นการต่อสู้กับมอนสเตอร์ กระทั่งการนั่งรอผ่านไปชั่วโมงครึ่ง คนสุดท้ายของตระกูลเฟียร์ก็มาถึง
“สวัสดีทุกคนที่กลับมายังตระกูล” เสียงกล่าวทักทายส่งออกมาจากผู้นำตระกูลที่นั่งหลับตามาตลอดช่วงการรอ ทันทีที่เขาเปิดเปลือกตาและเปิดปากทักทายภายในห้องก็เต็มไปด้วยแสงสีเขียวสว่างไสวดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“ฉันต้องขอโทษที่ทำให้ทุกคนตกใจ แต่ฉันอยากเรียกทุกคนมาปรับความเข้าใจเพื่อให้รู้สถานการณ์ของตระกูลในช่วงนี้”
ทุกคนนั่งเงียบเพื่อฟังสิ่งที่ผู้นำตระกูลกำลังจะเล่า
“ช่วงนี้ตระกูลของเราได้รับวิกฤติทางการเงินเป็นอย่างหนักส่งผลให้ตระกูลไม่สามารถสนับสนุนทุกคนได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ฉันจึงจะเล่าสาเหตุของวิกฤติเพื่อให้ทุกคนได้ปรับตัว”
เรื่องราวเหมือนที่พ่อบ้านเล่าให้แอนเดอร์สันฟังบนรถพูดออกมาจากปากของผู้นำตระกูลเฟียร์ เงินเก็บของพวกเขาถูกนำออกมาใช้จ่ายใกล้จะหมดแล้ว เหลือเพียงแค่เงินสำรองเท่านั้น หากพวกเขาใช้ชีวิตเหมือนประชาชนทั่วไปสามารถรักษาความเป็นตระกูลให้อยู่ได้อีกราว 3 ปี
จากสถานการณ์ในตอนนี้แอนเดอร์สันคิดว่ามันหนักหนามาก อย่างไรก็ตามรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางค้าขายที่ถูกตัดรวมไปถึงการถูกโจมตีในมิติมิสเทอรี่กลับไม่ถูกพูดถึง ทุกคนที่มาภายในที่แห่งนี้ล้วนแล้วได้รับฟังเพียงแค่ว่า ตระกูลเฟียร์ขาดทุนเพราะสมุนไพร และพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสภาวะขาดเงินแบบไหนบ้าง กระทั่งผ่านไป 3 ชั่วโมงการบอกล่าวถึงการสนับสนุนต่อคนในตระกูลก็ถูกเอ่ยออกไปหมดจนทุกคนสามารถแยกย้ายกลับไปยังสถานที่ที่พวกเขาจากมาได้
อย่างไรก็ตามมีผู้อาวุโสหลายคนไม่ได้เดินออกไปจากห้องประชุมและแอนเดอร์สันยังได้รับคำสั่งให้อยู่ในห้องร่วมกับคนอื่นๆ แอนเดอร์สันจึงนั่งนิ่งๆรอจนกว่าห้องจะกลับมาเงียบอีกครั้ง
“แอนเดอร์สัน”
เสียงเรียกทำให้แอนเดอร์สันต้องยืดตัวตรงพลางมองไปยังลุงของเขาที่กำลังกวักมือเรียกพร้อมกับส่งยิ้มให้ แอนเดอร์สันจึงเดินไปใกล้ๆลุงโดยมีผู้อาวุโสในตระกูลหันมอง
“สวัสดีครับลุงนอธ สบายดีไหมครับ”
“สบายดี ไหนขอลุงดูใกล้ๆหน่อย โอ้วโตเป็นหนุ่มแล้ว เป็นยังไงบ้างเหรอลุงฟังข่าวเห็นเขาบอกว่าหลานได้อันดับ 1 ของการทดสอบเลยหนิ”
“ผมสบายดีครับ ส่วนเรื่องอันดับผมเอาพลังที่เหนือกว่าเข้าข่มจึงชนะมาได้” แอนเดอร์สันพูดในท่าทางน่าเอ็นดู เพื่อไม่ทำให้ใครโกรธ
“ฮ่าๆๆ ดีดี” ลุงนอธส่งยิ้มให้แอนเดอร์สันด้วยความภูมิใจ
“ลุงนอธครับ มีเรื่องใช่ไหมครับจึงให้ผมอยู่ที่นี่”
“ใช่แล้วล่ะหลานลุง เรามีเรื่องอยากให้หลานช่วย จำหนังสือเวทย์ประจำตระกูลที่แม่ของหลานมอบให้ได้ไหม”
“จำได้ครับ”
“หลานใช้มันได้หรือยัง”
“ได้แล้วครับ”
“ดีเลย ดีจริงๆเพียงเท่านี้องค์ประกอบก็ใกล้จะครบแล้ว”
แอนเดอร์สันทำหน้างุนงง เขาไม่เข้าใจว่าองค์ประกอบที่กำลังพูดถึงคืออะไร
“แอนเดอร์สัน องค์ประกอบที่ลุงพูดถึงคือสิ่งที่ลุงเตรียมเอาไว้ฟื้นฟูวงเวทย์สวนพฤกษาของเราน่ะ ตอนนี้เราตามหาวัตถุดิบในการฟื้นฟูใกล้จะครบแล้ว”
“เดี๋ยวก่อนนะครับ แล้วทำไมเมื่อครู่จึงไม่บอกให้ทุกคนรู้ว่าสวนพฤกษาจะถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาได้ล่ะครับ”
“อะไรที่ทำให้ศัตรูที่กำลังจับตามองรู้ มันมักจะวกกลับมาเล่นงานเราอีก ปล่อยให้คนในตระกูลรู้ถึงวิกฤติดีกว่าไม่ใช่เหรอ”
“แล้วทำไมลุงถึงบอกผมล่ะ” แอนเดอร์สันไม่คิดว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ลุงจะกล้าบอกเขา
“หรือว่ามันจะเกี่ยวกับตัวของผมกัน เรื่องเวทย์ที่ลุงถามเมื่อครู่คงไม่ใช่เรื่องหลักที่เราจะคุยกันใช่ไหมครับ คงเป็นเรื่องตระกูลสกอร์เปี้ยนส์” บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไป มันดูกดดันและเต็มไปด้วยความหนักอึ้งจนหายใจลำบาก อย่างไรก็ตามบรรยากาศภายในห้องกลับไม่มีจิตสังหาร แอนเดอร์สันจึงรอฟังเหตุผลจากลุงของเขา
“ใช่แล้วล่ะ ผลกระทบของสวนพฤกษาที่เกิดขึ้น มาจากสกอร์เปี้ยนส์”
“แสดงว่าพี่ชายของผมสักคนกำลังจะทำให้ตระกูลเฟียร์สลายไป”
“ใช่ มีใครบางคนต้องการให้เราหายไป ”
“แล้วทำไมลุงถึงไม่ตัดผมออกจากตระกูลล่ะ เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น”
แอนเดอร์สันถามด้วยความจริงจัง ทันใดนั้นลุงของเขากลับฉีกยิ้ม
“แอนเดอร์สัน วิธีนี้เป็นวิธีที่ลุงคิดได้ในตอนแรกที่ถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นถูกเล่นงานสวนพฤกษาหรือว่าถูกโจมตีในมิสเทอรี่ ลุงและผู้อาวุโสต่างเห็นว่าเราควรจะให้หลานอยู่ให้ห่างและตัดความสัมพันธ์ แต่ว่านะ พวกเราจะเอาอะไรมายืนยันล่ะว่าถ้าตัดหลานออกไปแล้วพวกเขาจะเลิกเล่นงานเรา อีกอย่าง..”
แอนเดอร์สันเงียบ เขาสัมผัสได้ถึงความแค้นภายในใจของผู้นำตระกูลเฟียร์
“หลานคงยังไม่รู้ความจริงใช่ไหม”
“ความจริงอะไรอย่างนั้นเหรอครับ”
“ความจริงเรื่องแม่ของหลานไง เธอน่ะไม่ได้ล้มป่วยแล้วจากเราไปเหมือนคนธรรมดาหรอกนะ”
“ฝีมือพี่ชายของผมสักคนใช่ไหมครับ”
แอนเดอร์สันถามกลับ
“ใช่ เรื่องนี้ที่เรายอมไม่ได้ หากเราตัดหลานออกไป เราจะเอาอะไรไปแก้แค้นให้แม่ของหลานล่ะ ดังนั้นหลานคือเส้นทางเดียวที่จะทำให้เราแก้แค้นพวกมัน ลุงเลยคิดว่าตระกูลเฟียร์ต่อให้จะล่มสลาย ยังไงพวกเราก็จะอยู่กับหลานเผื่อสักวันหนึ่งเราจะได้แก้แค้นคนที่ฆ่าแม่ของหลาน”
แอนเดอร์สันรู้สึกตื่นเต้นและดีใจ ในที่สุดเขาก็สามารถยืนยันกองกำลังแรกของเขาได้ เดิมทีเขากลัวว่าตระกูลเฟียร์จะไม่เห็นด้วยกับเขาและไม่หนุนหลัง แต่ดูจากท่าทางผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสที่ดูโกรธแค้นในการตายของแม่ที่ถูกประกาศว่าเป็นการล้มป่วย ไม่ใช่การตายเพราะถูกโจมตีด้วยวิธีบางอย่าง ทำให้ตอนนี้ตระกูลเฟียร์ทั้งตระกูลกลายเป็นกองกำลังที่คอยช่วยเหลือเขาในอนาคต
“ขอบคุณครับ ลุงนอธ ผมอยากดูสวนพฤกษาพอจะพาผมไปดูได้ไหมครับ”
“ได้สิ”