หานตงมองผนึกสีโลหิต ที่อยู่ในมือด้วยความอัศจรรย์ใจอย่างที่สุด ด้วยผนึกนี่เขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น ประกายความหวังเด่นชัดขึ้นในสายตาชายหนุ่ม ยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นเร็วเท่าไร เขาก็สามารถช่วยน้องสาวได้เร็วเท่านั้น
“ส่วนนี้แบบแปลงการสร้างอาคารภายในเมือง ส่วนนี้แบบแปลงสร้างอาคารนอกเมืองทั้งสี่ทิศ ให้หาคนที่ไว้ใจได้สร้างมันขึ้นมา”
หากแต่ไม่สามารถหาคนที่ไว้ใจได้ นางก็จะใช้วิธีลบความทรงจำ แต่นั้นจะเป็วิธีสุดท้ายที่นางเลือกจะทำ
“และนี่คือเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองใช้เป็ทุนในการสร้างและหาคนมาเข้าร่วมกับเรา”
นางโยนถุงเงินที่อัดแน่นไปด้วยเงินหนึ่งร้อยทองไปบนโต๊ะ เงินมากมายเล่านี้นางหามาจากแหล่งการพนัน ซึ่งเป็วิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างทุน นางยังมีเงินเหลือเก็บอีกสามร้อยตำลึงทอง
“ขอรับนายท่าน”
“หาคนที่ไม่มีพันธะ เด็กกำพร้า พวกที่กำลังเดือดร้อน นิสัยดีใช้ได้ มีความมุ่งมั่นแรงกล้า อายุไม่เกินยี่สิบสองหนาว มาเข้าร่วมกับเราซะจำนวนหนึ่งร้อยคน” นางเอ่ยเสียงเรียบ
“ท่านจะหาคนไปทำไมหรือขอรับ” หานตงเอ่ยอย่างสงสัย เยว่เหม่ยเสวี่ยยิ้มเย็นภายใต้หน้ากาก แววตาประกายเร้นลับ
“พื้นฐานแห่งความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือกองกำลัง”
“กองกำลัง? นายท่านหมายความว่า...” หานตงมองหน้าเยว่เหม่ยเสวี่ยในขณะที่กล่าว
“ข้าจะสร้างกองกำลังลับขึ้นมา”
หานตงเงียบไปด้วยความตกตะลึง ในวันนี้เขาได้ใมานับไม่ถ้วนกับความ้าของหญิงสาว ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นายของเขา
“มีอะไรน่าใหรือหานตง” เยว่เหม่ยเสวี่ยถามเสียงเรียบ
“ข้า ข้าแค่ใเท่านั้น นายท่านเป็สตรีแต่ก็มีจิตใจแข็งแกร่งดุจบุรุษยิ่งนักขอรับ”
หานตงเอ่ยจากใจจริง เยว่เหม่ยเสวี่ยนั้นแข็งแกร่งกว่าเขามากนัก ในทุกๆ ด้าน เป็สตรีที่เขาไม่เคยพบมาก่อนในชีวิตนี้ กล้าหาญ ดุดัน แข็งกร้าวไม่ต่างไปจากชายอกสามศอกเลยแม้แต่น้อย
“สตรีทุกคนบนโลกนี้ล้วนมีความสามารถไม่แพ้บุรุษหรอกนะ อย่าได้ดูถูกพวกนางเชียว เพราะเ้าอาจตายมิรู้ตัวเพราะความประมาท” เยว่เหม่ยเสวี่ยได้ทีเอ่ยสั่งสอนพิษสงของผู้หญิงให้หานตง หานตงเป็คนซื่อตรงเกินไป ใจดี และขี้สงสาร คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกร้อยเล่ห์มายาเป็แน่ นางจะต้องเคี่ยวเข็ญหานตงให้ทันคน หลังชายหนุ่มบรรลุขั้นที่สองเสียก่อน
“ข้าจะจดจำไว้ขอรับ”
“ดี วันนี้นอกจากจะมาสั่งงานเ้าแล้ว ข้าก็จะมาสอนหนังสือให้เ้าด้วย”
“สอนหนังสือหรือขอรับ”
หานตงมีสีหน้างงงวยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ครอบครัวของเขายากจน เงินจะกินข้าวแทบไม่มี การเข้าโรงเรียนนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นหานตงจึงไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน แต่ก็สามารถอ่านหนังสือได้บ้าง เพราะแอบเล่าเรียนมาด้วยตนเองจากคนอื่น
“เ้าอ่านหนังสือได้ แต่ยังเขียนหนังสือไม่ได้ใช่หรือไม่”
“ใช่ขอรับ ข้าอ่านหนังสือออกเพราะแอบเรียนมาจากคนอื่น แต่เขียนไม่ได้ขอรับ”
หานตงตอบเสียงเบา เยว่เหม่ยเสวี่ยมองอย่างชื่นชมและพอใจ ที่หานตงถึงแม้จะยากจนไม่มีเงินส่งตัวเองเรียน ยังรู้จักไขว่คว้าหาโอกาสให้ตนเอง คนแบบนี้สมควรส่งเสริมอย่างยิ่ง ดีกว่าพวกที่มีโอกาสได้ร่ำเรียนหนังสือ แต่กลับเกียจคร้านไม่ยอมศึกษาค้นคว้า
“เอาไปฝึกเขียน ฝึกอ่านให้คล่องซะ”
เยว่เหม่ยเสวี่ยหยิบตำราสองเล่มออกมาจากแขนเสื้อ ส่งมันให้กับหานตง มันคือตำราอย่างง่ายสำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นเรียนหนังสือ นางหาซื้อมาจากร้านหนังสือก่อนที่จะมาที่นี่
“มาครั้งหน้าข้าจะทดสอบความรู้เ้า อย่าทำให้ข้าผิดหวัง” หานตงรับตำราทั้งสองเล่มมา ด้วยใบหน้าตื้นตันใจ ตาของชายหนุ่มแดงรื้น น้ำตาคลอแต่หานตงก็พยายามห้ามไม่ให้มันไหลออกมา ด้วยเกรงว่าจะทำให้เยว่เหม่ยเสวี่ยรำคาญ
“นายท่าน” เสียงหานตงสั่นเครือยามเอ่ย
“พยายามให้ดี เ้ามีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่แล้ว” เยว่เหม่ยเสวี่ยเอ่ยเสียงอ่อนลง มองชายหนุ่มด้วยความเมตตาที่น้อยครั้งจะได้เห็น

มือบางยกมือลูบกล่องไม้สลักอย่างใจลอย ในหัวของนางว่างเปล่า ใบหน้าที่เคยสวมหน้ากากปกปิดเอาไว้ตลอดเวลา ได้ถอดออกวางไว้บนโต๊ะ ยามนางอยู่คนเดียวในห้อง ใบหน้าที่เคยผอมจนแก้มตอบ และเต็มไปด้วยแผลพุพองหน้าเกลียด
บัดนี้กลับอวบอิ่มอย่างมีน้ำมีนวล คิ้วเรียงตัวสวยงาม ดวงตากลมหวานซึ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ดูดุดัน และเฉียบคม ั์ตาราบเรียบ ดูเ็าว่างเปล่า จมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากอวบอิ่มแดงดั่งผลอิงเถา เครื่องหน้าของหญิงสาวทุกอย่างล้วนงดงาม ดั่งเทพเ้ารังสรรค์มันขึ้นอย่างอย่างอ่อนโยน และระมัดระวังเป็อย่างยิ่ง เพื่อสร้างหญิงสาวผู้มีความงามเหนือโลกหล้าเช่นนี้ขึ้นมา
แต่ตอนนี้ใบหน้าที่งดงามเหนือคำบรรยายกำลังนั่งนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้าเลื่อนลอย ไม่ช้าก็มีน้ำตาหยดหนึ่งหลั่งรินลงมาอย่างเงียบงัน เยว่เหม่ยเสวี่ยไม่คิดจะยกมือขึ้นเช่นมันแม้แต่น้อย ถึงแม้ภายนอกนางจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่ภายในจิตใจลึกๆ ของนางก็ยังเปราะบางและอ่อนแอ
ทุกคราที่ความมืดและความเงียบได้มาเยือน เสียงดังโครมครามจากข้างนอกดังขึ้น แต่เยว่เหม่ยเสวี่ยก็คร้านจะสนใจ นางยังคงนั่งเงียบต่อไป
ปึก
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นจากด้านหลัง
เยว่เหม่ยเสวี่ยส่งกระแสพลังออกไปข่มคนเข้ามาใหม่ทันที ร่างบางในอาภรณ์สีฉูดฉาดนั้นทรุดลงไปกับพื้นห้องเสียงดังปักทันที สาวใช้ที่เดินตามหลังมาถึงกับกรี๊ดออกมาอย่างใ ไม่ถึงเสี้ยวนาทีสาวใช้ที่กรีดร้องนั้นก็ทรุดตัวลงคุกเข่าตามนายสาว
“ใคร
-
อนุ
-
ญาต
-
ให้
-
พวก
-
เ้า
-
เข้า
-
มา”
เยว่เหม่ยเสวี่ยเอ่ยเน้นออกมาทีละคำ ด้วยน้ำเสียงเ็าอย่างยิ่งยวด สองสาวนายบ่าวถึงกับสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่

ตู้เหยาอนุสี่แห่งวังอ๋องเบิกตากว้างอย่างใ กายบางสั่นไหวไม่หยุด ภายในห้องของเยว่เหม่ยเสวี่ยทั้งมืดและดูน่ากลัว เพราะหญิงสาวไม่ได้จุดตะเกียงเอาไว้ น้ำเสียงเยว่เหม่ยเสวี่ยที่เอ่ยออกมานั้น ทำให้สองสาวรู้สึกกลัวจับใจ เพราะมันทั้งดุดัน และเย็นะเื
ตู้เหยาอยู่วังอ๋องมานาน เคยเห็นหรงอ๋องผู้ขึ้นชื่อว่าอ๋องปิศาจโกรธมาก่อน มันทั้งน่ากลัวสุดหัวใจ ยามที่น้ำเสียงของชายหนุ่มเอ่ยออกมา
แต่กลับเยว่เหม่ยเสวี่ยนั้นกลับให้ความรู้สึกลึกลับและน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่ามากนัก ราวกับสุ้มเสียงจากนรก
“
ใคร-อนุ-ญาต-ให้-พวก-เ้า-เข้า-มา
”
เยว่เหม่ยเสวี่ยเอ่ยอีกครั้งด้วยเสียงที่เ็ากว่าเดิม ตู้เหยารู้สึกหนาวจับจิต ราวกับนางกำลังอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ
“ม ไม่มีข้าเข้ามาเอง”
ตู้เหยาเค้นเสียงเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น สายตามองไปที่แผ่นหลังบาง ที่หันหลังให้นางอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังบางนั้นยืดตรงอย่างมั่นคง คล้ายกำแพงอันแข็งกล้า ช่างให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
คล้ายดั่งนางเป็เพียงมด ที่กำลังแหนมองกำแพงอันสูงตระง่าน
“หึ” เยว่เหม่ยเสวี่ยหัวเราะออกมาหนึ่งคำอย่างเ็า
“จ เ้าหัวเราะอันใด เ้าทำอันใดกับข้า” ตู้เหยาเอ่ยถามอย่างถือดี แต่ภายในใจของนางกำลังหวาดกลัวกับบางอย่าง
บางอย่างที่มองไม่เห็น
“กล้าบุกตำหนักคนอื่น แล้วยังมาทำอวดดีต่อหน้าเ้าของเช่นข้างั้นหรือ” ประโยคเ็าถูกเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า
“ทำไมจะทำไม่ได้ เ้ามันก็แค่อนุชั้นต่ำ ข้าจะทำอย่างไรกับเ้าก็ได้ย่อมไม่ผิด” ตู้เหยาเชิดหน้าเอ่ยออกมาอย่างอวดดี หลงลืมความกลัวในใจ
“เรียกร้องหาความตายจากเราหรือ”
ฉับพลันน้ำเสียงที่เคยเ็า พลันกลายเป็ราบเรียบและว่างเปล่าไร้อารมณ์ สรรพนามเปลี่ยนเป็ถือตัวและเย่อหยิ่งเหนือผู้คนบนโลก
เยว่เหม่ยเสวี่ยเอง
เดิมพื้นอารมณ์ของนางในเย็นวันนี้ล้วนแปรปวนเป็อย่างยิ่ง นางย่อมอยากใช้เวลาอยู่กับตนเอง ภายในห้องอย่างเงียบๆ การที่มีคนเข้ามาขัดห้วงอารมณ์
ในยามนี้ของนางนั้นย่อมไม่อาจให้อภัยให้แล้ว
การเอ่ยวาจาดูิ่ต่อนางยิ่งไม่อาจให้อภัยยิ่งกว่า
!
“เ้าจะทำอันใดข้าได้” ตู้เหยายังมิรู้สึกความผิดปกติที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ยังคงเอ่ยวาจาอวดดีออกมาไม่หยุด
ฟิ้ว
เสียงแหวกอากาศขึ้นในความมืด เรียกเสียงกรีดร้องจากสตรีอวดดี
ตู้เหยายกมือลูบหน้าของตนเองเชื่องช้า ก่อนที่มือบางจะััได้ถึงของเหลวหนืดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้า นางยกมือนั้นออกมามองแล้วยกขึ้นดมจ่อจมูก
เื!
แววตาตู้เหยาฉายแววตระหนกอย่างสุดขีด ของเหลวที่อยู่ในมือนางคือเื ถ้าเช่นนั้น...
นางรีบยกมือขึ้นแตะใบหน้าอีกรอบอย่างร้อนรน ก่อนจะร้องซี๊ดออกมาอย่างเ็ป เมื่อบนใบหน้าของนางปรากฏแผลลึกขึ้นบนใบหน้า ใบหน้านวลบิดเบี้ยวอย่างหวาดกลัว เส้นเสียงในลำคอคล้ายถูกปิดผนึก ตู้เหยามองไปที่เยว่เหม่ยเสวี่ยด้วยแววตาสั่นระริก
“เ้าประสงค์ความตายจากเราหรือไม่” สุ้มเสียงไร้อารมณ์เอ่ยถาม
นางไม่อยากตาย
คำหนึ่งคำปรากฏขึ้นในใจของนางอย่างฉับพลัน แต่มิอาจเอ่ยอันใดออกมาได้ ได้แต่ส่งแววตาอ้อนวอนออกไป ตู้เหยาหวาดกลัวสตรีตรงหน้าเหลือเกิน เยว่เหม่ยเสวี่ยคล้ายกับมิใช่มนุษย์ ภายในความมืดมิดในห้อง เยว่เหม่ยเสวี่ยเป็ดังยมทูต ที่สามารถ่ชิงิญญาจากนางได้ทุกเมื่อ
“ความอวดดีของเ้าหายไปไหนเสียแล้ว” ใบหน้าเยว่เหม่ยเสวี่ยปรากฏรอยยิ้มลึกลับขึ้น แต่ถึงกระนั้นน้ำเสียงก็ยังคงราบเรียบไร้อารมณ์ดังเดิม
เนิบนานเหลือเกินในความรู้สึกของตู้เหยา กว่าที่เยว่เหม่ยเสวี่ยจะเอ่ยวาจาออกมาอีกครั้ง หลังเงียบไปนานหนึ่งเค่อ
“ไปซะ อย่าได้มารบกวนเราอีก”
“ข ขอบคุณ”
ตู้เหยาเอ่ยได้เพียงคำเดียว นางรีบลุกขึ้นจากพื้นทันที ทั้งที่ก่อนหน้านางเพียรพยายามขยับตัวลุกหนีเท่าไรก็ไม่เป็ผล
“อ่อ”
เยว่เหม่ยเสวี่ยเอ่ยคล้ายนึกบางอย่างออก ตู้เหยาถึงกับสะดุ้งเฮือกอย่างหวาดหวั่น ไม่กล้าก้าวเท้าเดินออกไปต่อ เสียงหัวเราะดังแ่ขึ้นมา ตู้เหยาน้ำตาไหลออกมาด้วยความกลัวจับใจ
ก่อนเยว่เหม่ยเสวี่ยจะเอ่ยเสียงเรียบอีกครั้ง
“ลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นให้หมดด้วยละ หึหึ”