บทที่ 4 พวกคุณเอาไปได้ไหม (รีไรต์)
เจียงอี้อิ่นค่อย ๆ ยกเจียนปิ่งไข่ไก่เนื้อวัวขึ้นมา รู้สึกได้ถึงสายตาหนึ่งคู่ที่จับจ้องมาอย่างเปิดเผย
เธอมองเด็กน้อยที่ครึ่งตัวซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ น้ำลายไหลเยิ้มเต็มมุมปาก ก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้
วันนี้ร้านเจียนปิ่งเปิดทำการอย่างราบรื่น ทำให้เธออารมณ์ดีมาก ตอนนี้เจอเด็กน้อยน่าสงสารยืนน้ำลายไหลยืดก็อดสงสารไม่ได้ จึงลุกขึ้นเปิดเตาทำเจียนปิ่งไข่ไก่เบคอนใส่ถุงกระดาษอย่างชำนาญ และเดินเข้าไปถามเด็กน้อย
“อยากได้ไหม”
เด็กน้อยไม่พูดไม่จา แต่สายตาจ้องเจียนปิ่งไม่ละสายตา
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เจียงอี้อิ่นจึงพบว่าผมของเด็กคนนี้ยาวถึงเอว เห็นได้ชัดว่าเส้นผมสีดำขลับไม่ได้รับการดูแลมานาน จึงจับตัวกันเป็ก้อนเหมือนลูกบอลขนาดใหญ่ห้อยอยู่บนหลังของเขา ไหล่ที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าหน้าตาประหลาด ผสมผสานระหว่างหนังสัตว์และพืชโผล่ออกมาเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูเหมือนหวาดกลัวมาก แค่เธอขยับเข้าไปใกล้ ก็ผลุบตัวไปซ่อนหลังต้นไม้
เธอไม่รู้ที่มาที่ไปของเด็กคนนี้ อีกอย่างเด็กคนนั้นก็อยู่นอกเขตพื้นที่ปลอดภัย เธอจึงตัดสินใจไม่เดินหน้าต่อและหาไม้ยาว ๆ หนึ่งท่อน แขวนถุงเจียนปิ่งไว้ที่ปลายไม้ด้านหนึ่งแล้วค่อย ๆ ยื่นออกไป
กร๊อบ!
ท่อนไม้ถูกหักเป็สองท่อน เด็กคนนั้นงับเข้าไปทีหนึ่งก็กัดถุงเจียนปิ่งไปหนึ่งคำใหญ่
“เดี๋ยวก่อน ถุงกระดาษกินไม่ได้…”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็ไม่เห็นร่างของอีกฝ่ายแล้ว
สมกับเป็เด็กในยุควันสิ้นโลก ความเร็วนี่สุดยอดจริง ๆ
โชคดีที่กินกระดาษนิดหน่อยไม่ทำให้ถึงกับป่วย เธอส่ายหัวอย่างอับจนหนทาง กลับไปกินมื้อดึกของตัวเองแล้วนอนดีกว่า
ค่ำคืนแรกของการมาถึงโลกนี้ เจียงอี้อิ่นคิดว่าตัวเองจะนอนไม่หลับ แต่กลับกลายเป็ว่าเธอหลับสนิทปราศจากอาการเ็ป เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็เป็่บ่ายของวันที่สองแล้ว
พอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เดินออกจากหอพักพนักงานชั่วคราว เห็นชายฉกรรจ์ห้าคนยืนมองตาปริบ ๆ อยู่หน้าร้านเจียนปิ่ง
กู้ไฮว่ถิงยืนอยู่ด้านหน้าสุด ท่าทีเ็าสงบเสงี่ยมเมื่อวานนี้หายไปหมดแล้ว ทันทีที่เห็นร่างของเธอก็เริ่มสั่งอาหาร
“เจียนปิ่งไข่เนื้อวัวห้าสิบชิ้น น้ำเต้าหู้ห้าสิบแก้ว…”
อาสยงะโ “ลูกพี่ มีสินค้าใหม่!”
เขากวาดสายตามองปราดหนึ่ง เอ่ยสั่งโดยไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย “เพิ่มเจียนปิ่งไข่เบคอนอีกสามสิบชิ้น น้ำเต้าหู้พุทราสามสิบแก้ว”
อาสยงพูดอีกครั้ง “ลูกพี่ รสชาติของเจียนปิ่งไข่ต้องแตกต่างแน่ ๆ พวกเราสั่งเพิ่มอีกหน่อยเถอะ”
“...งั้นก็เพิ่มเจียนปิ่งไข่อีกยี่สิบชิ้น”
หลังจากสั่งอาหารเสร็จรวดเดียว เขาและเพื่อนร่วมทีมต่างรอคอยด้วยความหวัง นอกจากอาหารจำนวนมากที่กำลังจะได้รับแล้ว ท่วงท่าที่คล่องแคล่วของเ้าของร้านตอนทำเจียนปิ่งและน้ำเต้าหู้เมื่อวานนี้ก็ทำให้พวกเขาอยากเห็นอีกครั้ง
เจียงอี้อิ่นส่ายหัวแรง ๆ อย่างงงงวย ถามย้ำว่า “ฉันไม่ได้ฟังผิดใช่ไหมคะ เจียนปิ่งทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้น น้ำเต้าหู้แปดสิบแก้ว”
“ใช่ ไม่ผิดแน่นอน!” อาสยงรีบตอบเสียงดังฟังชัด
“...” แม้เธอจะดีใจกับรายได้ก้อนโต แต่ความมีคุณธรรมก็อดทำให้เธออธิบายไม่ได้ “ตอนนี้อากาศยังค่อนข้างร้อน ถึงแม้เจียนปิ่งและน้ำเต้าหู้จะเก็บไว้ในตู้เย็นได้ แต่ก็เก็บได้แค่หนึ่งถึงสองวันเท่านั้น ซื้อมากไปก็จะเปลืองเปล่า ๆ แล้วก็ปริมาณมากขนาดนี้ พวกคุณจะเอากลับไปยังไงล่ะ”
ใครจะไปคิดว่าทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็แหวกทางให้เธอเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลัง
โอ้โห ที่แท้พวกเขาก็เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว ลากรถเข็นผักที่ดูทรุดโทรมมาด้วยสองคัน
อย่างน้อยก็ใส่เจียนปิ่งและน้ำเต้าหู้ได้บางส่วน
ส่วนเื่การเก็บรักษา กู้ไฮว่ถิงบอกว่า “เถ้าแก่ไม่ต้องห่วง แค่หนึ่งร้อยชิ้นเอง อยู่ไม่พ้นคืนนี้หรอก”
เธอนับถือเลยจริง ๆ ท้องของผู้มีพลังพิเศษหลังวันสิ้นโลกเป็กระเป๋ามิติหรือยังไง ทำไมกินเก่งกันขนาดนี้
ในเมื่อลูกค้าบอกว่า ‘ไม่ใช่ปัญหา’ เธอก็จะไม่ผลักไสลาภลอยที่ลอยมาถึงมือ รีบพับแขนเสื้อ ผูกผ้ากันเปื้อน ยิ้มอย่างกระตือรือร้น
“ฉันจะจัดการให้ทุกคนเดี๋ยวนี้ รอสักครู่นะคะ”
ดูเหมือนว่าเขาจะไว้ใจเธอมากขึ้น กู้ไฮว่ถิงจึงจ่ายคริสตัลให้เธอก่อนจำนวนหนึ่ง
ทั้งหมด 420 คริสตัลเลเวลหนึ่ง แต่เขาวางคริสตัลไว้บนเคาน์เตอร์เพียง 24 ก้อน อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนั้นมี 4 ก้อนที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และมีแสงเปล่งประกายแวววาวกว่า
เธอกวาดตามองอย่างรวดเร็ว ระบบแจ้งเตือนทันที [คริสตัลเลเวลสองหนึ่งก้อนเท่ากับคริสตัลเลเวลหนึ่งหนึ่งร้อยก้อน]
ดูเหมือนจะเป็ความแตกต่างระหว่าง 1 ก้อนกับ 100 ก้อน เธอแสดงสีหน้าปกติแล้วเก็บคริสตัลทั้งหมดบนเคาน์เตอร์ จากนั้นก็เริ่มยุ่งกับการทำออร์เดอร์อีกครั้ง โดยไม่สังเกตเห็นสีหน้าครุ่นคิดของกู้ไฮว่ถิงเลย
โชคดีที่เมื่อคืนร้านเจียนปิ่งได้อัปเกรด มิฉะนั้นแล้วแค่กระทะหนึ่งใบ คงต้องใช้เวลาทั้งวันในการทำเจียนปิ่งหนึ่งร้อยชิ้น
ตอนนี้เธอเร่งไฟเต็มที่ หลังจากนั้นหมักเนื้อวัวก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นผสมแป้งให้เข้ากันแล้วพักไว้ ก่อนจะหันไปหั่นผัก
หลังจากเตรียมงานเสร็จก็ทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ไม่หยุด เทแป้งลงกระทะ ตอกไข่ ผัดผัก เปิดเครื่องทำน้ำเต้าหู้ ถึงแม้จะยุ่งแต่ไม่วุ่นวาย บรรยากาศกลับแตกต่างออกไป
ผู้ชายร่างใหญ่กำยำสองสามคนกำลังหิวโหย ตอนแรกทำเสร็จหนึ่งแผ่นก็กินหนึ่งแผ่น จนกระทั่งทุกคนส่งเสียงเรอ จึงเริ่มมามุงดูเธอทำงาน
เธอเป็คนธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกจ้องมองโดยผู้มีพลังพิเศษห้าคนไม่วางตา ฉากนี้เหมือนลูกแกะน้อยที่ถูกสัตว์ร้ายล้อมรอบ แต่ตอนนี้เจียงอี้อิ่นไม่มีอารมณ์สนใจเื่อื่น และทำเจียนปิ่งอย่างขะมักเขม้น
ซุนเฮาพูดเบา ๆ ว่า “เถ้าแก่ร้านกล้ามากเลยนะ ไม่แปลกใจเลยที่กล้าค้างคืนข้างนอกคนเดียว”
กู้ไฮว่ถิง “อืม เธอน่าจะมีไม้ตายบางอย่างที่ยังไม่ได้แสดงออกมา เ้าของร้านคนนี้ไม่ธรรมดา ผูกมิตรกับเธอไว้ไม่ใช่เื่เสียหายอะไร”
ซุนเฮาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
หลังจากเจียงอี้อิ่นก้มหน้าก้มตาทำออร์เดอร์ใหญ่จนปวดหลังเอวเคล็ดอยู่นานก็ทำออร์เดอร์นี้เสร็จในที่สุด เธอมองพวกกู้ไฮว่ถิงเรียงเจียนปิ่งและน้ำเต้าหู้ใส่รถเข็นอย่างเป็ระเบียบ แต่ละคนยังถือบางส่วนเอาไว้ในมือ มองแล้วตลกจนเธอกลั้นขำไม่ได้
“เถ้าแก่ พวกผมไปก่อนนะ เอาไว้จะแวะมาใหม่ครับ”
“ได้เลยค่ะ รอต้อนรับพวกคุณกลับมาอีกนะ”
หลังจากทุกคนจากไป เธอก็ทุบไหล่ลูบเอวและดื่มน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้ว เพราะตอนนี้เหนื่อยจนไม่อยากขยับตัวทำอะไรเลย
ระบบแจ้งเตือนว่าได้รับรางวัลความสำเร็จสองสามอย่าง ตอนนี้เธอมีบลูไดมอนด์ 16 ก้อนแล้ว
นอกจากนี้ร้านเจียนปิ่งของเธอมียอดขายสะสมถึง 100 ชิ้น ทำให้สามารถอัปเกรดร้านค้าได้อีกครั้ง ครั้งนี้ต้องใช้ 50 คริสตัลเลเวลหนึ่ง ครั้งนี้เธอไม่ลังเลและยืนยันการอัปเกรดทันที
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ร้านเจียนปิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
กระทะเพิ่มเป็สามใบ มีเครื่องทำน้ำเต้าหู้เพิ่มอีกหนึ่งเครื่อง น้ำเต้าหู้พุทราอัปเกรดเป็น้ำเต้าหู้พุทราถั่วลิสง ราคาเพิ่มขึ้นเป็ 3 คริสตัลต่อหนึ่งแก้ว
นอกจากนี้ ที่ผนังด้านซ้ายยังมีเขียงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอัน สามารถขายเนื้อตุ๋นได้ราคา 5 คริสตัลต่อจาน
เธอตรวจสอบดูคร่าว ๆ แล้วซื้อวัตถุดิบเนื้อตุ๋น 10 ชุดออกมาจากร้านค้าระบบ เริ่มต้มน้ำพะโล้ก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นก็ลากสองขาอันอ่อนล้าเดินไปด้านหลัง ตั้งใจจะไปนอนพักบนเตียงสักพัก
ใครจะไปคิดว่าเพิ่งจะจับลูกบิดประตูเท่านั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงประหลาดใจดังขึ้น “ที่นี่มีร้านเจียนปิ่งด้วยเหรอ”
เมื่อหันไปมองก็มีผู้ชายสามคนโผล่ออกมาจากป่าตอนไหนก็ไม่รู้ สองคนข้างหน้าหน้าตาแทบจะเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว จมูกแหลมคางยาว เพียงแต่คนทางซ้ายมีไฝดำเด่นชัดที่ปีกจมูก ส่วนคนขวามีไฝที่คาง
ชายที่เดินตามมาด้านหลังมีแผลเป็ที่แก้ม ใบหน้าดูดุร้ายเป็พิเศษ
เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับชายคนนี้ตามสัญชาตญาณ แต่ปณิธานของเธอคือลูกค้าคือพระเ้า จึงยังฉีกยิ้มเปล่งเสียงต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านเจียนปิ่งเมืองอาหารอวี้ซานไห่ค่ะ คุณลูกค้ารับอะไรดีคะ สามารถดูเมนูได้ตรงนี้เลยค่ะ”
ชายที่มีไฝตรงจมูก “ผู้หญิง!”
ชายที่มีไฝตรงคาง “แต่ผอมไปนิดหนึ่ง”
“อย่ามาตรฐานสูงหน่อยไปเลยน่า แค่มีก็ดีแล้ว”
สีหน้าเจียงอี้อิ่นหมองลงเล็กน้อย รับรู้ได้ถึงเจตนาชั่วร้ายในคำพูดของทั้งสอง แต่พอนึกได้ว่าที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัยของระบบ เธอก็กลับมาสงบอีกครั้ง
ชายที่มีแผลเป็บนใบหน้าเห็นท่าทางใเล็กน้อยตอนแรกของเธอ ก็ปรับอารมณ์ให้นิ่งสงบเหมือนเดิม ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยปากพูดว่า “โฮ่วต้า โฮ่วเอ้อร์ อย่าพูดเหลวไหลน่า”