“ขอบคุณนะคะที่ช่วยจัดการเื่คุณเขตวิทย์ให้ลัน”เธอเข้าไปขอบคุณเขาอย่างจริงใจในห้องทำงานหลังจากเสร็จสิ้นเื่หนี้สินของเขตวิทย์
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกคุณยังต้องทำงานให้ผม...อ่อ แล้วก็อย่าคิดที่จะหักหลังผมอีกเป็อันขาด”เขาพูดสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาที่มองมานั้นเธอรู้ดีว่าถ้าหากเธอหักหลังเขาอีกเธอคงไม่รอดแน่
“ไม่ต้องห่วงนะคะเพราะที่ผ่านมาลันก็ไม่ได้เต็มใจที่จะทำ ลันรู้สึกผิดจริงๆกับสิ่งที่ทำลงไปค่ะ”
“ไปเถอะ อย่าพูดเื่นี้อีกผมไม่อยากฟัง”
17.30น.
“เก็บของแล้วตามผมมา”นพเก้าเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานของชลันธรพร้อมออกคำสั่ง
“คุณเก้านัดลูกค้าไว้เหรอคะ”เธอมั่นใจว่าวันนี้เธอไม่ได้นัดใครไว้ให้เ้านายนอกเสียจากว่าจะเป็ลูกค้าที่เขานัดเองแต่เขาก็ไม่ตอบพร้อมเดินไปหยุดรออยู่ที่หน้าลิฟต์ ทำให้เธอต้องรีบเก็บโต๊ะแล้วคว้ากระเป๋าวิ่งตามไป
รถแล่นเข้ามาจอดใต้คอนโดหรูที่คุ้นตาเธอหันหน้ามองคนขับทันทีเมื่อเขาจอดรถ
“ผมมีงานให้ทำ แต่ผมอยากทำที่นี่มากกว่าที่ออฟฟิศมันเบื่อบรรยากาศน่ะ” เขาพูดลอยๆเป็เชิงอธิบายให้เธอฟัง
“ความจริงคุณเก้ามีงานอะไรให้ลันทำให้ที่ออฟฟิศก็ได้ค่ะคุณเก้าจะได้พักผ่อนไปด้วย หรือเอาแบบนี้ก็ได้ค่ะเดี๋ยวลันขึ้นไปเอางานที่ต้องทำแล้วลันกลับไปทำที่บ้านให้ค่ะ”เธอรีบเสนอทางออกเพราะไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสองอีก
“ทำไม คุณกลัวอะไร งานของผมต้องให้คุณทำไปพร้อมๆกับผมคุณมีปัญหาเหรอที่จะขึ้นไปห้องกับผม” น้ำเสียงเขาเริ่มหงุดหงิด
“เอ่อ...เปล่าค่ะงั้นทำที่นี่ก็ได้ค่ะ” เธอจะงัดอะไรกับเขาได้ล่ะ ในเมื่อเธอยังมีคดีติดตัวอยู่
และงานที่เขาอ้างว่าต้องทำไปพร้อมๆกันนั้นมันคือการที่เปิดแม็กบุ๊คทิ้งไว้ที่หน้าประเมินราคาโครงการหนึ่งส่วนตัวเขานั้นนั่งพิงโซฟาหลับตาพริ้มโดยมีชลันธรนวดไหล่ให้เขาอยู่โดยก่อนหน้านี้ก็บ่นๆให้เธอได้ยินว่าปวดเมื่อย ทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่ได้พักร่างกายเลขาอย่างเธอก็เลยต้องจำใจสอบถามออกไปตามมารยาทว่าให้นวดให้ไหม และใช่...เขาตอบรับทันที
“อุ๊ย!!” ชลันธรร้องใเมื่อจู่ๆเธอก็โดนดึงแขนจนเสียหลักแถมยังโดนเขาดึงเสียหลักลงมากองอยู่บนตักใหญ่
“คุณเก้า จะทำอะไรปล่อยลันค่ะ”พยายามดิ้นออกจากตัวเขา
“นี่ก็คืองานอีกอย่างที่คุณต้องทำให้ผมนะ”พูดเสร็จเขาก็อุ้มเธอเดินตัวปลิวเข้าห้องนอนไปนวดกันตัวต่อตัวที่เตียงใหญ่อย่างที่หญิงสาวปฏิเสธไม่ได้
“สบายตัวไหม” เขากระซิบข้างหูหลังจากที่ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับร่างกายเธอจนสมใจแล้วก็ยังคลอเคลียร่างเปลือยเปล่าไม่ห่าง
“.....” ชลันธรเงียบ ไม่ตอบแต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจในคำตอบนักตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์นี้ เธอเป็เลขา และกลายมาเป็คู่นอนของเขาเพิ่มอีกหนึ่งหน้าที่แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อเธอทำผิดต่อเขาไว้มาก มันก็คงต้องเลยตามเลย
ตื้ด....ตื้ดเสียงมือถือทำให้ชลันธรต้องลุกขึ้นหยิบมาดูก็เห็นเป็เบอร์น้าจินต์จึงรีบกดรับ
“ลัน ลันอยู่ไหนลูก มาโรงพยาบาลด่วนเลยตอนนี้” เสียงน้าจินต์เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“น้าจินต์ มีอะไรคะบอกลันก่อนได้มั้ย” เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นแต่ใจคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน
“อย่าเพิ่งให้น้าเล่าตอนนี้เลยลันรีบมาโรงพยาบาลก่อนเถอะ” น้าจินต์พูดแค่นั้นก็ตัดสายไปแต่ชลันธรยังถือโทรศัพท์ค้างไว้แนบหู
นพเก้าที่ถึงจะไม่ได้ยินเสียงอีกฝั่งเขาก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ได้เขารีบลุกขึ้นมาถาม
“ลันคุณเป็อะไร…ลัน” เขาเขย่าไหล่เธอเบาๆ พร้อมกับดึงมือเธอลง
“คุณเก้า…น้าจินต์บอกให้ลันรีบไปโรงพยาบาลหรือว่าพ่อ” ลันพูดได้แค่นั้นน้ำตาก็ร่วง เขากอดปลอบเธอไว้ และรีบพาเธอแต่งตัวไปยังโรงพยาบาลทันทีตลอดทางก็คอยชำเลืองมองมาทางชลันธรอยู่เป็ระยะๆ ตอนนี้เธอน่าจะเรียกสติมาได้พอสมควรเพราะน้าจินต์บอกแค่ให้รีบมาดูพ่ออาการไม่ดี เธอต้องทำใจแข็งเอาไว้
ณ โรงพยาบาล
ชลันธรวิ่งตรงมาหาน้าจินต์และน้าัที่ยืนประคองกันร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินนั้น
“น้าจินต์...” เธอเรียกได้แค่นั้นเสียงก็หายไปน้าจินต์เห็นหลานรีบเข้ามากอดร้องไห้โฮ
“น้าจินต์...ร้องไห้ทำไมคะ”ลันถามด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม พอดีกับที่หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ทุกคนรีบเข้าไปถาม
“หมอคะ พ่อลันไม่ได้เป็อะไรใช่มั้ยคะ”
“หมอเสียใจด้วยจริงๆนะครับ เราพยายามช่วยจนสุดความสามารถแล้วอยู่ๆคนไข้ก็ช็อกแล้วหยุดหายใจไป เราพยายามปั๊มแล้วแต่...หมอเสียใจด้วยจริงๆนะครับ”จบคำของหมอลันก็ทรุดลงไปกองกับพื้น นพเก้าต้องประคองเอาไว้
งานสวดคืนนี้แขกมากันเยอะเป็พิเศษเนื่องจากเป็การสวดคืนสุดท้าย
ชลันธรต้องคอยรับแขกอยู่หน้างานด้วยใบหน้าที่อิดโรยเธอนอนไม่หลับและกินอะไรแทบไม่ลงยังดีที่นพเก้าเกณฑ์คนที่บ้านเขามาช่วยงานจึงทำให้เบาแรงไปได้มาก แล้วเขาก็มาอยู่เป็เพื่อนเธอที่งานทุกคืนส่วนแม่ของเธอหลังจากทราบข่าวว่าพ่อได้จากไปแล้วก็ช็อกจนต้องแอดมิดที่โรงพยาบาลและต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งชลันธรก็ให้ป้าแม่บ้านที่มาทำความสะอาดและดูแลประจำรับหน้าที่เฝ้าแม่ของเธอจนกว่าจะเสร็จงานของพ่อ
แต่แล้วแขกที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอก็กำลังเดินตรงมาที่งานพร้อมกับลูกน้องตามมาจำนวนหนึ่งพร้อมพวงหรีดพวงใหญ่
“เสียใจด้วยนะครับ แหม่..ไม่คิดว่าจะไปเร็วแบบนี้เลย”เขตวิทย์พูดกับชลันธรด้วยสีหน้ายียวน พอดีกับที่นพเก้าผละจากแขกที่มางานหันมาเจอพอดีเขารีบเดินเข้ามาหาชลันธรทันที
“แกมาทำไมไอ้เขต”เขาเสียงเข้มใส่ญาติผู้น้องทันที
“อ้าว..ก็คนเคยทำงานด้วยกัน ผมก็ต้องมาแสดงความเสียใจเป็ธรรมดาว่าแต่พี่เถอะไม่ยอมปล่อยแบบนี้นี่ คงไม่ได้มีอะไรเกินเ้านายกับลูกน้องหรอกเนอะ”พูดพร้อมกับท่าทางที่ยียวนเชิญชวนบาทาเป็อย่างยิ่ง จนนพเก้าเกือบอดใจไม่ไหว
“ถ้าแกจะมาก่อกวน ฉันแนะนำให้รีบกลับไปซะ”เขาพูดเบาแต่เน้นเสียงพอให้ได้ยินกันแค่นั้น
“โธ่ ใจเย็นสิพี่ไหนๆมาแล้วผมขอไปไหว้ศพก่อนสิครับ” เขตวิทย์พูดพร้อมกับหันมามองที่ชลันธรเป็เชิงให้นำเขาไปไหว้ศพพ่อเธอชลันธรจำใจต้องเดินนำพาเขตวิทย์ไปไหว้ศพพ่อเธอก่อนจะลุกออกมาเขตวิทย์ก็หันมาพูดกับชลันธรให้พอได้ยินกันแค่สองคน
“อย่าคิดว่าจะเอาตัวรอดไปคนเดียวนะนี่แค่เริ่มต้น เธอยังต้องเจอบทเรียนอีกเยอะ ถ้าไม่อยากเสียใครไปอีกล่ะก็...กลับมาร่วมมือกับฉัน”เขาพูดแค่นั้นก็ลุกเดินออกมาและเดินทางกลับทันทีทิ้งให้ชลันธรนั่งอึ้งกับคำพูดของเขา
“ลัน เป็อะไร ไอ้เขตวิทย์มันพูดอะไรให้ไม่สบายใจหรือเปล่า”นพเก้าเข้ามาถามเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของเลขา
“เขาขู่ลันค่ะ..แล้วก็พูดแปลกๆ”
“แปลกยังไง”
“เขาบอกว่าถ้าไม่อยากเสียใครไปอีกให้กลับไปทำงานให้เขา เพราะนี่แค่เริ่มต้น”
“คิดไว้แล้วเชียว” นพเก้าพึมพำเบาๆเมื่อสิ่งที่เขาแอบคิดมีลางว่าจะเป็เื่จริงขึ้นมา
“คุณเก้าว่าอะไรนะคะ”
“เปล่า..ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของมันแล้วก็ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้ทั้งนั้น”
คำพูดของเขาทำให้ชลันธรอบอุ่นใจอย่างประหลาดเธอไม่เคยคิดว่าการที่มีความสัมพันธ์กันเขาทำเพราะชอบหรือรักเธอเลยเธอคิดอยู่ตลอดว่ามันคือการลงโทษที่เธอทำร้ายเขา แต่ก็ยอมรับว่าจิตใจของเธอเองก็หวั่นไหวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป