มหาสงครามศิลากำเนิดจักรวาล (The Cosmic War of the Genesis Stone)

    ⚔️ ภาค 2 ตอนที่ 67 : ชื่อที่ดังไปไกลกว่าปาก

    ⚔️ ภาค 2 ตอนที่ 67 : ชื่อที่ดังไปไกลกว่าปากEbook อัปเดทตอนที่ 1-99 มีอัปเดทจนจบเรื่องwww.danniyay.comหลังจากลานหินเงียบลง โลกเหมือนยังไม่ยอมปล่อยพวกเขาไครอสเดินนำออกจากเขตเสียงแรกชั้นนอก แสงในอกเขาไม่ได้พุ่ง ไม่ระเบิด แต่ “คงอยู่” เหมือนตะเกียงที่ถูกจุดไว้แล้วไม่มีใครดับได้อีก

    เขาหายใจลึกหลายครั้งเพื่อให้ตัวเองกลับมาเป็น “คนเดินทาง” ไม่ใช่ “คนถูกเรียก”

    อาเรนวาลเดินขนาบด้านข้าง สายตาเอลฟ์ไม่วางจากผิวดินรอบ ๆ เหมือนกำลังอ่านรอยเท้าที่ไม่มีใครเห็น
    ลิซาเอลเดินเงียบกว่าเดิม ดวงตาเธอแดงนิด ๆ แต่มั่นคงขึ้น
    บรอมดัลไม่พูดเล่นอีก เขากระชับค้อนสั้นราวกับรู้ว่าความผิดในอดีตยังตามมา ถ้าเขาเผลอ
    มีราเดินกลางกลุ่ม มือยังแตะคอหอยตัวเองเป็นระยะ เหมือนเช็กว่าเสียงของตัวเองยังอยู่

    “ข้าถามได้ไหม” มีราพูดเบา ๆ “ทำไม…ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย แล้วมันเกือบจะกินข้า”

    อัครอสตอบก่อนใคร น้ำเสียงไม่ดุ แต่จริง
    “เพราะเจ้าแบกความกลัวไว้เยอะ จนเจ้าหยุดฟังตัวเอง”
    “เจ้าไม่ผิด แต่มันคือข้อเท็จจริง”

    มีราหน้าซีดลงไปอีก
    เธออยากเถียงว่าเธอฟังตัวเองตลอด…แต่คำว่า “ตลอด” ไม่จริง
    เธอรู้ดีว่าหลายคืนที่เธอทำได้แค่กดทุกอย่างไว้ แล้วเดินต่อเพื่อรักษาคนอื่น

    ไครอสชะลอฝีเท้าให้ทันกับเธอ
    “เจ้าไม่ได้ไม่มีเสียง” เขาพูด “แค่เจ้ายังไม่กล้ายอมรับเสียงนั้น”
    “เราจะไปให้ถึงที่ที่เสียงของเจ้ากลับมาเอง”

    มีรามองเขา น้ำตาคลอ แต่พยายามไม่ให้ไหล
    “ข้าไม่ได้อยากเป็นภาระ”

    ไครอสส่ายหน้า
    “เจ้าคือเหตุผลที่เรายังเป็นคนอยู่”

    คำพูดนั้นทำให้มีราหายใจสะดุด เหมือนจู่ ๆ ใครบางคนดึงเธอออกจากความคิดมืด ๆ ที่เธอติดอยู่

     สัญญาณแรกของ “ผลสะเทือน”

    ช่วงเที่ยงของวันนั้น ป่าเงียบผิดปกติขึ้นอีก
    นกที่เคยมีเสียงจาง ๆ หายไป
    แมลงหายไป
    แม้แต่ลมก็เหมือนถูกห้ามไม่ให้เล่น

    อาเรนวาลยกมือหยุดทุกคน
    เขาหลับตา ฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปิดตาช้า ๆ

    “มีคนฟังเราอยู่” เอลฟ์พูด

    บรอมดัลหันซ้ายขวา “ทหารวัง?”

    “ไม่ใช่” อาเรนวาลตอบ “ถ้าเป็นวัง ป่าจะโกรธก่อน…นี่คือคนของป่าเอง”

    รานเซลที่เงียบมานานขยับเงาของตัวเอง
    เงาเขาสั่นเหมือนรับรู้แรงกดบางอย่างจากไกล

    “พวกเขาได้ยินชื่อของเจ้าแล้ว” รานเซลพูดกับไครอส เสียงแหบ “ไม่ใช่ชื่อที่มนุษย์เรียก…ชื่อที่โลกเรียก”

    ไครอสขมวดคิ้ว
    “แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น”

    อัครอสตอบแทน เพราะเขาเห็นภาพก่อนใครเสมอ
    “จะมีคนที่อยาก ‘คุ้มครอง’ เจ้า”
    “และจะมีคนที่อยาก ‘เก็บ’ เจ้า”
    “เพราะชื่อแบบนี้…ทำให้ระบบของคนบางกลุ่มพัง”

    คำว่า “ระบบพัง” ไม่ได้หมายถึงอาคารถล่ม
    มันหมายถึงสิ่งที่หนักกว่า—ความชอบธรรม

    ลิซาเอลยกคันธนูขึ้นเล็กน้อย
    “แล้วเราจะเดินต่อยังไง”

    อาเรนวาลชี้ไปทางเหนือ
    “ไปทางสันหิน ‘ด่านลมคม’”
    “ถ้าต้องเจอใคร เราจะเจอบนพื้นที่ที่ป่าไม่บีบเรา”

    ไครอสพยักหน้า
    “ไป”

    ผู้มาจากเผ่าที่ไม่ชอบเลือกข้าง

    พอขึ้นสันหิน ลมแรงจนบาดหน้า
    หญ้าสั้นเหมือนถูกตัดด้วยคมมีด
    ท้องฟ้าดูใกล้ขึ้นอย่างประหลาด

    และตรงนั้นเอง…เสียงหัวเราะดังขึ้น

    “ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…มนุษย์กับเอลฟ์เดินด้วยกัน แปลกจริง”

    ร่างหนึ่งโผล่จากก้อนหิน เหมือนเงาหินกลายเป็นคน
    เขาสูง ผิวออกสีเทาอมฟ้า มีรอยลายเหมือนหินแตกที่แขน
    ดวงตาเขาเหลืองสว่าง แต่ไม่ดุ เหมือนสัตว์ป่าที่ขี้เล่นและอันตรายพร้อมกัน

    อาเรนวาลยกคันธนูทันที
    “สโตนเรน…เจ้าโผล่มาทำไม”

    ชายผิวน้ำเงินอมเทาหัวเราะ
    “เพราะเสียงมันดังมาถึงภูเขา” เขาหันไปมองไครอส “เจ้านี่เอง?”

    ไครอสไม่ชักดาบ
    แต่เขาไม่ถอย
    “ข้าคือไครอส”

    ชายคนนั้นยกคิ้ว
    “เจ้าพูดชื่อเหมือนคนที่ยังอยากอยู่กับมัน”
    “บางคนพอมีรอย ก็อยากลืมชื่อตัวเองทันที”

    ประโยคนั้นทำให้มีรากำมือแน่น
    เพราะมันแทงเข้าจุดที่เธอกลัวที่สุด

    อัครอสก้าวออกมา
    “เจ้าคือใคร”

    ชายคนนั้นยิ้มกว้าง
    “ข้าชื่อ ‘เวย์หิน’ ของเผ่าหินสลัก—พวกเจ้าคงเรียก ‘เผ่าศิลา’”
    “เราไม่ชอบสงคราม แต่เราชอบรู้ว่าอะไรจะถล่มก่อน”

    อาเรนวาลเสียงแข็ง
    “อย่าเล่นคำ…เจ้ามาเพื่ออะไร”

    เวย์หินยักไหล่
    “มาเตือน”
    “มีคนจากเมืองมนุษย์กำลังตามมา…ไม่ใช่แค่เหยี่ยวเทา”
    “มี ‘ผู้จารตรา’ ที่ขึ้นตรงกับผู้ดูแลตราเงา เขาตามรอยชื่อได้เหมือนหมาได้กลิ่นเลือด”

    ไครอสใจเย็นลงทันที
    เขารู้ว่าตัวร้ายไม่ปล่อยง่าย ๆ อยู่แล้ว
    แต่คำว่า “ผู้จารตรา” ทำให้ภาพหนักขึ้น—คนที่ทำหน้าที่ “เขียนคำสั่ง” ลงบนโลก

    “พวกมันตามได้ถึงป่านี้?” ลิซาเอลถาม

    เวย์หินหัวเราะหึ
    “ถ้าชื่อของเจ้าดังได้ เงาของเจ้าก็ดังได้”
    “และคนของวัง…ชอบของดัง”

    อัครอสถามต่อ
    “เจ้าบอกแค่นี้? ไม่มีทางช่วย?”

    เวย์หินเอียงหัว
    “ข้าช่วยได้…แต่ข้าต้องได้อะไร”

    บรอมดัลกระแทกด้ามค้อนกับพื้น
    “เจ้าอยากได้ทอง?”

    เวย์หินหัวเราะดัง
    “ทองกินไม่ได้”
    เขามองไครอส “ข้าอยากได้คำตอบ…เขตเสียงแรกเรียกเจ้าทำไม”

    ไครอสเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตอบตรง
    “เพราะข้าจะไปคืนชื่อที่ถูกลบ และลบรอยตรา”
    “ข้าไม่ได้อยากให้ชื่อข้าดัง แต่ถ้ามันดังแล้ว…ข้าจะใช้มันให้คนอื่นรอด”

    เวย์หินหยุดหัวเราะ
    สีหน้าเขานิ่งขึ้นครั้งแรก
    “ฟังดูเหมือนคนที่กำลังจะโดนโลกเอาไปใช้เหมือนเครื่องมือ”

    ไครอสไม่ปฏิเสธ
    “ข้ารู้”

    เวย์หินถอนหายใจเหมือนคนที่ตัดสินใจแล้ว
    “งั้นข้าจะให้ทางลัด”
    เขาชี้ไปด้านขวาของสันหิน “มีรอยแยกลงไปสู่ ‘หุบหินกลืนเสียง’”
    “ที่นั่น…คำสั่งของตราเงาจะอ่อนลง เพราะเสียงโลกดังเกินกว่าคำสั่งคน”

    อาเรนวาลขมวดคิ้ว
    “หุบหินกลืนเสียง…อันตราย”

    เวย์หินยิ้ม
    “แน่นอน”
    “แต่ภาคนี้ของเจ้า…มันไม่ใช่ภาคที่ปลอดภัยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

    ไครอสพยักหน้า
    “นำทาง”

     ค่ำคืนที่คนเริ่มแตกความคิด

    คืนนั้น พวกเขาพักบนชานหินก่อนลงหุบ
    ลมแรงจนไฟแทบติดไม่ได้
    มีรานั่งกอดเข่าใกล้กองไฟที่จุดยากมาก เธอพยายามทำใจให้ไม่ไหลกลับไปที่ภาพคลังอีก

    ลิซาเอลนั่งข้างเธอ
    “เจ้ากลัวไหม”

    มีราหัวเราะเบา ๆ แบบคนที่ไม่เหลือแรงโกหก
    “ข้ากลัวทุกอย่าง”
    “กลัวถูกลบ กลัวจำชื่อไม่ได้ กลัวทำให้คนอื่นตายเพราะข้าช้า”

    ลิซาเอลเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ
    “ข้ากลัวเหมือนกัน”
    “ข้ากลัวว่าวันหนึ่งข้าจะชินกับเสียงร้องของคน”

    มีราหันไปมองลิซาเอลจริง ๆ ครั้งแรก
    “แล้วเจ้าทำยังไง”

    ลิซาเอลตอบสั้น ๆ
    “ข้าจำ”
    “จำให้มันเจ็บพอจะไม่ทำซ้ำง่าย ๆ”

    ไครอสที่นั่งใกล้ ๆ ได้ยินทุกคำ เขาไม่ได้แทรก
    เพราะนี่คือเวลาที่เพื่อนต้องพูดกับเพื่อน ไม่ใช่ผู้นำพูดกับทีม

    อัครอสเดินมาใกล้ไครอส
    “เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อชื่อเจ้าดัง เผ่าอื่นจะเริ่มทดสอบเจ้า”
    “บางเผ่าจะไม่ทดสอบด้วยการสู้ แต่ด้วยการบีบให้เจ้าต้องเลือกคนหนึ่งทิ้ง”

    ไครอสกำดาบแน่น
    “ข้าจะหาทางไม่เลือกแบบนั้น”

    อัครอสส่ายหน้า
    “โลกชอบบังคับให้เลือก เพราะมันอยากรู้ว่าเจ้าจะโกหกตัวเองไหม”
    เขาวางมือบนไหล่ไครอสเบา ๆ
    “แต่อย่าลืม…เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว”

    ไครอสพยักหน้า
    แล้วมองไปที่ไฟ
    เขาเห็นภาพบางอย่างแวบ—ไม่ใช่ภาพจากความทรงจำของเขา
    แต่เป็นภาพ “นาง” ที่เขาไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง

    ดวงตาสีฟ้าเย็น
    ผมยาว
    คทาในมือ

    ภาพนั้นมาเพียงเสี้ยววินาที
    แล้วหายไป

    ไครอสหายใจสะดุด
    อัครอสจับความเปลี่ยนแปลงได้ทันที
    “อะไร”

    ไครอสส่ายหน้า
    “เหมือน…โลกส่งสัญญาณถึงใครอีกคน”
    “ไม่ใช่ข้า”

    เวย์หินที่นั่งไกล ๆ หัวเราะหึ
    “ชื่อของเจ้าดัง…ชื่อของคนอื่นก็เริ่มสั่นตาม”
    “เสียงมันชอบจับคนเป็นคู่—เพื่อให้เรื่องมันเดิน”

    จบตอนที่ 67 : ชื่อที่ดังไปไกลกว่าปาก