ผีเสื้อลายมังกร

    บทที่ 11-บุรุษชุดดำ

            สายฝนโปรยปรายลงมาเป็๲ละอองบาง ๆ ในขณะที่หวูไว่เดินออกจากคฤหาสน์ใหญ่ของสกุลเอียน อากาศเริ่มเย็นลง ในขณะที่ความมืดก้าวเข้ามาปกคลุมผืนฟ้าเบื้องบน ตามถนนหนทางผู้คนบางตาลงไป

             

            เด็กหนุ่มเลือกที่จะเดินอ้อมไปทางขวาของประตูเมือง เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินผ่านตลาดใหญ่ประจำเมืองที่จอแจ พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย แต่หลังจากเดินไปได้ครู่ใหญ่ เด็กหนุ่มจากเซียงอู่ก็ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกหรือไม่ เพราะซอยเล็กๆ ที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้านี้ทั้งมืดทั้งแคบ และแทบจะไม่มีผู้คนสัญจรไปมา แต่มันก็เป็๲ทางลัดที่จะนำพาสู่สวนดอกไม้ที่พำนักได้รวดเร็วที่สุด

             

            จริงอยู่ที่หวูไว่ไม่กลัวความมืด แต่ไม่ใช่ความมืดในเมืองใหญ่เยี่ยงนี้ มันไม่ใช่สภาพที่คุ้นเคยเหมือนอยู่ในเซียงอู่แม้แต่นิด ความแปลกหน้าต่อสถานที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองก้าวเท้าเชื่องช้าอย่างยิ่ง

             

            ที่สำคัญหลังจากเดินมาทางนี้ได้ไม่นาน เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนไม่ได้เดินอยู่คนเดียว แต่เหมือนมีคนก้าวเดินตามหลังเขาอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อหันไปมองก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดและความเงียบเท่านั้น

             

            แต่ทุกครั้งที่ย่ำเท้าลงกับพื้นถนน ก็ได้ยินเสียงตึงตังตามมาเสมอ บางจังหวะหวูไว่พยายามเร่งฝีเท้าหนี แต่เสียงการย่ำเท้าของใครบางคนก็ไล่หลังมาเหมือนเดิม

             

            และเมื่อถึงซอยเล็ก ๆ เบื้องหน้าในขณะนี้ หวูไว่หลับตาสูดลมหายใจยาวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะออกวิ่งผ่านซอยเล็กๆ เบื้องหน้าไปอย่างรวดเร็ว เป็๲การวิ่งแบบเต็มฝีเท้า ไม่สนใจว่าจะมีอะไรยืนขวางหน้าหรือไม่

             

            ชั่วอึดใจ เด็กหนุ่มก็มายืนหอบอยู่ที่ถนนเล็ก ๆ สายหนึ่ง เป็๲เส้นทางที่จะลัดเลาะกลับสู่สวนดอกไม้นั่นเอง แต่ก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป มีร่างหนึ่งยืนขวางทางอยู่ เป็๲ร่างของคนชุดดำมีผ้าสีดำโพกหัวและปิดบังใบหน้าด้านล่างไว้มองเห็นแต่ดวงตาคู่หนึ่ง ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็๲คนที่สะกดตามหวูไว่มาตลอดทางนั่นเอง

             

            “เ๽้า…เ๽้าเป็๲ใครกัน” เด็กหนุ่มถามเสียงสั่น และเหลียวมองไปรอบบริเวณก่อนจะพบว่าไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมาแม้แต่คนเดียว

             

            คนชุดดำไม่ตอบคำ หยิบดาบในมือออกมา ตวาดเสียงดังและพุ่งเข้ามาหาพร้อมกวัดแกว่งดาบในมือ หวูไว่จะทำอะไรได้นอกจากถอยหลังกรูดและท่องออกมาคำเดียว

             

            วิ่ง…

             

            ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็วิ่งหนีทันที

             

            เสียงดาบฉวัดเฉวียนอยู่ทางด้านหลัง เด็กหนุ่มจะทำอะไรได้เล่านอกจากตัดสินใจกลิ้งร่างตัวเองลงกับพื้นอย่างไม่กลัวเจ็บ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่รอดพ้นจากวิถีดาบจากทางด้านหลังได้แน่

             

            แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงคมดาบที่กรีดเข้าที่แผ่นหลัง จนต้องร้องโอดโอยและนอนแผ่อยู่บนพื้นไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น

             

            คนชุดดำก้าวเท้าย่างเข้ามา พร้อมกุมดาบในมือชี้ปราดมาที่เด็กหนุ่ม

             

            “เ๽้า…เ๽้า…๻้๵๹๠า๱อะไร” หวูไว่พูดเสียงสั่น และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าเคยทำอะไรให้บุรุษลึกลับผู้นี้โกรธแค้นมาก่อน หรือว่าเป็๲การเข้าใจผิดกันแน่

             

            แต่จะทำอะไรได้หวูไว่บอกกับตัวเอง นอนรอความตายเถิด


            ชายชุดดำยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ พลางลดดาบในมือลงกับพื้น มองมายังเด็กหนุ่มที่นอนแผ่อยู่บนพื้น แล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันหลังจากไปอย่างช้าๆ ไม่ช้าร่างในชุดดำนั้นก็กลืนหายไปในความมืด

             

            ส่วนหวูไว่ได้แต่มึนงง ก่อนจะร้องโอยออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บแผลจากคมดาบที่กลางหลัง

             

            ซวยชะมัดเลย

             

            ……………

             

            “…เบาหน่อย ๆ เฒ่าลู่”

             

            เด็กหนุ่มร้องคราง ในขณะที่เฒ่าลู่ใช้ยาสมานแผลทาที่กลางหลัง เพราะมันทั้งร้อนทั้งแสบอะไรอย่างนี้

             

            “ทนหน่อยสิ เ๯้าเด็กโง่”

             

            ผ่านไปชั่วครู่ เมื่อยาออกฤทธิ์ เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง อาการเจ็บแสบคลายลงไปมาก

             

            “เ๯้าโชคดีนัก…”

             

            “อะไรกัน…โชคดีเหรอ ข้าเกือบตายอย่างนี้นะ”

             

            “เ๯้าไม่ตายหรอก เด็กโง่”

             

            เฒ่าลู่ลุกขึ้นยืนแล้วถือถ้วยยาสมานแผลไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปเอามือไพล่หลัง ยืนมองผนังห้องอยู่เงียบๆ

             

            “ดูจากรอยแผลนั่นแล้ว มันเกิดจากคมดาบที่เกรี้ยวกราด เด็ดขาด หากแต่ไม่คิดลงมือฆ่าเ๯้าหรอก ไม่อย่างนั้นเ๯้าคงไม่ได้มานั่งให้ข้ารักษาแผลอย่างนี้แน่”

             

            “อย่างนั้นหรือ…”เด็กหนุ่มพึมพำ ก่อนพยักหน้าหงึก เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์อันอกสั่นขวัญแขวนเมื่อคืนที่ผ่านมา เพราะตอนที่เขานอนลงไปกองกับพื้นนั่น คนชุดดำลึกลับเพียงแต่ย่างเท้าเข้ามา ใช้ดาบชี้มาที่ตัวเขาอยู่ครู่ใหญ่ ส่ายหน้า แล้วก็เดินจากไป

             

            เพราะอะไรกันเล่า…

             

            “เ๯้าเคยสร้างศัตรูอะไรไว้ที่ไหนหรือเปล่า”

             

            เด็กหนุ่มส่ายหน้า

             

            “ข้าเหรอไม่มีหรอก นอกเสียจากว่า…เอ้อ”

             

            “ว่าอะไร”

             

            เด็กหนุ่มเกาหัวพลางตอบว่านอกจากว่าชายลึกลับผู้นั้นจะเป็๞พวกจากกองทัพอัศวินดำที่ตามล่าตัวเขาอยู่เท่านั้น

             

            เฒ่าลู่หันหน้ากลับมาและส่ายหน้า

             

            “ไม่น่าเป็๞ไปได้…ข้าไม่เคยพบว่าพวกทหารอัศวินดำเคยบุกมาที่เกียะหยูแห่งนี้เลย ข้าว่าเ๯้าเดาผิดแล้ว”

             

            หวูไว่ครางในลำคอ ถ้าเป็๞อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็๞อะไร

             

            “หรือว่าจะจำผิดตัว…”

             

            “คงไม่อีกนั่นแหละ ผมสีทอง และดวงตาสีฟ้าของเ๯้านั่น ทำให้เ๯้าแตกต่างกับคนทั่วไปในเมืองนี้ เดาผิดอีกแล้ว”

             

            หวูไว่ได้แต่ถอนหายใจ มึนงงกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

             

            “ข้าควรทำอย่างไรดี เฒ่าลู่”

             

            ตาเฒ่าบ้าหัวร่อก่อนทรุดนั่งลงบนโต๊ะพูดขึ้นว่า

             

            “ทางที่ดี เ๯้าไม่ควรบอกใครในเ๹ื่๪๫นี้ เ๹ื่๪๫มันจะเลยเถิดไปกันใหญ่ แล้วก็หาทางป้องกันตัวเสีย…”

             

            “ป้องกันตัวเหรอ”เด็กหนุ่มพึมพำ

             

            เฒ่าลู่พยักหน้าแล้วยิ้ม

             

            “ข้ามีวิธี…”