สายฝนโปรยปรายลงมาเป็ละอองบาง ๆ ในขณะที่หวูไว่เดินออกจากคฤหาสน์ใหญ่ของสกุลเอียน อากาศเริ่มเย็นลง ในขณะที่ความมืดก้าวเข้ามาปกคลุมผืนฟ้าเบื้องบน ตามถนนหนทางผู้คนบางตาลงไป
เด็กหนุ่มเลือกที่จะเดินอ้อมไปทางขวาของประตูเมือง เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินผ่านตลาดใหญ่ประจำเมืองที่จอแจ พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย แต่หลังจากเดินไปได้ครู่ใหญ่ เด็กหนุ่มจากเซียงอู่ก็ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกหรือไม่ เพราะซอยเล็กๆ ที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้านี้ทั้งมืดทั้งแคบ และแทบจะไม่มีผู้คนสัญจรไปมา แต่มันก็เป็ทางลัดที่จะนำพาสู่สวนดอกไม้ที่พำนักได้รวดเร็วที่สุด
จริงอยู่ที่หวูไว่ไม่กลัวความมืด แต่ไม่ใช่ความมืดในเมืองใหญ่เยี่ยงนี้ มันไม่ใช่สภาพที่คุ้นเคยเหมือนอยู่ในเซียงอู่แม้แต่นิด ความแปลกหน้าต่อสถานที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองก้าวเท้าเชื่องช้าอย่างยิ่ง
ที่สำคัญหลังจากเดินมาทางนี้ได้ไม่นาน เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนไม่ได้เดินอยู่คนเดียว แต่เหมือนมีคนก้าวเดินตามหลังเขาอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อหันไปมองก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดและความเงียบเท่านั้น
แต่ทุกครั้งที่ย่ำเท้าลงกับพื้นถนน ก็ได้ยินเสียงตึงตังตามมาเสมอ บางจังหวะหวูไว่พยายามเร่งฝีเท้าหนี แต่เสียงการย่ำเท้าของใครบางคนก็ไล่หลังมาเหมือนเดิม
และเมื่อถึงซอยเล็ก ๆ เบื้องหน้าในขณะนี้ หวูไว่หลับตาสูดลมหายใจยาวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะออกวิ่งผ่านซอยเล็กๆ เบื้องหน้าไปอย่างรวดเร็ว เป็การวิ่งแบบเต็มฝีเท้า ไม่สนใจว่าจะมีอะไรยืนขวางหน้าหรือไม่
ชั่วอึดใจ เด็กหนุ่มก็มายืนหอบอยู่ที่ถนนเล็ก ๆ สายหนึ่ง เป็เส้นทางที่จะลัดเลาะกลับสู่สวนดอกไม้นั่นเอง แต่ก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป มีร่างหนึ่งยืนขวางทางอยู่ เป็ร่างของคนชุดดำมีผ้าสีดำโพกหัวและปิดบังใบหน้าด้านล่างไว้มองเห็นแต่ดวงตาคู่หนึ่ง ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็คนที่สะกดตามหวูไว่มาตลอดทางนั่นเอง
“เ้า…เ้าเป็ใครกัน” เด็กหนุ่มถามเสียงสั่น และเหลียวมองไปรอบบริเวณก่อนจะพบว่าไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมาแม้แต่คนเดียว
คนชุดดำไม่ตอบคำ หยิบดาบในมือออกมา ตวาดเสียงดังและพุ่งเข้ามาหาพร้อมกวัดแกว่งดาบในมือ หวูไว่จะทำอะไรได้นอกจากถอยหลังกรูดและท่องออกมาคำเดียว
วิ่ง…
ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็วิ่งหนีทันที
เสียงดาบฉวัดเฉวียนอยู่ทางด้านหลัง เด็กหนุ่มจะทำอะไรได้เล่านอกจากตัดสินใจกลิ้งร่างตัวเองลงกับพื้นอย่างไม่กลัวเจ็บ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่รอดพ้นจากวิถีดาบจากทางด้านหลังได้แน่
แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงคมดาบที่กรีดเข้าที่แผ่นหลัง จนต้องร้องโอดโอยและนอนแผ่อยู่บนพื้นไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น
คนชุดดำก้าวเท้าย่างเข้ามา พร้อมกุมดาบในมือชี้ปราดมาที่เด็กหนุ่ม
“เ้า…เ้า…้าอะไร” หวูไว่พูดเสียงสั่น และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าเคยทำอะไรให้บุรุษลึกลับผู้นี้โกรธแค้นมาก่อน หรือว่าเป็การเข้าใจผิดกันแน่
แต่จะทำอะไรได้หวูไว่บอกกับตัวเอง นอนรอความตายเถิด
ชายชุดดำยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ พลางลดดาบในมือลงกับพื้น มองมายังเด็กหนุ่มที่นอนแผ่อยู่บนพื้น แล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันหลังจากไปอย่างช้าๆ ไม่ช้าร่างในชุดดำนั้นก็กลืนหายไปในความมืด
ส่วนหวูไว่ได้แต่มึนงง ก่อนจะร้องโอยออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บแผลจากคมดาบที่กลางหลัง
ซวยชะมัดเลย
……………
“…เบาหน่อย ๆ เฒ่าลู่”
เด็กหนุ่มร้องคราง ในขณะที่เฒ่าลู่ใช้ยาสมานแผลทาที่กลางหลัง เพราะมันทั้งร้อนทั้งแสบอะไรอย่างนี้
“ทนหน่อยสิ เ้าเด็กโง่”
ผ่านไปชั่วครู่ เมื่อยาออกฤทธิ์ เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง อาการเจ็บแสบคลายลงไปมาก
“เ้าโชคดีนัก…”
“อะไรกัน…โชคดีเหรอ ข้าเกือบตายอย่างนี้นะ”
“เ้าไม่ตายหรอก เด็กโง่”
เฒ่าลู่ลุกขึ้นยืนแล้วถือถ้วยยาสมานแผลไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปเอามือไพล่หลัง ยืนมองผนังห้องอยู่เงียบๆ
“ดูจากรอยแผลนั่นแล้ว มันเกิดจากคมดาบที่เกรี้ยวกราด เด็ดขาด หากแต่ไม่คิดลงมือฆ่าเ้าหรอก ไม่อย่างนั้นเ้าคงไม่ได้มานั่งให้ข้ารักษาแผลอย่างนี้แน่”
“อย่างนั้นหรือ…”เด็กหนุ่มพึมพำ ก่อนพยักหน้าหงึก เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์อันอกสั่นขวัญแขวนเมื่อคืนที่ผ่านมา เพราะตอนที่เขานอนลงไปกองกับพื้นนั่น คนชุดดำลึกลับเพียงแต่ย่างเท้าเข้ามา ใช้ดาบชี้มาที่ตัวเขาอยู่ครู่ใหญ่ ส่ายหน้า แล้วก็เดินจากไป
เพราะอะไรกันเล่า…
“เ้าเคยสร้างศัตรูอะไรไว้ที่ไหนหรือเปล่า”
เด็กหนุ่มส่ายหน้า
“ข้าเหรอไม่มีหรอก นอกเสียจากว่า…เอ้อ”
“ว่าอะไร”
เด็กหนุ่มเกาหัวพลางตอบว่านอกจากว่าชายลึกลับผู้นั้นจะเป็พวกจากกองทัพอัศวินดำที่ตามล่าตัวเขาอยู่เท่านั้น
เฒ่าลู่หันหน้ากลับมาและส่ายหน้า
“ไม่น่าเป็ไปได้…ข้าไม่เคยพบว่าพวกทหารอัศวินดำเคยบุกมาที่เกียะหยูแห่งนี้เลย ข้าว่าเ้าเดาผิดแล้ว”
หวูไว่ครางในลำคอ ถ้าเป็อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็อะไร
“หรือว่าจะจำผิดตัว…”
“คงไม่อีกนั่นแหละ ผมสีทอง และดวงตาสีฟ้าของเ้านั่น ทำให้เ้าแตกต่างกับคนทั่วไปในเมืองนี้ เดาผิดอีกแล้ว”
หวูไว่ได้แต่ถอนหายใจ มึนงงกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
“ข้าควรทำอย่างไรดี เฒ่าลู่”
ตาเฒ่าบ้าหัวร่อก่อนทรุดนั่งลงบนโต๊ะพูดขึ้นว่า
“ทางที่ดี เ้าไม่ควรบอกใครในเื่นี้ เื่มันจะเลยเถิดไปกันใหญ่ แล้วก็หาทางป้องกันตัวเสีย…”
“ป้องกันตัวเหรอ”เด็กหนุ่มพึมพำ
เฒ่าลู่พยักหน้าแล้วยิ้ม
“ข้ามีวิธี…”