เรื่องอดีตฮองเฮาแคว้นหยวนกับชายชู้ เป็นเพียงเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นปากต่อปาก สร้างความบันเทิงใจให้กับชาวบ้านที่หาความรื่นเริงในชีวิตได้ไม่กี่เรื่อง นอกจากสุรา อิสตรีและเรื่องเล่าที่เสริมเติมแต่งให้เหนือจริง
เซียวซีพร่ำบอกตัวเองระหว่างยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาไม่อยากถูกกัดกินจากความเคลือบแคลงสงสัย มารดาของเขาไม่ควรต้องแปดเปื้อนจากความเลวทรามเหล่านี้ โดยเฉพาะถ้ามันมาจากบุตรชายของนางเอง ทว่าเขาจะเมินเฉยได้อย่างไร ในเมื่อคำพูดนั้นกำลังขยายตัวอยู่ตรงหน้า ผ่านทางบุรุษที่อ้างตัวว่าเป็นลุงของเขา
“เจ้าคงจะสับสนมาก ซึ่งก็ไม่แปลก” ฝู่หลานขยับเข้ามาหา แต่เซียวซีทำท่าจะดึงดาบออกจากฝัก เขาจึงยกสองมือแบออกไปข้างหน้าเป็นเชิงยอมจำนน “เจ้าจะเชื่อคำพูดของลุงหรือไม่ ยังพอมีเวลาไตร่ตรองและหาข้อพิสูจน์ แต่นี่เป็นความจริงจากปากของลุงเอง ในตอนที่มารดาของหลานขึ้นเป็นฮองเฮา ลุงคือผู้สนับสนุนของนาง คอยอยู่เคียงข้างและรับใช้นางกับฮ่องเต้ด้วยความซื่อสัตย์”
“ถ้านางเป็นฮองเฮาแคว้นหยวนจริง นางจะมาเป็นสนมที่แคว้นเฉียนได้อย่างไร”
“ก็เพราะนางได้ลบล้างตัวตนของตัวเองไปแล้วอย่างไรล่ะ”
เซียวซีไม่ตอบ เขายังสับสนกับข้อมูลทั้งหลายแหล่จนได้แต่ยืนเป็นบื้อใบ้ ปล่อยให้ฝู่หลานฉวยโอกาสไปเรื่อย ๆ
“หลังจากนางได้เป็นมารดาของแผ่นดิน ในช่วงสองสามปีแรก ทุกอย่างราบรื่นและมีแต่ความสุข บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไพร่ฟ้าประชาชนแซ่ซ้องสรรเสริญทั้งคู่ แต่แล้ววันหนึ่ง มีข่าวลือหนาหูว่าแคว้นเฉียนจะทำศึกสงครามกับเรา เวลานั้นฝู่ซินก็เริ่มเปลี่ยนไป ลุงเพิ่งมาเข้าใจทีหลังเมื่อทุกอย่างสายเกินไปว่าการเปลี่ยนแปลงของนาง มาจากความคิดคดที่บ่มเพาะอยู่ในจิตใจและมันก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น”
“เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้ นางจะทรยศไปเข้ากับเสด็จพ่อของข้าได้อย่างไร ทั้งสองอยู่ห่างไกลกันถึงเพียงนั้น” ในที่สุดเซียวซีก็หาเส้นเสียงของตัวเองเจอ
“อืมมม ก็คงเป็นเช่นนั้น หากไม่ใช่ว่าทั้งมารดาเจ้ากับคนที่เจ้าเข้าใจว่าเป็นบิดาเคยเจอกันมาก่อนในยุทธภพ เดิมทีเขาไม่มีสิทธิ์ขึ้นครองบัลลังก์ เขาจึงเที่ยวเตร่ไปเรื่อย ใช้ชีวิตราวกับคนพเนจร จนได้ไปพบกับฝู่ซินที่เพิ่งผ่านพ้นวัยเยาว์ได้ไม่กี่ขวบปีและใจกล้าพอที่จะหนีออกไปเล่นนอกจวน”
“เรื่องนี้ชักฟังดูเหลวไหลมากขึ้นทุกที” เขาหันหลังกลับ ตั้งมั่นแล้วว่าจะไม่ทนฟังเรื่องที่ทำให้มารดาเสื่อมเสียอีก
ฝู่หลานยังคงเล่าต่อด้วยเสียงที่ดังขึ้น น้ำเสียงก็เร่งร้อนขึ้น “หญิงสาวงามสะพรั่งกับโอรสองค์รองของแคว้นอันยิ่งใหญ่ ดันจับพลัดจับผลูได้ขึ้นครองราชย์กะทันหัน อะไรจะเหมาะเจาะได้ถึงเพียงนั้น แม้หลายปีที่พวกเขาห่างกัน แต่แม่เจ้าไม่เคยลืมเลือนบุรุษผู้สมชายคนนี้เลย”
ด้วยความสามารถของนักเล่าเรื่องที่มีจังหวะจะโคน ฝู่หลานทอดถอนใจ ส่ายหน้าช้า ๆ ท่าทางไม่ผิดจากนักแสดงละครหลวง
“ก็ดูสามีของนางสิ ฮ่องเต้ตัวสูงผอมเก้งก้าง ไร้สง่าราศี แต่ทำอย่างไรได้ บิดาของนางดันนางเข้าสู่เส้นทางนี้ไปแล้ว และฮ่องเต้ก็ดันถูกตาต้องใจนางนัก พวกชายเป็นใหญ่เหล่านี้จับนางนั่งเคียงบัลลังก์ด้วยความจำใจ ทว่าเมื่อโชคชะตาหวนคืนมาอีกครั้ง แม้ในระหว่างที่ตั้งครรภ์โอรสสวรรค์องค์ต่อไป นางก็ยังกล้าจะช่วยไอ้ชายชั่วผู้นั้นให้ได้ครองแคว้นหยวนสมใจ”
น้ำเสียงกราดเกรี้ยวโผล่ขึ้นมากลางปล้อง ราวกับผู้เล่าคือคนที่โดนทรยศเสียเอง เซียวซีอดไม่ได้ที่จะหยุดยืนฟังต่อ แม้ไม่หันกลับไปมอง
“นางทำเช่นไรรู้ไหมหลานลุง นางค่อย ๆ วางยาพิษฮ่องเต้ผู้ชุบเลี้ยงนางไปทีละเล็กทีละน้อยจนเขาอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และออกว่าราชการเองไม่ได้ นางจึงส่งข่าวไปหาคนรักเก่าให้เตรียมทัพ แล้วในตอนนั้นเองที่ลุงเฉลียวใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ และน้องของลุงกำลังทำสิ่งที่โง่เขลา ลุงจึงจำเป็นต้องแอบรวบรวมกำลังพลเงียบ ๆ ในขณะที่ฮ่องเต้แคว้นหยวนก็ทำเช่นเดียวกัน”
“ถ้าหากเสด็จพ่อของข้าเคยเตรียมกองทัพจริง จะต้องมีบันทึกย้อนหลังที่ไหนสักแห่ง และข้าก็คือคนแรก ๆ ที่จะได้รู้ แต่นี่ไม่มีแม้สักอย่าง ท่านอาจจะปั้นแต่งเรื่องราวหลาย ๆ ส่วนขึ้นมาเองก็ได้”
“หากเจ้าต้องการรุกรานแคว้นอื่นโดยไม่ชอบธรรม แต่ในท้ายที่สุดก็ทำไม่สำเร็จและได้แค่ลักขโมยชายาของชาวบ้านมา เจ้าจะสั่งคนบันทึกมันเอาไว้รึ”
“หมายความว่าอย่างไร” เขาตวัดเสียงถาม