15 นาที ต่อมา
“อร่อยไหมครับของหวาน” เขาถามออกมาทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ ด้วยเห็นว่าจานอาหารของคนตรงหน้าถูกกวาดเสียจนเรียบ จนแทบจะไม่มีอะไรเหลือติดให้เดือดร้อนเครื่องล้างจานเลย
“อร่อยมากค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สงสัยฉันต้องหาร้านใหม่สำหรับพาคุณไปทานครั้งหน้าแล้ว เพราะว่าร้านนี้มันดีจริง ๆ ” เธอเงยหน้าขึ้นมาตอบพร้อมกับดวงตาหวานเยิ้ม
“ผมจะรอนะครับ ว่าแต่เื่ที่คุณจะคุยกับผม?” ชายหนุ่มพยายามกลับเข้าประเด็นสำคัญ ที่อีกฝ่ายเกริ่นทิ้งเอาไว้
“คืออย่างนี้ค่ะ วันนี้ฉันอ่านเกี่ยวกับผลประกอบการ และการประมาณการเติบโตของสายการบิน ฉันว่ามันโอเคมากเลยนะคะ แต่ว่า...ฉันติดอยู่อย่างหนึ่ง” เธอดูกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดออกมา
“ใช่ ตลาดในอเมริกา โดยเฉพาะ Low Cost ยังพอจะขยับขยายได้บ้าง ว่าแต่ไอ้ปัญหาของคุณนี่มันยังไงครับ”
“ฉันให้ผู้ช่วยของฉันไปหาข้อมูลมาเกี่ยวกับการประมูลเส้นทางที่กำลังจะเปิดต้นปีหน้า แต่ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ค่อยได้รับการอำนวยความสะดวกสักเท่าไหร่ เพราะติดที่...” เธอเว้นจังหวะราวกับลำบากใจเหลือเกินที่จะต้องพูดมันออกมา และนั่นมันก็ทำให้หนุ่มใหญ่ต้องแอบยิ้มในใจ เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าวันนี้เธอจะใช้ลูกไม้ไหนมาหลอกล่อเขา
“โอ้ว..ผมเข้าใจแล้ว เอาแบบนี้ดีกว่า เดี๋ยวเราค่อยไปคุยเื่นี้กันที่รถนะครับ ที่นี่ผมว่าไม่ค่อยสะดวก” ชายหนุ่มซ่อนความรอยยิ้มเอาไว้ในใจ ก่อนจะใช้ดวงตาคมเข้มของเขากวาดมองไปรอบตัวพลางยื่นมือไปพยุงหญิงสาวตรงหน้า
“การประมูลครั้งนี้ พวก “ โรเชอร์” เข้าประมูลด้วย ซึ่งแน่นอนฉันไม่มีทางที่จะเข้าถึง Route ดี ๆ ได้เลย” นักลงทุนหน้าใหม่กำลังกล่าวถึงครอบครัวนักธุรกิจชื่อดัง ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการคมนาคมในอเมริกามานับ 100 ปี
“พวกนี้ยังจะอยากทำอยู่อีกเหรอ ผมนึกว่าจะวางมือไปซะอีก” เขารู้จักครอบครัวนี้ดี พวกเขาเป็ล้วนเป็นักธุรกิจที่ชาญฉลาดและเ้าเล่ห์ โดยเฉพาะสมาชิกในตระกูลนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งเป็อดีตน้องเขยของเขา “ อดัม โรเชอร์” ไอ้ตัวปัญหา ที่คอยมาสร้างความหงุดหงิดใจให้เขามาโดยตลอด
“ตอนแรกฉันก็คิดว่าพวกเขาจะวางมือเหมือนกันค่ะ แต่ฉันเช็คข้อมูลมาแล้วพวกเขาเอาจริงกับการประมูลครั้งนี้มากทุ่มไม่อั้น คุณรู้ใช่ไหมคะว่าพวกเขา้าที่จะเทคโอเวอร์สายการบินท้องถิ่น 4 บริษัท ”
“พวกนี้มันเล่นใหญ่เสมอไม่ใช่เื่แปลกหรอกครับ เพราะแบบนี้คุณก็เลยอยากได้คนสนับสนุน ?” เขาพอจะเดาออกว่าเธอ้ากำลังเสริมจากเขาเข้ามาสนับสนุนในเื่นี้ และนั่นก็คือเหตุผลที่เธอเลือกที่จะอ้างถึงพวกโรเชอร์ นี่เธอคงหวังจะทำให้เขาโมโหจนยอมช่วยเหลือเพื่อแก้แค้นเป็แน่ คนมากประสบการณ์นึกขำแม่นักวางแผนตัวน้อย ที่คงจะลืมไปว่าตัวเองกำลังเล่นเกมกับใครอยู่
“ก็ใช่ค่ะ แต่จะยินดีเป็พิเศษถ้าคนๆนั้นจะเป็คุณ" เธอระบายยิ้มออกมา พยายามทำตัวให้ดูน่ารักที่สุด แต่ต่อให้เธอพยายามมากแค่ไหน เขาก็รู้ทันว่ามันคือการเสแสร้ง เขารู้จักกับเธอมาร่วม 10 ปี มีหรือจะไม่รู้ทันแม่สาวน้อยจอมเ้าเล่ห์
“ถ้าผมยอมช่วยคุณ แล้วผมจะได้อะไรตอบแทนครับ” ใบหน้าของเขาเข้มถมึงตึงตึงหากแต่ในใจกลับลิงโลด เมื่อดูเหมือนว่าฟ้าจะเป็ใจให้เขาเสียจริง อะไร ๆ ก็ดูเข้าที่เข้าทางไปเสียหมด
“แล้วคุณ้าอะไรล่ะคะ ? ” เธอรู้ดีว่าคนที่ประสบความสำเร็จั้แ่อายุน้อยอย่างเขาไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร ดังนั้นครั้งนี้ต่อให้สิ่งที่เขา้ามันจะยากเพียงใด เธอก็พร้อมที่จะยอมเสี่ยงเพื่อที่จะแลกมา
“ผม้าจัดตั้งบริษัทในเมืองไทย สำหรับเซนต์เป็คู่สัญญากับน้องชายของคุณ คุณคิดว่าคุณจัดการให้ผมได้หรือเปล่าครับ ถ้าทำได้ผมยินดีสนับสนุนคุณทุกอย่าง ทุกวิถีทาง” เขาพูดยิ้ม ๆ แต่เธอรู้ดีว่าถ้าเธออยากจะได้ความช่วยเหลือจากเขา เธอจะต้องทำทุกอย่างที่เขา้าให้สำเร็จ
“ตกลงค่ะพีท ตามนี้นะคะ” สองมือประสานกันแน่น อันเป็สัญญาณเริ่มต้นของสัญญาใจที่พวกเขามีให้ต่อกัน โดยไม่รู้เลยว่าความอยากได้อยากมีในวันนี้ จะส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตพวกเขาไปอีกบ้าง....
1 ชั่วโมงต่อมา
"ขออนุญาตครับ คุณซูซี่้าเข้าพบครับ ไม่ทราบว่าคุณจะสะดวก่เวลาไหนพีท" วิลผู้ช่วยของเขามาแจ้งข่าวเกี่ยวกับหญิงสาว ซึ่งมันเป็ข่าวที่เขา้าจะได้ยินมากที่สุด
"ให้เข้ามาได้เลย อ้อ...แล้วตามฝ่ายกฎหมายระหว่างประเทศมาด้วยนะ เราอาจจะต้องให้พวกเขาช่วย" เขารู้ดีว่าเธอเป็คนที่เต็มที่กับงาน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเต็มที่ขนาดนี้ "1 ชั่วโมง" ให้มันได้แบบนี้สิ เห็นทีเขาต้องเล่นตัวเสียหน่อยแล้ว
"ซูซี่เชิญนั่งเลยครับ นี่ ซูซี่ นะ เป็หุ้นส่วนที่ทำโรงแรมเราในเอเชีย แล้วเธอก็เป็พี่สาวของเจ็ทที่เราติดต่อไปเมื่อเช้าด้วย ส่วนนี่ก็ โจนาธาน นะครับ โจเขาเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเรา เขาถนัดเกี่ยวกับกฎหมายประเทศแถบเอเชียมากเป็พิเศษ" หนุ่มเ้าบ้านแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน และก็ไม่ลืมที่จะเน้นย้ำให้เธอได้รู้ว่าอย่ามาเล่นตุกติกอะไรกับเขา
"สวัสดีครับคุณซูซี่ ยินดีที่ได้พบนะครับ" ชายผมสีดอกกเลากล่าวทักทายเธออย่างสุภาพ
"สวัสดีค่ะคุณโจนาธาน เป็เกียรติของฉันเช่นกันค่ะ" เธอรู้ดีว่าถึงแม้อีกฝ่ายจะเอ็นดูเธอมาก แต่ถ้าเป็เื่เงินเื่ทอง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางปล่อยวางเด็ดขาด แต่นี่ถึงขนาดต้องเอาทนายมานั่งคุยด้วยเนี่ย มันก็ออกจะเกินเื่ไปหน่อยหรือเปล่า สิตางค์นึกตำหนิหนุ่มรุ่นพี่ที่เขี้ยวยาวลากพื้นในใจ
30 นาทีต่อมา
"ค่ะ ก็อย่างที่ฉันแจ้งไป รายละเอียดของการจัดตั้งบริษัทในไทยก็จะประมาณนี้ ในฐานะบริษัทต่างชาติมันอาจจะทำให้คุณไม่สามาถขยายธุรกิจไปแถบประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศได้ แล้วก็มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกอบการในบางพื้นที่ของประเทศไทยด้วยเล็กน้อย ถ้าเกิดว่าคุณสนใจจัดตั้งจริง ๆ ฉันจัดการให้ได้นะคะ" เธอยิ้มเข้าสู้ แม้จะรู้ดีว่าตัวเองนั้นไม่สามารถมอบสิ่งที่เขา้าได้ ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองทั้งในประเทศและในภูมิภาคด้วยแล้ว มันยากเหลือเกินที่บริษัทตะวันตกจะเข้าไปดำเนินธุรกิจสัมปทานต่างๆ
"มันไม่ใช่อาจจะไม่มีโอกาสนะครับ มันไม่มีเลยต่างหาก และข้อกำหนดมันก็ไม่ใช่เล็กน้อยด้วย มันส่งผลกระทบถึงบริษัทแม่อย่างแน่นอน คุณซูซี่ผมคิดว่าทางเราควรต้องได้ขอเสนอที่ดีกว่านี้นะครับ" หลังจากที่ได้อ่านรายละเอียดที่เธอส่งมาให้ โจนาธานรู้ว่าหญิงสาวพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้ปีเตอร์ทำตามที่เธอเสนอมา แต่ข้อเสนอนั้นมันดันเป็ข้อเสนอที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
"นั่นสิซูซี่ ข้อเสนอของคุณ มันไม่ได้ต่างอะไรกับการที่ผมไปจ้างเอเจนซี่เดินเื่เอกสาร ที่มีค่าจ้างแค่ 300 เหรียญเลยนะครับ ถ้าข้อเสนอของคุณมีค่าแค่นี้ ผมคิดว่ามันไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย" เขากวาดสายตาอ่านเอกสารของเธอก่อนที่จะยกไหล่ขึ้น
"เอ่อ พีทคะ แต่ว่าฉัันว่า ฉัน...ฉันคิดว่ามันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นะคะ สำหรับข้อเสนอที่ฉันให้คุณไป บางทีฉันคิดว่าคุณน่าจะลองเอาไปปรึกษากับที่ประชุมดูก่อนไหมคะ เผื่อว่าคนของคุณอาจจะเห็นประโยชน์จากข้อเสนอของฉัน" เธอรู้ดีว่าข้อเสนอของเธอมันห่วยแตก แต่เธอก็ยังหวังว่าอย่างน้อย อาจจะมีใครสักคนในทีมของเขาที่อาจจะเห็นค่าในตัวมันบ้าง
"ซูซี่ ไม่ต้องถึงที่ประชุมของผมหรอกครับ ผมบอกเลยแค่คุณเอาข้อเสนอคุณไปถามกับเด็ก ๆ ที่สนามเด็กเล่น เพื่อขอแลกกับอมยิ้มของพวกเขา คุณเชื่อผมเถอะไม่มีเด็กคนไหนยอมรับข้อเสนอคุณหรอก"
"แต่พีทคะ คุณน่าจะให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง ฉันคิดว่าฉันช่วยคุณได้แน่ค่ะ"
"แล้วคุณจะช่วยผมยังไงคนสวย บอกผมมาสิว่าผมจะตั้งบริษัทยังไงให้ถูกกฎหมายประเทศคุณ และเพื่อนบ้านคุณได้ คุณตอบผมได้ไหมครับ" เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นด้วยหวังว่าจะให้เธอได้สติ และมองเห็นว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ อีกทั้งยังหวังว่าเผื่อเธอจะกล้าเสี่ยงมากกว่านี้เสียหน่อย
"ฉะ..ฉัน"
"โจ คุณยกเลิกเอกสารการประมูลทุกอย่างเลยนะ เราไม่้ามันแล้ว อ้อแล้ว..."
"พีท คุณจะแต่งงานกับฉันไหมคะ" จู่ ๆ คำถามสุดพิลึกก็หลุดออกมาจากปากของเธอ
"คุณว่าอะไรนะครับซูซี่ " ใบหน้าคมเข้มยังคงถมึงทึง หากแต่ในใจกลับลิงโลดไปกับคำถามนั้น "โป๊ะเชะ ทุกอย่างเข้าล็อค" เขาพยายามทำเสียงให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ฉันถามว่าคุณจะแต่งงานกับฉันไหม ถ้าคุณแต่งงานกับฉันคุณสามารถจัดตั้งบริษัทได้ผ่านฉัน ฉันเลยอยากจะถามคุณอีกรอบ ว..ว่าคุณจะแต่งงานกับฉันไหมคะ ปีเตอร์ โฮล์มส์ " สิตางค์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะถามคำถามสุดพิลึกออกมาอีกครั้ง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็จะไม่ยอมให้ความพยายาม ที่เธอสู้อุตสาห์ลงแรงมาหลายปีต้องมาพังทลายลงไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องก้มลงไปกราบแทบเท้าเขาเธอก็จะยอมทำ ขอเพียงแค่สิ่งที่ใจเธอปราถนาสมหวังก็เป็พอ
"จริง ๆ ผมเคยฝันเอาไว้ว่าการขอแต่งงานมันต้องมีการเซอร์ไพรส์ที่ตระการตา แต่ผมก็เข้าใจได้นะครับว่ามันฉุกละหุก ถึงจะไม่มีมีแหวนวงใหญ่ ๆ ไม่มีมีดอกไม้สวย ๆหอม ๆ แต่อย่างน้อยมันต้องมีการคุกเข่านะครับ" เขายืนกอดอกมองเธออย่างท้าทาย
"ปีเตอร์ โฮล์มส์ คุณจะแต่งงานกับฉันไหมคะ" เธอพูดประโยคน่าอายนั่นอีกครั้ง พร้อมกับคุกเข่าลงต่อหน้าเขาและทนายความ
"ผมตกลงครับซูซี่ ผมรับรักคุณ" เขายื่นมือมาจับที่ใบหน้าเธอก่อนจะโยกไปมาเบาๆ
"โจครับ เื่การประมูลผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมคงต้องดำเนินต่อเพื่อเป็ของขวัญว่าที่ภรรยาของผม แล้วรบกวนคุณทำเอกสารเื่การแต่งงาน และสัญญาการแต่งงานมาให้ผมทีนะครับ" ปีเตอร์หันไปบอกกับทนายคู่ใจ
"ได้ครับพีท ผมจะรีบจัดการให้ทุกอย่าง และนี่ครับรายละเอียดสัญญาการแต่งงานคร่าว ๆ ที่ผมร่างไว้ พวกคุณสองคนเชิญอ่านกันได้เลยนะครับ ไม่เข้าใจหรือ้าเปลี่ยนแปลงสัญญาข้อไหน แจ้งผมได้เลยนะครับ" ทนายหนุ่มยิ้มออกมา ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารให้ชายหนุ่มและหญิงสาวคนละชุด และนั่นมันก็ทำให้สิตางค์รู้ทันทีว่าเธอเสียรู้หมาแก่เสียแล้ว
"ขอบคุณครับ/ค่ะ" หนุ่มสาวรับเอกสารไปอ่านด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ รายละเอียดที่เหลือไม่เกิน 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ครับ ยินดีด้วยนะครับคุณซูซี่ เดี๋ยวผมจะรีบไปลดน้ำหนักรอไปงานแต่งงานพวกคุณสองคนเลย" โจนาธานกล่าวลาเ้านายหนุ่มพร้อมกับขยิบตาให้เขาหนึ่งที ก่อนที่เขาจะหันไปแสดงความยินดีให้กับหญิงสาว ที่กำลังทำหน้าเหมือนจะจมน้ำตายอยู่ตรงนั้น