“ท่านพ่อน้องตื่นหรือยังขอรับ” เลี่ยงหรงถามบิดาเบาๆด้วยกลัวว่าน้องสาวตัวน้อยของตัวเองใตื่นเมื่อสามเดือนก่อนเขาย้ายไปอาศัยที่ค่ายทหารของท่านตาเพื่อร่ำเรียนวรยุทธ์พอรู้ข่าวว่าท่านแม่คลอดน้องเรียบร้อยแล้วจึงรีบกลับมาทันทีแต่กว่าจะมาถึงก็กินเวลาถึงสองวันเนื่องจากค่ายทหารอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองใกล้กับูเาเฉิงซานที่กั้นระหว่างสองแคว้นแม้ไม่ไกลเท่าใดนักแต่หนทางยังนับว่าลำบากสำหรับเด็กห้าขวบอย่างเขาอยู่มากเนื่องจากไม่อาจนำรถม้าเข้าไปได้เขาที่ขี่ม้าไม่เป็จึงต้องอาศัยท่านลุงสือรองแม่ทัพของท่านตามาส่งแม้ใจจะอยากเจอน้องตัวน้อยเท่าไหร่แต่ร่างกายย่อมไม่อำนวยมากนักการเดินทางจึงล่าช้าอยู่บ้างเมื่อมาถึงก็ตรงมาที่เรือนนกกระเรียนของบิดากับมารดาทันทีด้วยใจคาดหวังว่าจะได้เล่นกับน้องสาวให้สมใจแต่น้องตัวน้อยกลับหลับอยู่เสียอย่างนั้น
“เลี่ยงหรง จื้อเอ๋อร์ยังเด็กนัก นางจึงนอนมากเป็ธรรมดาเ้าอดใจรอหน่อยเถิด เป็บุรุษต้องรู้จักอดทนให้เป็ เข้าใจหรือไม่” เลี่ยงหวงบอกบุตรชายทั้งยังถือโอกาสสั่งสอนเขาไปในตัวเลี่ยงหรงเป็เด็กฉลาดแม้จะวัยเพียง 5ปีกลับแตกฉานในวิชาความรู้นับเป็ความภูมิใจของคนเป็บิดายิ่งทั้งตอนนี้ยังเริ่มสนใจเรียนวรยุทธ์ เมื่อพาไปเยี่ยมท่านพ่อตาที่เป็แม่ทัพชายแดนเลี่ยงหรงมักอ้อนเขาขออยู่ต่อเพื่อเรียนวรยุทธ์ให้มากขึ้น
“ข้าอยากเล่นกับน้องเหลือเกินขอรับท่านพ่อ” เสียงหงอยๆของบุตรชายทำให้เลี่ยงหวงส่ายหัวเบาๆ เลี่ยงหรงดูเห่อน้องน้อยเหลือเกินตอนนี้ซินเอ๋อร์ของเขาอยู่ใน่อยู่ไฟ ทำให้บุตรสาวตัวน้อยต้องดื่มน้ำนมของแม่นมที่จ้างมาไปก่อนดังนั้น ในเวลาที่นางหลับหรือดื่มนมเสร็จแล้วเขาจึงพานางมาอยู่ใกล้ตัวเอาไว้โยนงานทั้งหมดให้ผู้ช่วยจัดการดูแลไปก่อนเจ็ดวัน ในครานั้นตั้งใจจะหยุดอยู่จวนซักหนึ่งเดือนแต่เ้าแซ่ตงผู้ช่วยตัวแสบของเขากลับไม่ยอม เอ่ยปากขู่ว่าจะลาออก ถึงขั้นลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้นจะเป็จะตายเสียให้ได้สุดท้ายแล้วเขาจึงได้หยุดเพียงเจ็ดวันเพื่อเลี้ยงลูกแทนฮูหยินที่อยู่ไฟเท่านั้น
“ท่านพ่อน้องตื่นแล้วขอรับ!” เลี่ยงหรงที่จ้องมองลู่จื้ออยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นเปลือกตาเล็กขยับไปมาก่อนจะลืมขึ้นอวดแววตาใสแวววาวอย่างน่ารักก็ร้องออกมาเสียงดัง
“เบาหน่อย เลี่ยงหรงน้องจะใร้องไห้เอาได้” เลี่ยงหวงดุลูกชายเบาๆแล้วลุกไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่ยังคงงัวเงียอยู่มาแนบอกก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อให้บุตรชายได้ดูน้องสาวได้ง่ายขึ้นเด็กคนนี้เลี้ยงง่ายเหลือเกินไม่ว่าจะนอนจะตื่นล้วนไม่ร้องไห้งอแงทั้งสิ้น
ทันทีที่ตื่นเต็มตาสิ่งที่เห็นนอกจากบิดาผู้หน้าตาดีแล้วยังมีเด็กชายตัวน้อยที่พยายามชะเง้อหน้ามองดูนางอย่างเอาเป็เอาตายถ้าให้เดานี่คงเป็พี่ชายของนางสินะ หน้าตาท่าทางดูน่าเอ็นดูคล้ายบิดาอยู่มากทีเดียว
“จื้อเอ๋อร์ พี่เป็พี่ชายของเ้าชื่อเลี่ยงหรงจำไว้ให้ดีนะเด็กดี” เด็กน้อย ไม่สิ จากนี้ต้องเรียกพี่ใหญ่เลี่ยงหรงยื่นมือมาลูบหัวนางเบาๆตอนนั้นเองที่ท้องไส้เริ่มไม่เป็ใจทั้งยังไม่อาจควบคุมได้ลู่จื้อหันหน้ากลับไปมองบิดาก่อนจะปล่อยความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมด
“ฮ่าฮ่าฮ่า จื้อเอ๋อร์อึหรือนี่ ดูท่าคงไม่ชอบหน้าพี่เ้าเท่าไหร่ใช่หรือไม่?”ท่านพ่อหัวเราะออกมาเสียงดังทั้งยังหันไปล้อบุตรชายอีกด้วยลู่จื้ออับอายแทบแทรกแผ่นดิน แต่จะให้ทำอย่างไรเหล่านางควบคุมไม่ได้นี่นาเด็กวัยนี้นึกอยากอึก็อึออกมาไม่ได้สามารถบังคับควบคุมได้เหมือนผู้ใหญ่ยิ่งเวลานี้โดยปกติเป็เวลาขับถ่ายของนางแม้อยากกลั้นไว้ก่อนแต่ร่างกายเด็กทารกหาสั่งได้ตามใจปรารถนาดูเอาเถิดเมื่อท่านพ่อพูดจบพี่ชายผู้โชคร้ายของนางก็ทำหน้าเศร้าเสียใจราวกับจะร้องไห้ทันที
“จื้อเอ๋อร์ เ้าไม่ชอบพี่หรือ?” เลี่ยงหรงถามน้องสาวอย่างน้อยใจเขาอุตส่าห์อดทนต่อการเดินทางเพื่อมาเจอนางแต่เมื่อเห็นหน้าเขานางกลับอึออกมาเสียอย่างนั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่หรอกหรงเอ๋อร์ น้องสาวเ้าเพียงแต่ได้เวลาขับถ่ายพ่อล้อเ้าเล่นเท่านั้น” แม้จะยังรู้สึกขบขันไม่หายแต่เลี่ยงหวงก็จำเป็ต้องแก้ความเข้าใจผิดของเลี่ยงหรงเสียก่อนน้อยครั้งที่เขาจะเรียกเลี่ยงหรงว่าหรงเอ๋อร์เนื่องจากเขากับท่านพ่อตาปรึกษากับแล้วจึงเห็นตรงกับว่าหรงเอ๋อร์ฟังดูไม่น่าเกรงขามเท่าไหร่นักจะเรียกก็ต่อเมื่อ้าปลอบใจเ้าลูกชายเท่านั้น
“จริงหรือขอรับท่านพ่อ”เลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นมาอย่างมีความหวังลู่จื้อจึงข่มกลั้นความอายยื่นแขนไปหาแล้วร้อง อือออกมาหนึ่งคำเพื่อยืนยันคำของบิดาเมื่อเห็นดังนั้นเลี่ยงหรงจึงยื่นมือไปจับมือน้องน้อยอย่างอารมณ์ดีลืมสิ้นความน้อยใจเมื่อครู่ลู่จื้อเมื่อเห็นพี่ชายดูอารมณ์ดีขึ้นมากแล้วก็หันไปทางบิดาเพื่อร้องขอความช่วยเหลือนางรู้สึกเหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้นางเปิดใจถึงขนาดคำนึงถึงความสุขของครอบครัวมากขนาดไหน
เลี่ยงหวงเมื่อเห็นบุตรสาวส่งสายตามาหาจึงได้หันไปบอกบุตรชายให้รอข้างนอกก่อนลุกไปหลังฉากเพื่อจัดการความสะอาดของบุตรสาวด้วยตัวเองตลอดเวลาสองวันที่ผ่านมาเขาให้แม่นมมีหน้าที่ให้นมเพียงเท่านั้นนอกเหนือจากนั้นเขาล้วนจัดการเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเช็ดตัวกล่อมนอนหรือแม้กระทั่งจัดการความสะอาดเวลาเ้าตัวเล็กอึฉี่ออกมาตอนเลี่ยงหรงเกิดเขาเองก็ทำเช่นนี้เหมือนกันแต่ที่เขาแปลกใจที่สุดคือลู่จื้อไม่ว่าจะอึดอัดเหนียวตัวหิวหรือง่วงล้วนไม่ร้องไห้ทั้งสิ้นจะมีก็เพียงอาการดิ้นไปมาเพื่อบอกให้เขารู้เท่านั้นด้วยความกังวลใจเมื่อวันก่อนเขาจึงให้ท่านหมอมาตรวจอาการบุตรสาวว่าผิดปกติหรือไม่คำตอบที่ได้ก็ทำให้คลายใจลงได้มากทีเดียวว่านางเพียงแต่เลี้ยงง่ายมากเท่านั้น
เมื่อจัดการความสะอาดให้นางเสร็จเลี่ยงหวงก็ก้มลงจูบที่กระหม่อมบุตรสาวแ่เบาถ่ายทอดความรักที่มีให้เพื่อให้นางรับไว้เขาเคยอ่านตำราว่าเด็กนั้นสามารถรับรู้ถึงความรักของบิดามารดาหากเอาใจใส่ให้มากเลี่ยงหวงไม่เคยละเลยส่วนนี้ไม่ว่าจะกับบุตรชายหรือบุตรสาว เขาอยากให้เด็กๆเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุขเพื่อที่จะสามารถเป็คนที่ดีต่อไปในอนาคตหากใส่ใจไม่มากพอเกรงว่าวันหน้าคงได้แต่เสียใจแล้ว
ลู่จื้อได้รับความรักที่ถ่ายทอดออกมาจากชายที่เป็บิดามาตลอดสองวันไม่ว่านางจะ้าอะไรก็ราวกับมองตาแล้วรู้ใจทั้งยังมีน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนออกมาพูดคุย กล่อมนอนและปลอบใจอยู่เสมอ ความรักที่ชาติที่แล้วไม่เคยได้รับกลับมีคนมามอบให้นางในชาตินี้อย่างมากมายสั่นคลอนหัวใจดวงน้อยนี้ที่โหยหาความรักมาทั้งชีวิตได้อย่างดียิ่งดวงตาคู่น้อยเอ่อคลอไปด้วยน้ำจ้องมองบิดาอย่างลึกซึ้ง
“จื้อเอ๋อร์เป็อันใด เ็ปตรงไหนหรือลูก” น้ำตาที่ไหลออกมาจากตาคู่งามทำให้เลียงหวงรู้สึกสงสัยเป็อย่างยิ่งด้วยกลัวว่านางจะปวดท้องมือใหญ่จึงััท้องกลมๆอย่างแ่เบาแต่บุตรสาวกลับกำนิ้วเขาไว้แน่นราวกลับกลัวเขาจะจากไป
“จื้อเอ๋อร์ของบิดาเป็อันใด ไม่พอใจสิ่งใดหรือ บิดาจะจัดการให้” เลี่ยงหวงปลอบบุตรสาวเสียงอ่อนโยนมืออีกข้างที่ว่างก็ลูบหัวนางอย่างแ่เบาแต่น้ำตาของนางกลับไหลมากขึ้นไม่มีเสียงสะอื้นมีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายเท่านั้นราวกับอัดอั้นตันใจสิ่งใดมากมายอย่างนั้น
‘ท่านพ่อเ้าคะอย่าทอดทิ้งข้านะเ้าคะ อย่าเรียกคืนความรักที่มีให้นะเ้าคะได้โปรดอย่าทอดทิ้งทำร้ายข้าเหมือนที่ทุกคนในโลกนู้นทำนะเ้าคะความรู้สึกที่ไม่อาจไว้ใจผู้ใดได้มันโดดเดียว เหงาและปวดร้าวเหลือเกินข้าไม่อยากรู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว ไม่อยากเป็คนที่ไม่มีใคร้าอีกแล้วได้โปรดเถิด’
ครั้งนี้ฟ้า้าทดแทนให้นางใช่หรือไม่ถึงส่งนางมาที่นี่มาเพื่อรับความรักที่ไม่เคยได้รับ มาเพื่อมีในสิ่งที่ไม่เคยมีใช่หรือเปล่าหากเป็เช่นนั้นก็อย่าได้มาเรียกทุกอย่างคืนภายหลังล่ะกันเพราะนางไม่ยอม!เมื่อมอบให้แล้วก็อย่าหวังว่าจะมาเอาคืนนางไม่ให้นางจะดูแลรักษาพวกเขาไว้อย่างดีที่สุดไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำร้าย มาพรากไปได้ทั้งนั้นเมื่อคิดได้ดังนั้นลู่จื้อจึงคลายนิ้วออกแล้วส่งยิ้มทั้งน้ำตาให้ชายตรงหน้าชายที่เป็บิดา ชายที่นับจากนี้ไปนางจะเรียกว่าพ่อออกมาจากหัวใจจริงๆ
เมื่อน้ำตาของบุตรสาวหยุดไหลทั้งยังยอมปล่อยนิ้วที่กำไว้ออกแถมยังส่งยิ้มออกมาให้ตนเลี่ยงหวงจึงรู้สึกวางใจลง แล้วอุ้มบุตรสาวขึ้นมาแนบอกออกมาเจอบุตรชายที่ไปเอาตุ๊กตาผ้ามาเตรียมไว้และของเล่นอื่นๆอีกมากมายเพื่อรอเล่นกับน้องสาวตัวเองอย่างจดจ่อ
“เลี่ยงหรง รออีกเดี๋ยวเถิดน้องต้องกินนมก่อนไม่เช่นนั้นจะหิวจนปวดท้องได้”เลี่ยงหวงบอกพร้อมลูบหัวบุตรชายเบาๆ ซึ่งเลี่ยงหรงเองก็ไม่ได้โวยวายทั้งยังวิ่งออกไปตามแม่นมมาให้น้องสาวด้วยความกระตือรือร้นอีกด้วย
เมื่อรอจนน้องสาวกินอิ่มเลี่ยงหรงจึงหยิบตุ๊กตาผ้าออกมาเล่นกับน้องสาวซึ่งลู่จื้อเองก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดีไม่ว่าพี่ชายจะทำอะไรนางล้วนให้ความสนใจทั้งสิ้นเลี่ยงหวงที่นั่งห่างออกไปจากเตียงนั่งจิบชามองดูบุตรชายและบุตรสาวเล่นด้วยกันอย่างมีความสุขคนพี่ก็เอาตุ๊กตามาหยอกล้อ คนน้องก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง
“จื้อเอ๋อร์ รู้หรือไม่พี่ใหญ่รักเ้าที่สุดพี่ใหญ่สัญญาเมื่อโตขึ้นจะปกป้องจื้อเอ๋อร์ของพี่อย่างดี จะไม่ยอมให้จื้อเอ๋อร์ของพี่ใหญ่ต้องร้องไห้เพราะผู้ใดหากผู้ใดทำจื้อเอ๋อร์เจ็บพี่ใหญ่จะไม่ยอมปล่อยมันไว้เด็ดขาด!” ด้วยความที่มีเืนักรบของท่านตาและเืบัณฑิตของท่านพ่อที่ผสานอย่างลงตัวเลี่ยงหรงจึงมีทั้งความอ่อนโยนและเด็ดขาดอยู่ในตัวอย่างพอเหมาะพอดียิ่ง
เมื่อรู้สึกเหนื่อยความง่วงงุนก็เข้ามาแทนที่ลู่จื้อไม่อาจฝืนธรรมชาติของเด็กแรกเกิดได้จึงมักง่วงนอนและหิวบ่อยตามวิสัยเมื่อเลี่ยงหวงสังเกตเห็นจึงเดินเขามาหาแล้วนั่งลงบนเตียงปลายเท้าบุตรสาว
“เลี่ยงหรง จื้อเอ๋อร์ง่วงเสียแล้ว”เลี่ยงหวงยื่นมือลูบหัวบุตรสาวเบาๆ
“เช่นนั้นลูกจะเล่านิทานกล่อมน้องนอนนะขอรับ”เลี่ยงหรงเงยหน้ามองบิดาอย่างอ้อนวอนเขาอยากอยู่กับน้องสาวมากๆ อยากให้นางรักเขาที่สุดเช่นนั้นเขาย่อมต้องเอาใจนางมากเข้าไว้ไม่เช่นนั้นนางอาจจะไปรักคนอื่นมากกว่าได้
เลี่ยงหวงจัดท่าทางการนอนของบุตรสาวแล้วเอนตัวลงข้างๆตบก้นน้อยเบาๆ เพื่อกล่อมให้นอนส่วนเลี่ยงหรงก็เล่านิทานที่มารดาเคยเล่าให้ฟังเพื่อกล่อมน้องน้อยให้นอนหลับอย่างมีความสุขเมื่อนางหลับสนิททั้งเขาและบิดาจึงลุกออกมาเขาวิ่งไปห้องตำราเพื่อหยิบตำราการดูแลเด็กมาอ่านที่ข้างเตียงน้องสาวส่วนบิดาก็นั่งตรวจงานที่ผู้ช่วยตู้นำมาให้ไปเงียบๆที่โต๊ะน้ำชาไม่ไกลออกไปจากเตียง ทั้งสองคนเงยขึ้นมามองเด็กทารกบนเตียงเป็ระยะๆเมื่อเห็นนางขยับเล็กน้อยก็ขยับตามอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนางยิ้มราวกับฝันหวานก็ยิ้มตามอย่างหยุดไม่ได้หากใครมาเห็นภาพนี้คงอดอมยิ้มไม่ได้เป็แน่ ท่านเ้าเมืองกับคุณชายใหญ่หลงคุณหนูน้อยอย่างยิ่ง!
เมื่อครบเจ็ดวันซินเหลียนก็สามารถออกมาจากห้องอยู่ไฟได้ใน่อยู่ไฟนางไม่สามารถพบหน้าใครได้ด้วยความเชื่อของชาวแคว้นฉินสตรีหลังคลอดต้องขับความสกปรกออกจากร่างกายให้หมดเพื่อไม่ให้แปดเปื้อนต่อคนในครอบครัวทั้งยังเป็การรักษาสุขภาพอีกด้วย หลังจากนางอาบน้ำชำระล้างร่างกายและทำพิธีไหว้ไฟเป็อันดับสุดท้ายเรียบร้อยแล้วซินเหลียนจึงก้าวออกมาจากห้องอยู่ไฟและตรงไปหาบุตรสาวที่เรือนนอนของตัวเองทันที
นางคิดถึงบุตรสาวจะแย่อยู่แล้ว่ที่อยู่ไฟนางเอาแต่คิดถึงดวงหน้าน้อยของจื้อเอ๋อร์นางอยากมีลูกสาวมากหากแต่หลังคลอดหรงเอ๋อร์ร่างกายของนางที่ตั้งครรภ์ยากเป็ทุนเดิมก็ยากจะมีบุตรคนที่สองอีกเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังจะมีบุตรอีกครั้งราวกับความฝันที่เป็จริงนางเฝ้าทะนุทนอมครรภ์เป็อย่างดีและเมื่อคลอดออกมาเป็บุตรสาวนางก็ดีใจแสนดีใจ
เมื่อมาถึงห้องนอนภาพที่เห็นคือสามีสุดที่รักกำลังอุ้มบุตรสาวโดยมีบุตรชายถือตุ๊กตาผ้าหยอกล้อกับทารกน้อยในอ้อมแขนบิดาบุตรสาวที่ยังแบเบาะก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีความสุข ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของนางอบอุ่นขึ้นมาทันที
“ซินเอ๋อร์ มาแล้วหรือ มานี่เถิด” เมื่อเลี่ยงหวงเงยหน้ามาเจอภรรยาแสนรักยืนอยู่หน้าประตูก็ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อนางนั่งเรียบร้อยแล้วเขาก็ส่งลู่จื้อเข้าสู่อ้อมอกของนางทันทีด้วยรู้ดีอยู่แก่ใจว่านางนั้นอยากมีบุตรสาวมากเพียงใด
“จื้อเอ๋อร์ของแม่ น่ารักน่าชังเหลือเกิน” ประโยคนี้ไม่ว่านางจะพูดอีกกี่ครั้งก็ไม่รู้เบื่อ
ลู่จื้อมองใบหน้าของมารดาที่แสนจะผ่องใสต่างจากภาพในวันคลอดโดยสิ้นเชิงการอยู่ไฟของยุคนี้ใช้วิธีไหนกันนะทำให้สตรีที่มีลูกถึงสองคนดูราวกับไม่เคยคลอดบุตรมาก่อนเช่นนี้ ทั้งยังเปล่งปลั่งงดงามอีกด้วยนับว่าเริ่ดจริงๆ
“ซินเอ๋อร์ท่านพ่อตาส่งสารมาบอกว่าไม่อาจอาจมารับขวัญบุตรสาวเราได้ด้วยกลุ่มโจรนอกกำแพงเมืองมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติยามนี้จึงต้องเฝ้าระวังชายแดนให้ดี” เลี่ยงหวงพูดขึ้นขณะที่มือก็รินน้ำสมุนไพรบำรุงร่างกายเพิ่มน้ำนมให้ภรรยาไปด้วยตอนนี้เขาได้ให้แม่นมที่จ้างมากลับไปแล้วเพื่อให้ซินเหลียนได้ให้นมบุตรด้วยตัวเองยามนี้จึงต้องบำรุงให้มาก
“เช่นนั้นหรือเ้าคะ ร้ายแรงมากหรือไม่ท่านพ่ออายุไม่น้อยแล้วข้าไม่อยากให้ท่านนำทัพออกไปปราบกลุ่มโจรด้วยตัวเอง” ซินเหลียนรู้สึกกังวลใจยิ่งนักั้แ่มารดาเสียไปบิดาก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่ค่ายทหารเป็การถาวรแม้นางจะร้องขอให้ออกจากราชการเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟังจนนางท้อใจและได้แต่ตัดใจคิดว่าบิดารักการเป็ทหารมากแค่ไหนเท่านั้นแต่นางมีบิดาแค่คนเดียวจะบอกว่าไม่ห่วงเลยนั่นย่อมโกหก
“วางใจเถิดซินเอ๋อร์ สถานการณ์ยังไม่ร้ายแรงถึงเพียงนั้นกลุ่มโจรยังไม่ได้ข้ามเขตแดนมาปล้นที่แคว้นของเราย่อมยังไม่มีการยกทัพปราบอย่าห่วงเลย” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่สิ่งที่เขากังวลใจที่สุดคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรครั้งนี้อาจมีเื่ระหว่างแคว้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแคว้นลิ่วอาจเล่นแง่ใช้กลุ่มโจรบังหน้าเพื่อตัดเส้นทางการค้าขายบางจุดลงแม้จะทำได้ไม่มากและยังนับว่าช้าหากจะทำให้แคว้นใหญ่อย่างแคว้นฉินระส่ำระส่ายแต่ก็นับว่าส่งผลไม่น้อยและหากปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ทำอะไรในห้าถึงหกปีถัดมาการค้าคงมีปัญหาด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้ท่านพ่อตาของเขาจึงต้องเฝ้าระวังด้วยตัวเอง
“เ้าค่ะท่านพี่” นางรับคำก่อนจะรับน้ำสมุนไพรที่สามีเป่าจนหายร้อนมาดื่มจนหมดนางต้องบำรุงร่างกายเพื่อเรียกน้ำนมการอยู่ไฟเจ็ดวันที่นางไม่ได้ให้นมลูกทำให้น้ำนมหยุดชะงัดจึงต้องเรียกน้ำนมอยู่ตลอดั้แ่วันที่ห้าของการอยู่ไฟ
ลู่จื้อนอนนิ่งฟังบิดากับมารดาคุยกันคาดว่าเมืองที่บิดาเป็เ้าเมืองอยู่คงมีปัญหากลุ่มโจรดักปล้นและท่านตาของนางคงมีตำแหน่งทางการทหารที่ค่อนข้างสำคัญและที่สำคัญที่นี่เป็เมืองชายแดนกับบางแคว้นเช่นนั้นกลุ่มโจรอาจจะไม่ได้เป็เพียงกลุ่มโจร
“จื้อเอ๋อร์ของพี่ใหญ่เป็อันใดนอนนิ่งเชียว” เมื่อเห็นน้องสาวดูนิ่งไปพี่ชายที่แสนดีก็ถามขึ้นมาทันที
“คงง่วงแล้วกระมัง” เลี่ยงหวงก้มลงมองบุตรสาวที่อยู่ดีๆก็เงียบขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“งั้นนอนกันดีหรือไม่จื้อเอ๋อร์ แม่จะนอนเป็เพื่อนเ้า” นอนอีกแล้วหรือ ั้แ่เกิดมานางมีแค่กินกับนอน นี่พึ่งตื่นกินนมไปไม่ถึงชั่วโมงดีจะจับนางนอนอีกแล้วไม่เอาหรอก
“อื้ออออ” นางดีดดิ้นทั้งยังยกมือไปทางหน้าต่างเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่านางอยากออกไปดูโลกภายนอกบ้างเสียแล้ว
“จื้อเอ๋อร์หงุดหงิดอะไรลูก”เลี่ยงหวงถามพลางลูบหัวบุตรสาวอย่างเป็ห่วงเลี้ยงมาเจ็ดวันนางหาเคยมีอาการเช่นนี้ไม่
ยังไม่เข้าใจกันอีกเหรอ!นางดิ้นจนเหนื่อยจะแย่อยู่แล้วนะ พานางออกไปข้างนอกกันบ้างเถิด นางยังไม่อยากนอนแม้จะคิดเช่นนั้นแต่เมื่อดีดดิ้นมากๆเข้าร่างกายเล็กนี่ไม่อาจรับไหวจนเหนื่อยและตาเริ่มปรือลงในที่สุด เมื่อถึงจุดที่ไม่อาจต่อสู่กับร่างกายเด็กทารกแรกเกิดได้อีกต่อไปดวงตาคู่งามก็หลับลงไปทันที
“หลับไปแล้วขอรับท่านพ่อท่านแม่”เลี่ยงหรงบอกบิดามารดาเบาๆเมื่อเห็นดวงตาน้อยปรือก่อนจะปิดลงสนิท
ทั้งสามคนต่างคิดเช่นเดียวกันคือเมื่อครู่จื้อเอ๋อร์ตัวน้อยคงดีดดิ้นไปมาเพราะง่วงมากและอยากนอนจนทนไม่ไหวเท่านั้นไม่มีใครคิดแม้แต่น้อยว่าเด็กเพียงเจ็ดวันจะมีความคิดขนาดอยากออกไปข้างนอกห้องนอนบ้าง!
………..
ตอนที่สองมาแล้วค่าหวังว่าจะสนุกกันนะคะ ถ้าอ่านแล้วถูกในอย่าลืมคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะคะ แล้วพบกันตอนต่อไปค่ะ
1 คอมเมนต์ = 1 กำลังใจ
หอมราตรีกาล