ตอนที่ 5 ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
ขึ้นชื่อว่าเป็อ๋องน้อยและเ้าสำนักประจิม มีหรือที่หวงหม่าซือจะให้น้อยหน้า งานสมรสที่ตกแต่งกับบุตรสาวของคนสนิท อย่างไรก็มิให้ด้อยกว่า พรมแดงปูยาวสุดทางเดิน โคมไฟระยิบระยับแขวนชูยันป้ายจวน ฟังดูแล้วนั้นช่างยิ่งใหญ่สมยศ เสียแต่ว่าชื่อเสียงที่เน่าเฟะประจวบรวมกับไมตรีที่เขาไม่เคยมีให้ผู้ใด งานมงคลเช่นนี้ไร้คนยินดี แม้แต่คนของจวนหลิวที่สมควรมาเป็ตัวแทนยังไม่เห็นหัว
"นายท่านขอรับ เ้าสาวพร้อมแล้ว เ้าบ่าวพร้อมแล้ว เห็นท่าว่าแขกในงานที่ร่วมเป็สักขีพยานมีข้าผู้น้อย ต้าตงหนึ่งคนถ้วน" เขากล่าวติดตลกเพราะกลัวผู้เป็นายจะเครียด
"ต่อให้เ้าไม่เอ่ยปากพูด ข้าก็พอจะเห็นอยู่เต็มตา ไหนเลยต้องให้เ้าย้ำซ้ำให้อับอาย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ แต่ทำไมต้าตงเสียวสันหลังวูบวาบยังไงก็ไม่รู้
"แล้วเ้าสาวของข้าล่ะ นางอยู่ที่ไหน เหตุใดเ้าเดินตัวปลิวมาผู้เดียว" เขาหยักขมวดคิ้วเข้ม ภาวนาในใจว่าอย่าให้นางหนีไปกลางคัน
"อะเอ่อ... คือว่า" ต้าตงพูดตะกุกตะกักไม่เป็ประโยค เป็เช่นนั้นแล้วเหวินเกอไม่รอนานให้เสียเวลา เขาเดินไวยกมือไขว้หลังวางท่า ปาดม่านแดงผืนบาง เห็นเ้าสาวหมดสติอยู่ภายใน
"นางคงดื้อดึงจนตาเฒ่าหลิวต้องใช้วิธีนี้สินะ พวกเ้ารังเกียจข้าถึงเพียงนี้ กระทั่งสมรสที่มีราชโองการค้ำคอยังไม่ไว้หน้าข้า แม้แต่ผีสักตนยังไม่ยินดี เช่นนั้นจะสนแขกเรือนไปทำไมกัน "
"ในเมื่อเป็เพียงสมรสปลอมๆ ข้าก็ไม่ขอว่ามากตามธรรมเนียม มิสู้ข้ามขั้นตอนนี้ไปเถอะ " เขาแสยะยิ้มมุมปากไม่สนโลก
ทว่า... งานแต่งที่น่าสมเพชปานนี้ หวงเหวินเกอสนซะที่ไหน เขาแต่งนางเพราะการเมืองเท่านั้น มิได้มีเจตจำนงรักใคร่ปรารถนา ไหนเลยจะใส่ใจเื่เล็กน้อยพวกนี้ ลำแขนแข็งแรงสอดเกยรองรับร่างอรชรไว้แนบ-อก
"มีตาหามีแววไม่ เป็ชายาข้าสมควรเป็ที่อิจฉาของเหล่าสตรี เ้าควรภูมิใจเสียด้วยซ้ำ ที่บัดนี้ได้เป็หนึ่งเดียวกับข้า ทั่วหล้านี้จะมีสักกี่คนที่ล่วงรู้ ว่าหวงเหวินเกอนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ซึ่งมลทินประหนึ่งนักบวชในอาราม " ร่างน้อยบอบบางถูกอุ้มตรงไปยังเรือนหอ ปานนั้นเหวินเกอไม่หยุดปิดปากพูด เขาพร่ำบ่นไปตลอดทาง โชคดีที่นางไม่ได้สติ มิเช่นนั้นคงโกรธเคืองผู้มาดค้ำฟ้าไม่น้อย
แอ่ก!
เขาวางร่างชายาทิ้งเตียงอย่างแรง กลีบกุหลาบที่ปูโปรยะเืฟุ้งกระจายรอบเตียง นิ้วเรียวยาวยื่นเข้าใกล้พร้อมถกดึงผ้าคลุมหน้ายลโฉมเ้าสาวให้เต็มว่า ว่าหลิวจิ่นอีผู้นี้งดงามยิ่งสมคำร่ำลือหรือไม่...
"นายท่านขอรับ!!!" ประตูห้องหอที่ปิดทึบ ถูกกระแทกเปิดอย่างไร้มารยาท ต้าตงหุนหันพลันแล่น ตาเหลือกโปนลนลาน พุ่งขัดจังหวะพรวดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
"เร่งด่วนถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งข้า!! งั้นก็ว่ามา!!" ลำมือขาวนวลยังคงถือผ้าคลุมหน้าเ้าสาวค้างไว้ มิทันยกเปิด เขาเพ่งตาแข็ง ขวางใส่ จนทาสบ่าวแทบเยี่ยวเล็ด เอียงหัวโน้มฟังเสียงกระซิบ ที่รายงานราชการลับจากต้าตง
"พวกมันคงสืบมาดี ว่าวันนี้เป็วันมงคลของท่าน เลยจงใจมาทำให้เสียฤกษ์ โชคดีที่ข้าจับสังเกต ไล่ล่าตามทัน ตอนนี้จับมันขังไว้ในเรือนสอบสวนแล้วขอรับ " คนของสำนักร้ายปี้อินเป็ที่จับตามองของสำนักประจิมมานมนาน ปณิธานนี้ต้องสืบให้ได้ว่าผู้ใดบงการอยู่เื้ั อีกทั้ง้าสิ่งใด ทำไมต้องวนเวียนสร้างเื่ในแคว้นสุย
ทันทีที่รายงานจบสิ้น เหวินเกอไม่สนสิ่งใด เื่อื่นไซร้เอาไว้ก่อน เขาลุกขึ้นพรวด บึ่งตัวออกจากเรือนหอ มุ่งหน้าสอบสวนชายชุดดำที่ถูกตรึงแขวนร่างด้วยโซ่ตรวน...
ณ เรือนสอบสวนท้ายจวน
เรือนเล็กแคบอัดแน่นไปด้วยมวลแห่งความตาย รอบตัวประดับไปด้วยคมมีดเงี้ยวและเหล็กแหลม ที่มีไว้ทรมานคนโดยเฉพาะ น้อยคนจะรู้ว่าจวนอ๋องเหวิน มีห้องสอบสวนนี้มีไว้ก็แค่ประดับจวนเพื่อตบตาคนเท่านั้น ไหนเลยเขาจะเคยใช้มันทรมานคน หากจะสังหารผู้ใด ใช้แค่ดาบเดียวเฉือนเนื้อก็พอแล้ว
"คมดาบของข้ามันกระหายเืคน!! บอกมาซะดีๆ ว่าปี้อิน้าอะไรกันแน่ ผู้ใดบงการพวกเ้า!! มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจทราม" น้ำเสียงทุ้มๆเค้นถาม เปิดโอกาสชี้ทางรอดให้เชลย แต่ชายผู้ด้อยวรยุทธช่างภักดี ไม่ยอมเปล่งเสียงสักเอื้อนสักแอะเดียว
"หึ อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ ตายซะเถอะ!!" บุรุษรูปงาม ผู้สวมอาภรณ์สีแดงสดปักเลี่ยมทองมิใส่ใจถอด วาดวงดาบขึ้นสูงเหนือหัว หวังบั่นคอคนให้ขาดดิ้นในคมเดียว...
ในขณะเดียวกันนั้น... ฤทธิ์ยานอนหลับหมดลง ชายาสวมรอยรู้สึกตัวช้าๆ หลังหัวมึนทึบหนักหน่วงอย่างบอกไม่ถูก มิเพียงเท่านั้นเนื้อตัวยังปวดเสียดระบม ราวกับว่าถูกแตะต้องแบบไม่ถนอม ดวงตากลมโตเหมือนไข่หงส์เปิดกว้าง เพ่งมองไปตรงๆ พบว่าเหนือหัวเป็ม่านแดงบางพลิ้ว ประดับจีบติดราวไม้ประณีตเหมือนตั้งใจตกแต่ง
อื้อ! เพียงขยับตัวเล็กน้อย เสียงครางเบาดังจากลำคอด้วยความตระหนก เหตุใดรอบตัวมิใช่สถานที่คุ้นตา
ทันทีที่พอจะตั้งสติได้ ริมฝีปากน้อยๆขยับเอื้อนเอ่ย ขอความช่วยเหลือ ครั้นว่ามิได้รับเสียงขานตอบจากผู้ใด นางก็พอจะระลึกได้ว่า ตัวนางคงถูกส่งมายังจวนอ๋องเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เสี่ยงชูรวมแรงอันน้อยนิดลุกจากเตียงไม้ เดินดุ่มแง้มเปิดประตูเฝ้าสังเกตการณ์ นั่นก็ทำให้นางแน่ชัด ว่านี่ไม่ใช่จวนหลิว แต่สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจยิ่งกว่า คือทาสบ่าวและสาวใช้ ต่างก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับคนใบ้ หูหนวก ตาบอด ไร้ซึ่งประสาทััรับรู้ทั้งห้า ราวเสี่ยงชูเป็ธาตุอากาศ
"ประหลาดโดยแท้ พวกเขาเลือกที่จะไม่สนใจข้าจริงๆหรอ "
"แล้วหากวันนี้เป็วันแต่งงาน จวนอ๋องใหญ่โต ตกแต่งงดงามปานนี้ เหตุใดไม่มีผู้คน กระทั่งเสียงดนตรีบรรเลงยังไม่มี หรือว่าข้ากำลังฝันไป " เสี่ยงชูชักจะลังเล หยิกแขนตัวเองจนเป็รอยจ้ำแดง
"อะโอ๊ย!! เจ็บ!! "
"ช่างเถอะ ไม่ได้ฝันไปก็ช่าง ถือว่ายังโชคดีที่ไม่มีใครสนใจข้า ครานี้ข้าขอเอาตัวรอดก่อนก็แล้วกัน เื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง" ทว่าเป็โชคดีนัก ที่นางไม่ได้รับความสนใจ เสี่ยงชูเดินออกจากประตูเรือนอย่างสบายใจ พร้อมผ้าคลุมหน้าสีแดงสดยังถูกปกปิดมิดชิดเช่นเดิม
"จวนเหวินอ๋องใหญ่โตนัก แล้วข้าจะหาทางออกพบอย่างไรกัน " เสี่ยงชูเดินเตร่ไปตามทางจนเหงื่อไหลซก จวนอ๋องกว้างกว่าที่คิด ด้วยความที่ไม่ชินทาง นางเดินหลบมุมไปเรื่อยๆ ถึงกระนั้นก็ยังไม่ถอดใจ คิดเข้าข้างตัวเองว่าคงหาทางออกได้ในไม่ช้า
"หึ อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ ตายซะเถอะ!!" เสียงแว่วดังมาจนนางต้องหยุดสะดุ้งโหยง ต้นเหตุแห่งเื่ราวทั้งหมดได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว
เสี่ยงชูเหลือบตามองไปยังเรือนเล็กๆที่อยู่รั้งท้าย แค่ได้เห็นแผ่นหลัง และปอยผมดำเข้มพลิ้วไหวนั่น บุรุษผู้นี้คงรูปงามไม่น้อย
ทว่าผู้สวมอาภรณ์สีแดงสดปักเลี่ยมทอง ดูแค่ปราดเดียวคงเดาได้ไม่ยาก ว่านั่นคือสามีของนาง... เขาวาดวงดาบขึ้นสูงเหนือหัวบั่นคอคนขาดสะบั้น เืสดสาดกระเซ็นเคล้าปนเป็อันหนึ่งอันเดียวกับอาภรณ์
อร๊าก!! เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นจวนโดยไม่ทันตั้งตัว เสี่ยงชูตัวเกร็งสั่น ใบหน้าขาวโพลนซีดเซียวเหมือนเืไหลเวียนไม่ทัน ภรรยาตัวน้อยหมดสติลมจับก่อนที่เหวินเกอจะหันมาสบตา...
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หวงเหวินเกอไม่คิดว่านางจะออกมาฉะกับภาพอันน่าสยดสยอง ด้วยสัญชาตญาณของชายหนุ่ม เขาละทิ้งดาบคมร่วงพื้นแบบไม่เสียดาย หมุนร่างโฉบประคองเสี่ยงชูในอ้อมอกไว้ทันเวลา... จังหวะที่หนุ่มสาวแนบชิดดั่ง์เสกสั่ง ทิศลมพัดแรงจนผ้าคลุมหน้าเปิด นั่นเป็ครั้งแรกที่เหวินเกอได้เห็นใบหน้าของนางโดยบังเอิญ