ทว่าเมื่อวรรณรดาเดินตามเขาได้ทัน เธอก็ต้องอึ้ง ทึ่ง เสียวเพราะห้องที่เขาเดินเข้าไปนั้นมันเป็ ‘ห้องนอน’ แต่จะหันกลับก็ไม่ทันซะแล้วเพราะเ้าของห้องที่ตวัดสายตาไม่เป็มิตรมองมาทำให้แข้งขาของเธอติดขัด ทำได้ดีที่สุดคือทิ้งระยะห่างระหว่างกันไว้ให้มากเพราะเผื่อเขาอยากทำหน้าที่สามีทางพฤตินัยขึ้นมาจริงๆ เธอจะได้หลบทัน
“ปิดประตูด้วยฉันไม่อยากให้ใครมาได้ยินเื่น่าอดสู”
วรรณรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่เม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ยอมที่จะเดินไปปิด เพราะถ้าเขาพูดออกมาแบบนี้เธอคงไม่ต้องกลัวว่าเขาจะปล้ำแล้วล่ะในเมื่อแสดงความรังเกียจเธอออกมาอย่างชัดแจ้งถึงขนาดนี้ที่ต้องกลัวก็คือเขาจะบีบคอเธอหรือเปล่ามากกว่า
“ถอนหายใจทำไมเสียดายเหรอที่ฉันจะกลับอังกฤษคืนนี้”
วรรณรดากัดฟันกรอดเพราะคุณชายธีรดนย์ไม่มีสักนิดที่จะเป็มิตรกับเธอและอีกกี่ครั้งที่เธอต้องอดทนฟังคำพูดกำกวมของเขา เกิดมาไม่เคยข้องแวะกับพวกผู้ดีมีเงินเจอแบบนี้เธอก็ไปไม่เป็เหมือนกัน แล้วหลังจากนี้จะมีอะไรตามมาอีกหรือเปล่าล่ะคนรวยล้นฟ้ากับคนบ้านป่าบ้านดอยอย่างเธอ คิดอ่านอะไรเหมือนกันบ้างไหมเธอจะได้เดาทางเขาถูกบ้าง ไม่ใช่ต้องยืนบื้อให้เขาเหยียดหยามอยู่ฝ่ายเดียว
“ว่ายังไงถามทำไมไม่ตอบ”
อีกครั้งที่วรรณรดาต้องขบไรฟันเข้าหากันและปลดปล่อยลมหายใจให้เบาที่สุดทั้งๆ ที่เธออึดอัดใจจนจะแย่
“ฉันแค่เหนื่อยค่ะ”
“ฉัน?”
“ค่ะฉันเหนื่อย”
วรรณรดาอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาขึ้นมองดูเขาที่ใช้เสียงสูงกับเธอคิ้วเข้มที่เลิกขึ้นสูงนั่นหมายความว่าเขาถามเธอเื่คำแทนตัวเองใช่ไหมถ้าไม่ให้เธอใช่คำว่า ‘ฉัน’ เขาจะให้เธอแทนตัวเองว่า ‘ภรรยาที่รัก’ หรือ ‘เมียจ๋า’ หรือไง
“ฉันไม่ให้เธอเหนื่อยนานหรอก”
วรรณรดาเหลือบสายตาขึ้นมองเขาเพียงนิดก่อนจะรีบก้มหน้าเพราะสายตาของเขาที่ใช้มองเธอฉายแววดูแคลนอย่างโจ่งแจ้งอีกแล้วและความอึดอัดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาตอนนี้ก็ร้องสั่งให้เธอออกไปจากห้องนี้ซะให้เร็วอย่าทนยืนอยู่ให้เขาดูแคลนอีกเลย ใจที่แท้จริงก็คือเธออยากจะไปให้พ้นจากวังแห่งนี้ด้วยซ้ำไม่เคยคิดอยากพากลิ่นป่ากลิ่นไพรให้มาแปดเปื้อนกับกลิ่นหอมของผู้ดีมีเงินในเมื่อสายตาของเขามันฟ้องว่ารังเกียจความจนของเธอสุดๆ
ทว่าคำพูดต่อมาของคุณชายธีรดนย์กลับทำให้เธอต้องเบิกดวงตากว้างอ้าปากค้าง พร้อมตกตะลึงมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเพราะคุณชายผู้วางตัวจนสูงศักดิ์อย่างเขา พูดประโยคนี้กับเธอได้เหรอ
“ฉันบอกให้ถอดเสื้อผ้าไม่ได้ยินรึไง ฉันจะได้ทำหน้าที่สามีให้จบๆ ไป อย่างเธอ... สิบนาทีก็คงพอ อย่าช้าเธอไม่ได้เชื่องเหมือนหน้าตาหรอก”
“คุณ...คุณชายพูดว่าอะไรนะคะ คุณชายจะให้ฉันทำ...”
“ใช่! ก็คนเป็ผัวเมียเขาทำอะไรกันล่ะอย่าบอกนะว่าอินโนเซ้นท์จนไม่รู้ว่ามนุษย์เขาสืบพันธุ์กันแบบไหน รีบๆ เข้าฉันไม่ได้มีเวลาว่างมาก แค่นี้ก็เสียเวลาพอแล้ว”
“ฉัน...ฉัน...”
วรรณรดาเหมือนจะติดอ่างขึ้นมาโดยอัตโนมัติเธอต้องหูฝาดหรือไม่ก็เข้าใจผิดไปแน่ๆไม่มีทางที่คุณชายหน้าเชิดจอมหยิ่งคนนี้จะพูดอะไรบ้าๆ แบบนี้ออกมาได้เพราะดูก็รู้ว่าเขารังเกียจเธอราวกับเป็ของสกปรกหรือว่าคนเมืองฟ้าดูเป็ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วอย่างเขาก็สื่อสารด้วยภาษาพื้นดินอย่างเธอได้อย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องระวังคำพูดแล้วใช่ไหม
“ว่ายังไงสรุปจะถอดเองหรือว่าต้องให้ฉันถอดให้”
“เอ่อ...”
“ฉันบอกแล้วไงว่าให้พูดให้เต็มปากเหมือนตอนกินหน่อย เวลาฉันมีไม่มากเธอไม่ต้องมาแอ๊บใสไร้เดียงสาหรอก เสียเวลา มาทำกันเลยดีกว่า”
ดวงตาวาววาบของวรรณรดาตวัดขึ้นมองสามีทางนิตินัยหมาดๆของเธอ เพราะเขาช่างสรรหาถ้อยคำมาดูถูกเธอไม่หยุดและนั่นก็ทำให้ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจ
แม้พ่อจะพร่ำสอนไม่ให้เธอทำตัวก้าวร้าวเมื่อมาอยู่ที่นี่ให้เจียมตนและทำดีกับหม่อมสุดาวดีให้มาก อย่าทำให้หม่อมเดือดร้อนจะให้คนเมืองมองว่าเธอเป็คนบ้านป่า ต้องมีพฤติกรรมแบบป่าๆ ไม่ได้ แต่ในเวลานี้เธอเก็บไว้ไม่ไหวอีกแล้วเธอทำตามสิ่งที่หม่อมสุดาวดี้าแล้วและนั่นไม่ได้รวมถึงที่เธอต้องถูกหยามศักดิ์ศรีที่มนุษย์มีเท่าเทียมกันสักนิดไม่จำเป็ต้องเกรงใจคนที่ไม่เห็นเธอเป็คนเท่าเทียมกับเขา
“คุณชายกับดิฉันคงจะเข้าใจไปคนละทางแล้วค่ะทะเบียนสมรสนั่นก็แค่เงื่อนไขไม่ได้ระบุว่าดิฉันต้องทำหน้าที่เป็ภรรยาของคุณชายจริงๆและเงื่อนไขในวันนี้ก็จบแล้วด้วย พบกันอีกครั้ง วันนี้ในปีหน้าค่ะดิฉันขอตัวกลับก่อน คุณชายจะได้มีเวลาเตรียมตัวไปขึ้นเครื่อง”
วรรณรดาหันกลับทันทีที่พูดจบไม่ต้องรอคำอนุญาต แต่เสียงตวาดก้องของเขาก็ทำให้ฝ่าเท้าของเธอชะงักโดยเฉพาะคำขู่นั้น
“วรรณรดา! ฉันสั่งให้เธอหยุด ถ้าเธอไม่หยุดฉันจะเซ็นใบหย่าตอนนี้เลย แล้วเธอจะไม่ได้เงินสักบาทจากที่นี่”
วรรณรดาหันกลับมามองเขาคุณชายธีรดนย์ทายาทเพียงคนเดียวของวังวรเวชเดชากร ผู้ดีขนานแท้จากสายเื แม้ว่าเขาจะเป็ลูกครึ่งยุโรปทว่าใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรนั้นก็คงความสง่างามน่าเกรงขามเป็ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วแต่คำพูดของเขา กิริยา และสายตาที่ใช้มองเธอทำไมไม่มีสิ่งนั้นเจือปนเลย
“เธอมองฉันแบบนี้หมายความว่ายังไงวรรณรดา ฉันถามเธอ พูดมา!”
แค่เสียงเรียกชื่อของเธอก็ทำให้สะท้านไปทั้งร่างแต่ก็ต้องแข็งใจจ้องตอบไม่ลดละ เพราะั้แ่เกิดมาจนจำความได้ไม่เคยสักครั้งที่ใครจะเรียกเธอด้วยน้ำเสียงเข่นเขี้ยวขนาดนั้นเธอไปแล่เนื้อเถือหนังเขาหรือ ก็เปล่าเลย อย่างนั้นเขาจะเกลียดอะไรเธอนักหนาเื่พินัยกรรมนั่นเหรอที่ทำให้เขาเกลียดเธอเข้าไส้ ทั้งๆที่นี่คือการพบกันครั้งแรก