ตอนที่ 26 เตรียมต่อเติมบ้าน (2)
ลู่หลินดึงเฉินเสี่ยวหมี่ที่กินข้าวเช้าเสร็จแล้วไปทางหนึ่ง
“เสี่ยวหมี่ เ้าว่าพวกเราต่อเติมบ้านสักหน่อยดีหรือไม่!”
เฉินเสี่ยวหมี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กำลังคิดจะบอกว่าเท่านี้ก็พออยู่แล้ว ลู่หลินพลันเอ่ยปากขึ้น “เสี่ยวไช่โตขึ้นทุกวัน ต่อไปยังต้องแต่งภรรยาอีก เ้าดูเ้าหนูนี่สิ เอาแต่ทำหน้าอึมครึมทั้งวัน ดูไปแล้วก็ไม่ใช่คนที่ทำให้ผู้อื่นชอบได้ ทางที่ดีที่สุดคือเตรียมเงินค่าสินสอดไว้ให้เขามากหน่อย ถ้าบ้านใหญ่พอ จะได้ดูมีฐานะหน่อย!
“ยิ่งกว่านั้น ทางที่ดีก็สร้างคอกเลี้ยงล่อสักคอก แล้วถือโอกาสนี้ทำเล้าไก่ให้ใหญ่สักหน่อยไปเลย ล่อตัวนี้ซื้อมาแพง ปล่อยให้หนาวตายคงไม่ดีกระมัง”
เฉินเสี่ยวหมี่ลังเลเล็กน้อย แล้วพูดว่า “หากต้องสร้างห้องเพิ่มอีกห้อง ไหนจะคอกเลี้ยงล่อ เกรงว่าต้องใช้เงินถึงแปดตำลึง”
“หากเงินไม่พอก็ขายสุราอีกหน่อย” ลู่หลินเสนอขึ้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่ลู่หลินเข้าเมือง ผู้ดูแลของเหลาสุราหงอวิ้นผู้นั้นดีใจยิ่งนัก บอกพวกเขาว่ามีสุราแล้วให้ส่งมาที่เขาได้ทันที สุราที่มีคุณภาพแบบเดียวกัน มีเท่าไรเขารับซื้อทั้งหมด
ฤดูหนาวสามารถดื่มสุราอบอุ่นร่างกายได้ อุ่นสุราให้ร้อนสักหน่อย พวกคนมีเงินในเมืองดูเหมือนจะนิยมกันทีเดียว
เฉินเสี่ยวหมี่ส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก ยังพอมีเงินอยู่”
เขายังเหลือเงินอยู่ประมาณยี่สิบตำลึง ใช้แปดตำลึงต่อเติมบ้านยังพอจ่ายไหว แต่เขาอุตส่าห์เก็บสะสมจนครบยี่สิบตำลึงอย่างยากลำบาก เงินก้อนนี้ยังไม่ทันได้กอดให้อุ่นก็ต้องจ่ายออกไปมากมายแล้ว
ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี” ไม่ขายสุราก็ไม่ขาย สถานการณ์ในบ้านเป็อย่างไร คนนอกต่างรู้กันหมดแล้ว สุรานี้ขายมากไป เกรงว่าจะมีคนอิจฉาตาร้อน และยังทำให้คนสงสัยที่มาของมันอีกด้วย
เฉินเสี่ยวหมี่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เื่เงินไม่มีปัญหา แต่พวกเราต้องหาคนมาต่อเติมบ้าน เกรงว่าจะหาคนไม่ได้น่ะสิ”
เื่การต่อเติมบ้านนี้เขาเองก็ทำได้ แต่หากจะสร้างห้องใหม่ทั้งห้องคงยุ่งยากอยู่บ้าง ทางที่ดีที่สุดคือจ้างผู้ที่เชี่ยวชาญสักหน่อยมาทำดีกว่า
แม้ผ่าน่ฤดูเก็บเกี่ยวไปแล้ว แต่ในหมู่บ้านมีคนอยู่ว่างไม่น้อย หากหาคนมาสร้างห้องก็น่าจะค่อนข้างง่ายดาย แต่พอเป็คำพูดของเขา ต่อให้เสนอค่าแรงสูงกว่าหน่อยก็ยังไม่แน่ว่าจะมีคนยอมทำงานให้
ลู่หลินพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “ขอเพียงมีเงิน ยังกลัวว่าจะหาคนมาทำงานไม่ได้หรือ ถ้าเราหาคนในหมู่บ้านไม่ได้ แล้วคนนอกหมู่บ้านล่ะ”
ชาติก่อนมีพนักงานไม่น้อยที่แอบบ่นลับหลังว่าเ้านายใจดำ แต่จะมีสักกี่คนที่ตัดใจลาออกได้จริงๆ งานดีๆ หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ! ขอเพียงให้ค่าแรงมากสักหน่อย ใครจะไม่เห็นแก่เงินบ้าง ความกดดันในการหางานที่นี่น่าจะไม่ด้อยไปกว่าชาติก่อน
เฉินเสี่ยวหมี่คิดดูแล้วพูดว่า “ตกลง”
“อย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ ข้าจะไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านก่อน ดูว่าจะหาคนในหมู่บ้านมาได้หรือไม่” ลู่หลินพูด
เฉินเสี่ยวหมี่เบ้ปาก พูดว่า “ผู้ใหญ่บ้านน่าจะช่วยอะไรไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น...” ลู่หลินเพิ่งหักหน้าเขาไป ตอนนี้ไปหาเขาถึงบ้าน นี่ไม่ใช่หาเื่เดือดร้อนหรอกหรือ
ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม “ถึงอย่างไรเขาก็เป็ผู้ใหญ่บ้านนี่นา ย่อมต้องเห็นแก่หน้าเขาบ้าง บอกกล่าวพอเป็พิธี ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเราข้ามไปหาคนนอกหมู่บ้านเลยจะถูกตำหนิเอาได้”
เฉินเสี่ยวหมี่ผงกศีรษะพร้อมพูดว่า “ก็ได้”
“พี่ใหญ่ พวกเราจะต่อเติมบ้าน ในบ้านยังมีเงินอีกหรือ” เสี่ยวไช่ถามด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง
“มีสิ” เฉินเสี่ยวหมี่มองเสี่ยวไช่แวบหนึ่งแล้วพูดว่า “วางใจเถอะ ไม่ต้องห่วงเื่เงินหรอก”
เฉินเสี่ยวไช่มองเฉินเสี่ยวหมี่แล้วกะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่ใหญ่ถึงกลายเป็คนมีเงินขนาดนี้ขึ้นมากะทันหัน
ลู่หลินไปหาผู้ใหญ่บ้าน แต่ผู้ใหญ่บ้านยังไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้ลู่หลินพูดว่าหวังซื่อขโมยของ จึงพูดแค่เพียงคนในหมู่บ้านยุ่งมาก เกรงว่าคงไม่มีใครเต็มใจไปช่วยเขาสร้างคอกเลี้ยงล่อ จากนั้นก็ไล่เขากลับไป
จางจิ้นเดินเข้ามาในห้อง เห็นจางเฉิงก็พูดว่า “ท่านพ่อ ลู่หลินมาทำอะไรหรือ”
“เฉินเสี่ยวหมี่้าต่อเติมบ้าน จึงให้เขาออกหน้ามาพูด”
“เช่นนั้นท่านก็ช่วยหาคนให้เขาสักเจ็ดแปดคนสิขอรับ”
“เ้าพูดจาเหลวไหลอะไร นิสัยเฉินเสี่ยวหมี่เป็เช่นไร หาคนไปช่วยเขาต่อเติมบ้าน เกิดเขาทุบตีทำร้ายคนเข้าจะทำอย่างไร ในหมู่บ้านมีใครยินดีช่วยเขากันล่ะ!”
จางเฉิงเห็นลู่หลินแล้วขัดตา จึงยิ่งไม่ชอบหน้าเฉินเสี่ยวหมี่ ตอนนั้นที่เฉินเสี่ยวหมี่ก่อเื่คิดจะออกจากบ้าน จางเฉิงก็รู้สึกว่าเฉินเสี่ยวหมี่เป็พวกนอกคอก ไม่แน่ว่าวันไหนอาจก่อเื่ใหญ่โตสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งหมู่บ้านขึ้นมาก็ได้ ลู่หลินมาบอกเขาว่า้าหาคนสร้างคอกเลี้ยงล่อ นั่นเท่ากับว่าเฉินเสี่ยวหมี่้าหาคน เขาจะยอมรับปากได้อย่างไร
จางจิ้นขมวดคิ้วพูดว่า “จะพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้นะขอรับ ตอนแรกหากนายหญิงผู้เฒ่าตระกูลเฉินไม่บีบคั้นให้ลูกชายขึ้นเขาไปล่าสัตว์ เฉินเสี่ยวหมี่กับน้องๆ ก็คงไม่กลายมาเป็เช่นนี้!”
จางเฉิงโบกมือ แล้วพูดว่า “เ้าพูดจาเหลวไหลอะไร นายหญิงผู้เฒ่าเองก็ไม่คิดหรอกว่ามันจะบานปลายจนกลายเป็เช่นนี้! เฉินเสี่ยวหมี่ทำเกินไปอยู่บ้าง” หากคนในหมู่บ้านล้วนเอาอย่างเฉินเสี่ยวหมี่ เช่นนั้นธรรมเนียมปฏิบัติของหมู่บ้านคงถูกทำลายสิ้น
จางจิ้นขมวดคิ้วมุ่น แต่ไม่ได้เอ่ยปากแย้งบิดาในเื่นี้อีก
“อากาศเช่นนี้ไม่รู้ว่าจะมีหิมะตกเมื่อไร หากไม่มีคอก...ล่อตัวนี้จะไม่โดนความเย็นจนป่วยหรือ” ล่อตัวนี้น่าจะซื้อมาด้วยเงินหลายตำลึง หากป่วยเพราะความเย็นจริงๆ ก็คงน่าเสียดาย
“ชื่อเสียงของเฉินเสี่ยวหมี่ในหมู่บ้านเป็อย่างไร ต่อให้ข้าไปถาม จะมีใครหน้าไหนยอมไปทำงานให้เขากันล่ะ!” จางเฉิงพูด
จางจิ้นถอนหายใจ ก่อนจะพูดว่า “เอาเถอะ”