ตอนที่ 22 รูปปั้นจอมปีศาจริชเตอร์ถูกทำลาย
กลับมาในโลกแห่งความเป็จริง ศูนย์ใหญ่เกม G.A.D กำลังวุ่นวายอลหม่าน เนื่องจากบอสใหญ่ทั้งสามตัวระดับมีมากกว่า 200 ถูกฆ่าตายติดๆกัน ซึ่งมันเป็ฝีมือของจอมปีศาจริชเตอร์เพียงคนเดียวที่จัดการบอสทั้งสามในเวลาไล่เลี่ยกัน ทาเคดะยืนนิ่งจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ เขาเหลือบมองรายชื่อผู้เล่นที่ขึ้นบอร์ดธรรมเนียบ แสดงถึง 10 อันดับดับผู้เล่นที่ LV. สูงที่สุด ไม่ปรากฏชื่อ จอมมารริชเตอร์ และคนที่ LV. สูงสุดคือเผ่ามนุษย์ที่ชื่อมาคัส LV. 350 เขาอยู่อันดับ 1 ของบอร์ด ไม่ใช่เผ่าปีศาจแต่อย่างใด
“แปลกจริงๆ มีข่าวลือว่าจอมปีศาจริชเตอร์คือผู้เล่น แต่กลับไม่มีรายชื่อบนบอร์ด หรือว่าเขาไม่ได้ลงทะเบียนบอร์ดธรรมเนียบกัน การที่จะจัดการบอสทั้งสามด้วยตัวคนเดียว LV. ของเขาต้องไม่ต่ำกว่า 400 แน่ๆ เขาทำได้ยังไงกัน ”
“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีครับ ถ้าระดับของเขาสูงขนาดนั้น ผู้เล่นคนอื่นต้องไม่พอใจแน่นอน เพราะระดับของเขาไปเร็วมาก”
“เราไม่สามารถก้าวก่ายผู้เล่นได้ ระบบ AI จะเป็ผู้ตัดสินเอง เมื่อผู้เล่นเก่งขึ้นมากเท่าไร AI จะพัฒนาตัวของมันเองมากยิ่งขึ้น อีกไม่นาน AI จะอัปเดตระบบของมันเอง นั้นถือว่าเป็ผลดีสำหรับเรา หน้าที่ของเราแค่คอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้เล่นเท่านั้น”
ทาเคดะเหลือบมองไปยังศูนย์กลาง G.A.D แท่งแคปซูลขนาดใหญ่สายไฟระโยงระยางค์ทั่วพื้นที่ จอคอมพิวเตอร์บนแคปซูลกำลังประมวลผลอะไรบางอย่าง เขายิ้มที่มุมปากแล้วจึงเดินกลับไปยังห้องทำงานของตน ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าพนักงาน
กลับมาในโลกแห่งเกม หลังจากที่ระบบประกาศออกไปถึงการสังหารบอสทั้งสองตัวติดๆ กัน เหล่าผู้เล่นก็เริ่มเกาะกลุ่มคุยกันถึงจอมปีศาจริชเตอร์ว่าเป็คนของทางบริษัท หรือพวกลูกคุณหนูคนมีฐานะที่เติมเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือแบบไม่อั้น ข่าวของปีศาจริชเตอร์ลุกลามรวดเร็วยิ่งกว่าไฟไหม้ป่า จนบางกิลอยากจะรับเขาเข้ากิลของตน หรือแม้กระทั้งตั้งภารกิจไล่ล่าเพื่อเพิ่มชื่อเสียงของกิล ถึงขนาดมีการรับซื้อข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับจอมปีศาจริชเตอร์
เมืองที่อยู่ใกล้ป่าก๊อบลิน เริ่มเนื่องแน่นไปด้วยผู้คน กิลใหญ่ๆ หลายกิจอยู่ทั่วทั้งเมือง เพราะมีข่าวของจอมมารริชเตอร์ในบริเวณป่าก๊อบลิน ไม่เว้นแต่ในป่าก๊อบลินก็มีผู้เล่นจำนวนมากตั้งกลุ่มกำลังไล่ฆ่าบรรดาก๊อบลิน อ๊อค โทรน เพื่อเก็บค่าประสบการณ์
ในเวลานั้นเองก็ปรากฏกลุ่มคน 10 คน กลุ่มหนึ่งบริเวณจุดเทเลพอร์ตระหว่างเมือง ชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ด้านหน้า บุรุษหน้าตาหล่อเหลาในชุดเกาะอัศวินสีเงิน โล่ขนาดมหึมา แบกดาบใหญ่สะพายอยู่ด้านหลัง ทำให้ผู้คนหวาดเกรง พร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสระสวย หน้าคมคาย ใส่ชุดแขนกุดสีน้ำเงิน คอเสื้อผ่าลงมาเปิดให้เห็นถึงร่องอก ผิวที่ใสขาวเนียน ทำให้ผู้คนต่างตกอยู่ในภวังค์ พร้อมกับนักรบ นักบวช จอมเวทย์ โจร นักฆ่า รวมกันประมาณ 10 คน เหมือนกำลังเตรียมไล่ล่าอะไรบางอย่าง
“นี้!! ยูริ เคนจิบอกว่าอยู่ที่ป่าก๊อบลินใช่ไหม”
“อืม หวังว่าคงอยู่นะ แล้วนายชวนฉันมานี้ทำไมเนี้ย ฉันกำลังล่าสัตว์อสูรอยู่นะ”
“ก็นะ เ้าพวกข้างหลังนี้ซิ อยากจะล่าจอมปีศาจริชเตอร์ จนฉันล่ะใจอ่อนกับพวกมันจริงๆ”
“ก็นายมันหัวหน้ากิลนี้ จะล่าหรอ? นึกว่าอยากให้เข้ากิลซะอีก”
“ก็คงคุยกันก่อนล่ะ ถ้าปฏิเสธก็คงต้องฆ่า เธออย่าบ่นน่ายูริ เธอก็เป็ถึงรองหัวหน้ากิลนะ เห้ย!! ดูรูปปั้นนั้นซิ ยูริ รูปปั้นเคนจิ!!!!”
“หา!!”
ยูริและมาคัสวิ่งไปดูที่รูปปั้นกลางเมืองทันที ด้วยอาการตื่นใเมื่อสำรวจที่รูปปั้นพวกเขามั่นใจว่านี้คือรูปปั้นของเคนจิ เมื่อมองที่ป้ายชื่อพวกเขาก็ต้องใอีกครั้งแล้วพูดออกมาพร้อมกัน
“จอมปีศาจริชเตอร์ !!”
“มาคัส ? นี้คือจอมปีศาจริชเตอร์หรอ ?”
“คงใช่ ก็ป้ายชื่อบอกอย่างนั้นนี้ คงจะแค่คล้ายๆ กันล่ะมั้งนะ”
“ฉันว่าลองไปถามพวกชาวบ้านกันดีกว่านะ นั้นไงร้านอาหารเราไปหาข้อมูลในนั้นกันเถอะ”
ยูริและมาคัส นำกลุ่มคณะของตนเข้ามาในร้านอาหารทันที ทุกที่ที่เขาเดินผ่านกลุ่มคนจะหลีกทางให้เดิน เพราะพวกเขารู้ดีว่ากิลของมาคัสตอนนี้อยู่ในอันดับหนึ่งในบอร์ดจัดอันดับ เมื่อเข้ามาถึงด้านในปรากฏว่าไม่มีโต๊ะเพียงพอจะให้กลุ่มคนพวกเขานั้ง นักฆ่าหนึ่งในกลุ่มของมาคัสเดินไปยังโต๊ะใหญ่กลางร้าน มันฟาดฝ่ามือลงกลางโต๊ะดัง “เปรี้ยงง!!!” จนคนรอบข้างต่างต้องใ
“เฮ้!! พวกนายน่ะอิ่มแล้วก็ไปกันได้แล้ว ไป!!!”
“นี้!! นายทำเกินไปหรือเปล่า ลีโอ มาคัสนายจะไม่ห้ามพวกนายหน่อยหรอ”
“ทำไงได้ล่ะลูกของเ้าของบริษัทที่ป๋าฉันทำงานด้วยนะซิ ฉันก็ไม่ชอบนิสัยมันเหมือนกัน ป๋าฉันก็ฝากให้ดูแลมันซะด้วย เห้อ~~~~~ พวกคนมีเงินนี้นิสัยเสียทุกคนหรือเปล่านะ ”
กลุ่มคนที่นั้งอยู่ต่างลุกขึ้นยืนเดินจากไปด้วยอาการโกธรเคือง มาคัสต่างผงกศรีษะเพื่อเป็การขอโทษพวกเขา แล้วไปนั้งที่โต๊ะพร้อมสมาชิกคนอื่นๆ บริกรก็เข้ามาหาพวกเขาทันที ลีโอโยนเหรียญทองให้บริกรพร้อมสั่งอาหารเลิศรสให้มาเสิร์ฟทันที มันวางท่ามาดใหญ่โตเหมือนเป็เ้าของกิล
“นี้มาคัส เราจะออกล่ากันเมื่อไร ฉันอยากจัดการเ้าริชเตอร์อะไรนั้นแล้ว”
“นี้ลีโอ นายใจเย็นหน่อยได้ไหม อีกอย่างนายควรให้เกียรฉันหน่อยนะ ฉันคือหัวหน้ากิลนะ”
“เหอะ!! นายมันก็ไม่ต่างอะไรจากตัวมาสคอตของกิลหรอก นายลืมไปหรือไงว่าฉันคือนายทุนของกิลนายน่ะ หากนายไม่ทำตามที่ฉันบอกระวังพ่อนายจะไม่มีงานทำ”
มาคัสแอบกำหมัดแน่น ยูริแอบลูบหลังมาคัสเบาๆ ไม่นานบริกรก็มาเสิร์ฟอาหาร มาคัสตัดอารมณ์ความโกธรแล้วถามบริกรถึงเื่จอมปีศาจริชเตอร์เพื่อหาข้อมูล ทำให้รู้ว่าจอมปีศาจริชเตอร์มีบุญคุณกับเมืองนี้อยู่มากเนื่องจากช่วยเหลือบรรดาหญิงสาวที่ถูกบอสก๊อบลินจับตัวไป หากพูดสิ่งใดที่หรือกระทำสิ่งใดที่ลบลู่ ชาวเมืองจะไม่พอใจเป็อย่างมาก หากรุนแรงจนเกินไปอาจถูกชาวเมืองเนรเทศออกจากเมืองแล้วห้ามเข้าเมืองเป็เวลาหลายวัน เมื่อได้ยินดังนั้นยูริก็แอบลอบยิ้มเบาๆ แล้วพูดเสียงดังเพื่อดึงความสนใจของผู้คนในร้าน
“นี้!! ลีโอ ถ้านายเจอจอมปีศาจริชเตอร์ นายจะทำยังไงหรอ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้ามันไม่ยอมเข้ากิลเรา พี่จะถลกหนังมัน แก้ผ้าให้ล่อนจ้อน แขวนมันที่หน้าประตูเมือง แล้วค่อยตัดแขนตัดขามันทีละข้าง ให้มันตายช้าๆ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ลีโอพูดเสียงดังลั่น จนเป็เป้าสายตาของใครหลายๆ คน ไม่นานนักบุรุษร่างใหญ่ก็เดินมายังโต๊ะที่พวกเขาอยู่ อุ้มมือขนาดใหญ่คว้าจับที่คอเสื้อของลีโอแล้วโยนออกจากร้านทันที ท่ามกลางความตกตลึงของโต๊ะรอบข้าง ลีโอกลิ้งออกมาด้านนอกร้าน สีหน้าของเขายุ่งเหยิง ทั้งโกธรทั้งอาย เขาพยายามจะพุ่งเข้าไปในร้านทันที เมื่อถึงประตูทางเข้าโรงแรม เขาชนกับอะไรบางอย่างดัง “โครมม!!!” แล้วกระเด็นออกมากลิ้งไปตามพื้นอีกครั้ง บาเรียสีฟ้ากางทั่วทั้งโรงแรม ลีโอไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เ้าของโรงแรมยืนนิ่งมือข้างหนึ่งเท้าเอว มองดูลีโออย่างเหยียดหยาม มืออีกข้างชี้หน้าด่าลีโอ
“โทษฐานที่เ้าดูถูกท่านริอาจดูิ่ท่านริชเตอร์ เ้าจะไม่สามารถเข้าโรงแรมข้าได้ หนึ่งเดือน”
ลีโอลุกขึ้นยืนปัดเศษหินดินทรายที่เปอะเปื้อนตามร่างกาย เขาโกธรจนหน้าแดงจัด เขามองซ้ายแลขวา ผู้คนต่างหัวเราะเยาะตัวเขา เมื่อเห็นรูปปั้นของจอมปีศาจริชเตอร์ก็พุ่งทะยาน โจมตีด้วยความโกธรทันที
“ย้าก~~~~~ก เ้าบ้าริชเตอร์ อย่าอยู่เลยแก!!!!!”
“ตูมมมม!!!!”
รูปปั้นจอมปีศาจริชเตอร์พังทลายลงทันที ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คน ลีโอยืนยิ้มอย่างพอใจ เมื่อรูปจอมปีศาจกลายเป็เศษซาก ลีโอกระทืบเท้าเหยียบเศษซากรูปปั้นเพื่อระบายความแค้นในใจ ไม่นานเสียงระฆังของเมืองก็ดังก้องกังวานไปทั่ว เหล่าชาวเมืองเริ่มออกจากตัวบ้านถืออาวุธครบมือ ต่างมารุมล้อมลีโอ บรรยายกาศวังเวงและเงียบเฉียบ เมื่อลีโอจ้องมองดูรอบๆ ก็พบชาวเมืองกำลังยืนจ้องเขาด้วยความโกธรแค้น เสียงผู้เล่นคนอื่นเริ่มซุบซิบกัน
“เ้านั้น ก่อเื่ใหญ่แล้ว”
“มันคงพึ่งมาเมืองนี้เป็ครั้งแรกแน่ๆ”
“น่าสงสารมันจริงๆ พวกกร่างไม่ดูสถานการณ์เนี้ย”
ลีโอยืนเหงื่อตก เขายิ้มแห้งๆ และพุ่งทะยานหนีทันที กลุ่มชาวบ้านก็ไล่มาอย่างติดๆ จนลีโอหนีออกมานอกเมืองได้และหลบซ่อนตัว จนพวกชาวบ้านจึงยกเลิกการติดตามเขา เมื่อชาวบ้านกลับกันหมดแล้วลีโอก็จะกลับเข้าเมืองอีกครั้งก็ชนเข้ากับบาเรียที่ครอบคลุมทั้งเมือง
“ติ่ง!! ท่านไม่สามารถเข้าเมืองนี้ได้ เป็เวลา 1 เดือน”