ขาสองข้างของฉันสั่นเทายามวิ่งกระหืดกระหอบก้าวข้ามโถงบันไดไม้สักลงมาถึงชั้นล่าง สองมือรีบปลดถอดผ้ากันเปื้อนลายน่ารักทิ้งลงบนโซฟาห้องนั่งเล่น
ฉันพยายามปรับระดับลมหายใจที่หอบถี่รัวแรง สูบลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และปั้นสีหน้ายิ้มแย้มต้อนรับให้เป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจสั่นผวาจนแทบจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
ก่อนจะเปิดประตู ฉันรีบชะเง้อมองกระจกเงาตรงโถงทางเดิน เช็คความเรียบร้อยของเสื้อยืดคอกลมตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นเพื่อดูว่าไม่มีรอยแดงช้ำโผล่ออกมาพ้นคอเสื้อ ลูบผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เพื่อลบพิรุธทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นจากการทำความสะอาดห้องนอนใหญ่ของพ่อผัวเมื่อครู่นี้
*คลิก... ครืด...*
เสียงเปิดประตูรั้วเหล็กด้านนอกดังขึ้น ตามมาด้วยร่างของแมน สามีสุดที่รักของฉันที่เดินถือกระเป๋าเดินทางเป้ใบใหญ่ก้าวเดินเข้ามาในตัวบ้านสวนแห่งนี้
ใบหน้าคมเข้มของสามีที่กรำแดดกรำลมจากงานแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลลึกเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้นและยินดีอย่างเปี่ยมล้น ดวงตาของเขาเป็ประกายเมื่อสบสายตาเห็นฉันยืนอยู่ตรงโถงรับแขก
แมนโยนกระเป๋าเดินทางเป้ทิ้งลงบนพื้นปูนอย่างไม่ใยดี แล้ววิ่งโผเข้ามาโอบกอดรัดร่างกายอวบอัดของฉันเข้าสู่อ้อมอกกว้างหนาของเขาอย่างแรงด้วยความโหยหา
"ฝ้าย! เมียจ๋า... คิดถึงฝ้ายที่สุดในโลกเลยจ้า!"
แมนร้องบอกเสียงดังลั่นพลางกอดกอดฉันแ่าจนตัวลอย ร่างกายกำยำอุ่นร้อนที่มีกลิ่นเหงื่อผสมไอทะเลอันเป็เอกลักษณ์ของเขาบดเบียดเนื้อตัวอวบหยุ่นนุ่มนิ่มของฉันจนแทบไม่มีอากาศหายใจ
เขาโน้มใบหน้าลงมากดจูบฟัดแก้มซ้ายขวาของฉันฟอดใหญ่ซ้ำๆ เสียงดังฟอดใหญ่ราวกับจะชดเชยเวลาหลายเดือนที่ห่างไกลกัน ก่อนจะซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของฉันอย่างคลั่งไคล้รักใคร่
"แมน... ฝ้ายก็... คิดถึงแมนค่ะ..." ฉันฝืนเค้นเสียงหวานเอ่ยตอบ พยายามโอบกอดแผ่นหลังกว้างของสามีตอบแทนเพื่อประคองสติ
ทว่าหัวใจส่วนลึกของฉันกลับเย็นวาบและเต้นระรัวด้วยความหวาดวิตกเกรงกลัวอย่างหนักหน่วง
ยามที่หัวเข่าและแผ่นอกแกร่งของแมนบดเบียดกระแทกชิดเข้ามา... ร่างกายของฉันกลับจดจำััเถื่อนดิบของพ่อณรงค์และลุงสมยศที่เพิ่งรุมรังแกเชยชมฉันบนโซฟาและเตียงไม้สักทองเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ได้ชัดเจน
ฉันรู้สึกกลัวจนแทบหยุดหายใจ กลัวเหลือเกินว่าแมนจะสังเกตเห็นรอยจูบช้ำสีแดงจางๆ ตรงอกเสื้อ หรือกลิ่นตัวคาวสวาทของคนอื่นที่สะสมอยู่ในห้วงจิตสำนึก
ขาสองข้างของฉันสั่นริกๆ พยายามเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงแรงไซ้ของสามีอย่างมีพิรุธเล็กๆ
"เป็อะไรไปจ๊ะฝ้ายตัวสั่นเทาเชียว? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าหนู?" แมนผละใบหน้าออกเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของฉันด้วยสายตาเป็ห่วงจับจิตจับใจ
"ป... เปล่าค่ะแมน ฝ้ายแค่ใเฉยๆ น่ะค่ะ แมนบอกว่าจะกลับ่อีกสองเดือนไม่ใช่หรือคะ? ทำไมจู่ๆ ถึงโผล่มาตอนนี้ล่ะ" ฉันแสร้งหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนรอยร้าวลึกและความหวาดระแวงในอก
"พอดีระบบปั๊มแรงดันสูงที่แท่นขุดเจาะเจอปัญหาใหญ่ ต้องหยุดซ่อมบำรุงระบบครั้งใหญ่น่ะจ้ะ หัวหน้าเลยเซ็นปล่อยตัวคนงานกลับมาพักผ่อนที่บ้านก่อนกำหนด แมนดีใจมากจนเนื้อเต้น รีบจับตั๋วเครื่องบินและขับรถกระบะคู่ใจบึ่งกลับมาหาฝ้ายทันทีเลย อยากเซอร์ไพรส์เมียแสนดีของแมนไงจ๊ะ"
แมนยิ้มกว้างอย่างใสซื่อกอดดึงไหล่อวบของฉันเข้าหาตัวประคองเดินเข้าไปในครัว
"คุณพ่อล่ะฝ้าย? ท่านไม่อยู่บ้านสวนเหรอ?" แมนเอ่ยถามพลางมองหาผู้เป็พ่อ
"คุณพ่อออกไปประชุมราชการำาญในเมืองหลวงั้แ่่สิบโมงเช้าแล้วค่ะแมน... เห็นว่าน่าจะกลับ่ค่ำๆ โน่นเลย" ฉันพยายามคุมโทนเสียงให้เรียบนิ่งที่สุดยามเอ่ยถึงพ่อผัวจอมบงการชีวิต
"ดีเลย คืนนี้แมนจะช่วยฝ้ายทำกับข้าวอร่อยๆ กินกันสามคนพ่อลูกนะ แมนคิดถึงฝีมือทำกับข้าวและคิดถึงตัวนุ่มๆ ของฝ้ายใจจะขาดอยู่แล้วจ้ะ" แมนกดจูบขมับของฉันอีกครั้งด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนจะลากเป้เดินทางขึ้นไปเก็บ้าห้องนอนส่วนตัวของเราสองคน
ฉันยืนมองแผ่นหลังของสามีที่เดินก้าวขึ้นบันไดไปด้วยหัวใจที่บีบรัดเ็ปร้าวราน
ภาพการร่วมรักบาปหนากลางตู้เซฟและห้องทำงานของคุณพ่อณรงค์ยังคงฉายชัดในหัวสมอง ฉันสกปรกและชั่วร้ายเกินกว่าจะได้รับความรักอันบริสุทธิ์จากแมนแล้วจริงๆ
่เวลาโพล้เพล้... รถยนต์ซีดานคันหรูของพ่อณรงค์แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าลานปูนหน้าบ้านสวน
หัวใจของฉันพลันหล่นวูบกอดกุมกระชับแน่นทันทีเมื่อยินเสียงท่อไอเสียอันเป็สัญลักษณ์ของท่าน
แมนรีบวิ่งกุลีกุจอลงไปต้อนรับพ่อบังเกิดเกล้าด้วยความรักและเคารพ ทั้งสองกอดทักทายกันประหนึ่งครอบครัวสุขสันต์ไร้จุดด่างพร้อย
พ่อณรงค์สวมบทบาทสุภาพชนคนดีและพ่อผู้มีแต่ความเมตตาได้อย่างแเีสมบูรณ์แบบ ท่านเอ่ยต้อนรับแมนด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกมีระดับและส่งยิ้มกว้างอย่างยินดี
ทว่ายามที่แมนหันหลังก้มลงยกกระเป๋าเอกสารหลังรถ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวและป่าเถื่อนของพ่อผัวกลับจ้องตรงเข้ามาเขม็งที่เรือนร่างอวบอัดของฉันที่ยืนกุมมือสั่นเทาอยู่ตรงขอบหน้าต่างห้องครัว
ท่านยกยิ้มมุมปากเพียงเสี้ยววินาทีประหนึ่งส่งสัญญาณเตือนภัยอันตรายว่าอย่าริอาจปากโป้งเด็ดขาด
ค่ำคืนคืบคลานเข้ามา...
อาหารเย็นรสเลิศหลายอย่างฝีมือฉันถูกจัดเตรียมวางลงบนโต๊ะอาหารไม้สักทองตัวยาว
เราทั้งสามคนนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเป็กันเอง แมนนั่งฝั่งขวาใกล้กับฉัน คอยแสดงความรักลูบไล้ไหล่และตักกับข้าวใส่จานให้ฉันไม่ขาดสาย
ในขณะที่คุณพ่อณรงค์นั่งสง่างามอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกับเราสองคนสามีภรรยา
"พ่อครับ... ่ที่ผมไม่อยู่ ฝ้ายทำงานหนักไหมครับ ดื้อกับพ่อบ้างหรือเปล่า" แมนเอ่ยถามยิ้มๆ พลางตักแกงเผ็ดใส่จานข้าวให้ฉัน
"ไม่ดื้อเลยจ้ะแมน... ฝ้ายเขาว่าง่ายและน่ารักมาก... คอยดูแลช่วยเหลือปรนนิบัติพ่อในทุกๆ เื่... ทุกคืน... อย่างดีไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยล่ะจ้ะ"
พ่อณรงค์เอ่ยตอบด้วยใบหน้านิ่งสงบไร้พิรุธ แววตาดุจผู้ชนะจ้องมองสบตาของฉันเน้นคำว่า 'ดูแลในทุกเื่ทุกคืน' จนสะเก็ดไฟเสียวแล่นริ้วสั่นสะท้านไปทั้งแผ่นหลัง หน้าหวานแดงก่ำชวนสับสน
ทันใดนั้นเอง...
ขณะที่แมนกำลังก้มหน้าทานแกงเผ็ดและเล่าถึงเหตุการณ์พายุกลางทะเลให้พ่อฟังอย่างออกรส
ใต้โต๊ะอาหารไม้สักหนาทึบ... คุณพ่อณรงค์กลับค่อยๆ ถอดรองเท้าแตะหนังของท่านออกช้าๆ
เท้าแกร่งสากอุ่นจัดของพ่อผัวขยับคืบคลานข้ามฝั่งใต้โต๊ะมาแตะััลงบนหน้าขาอ่อนของฉันที่สวมกางเกงขาสั้นสบายตัวสำหรับอยู่บ้าน
ฉันสะดุ้งตัวโยนสุดขีด ช้อนส้อมในมือสั่นระริกแทบกระทบจานข้าวส่งเสียงดังน่าสงสัย
"มีอะไรหรือเปล่าฝ้าย? แกงเขียวหวานมันเผ็ดเกินไปเหรอหนู?" แมนหันใบหน้ามาถามฉันทันทีเมื่อเห็นท่าทีผิดปกติ
"ป... เปล่าค่ะแมน แกงรสชาติดีค่ะ ฝ้ายแค่ตักน้ำแกงร้อนไปหน่อยเลยสะดุ้งเฉยๆ ค่ะ" ฉันฝืนยิ้มหวานตอบสามี เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ใต้โต๊ะอาหาร... เท้าสากหนาของคุณพ่อณรงค์ไม่ยอมหยุดแค่นั้น
ท่านค่อยๆ ปีนป่ายลากไล้ปลายนิ้วเท้าสากขึ้นมาสูงขึ้นตามหน้าขา นวดบดบี้ซอกขาอ่อนด้านในของฉันอย่างยั่วเย้าเร้าอารมณ์ดิบ
ความร้อนรุ่มจากเท้าของชายวัยห้าสิบสามปีส่งคลื่นความซ่านเสียวรุนแรงวิ่งเข้าโจมตีกึ่งกลางกายอวบอัดของฉันอย่างไม่ลดละ
ฉันพยายามเกร็งต้นขาหดขากลับหนี ทว่าใต้โต๊ะอาหารไม้สักนั้นแคบจำกัด และเรียวเท้าของพ่อผัวกลับไล่เบียดต้อนกดน้ำหนักแแ่จนหนีไม่รอด
ฝ่าเท้าร้อนผ่าวเลื่อนไถลผ่านกางเกงขาสั้นนิ่มนุ่ม เข้ามาัับดเบียดเนินเนื้อชุ่มเปียกชื้นกึ่งกลางง่ามขาอ่อนไหว
ปลายหัวแม่เท้าของพ่อผัวขยี้กดน้ำหนักเน้นๆ ตรงร่องรักที่ตอดรัดขมิบเบาๆ ผ่านผ้าซับในตัวบางเบาอย่างหยาบโลนกระตุ้นตัณหาลับใต้จมูกสามีแท้ๆ!
"อึก..." ฉันสูดลมหายใจเข้าลำคอ กัดริมฝีปากแน่นจนช้ำห่อเื สองมือกำช้อนเกร็งขืนแ่าปูดเส้นเื
ร่างกายทรยศความคิดดีงามส่งหยาดน้ำสวาทเอ่อล้นไหลชุ่มชื้น ตอบสนองแรงขยี้กดของเท้าพ่อผัวอย่างบ้าคลั่ง สั่นสะท้านปนเปความเสียวสุดขีดและความกลัวแมนจะเห็นใต้โต๊ะอาหาร
หยาดเหงื่อกาฬไหลชื้นเต็มไรผม ฉันฝืนฝืนกลืนก้อนเนื้อและปั้นหน้ายิ้มหวานพูดคุยหัวเราะรับมุกของสามีที่อยู่ใกล้แค่คืบ
ช่างเป็ความระทึกขวัญบาปหนาและหวิวเสียวรุนแรงที่สุดในชีวิต!
ทว่า... เหตุการณ์ระทึกเสี่ยงตายกลับปะทุขึ้นไปอีกขั้น
แมนวางช้อนส้อมลงบนจานเสียงดังสนั่น *เคร้ง!*
สีหน้าคมเข้มของสามีเปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็ขรึมเครียดแน่นทันใด เขาจ้องมองตรงไปยังพ่อณรงค์นิ่ง
"พ่อครับ... จริงๆ ผมมีเื่สำคัญอยากถามพ่อหน่อยน่ะครับ" แมนเอ่ยถามด้วยเสียงนิ่งเครียดน่าใจหาย
ใต้โต๊ะอาหาร เท้าของพ่อณรงค์ยังคงขยี้บดกดน้ำหนักเน้นตรงจุดเสียวเยิ้มชุ่มของฉันไม่ยอมลดละ บีบคั้นอารมณ์เสียวซ่านจนฉันแทบหลุดเสียงครางหวานหูออกปาก
"มีอะไรเหรอแมน? ว่ามาสิลูก" พ่อณรงค์ตอบนิ่งสงบ ดึงเท้าที่นวดบี้กดร่องรักฉันคาไว้ประหนึ่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
"คือบ่ายนี้ตอนผมเข้าห้องทำงานพ่อเพื่อหาน้ำดื่ม... ผมสังเกตเห็นรอยเปื้อนคราบน้ำกามสีขาวแห้งกรังแปลกๆ บนเบาะโซฟาไม้สักตัวยาว... และยังมีเศษเส้นผมยาวๆ ของผู้หญิงร่วงหล่นเกลื่อนกลาดอยู่ใต้โต๊ะทำงานของพ่อตั้งหลายเส้นน่ะครับ..."
แมนกล่าวพลางเบนสายตาจ้องมองสบตาฉันนิ่งเขม็งด้วยแววตาสงสัยจับผิด
ในขณะนั้นเอง ใต้โต๊ะอาหาร ฝ่าเท้าของคุณพ่อณรงค์กลับจงใจบดบี้เน้นน้ำหนักขยี้ลงบนเม็ดเสียวฉ่ำน้ำสวาทที่เปียกแฉะของฉันอย่างรุนแรงไร้ความปรานี!
"อ๊ะ!..." ฉันสะดุ้งตัวโยนหลุดเสียงครางอุทานเสียวซ่านลึกซึ้งอกมาดังลั่นท่ามกลางความเงียบงันปะทะประสาทหูสามีทันที!