“เอาหละเงียบเสียงแล้วฟังข้าพวกเ้าทุกคนห้ามใครก่อความวุ่นวายเด็ดขาดหากใครก่อความวุ่นวายวันนี้ข้าจะส่งตัวของมันให้เหมืองทองที่ทำงานหนักจนตาย”เสียงของผู้คุมเอ่ยเตือนเด็กที่อยู่ในเกวียนทั้งสามเล่มเอ่ยเสียงเคร่ง
“เงียบเสียงของพวกเ้าซะ”เสียงตวาดเสียงดังเมื่อเขาเริ่มรู้สึกความผิดปกติในป่าที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านอยู่นั้น
เช้งเสียงของดาบกระทบกันทำให้เหล่าเด็กที่อยู่ในเกวียนต่างตื่นตระหนกจนทำให้ผู้คุมต้องหันมาตวาดอยู่บ่อยครั้ง
ฉึกเืสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาจากอกของผู้คุมทำให้เด็กบางคนได้ะโลงจากเกียนด้วยความหวาดกลัวทำให้ฉีหลินที่อยู่ใกล้ตกลงจากเกวียนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ฉีหลินมากับข้า”เฉียงซานเอ่ยพร้อมกับวิ่งเข้ามาดึงตัวของฉีหลินขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“ข้าเจ็บขาเ้าค่ะพี่ซานหนีไปเถอะเ้าค่ะ”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับก้มลงไปกุมขาของตนด้วยสีหน้าเ็ป
“ไม่ได้ข้าจะเป็คนช่วยเ้าเอง”เฉียวซานเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปช่วยพยุงฉีหลินด้วยท่าทางไม่ยอมแพ้
“พี่ซานระวังเ้าค่ะ”ฉีหลินที่หันหลังกลับไปมองที่ด้านหลังนางก็ต้องใเมื่อเห็นว่ามีชายชุดดำกำลังง้างดาบเพื่อทำร้ายเฉียวซานที่กำลังพยุงตัวของนางอยู่ด้วยแววตามุ่งร้าย
ฉึกเสียงของดาบที่สะท้อนกับแสงทำให้ฉีหลินต้องหลับตาลงและเมื่อนางลืมตาขึ้นมาดูอีกครั้งนางก็เห็นดาบสีเงินที่แทงทุลุหน้าท้องของเฉียวซานด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“พี่ซาน!”ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เหลียวซานที่ด้วยแววตาตื่นตะลึง
“ทำอะไรอยู่รีบจัดการพวกมันสิจะรอให้พวกมันฆ่าเด็กๆของพวกเราให้หมดก่อนหรือ”เสียงของหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในรถม้าตวาดเสียงดังเมื่อเห็นว่าตอนนี้สินค้าของนางได้ล้มหายตายจากไปมากกว่าสิบคนแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อเหตุการณ์ทุกอย่างก็จบลงเด็กหลายคนาเ็เพียงเล็กน้อยเด็กบางคนก็าเ็สาหัสและเด็กบางตนก็ได้ตายลงอย่างน่าสงสาร
“นายหญิงเ้าคะช่วยพี่ซานด้วยเ้าค่ะ”ฉีหลินที่ประคองร่างของเหลียวซานอยู่ร้องะโของความช่วยเหลือจากหญิงวัยกลางคนที่กำลังจะเดินผ่านนางไป
“เ้าจะให้ข้าเสียเงินรักษาเด็กที่มีค่าชีวิตเพียงแค่ไม่กี่เหรียญเงินเช่นนั้นหรือเ้าดูสิเด็กชายในอ้อมแขนของเ้านั้นกำลังจะตายแล้วเหตุใดข้าต้องเสียเงินรักษาคนที่ใกล้ตายด้วยเพราะถึงข้ารักษาไปก็ใช่ว่าข้าจะขายเขาได้ราคาเท่ากับค่ารักษาที่ข้าต้องเสียไปเลยหรือไม่ก็ไม่รู้”หญิงวัยกลางคนแค่นเสียงเอ่ยตอบฉีหลินอย่างดูแคลนแล้วเดินจากไปทันที
“นายหญิงข้าขอร้องท่านเถอะเ้าค่ะจะให้ข้าเป็ม้าเป็วัวก็ได้ข้ายอมทั้งนั้นขอแค่ท่านยอมพาพี่ซานไปรักษา”ฉีหลินที่เห็นว่าเหลียวซานคือครอบครัวของนางก้มหน้าเอ่ยขอร้องหญิงวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“ดูอะไรอยู่ไปลากตัวเด็กที่ยังใช้การได้อยู่กลับมาให้หมดมันคนใดที่ใช้การไม่ได้แล้วก็ทิ้งเอาไว้ที่นี้ให้หมด”เสียงแหลมเอ่ยสั่งเสียงดังแล้วเดินกลับขึ้นไปที่รถม้าของตนทันที
“ขอรับ”เสียงของผู้คุมเอ่ยขานรับแล้วแยกย้ายออกไปตามหาเด็กๆที่หนีไปทันที
“เ้าปล่อยข้าไว้ที่นี้แหละ เ้าไปใช้ชีวิตใหม่ที่เ้า้าเถอะบางทีข้าตายอยู่ที่นี่ก็เป็เื่ดีเช่นกันข้าจะได้มีชีวิตเป็อิสระเสียที”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับแน่นิ่งไปทันที
“พี่ซานพี่ซาน”ฉีหลินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ร้องไห้ด้วยความเ็ปที่พี่ชายที่นางนับถือได้จากนางไปอย่างไม่มีวันกลับ
“ไปมานั่งร้องไห้อะไรอยู่ตรงนี้รีบขึ้นเกวียนได้แล้ว”ผู้คุมเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาลากตัวของฉีหลินไปที่เกวียนทันที
กาลเวลาพัดผ่านไปฉีหลินในวัยเจ็ดขวบก็ได้เติบโตขึ้นมาเป็เป็หญิงสาวที่มีความน่ารักน่าเอ็นดูจนได้รับความเอ็นดูจากฮูหยินจือเลี่ยงซูเป็ฮูหยินเอกของแม่ทัพตระกูลเจาอยู่ไม่น้อยและในวัยสิบสองปีของฉีหลินก็ได้รับคัดเลือกให้เป็สาวใช้ข้างห้องให้กับคุณชายเจาเฟยิคุณชายเพียงคนเดียวของตระกูลเจาโดยมีฮูหยินจือเป็คนสนับสนุน