ณ แคว้นหนาน
จวนราชครูหวังซ่งซู กำลังกลัดกลุ้มคิดหาทางออกนั่งทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ห้องโถงหลักกับฮูหยินเอกหวังเหมยหลานที่กำลังร้องไห้อยู่ข้างๆ
เขาจะต้องคิดหาหนทางย้ายหวังลี่เหยาออกจากที่ซ่อนภายในค่ายกลที่อยู่หลังจวนตระกูลหวัง ที่ท่านอาจารย์ได้มาลงอักขระให้เมื่อหลายปีก่อน สาเหตุที่ต้องมานั่งคิดมากมาจาก ไม่กี่วันก่อนข่าวร้ายของอาจารย์ถูกส่งมาจากศิษย์พี่จิ้งเหอได้แจ้งมาในจดหมายว่าอาจารย์ของเขาได้เสียชีวิตลงเมื่อเดือนที่แล้ว จึงทำให้แผนที่เคยวางเอาไว้ว่าจะให้หวังลี่เหยาซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลจนถึงอายุ16ปี ค่อยออกมาจะต้องเปลี่ยนไป
เมื่ออาจารย์ที่ลงอาคมให้ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ค่ายกลที่มีอยู่ก็จะไม่สามารถปกป้องนางได้อีกต่อไป หากว่าเขาไม่ทำอะไร จะต้องมีคนมาชิงตัวหรือทำร้ายบุตรสาวของเขาเป็แน่
ตอนนี้คงเหลือเพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้นก็คือส่งหวังลี่เหยาไปที่เขาเหลียงซานเพื่อไปหาศิษย์พี่ใหญ่จิ้งเหอ ให้เขาคุ้มครองนางอยู่ที่นั้น อย่างแรกต้องส่งจดหมายไปให้หวังลี่เหยามอบให้ศิษย์พี่ก่อน เพราะถ้าหากส่งจดหมายไปก่อนเกรงว่าจะไม่ทันการณ์ แล้วหากว่านางไปถึงที่นั่น เขาอาจจะจำนางไม่ได้แล้ว เพราะครั้งสุดท้ายที่พบหวังลี่เหยาอายุเพียงแค่4ปีเท่านั้นไม่พบกับตั้ง10ปีแล้วคงจำนางไม่ได้เป็แน่
"ท่านพี่เดือนหน้า ก็ถึงพิธีปักปิ่นเหยาเอ๋อร์แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีเ้าคะ? ถ้าหากฝ่าาทรงทราบความจริงว่าเฟิงเออร์ไม่ใช่สตรีในตำนาน แต่เป็คนที่เราเอามาแทนที่ลี่เหยาพวกเราทั้งหมดจะต้องถูกลงโทษแน่เลยเ้าค่ะ "
หวังฮูหยินเอ่ยอย่างร้อนใจ สาเหตุที่ทำแบบนั้นไปเพราะว่า นางไม่คิดว่าผู้คนจะคิดกับบุตรสาวของนางเป็จริงขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นนางคงไม่กล้าเอาบุตรสาวของบ่าวมาเป็ตัวแทนของหวังลี่เหยาเป็แน่ นางคิดง่ายๆเพียงว่าหากนางให้หวังเฟิงเฟิงมาเป็บุตรสาวคนอื่นจะได้ไม่มาทำร้ายหรือแย่งชิงนางออกจาอ้อมอก บุตรสาวที่น่าสงสารของนางต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆมาหลายปี แต่นางคิดไม่ถึงว่าฝ่าาจะมีรับสั่งให้หวังเฟิงเฟิงเข้าพิธีแต่งงานกับองค์รัชทายาทหนานกงอี้ทันทีที่ผ่านพิธีปักปิ่น หากว่าหลังจากคืนเข้าหอ ฝ่าาทรงทราบความจริงว่านางไม่ใช่บุตรสาวตัวจริง ทุกคนจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน
“น้องหญิงพี่คิดว่าฝ่าา น่าจะยังไม่ทรงทราบก่อนที่เราจะพาลูกหนี แต่ไม่ว่าจะอย่างไรถึงแม้ว่าต้องตายพี่ก็ไม่มีทางส่งเหยาเอ๋อร์เข้าวังแน่ๆองค์รัชทายาทผู้นั้นไม่ใช่คนดี พี่ไม่ยอมให้นางต้องทุกข์ทรมานในวังแน่นอน”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีเ้าคะ? ถ้าฝ่าาทรงทราบตอนที่หวังเฟิงเฟิงเข้าพิธีปักปิ่นแทนเหยาเอ๋อร์จะต้องมีรับสั่งให้ทำพิธีสมรสเป็แน่ แล้วหากว่าเข้าหอแล้วทรงรู้ว่านางไม่ใช่ตัวจริง ต้องทรงสั่งปะาเราทั้งตระกูลแน่ๆ”
“พี่รู้แต่เพียงว่าไม่ว่าจะอย่างไรลูกเราจะต้องปลอดภัย พี่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วก่อนพิธีปักปิ่น พี่จะส่งลูกไปแคว้นเว่ยไปหาศิษย์พี่ใหญ่ที่เขาเหลียงซาน เพราะบนเขาเหลียงซานคนนอกจะไม่สามารถเข้าไปได้ หากไม่ได้รับอนุญาติจากคนข้างใน หากนางอยู่ที่นั้นจนถึงอายุ16ปี ถึงตอนนั้นได้นางไปก็จะไม่มีประโยชน์ คนพวกนั้นก็จะเลิกมาวุ่นวายกับนาง นางก็ปลอดภัยแล้ว"
“น้องกลัวเหลือเกินค่ะท่านพี่ ทำไมต้องเกิดเื่ราวแบบนี้กับลูกของเราด้วย น้องสงสารลูกเหลือเกิน”
หวังฮูหยินร่ำไห้แทบขาดใจเมื่อนึกถึงลูกสาวเพียงคนเดียวต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ั้แ่เล็ก เพียงเพราะวันครบรอบ3ขวบได้พาหวังลี่เหยาไปเข้าวังครั้งแรกในงานเลี้ยงรับรอง ได้มีโหรหลวงคนนึง โหรหลวงชื่อดังของแคว้นหยาง ที่เดินทางมาแคว้นหนานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นได้ทำนายว่าบุตรสาวของนางเป็ผู้มีบุญบารมีมาเกิด
หากแคว้นไหนได้นางไว้จะเป็ที่หนึ่งในใต้หล้า พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่มีโรคภัยใดที่นางจะรักษาไม่ได้ ดังนั้นั้แ่นั้นเป็ต้นมาทุกแคว้นก็จะส่งคนลอบมาสืบข่าวเพื่อหวังจะลักพาตัวหวังลี่เหยาไปให้แคว้นตัวเอง บางครั้งลอบเข้ามาถึงภายในจวน จนราชครูหวังต้องแสร้งปล่อยข่าวออกไปว่าบุตรสาวป่วยหนักต้องไปรักษาตัวที่เขาเหลียงซาน
หลังจากนั้นได้แอบรับเอาลูกสาวของบ่าวในจวนที่เสียชีวิตจากการตกน้ำ รุ่นราวคราวเดียวกับหวังลี่เหยามาเป็ตัวแทนสับเปลี่ยนแทนลี่เหยาของนาง โดยอ้างว่านางได้เปลี่ยนชื่อจากหวังลี่เหยาเป็หวังเฟิงเฟิงโดยสลับกับชื่อลูกของบ่าวที่เสียชีวิตไปเพื่อแก้เคล็ด หากหวังลี่เหยาอายุครบ16ปีเมื่อไหร่ก็จะบอกทุกคนว่าเขารับบุตรบุญธรรมคนใหม่เพียงแค่นั้น
“น้องหญิงอย่าร้องไห้ไปเลยลูกเราต้องไม่เป็ไร”
หวังซ่งซูปลอบใจฮูหยินรัก แต่ภายในใจรู้สึกหนักอึ้งได้แต่หวังว่า์คงจะไม่โหดร้ายกับตระกูลหวังจนเกินไปนัก
******************************