‘อึ๊ก ทำไมฉันหายใจไม่ออก...ฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือมันก็ต้องหายใจไม่ออกอยู่แล้วสิ’ หลินเยี่ยนฟางคิดอยู่ในใจด้วยความทรมานแต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นแล้วก็ต้องใรอบตัวของเธอคือน้ำอันขุ่นมัวเธอพยายามตะเกียกตะกายเพื่อจะขึ้นจากน้ำตามสัญชาตญาณแต่เรี่ยวแรงของเธอกับไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่แสงจากผืนน้ำที่มองเห็นอยู่ค่อยๆ ห่างจากร่างของเธอเรื่อยๆทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังจะจมลงไป
‘ทำไมโลกหลังความตายมันถึงได้ทรมานอย่างนี้ล่ะช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยฉันที’ เธอคิดพลางพยายามใช้เรี่ยวแรงที่เหลือพยุงร่างกายของตนเองไม่ให้จมลงไปเบื้องล่างหน้าอกของเธอปวดแสบปวดร้อนไปหมดสติของเธอเริ่มจะพร่าเลือนอีกครั้งแต่แล้วก็มีคนแหวกว่ายเข้ามาหาเธอมืออันแข็งแรงจับข้อมือของเธอเอาไว้แล้วดึงร่างของเธอเข้าไปหาเขาแล้วก็พาร่างของเธอทะยานขึ้นไป้ายังไม่ทันจะโผล่พ้นผืนน้ำหลินเยี่ยนฟางก็หมดสติไปอีกครั้ง
“แค่ก แค่ก”หลินเยี่ยนฟางคายน้ำออกมาอย่างทรมาน หน้าอกของเธอเจ็บร้าวไปหมดเธอลืมตาขึ้นไปมองคนที่พึ่งจะเอามือออกจากหน้าอกของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อนลอยแล้วก็ได้แต่อุทานอยู่ในใจ
‘แม่เ้า!ทำไมคนในโลกหลังความตายถึงหน้าตาดีได้ขนาดนี้กันนะ’ หลินเยี่ยนฟางคิดพลางจ้องมองคนตรงหน้าเขาคือคนที่ลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ ดวงตาอันงดงาม ใบหน้าคมคายได้รูป หยดน้ำที่หยดลงมาจากขนตาของเขาทำให้หลินเยี่ยนฟางพูดออกมาได้แค่คำเดียว
“หล่อจัง”คำพูดของเธอทำให้คนตรงหน้าขบกรามแน่นเขาจ้องมองเธอด้วยความไม่ชอบใจแล้วก็ตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดุดัน
“ในหัวของเธอทำไมจึงได้คิดแต่เื่เหลวไหลลุกขึ้นมาได้แล้ว ถ้าเธอยังคิดสั้นอยากจะะโน้ำตายนักก็ไปะโที่อื่นอย่ามาะโแล้วตายลงไปต่อหน้าของฉันอย่างนี้”คำพูดของเขาทำให้หลินเยี่ยนฟางกะพริบตาแล้วก็หันไปมองรอบข้างในทันที
“อาฟางตัดอกตัดใจได้แล้วลูก จินิเขาได้ใบรับรองเข้าไปทำงานในโรงงานที่อยู่ในเมืองแล้วอีกทั้งตอนนี้ลูกก็แต่งงานแล้วไม่ว่าอย่างไรลูกกับเขาก็หมดวาสนาต่อกันไปแล้ว”นำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งทำให้หลินเยี่ยนฟางขมวดคิ้วเธอมองรอบๆ ตัวด้วยความประหลาดใจตอนนี้รอบตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอและชายหนุ่มที่เนื้อตัวเปียกโชกเพียงเท่านั้นแต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงจ้องมองเธออยู่ มีทั้งสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่...
‘เดี๋ยวก่อน!คนอย่างฉันมีคนรักด้วยหรือ’ หลินเยี่ยนฟางคิดพลางหันไปจ้องมองที่หญิงวัยกลางคนคนนั้น
“เยี่ยนฟางเห็นแก่แม่ของเธอเถอะ แม่ของเธอทำทุกอย่างเพื่อเธอแล้วนะ หาคนดีๆ มาแต่งงานด้วยทุ่มเทเงินทองเพื่อให้เธอได้เรียนตัดเย็บเสื้อผ้าแล้วเธอจะทำให้แม่ของเธอเสียใจด้วยการฆ่าตัวตายเพียงเพื่อผู้ชายที่ไม่เคยสนใจไยดีเธอเลยคนนั้นหรือ”คำถามของชายชราคนหนึ่งทำให้หลินเยี่ยนฟางขมวดคิ้วแล้วถามออกมาในทันที
“ใคร!ใครฆ่าตัวตายเพื่อผู้ชาย หมายถึงฉันหรือ”คำถามของหลินเยี่ยนฟางทำให้ทุกคนต่างพยักหน้าในทันที
“หยางชุนพาเมียแกกลับบ้านไปเถอะ ให้อยู่ตรงนี้ก็อับอายขายขี้หน้าคนอื่นเปล่าๆ”เสียงของหญิงชราคนหนึ่งทำให้หลินเยี่ยนฟางต้องหันไปมองสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของผู้หญิงคนนั้นทำให้หลินเยี่ยนฟางเลิกคิ้วขึ้นแต่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรผู้ชายที่เนื้อตัวเปียกโชกก็อุ้มเธอขึ้นมาแล้วพาเธอเดินตรงไปยังบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งเขาอุ้มเธอเข้าไปในบ้านแล้วพาเธอไปที่ห้องนอนเล็กๆ แล้วโยนเธอลงไปบนเตียงนอน
“เธอคิดว่าตัวเองมีกี่ชีวิตกันหากคิดจะฆ่าตัวตายอีกครั้งหน้าฉันคงจะไม่ช่วยเธออีกแล้ว”เมื่อเขาพูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้หลินเยี่ยนฟางนั่งมองสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยความงุนงง
เธอจำได้ว่าตนเองจบชีวิตไปแล้วที่โรงพยาบาลพอรู้สึกตัวอีกทีเธอก็กำลังจมน้ำอยู่แล้วก็มีคนลงไปช่วยแล้วตอนนี้เธอก็กำลังนั่งอยู่ในบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งสภาพการณ์ตกแต่งดูแปลกตาแต่ก็คุ้นเคย คล้ายๆในซีรีส์ย้อนยุคที่ซูอิ๋งชอบชวนให้เธอดูบ่อยๆ ตอนที่เธอต้องรักษาตัว
“ยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีก่นี้งานของฉันกำลังยุ่งมากถ้าเธอป่วยขึ้นมาฉันก็ไม่มีเวลามาดูแลเธอหรอกนะ” ชายหนุ่มที่พึ่งจะช่วยเธอขึ้นจากน้ำเดินเข้าห้องมาด้วยเนื้อตัวท่อนบนไม่ได้สวมใส่อะไรมีแค่เพียงผ้าขนหนูผืนหนึ่งทั้งที่อากาศหนาวเย็นมากถึงเพียงนี้แต่ดูเหมือนว่าความหนาวเย็นไม่ได้มีผลกระทบต่อเขาเท่าใดนัก
เนื้อตัวท่อนบนอันเปลือยเปล่าของเขาดึงดูดสายตาของเธอได้เป็อย่างดียิ่งตอนที่เขายกมือขึ้นเพื่อใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกอยู่ของตนเองก็ยิ่งเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออันสวยงามดึงดูดสายตาของเธอเป็อย่างยิ่งเขาเหลือบมองเธอเพียงนิดเดียวแล้วจึงได้เดินเลยไปหยิบเสื้อในตู้ออกมาแล้วก็หันมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง
“หลินเยี่ยนฟางในเมื่อเธอไม่พอใจการแต่งงานของพวกเราหลังจากนี้เธอก็แค่หย่าขาดจากฉันก็สิ้นเื่ทำไมจะต้องทำลายชีวิตของตนเองทิ้งไปเช่นนี้ส่วนเื่โจวจินิในฐานะที่ฉันเองก็เป็ผู้ชายขอแนะนำเธอว่าให้เธอตัดอกตัดใจเสียเถอะในสายตาของเขาเธอก็เป็แค่เด็กสาวในหมู่บ้านเดียวกันกับเขาที่เขาสามารถใช้หน้าตาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพียงเท่านั้นเธอคิดว่าแค่ช่วยให้เขาได้ใบรับรองความกล้าหาญแล้วเขาจะต้องตอบแทนความช่วยเหลือของเธอด้วยการพาเธอหนีไปใช้ชีวิตด้วยกันหรือหึหึ ช่างเป็ความคิดที่เก้อเขินโดยแท้” เขาพูดพลางหันไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่อีกผืนแล้วโยนมาให้หลินเยี่ยนฟางด้วยสีหน้าเ็า
“ฉันจะบอกอะไรให้นะที่เธอคิดว่าฉันไม่พอใจเธอเพราะเธอทำให้ฉันอดได้ไปทำงานในโรงงานในเมืองแท้จริงแล้วมันไม่ใช่แต่สิ่งที่ฉันไม่พอใจเธอก็เพราะเธอชอบทำตัวโง่เขลาเธอคิดว่าตัวเธอถูกบังคับเพียงฝ่ายเดียวหรือฉันเองก็ไม่ต่างกับเธอหรอกแต่ฉันก็ไม่เคยทำให้เธอขายหน้า ยังให้เกียรติเธอให้เกียรติแม่ของเธอแล้วเธอเล่าเคยให้เกียรติฉันไหม ฉันขอตอบแทนเธอเลยก็ได้ว่า ไม่เลย!แค่ให้เกียรติตัวเองเธอยังไม่ทำแล้วเธอจะเอาเกียรติอันใดมามอบให้กับคนอื่น”คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้หลินเยี่ยนฟางเม้มปากแน่นเธอดึงผ้าขนหนูมาพันรอบตัวเพื่อซับหยดน้ำและเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายที่ตอนนี้หนาวสั่นจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกแล้วสุดท้ายเธอก็ถามออกมาตามตรง
“เดี๋ยวก่อนก่อนที่จะต่อว่าฉันคุณช่วยตอบฉันหน่อยได้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วคุณเป็ใคร”