เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักเล็กๆ ด้านหลังร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเอเดนอย่างสดใส เมโลดี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า อาการป่วยไข้ที่รุมเร้าเมื่อวานได้จางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจากการที่ได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของเอเดน
เอเดนยังคงนอนหลับอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าของเขาดูสงบและอ่อนโยนในยามหลับใหล เมโลดี้ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามเส้นผมของเขาอย่างแ่เบา ความรักที่เอ่อล้นอยู่ในใจทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะะเิออกมาด้วยความสุข เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะกลับมามีความสุขได้ขนาดนี้ หลังจากที่ต้องแบกรับความเ็ปจากการสูญเสียพี่สาวมานานหลายปี
“อรุณสวัสดิ์ค่ะเอเดน” เมโลดี้กระซิบเบาๆ
เอเดนขยับตัวเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเป็ประกายด้วยความง่วงงุน แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเมโลดี้ เขาก็ยิ้มอ่อนโยน
“อรุณสวัสดิ์ครับเมโลดี้” เอเดนตอบด้วยรอยยิ้ม
“คุณรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ”
เมโลดี้พยักหน้า “ดีขึ้นมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดูแลฉันเมื่อวาน”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ” เอเดนตอบ
“ผมเต็มใจครับ”
พวกเขาต่างมองตากัน ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วห้อง แต่คราวนี้ความเงียบนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความสุขที่แท้จริง
หลังจากทานอาหารเช้าที่เอเดนเตรียมไว้อย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ ทั้งคู่ก็เตรียมตัวกลับไปทำงาน เมโลดี้ยังคงมีสีหน้ากังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับการไปทำงานหลังจากที่หยุดไปหนึ่งวัน
“ฉันต้องรีบไปที่คลินิกแล้วค่ะเอเดน มีคนไข้รออยู่เยอะเลย” เมโลดี้กล่าวขณะที่กำลังจัดกระเป๋า
เอเดนเดินเข้าไปสวมกอดเมโลดี้จากด้านหลัง เขาจูบซับที่ไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องรีบหรอกครับ อยู่กับผมแบบนี้อีกแปปนึงนะ ผมจะไปส่งคุณที่คลินิกเอง”
เมโลดี้ยิ้ม ทั้งคู่ยังคงอยู่ในท่าเดิมที่เอเดนสวมกอดเธอไว้มันเป็กอดที่นานมากนานกว่าปกติ “ก็ได้ค่ะ แต่แค่แปปเดียวนะ”
การกลับไปทำงานในวันนั้นของทั้งคู่เต็มไปด้วยพลังงานที่แตกต่างออกไป เอเดนกลับมาที่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขาด้วยความกระตือรือร้น เขาสังเกตเห็นว่านักเรียนของเขากำลังตั้งใจเรียนรู้ศิลปะการซ่อมเครื่องดนตรีใน "มุมดนตรีบำบัด" ที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมา เสียงหัวเราะและเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วร้าน ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็กันเอง เอเดนรู้สึกเติมเต็มทุกครั้งที่ได้เห็นความสุขบนใบหน้าของนักเรียน และได้เห็นเครื่องดนตรีเก่าๆ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานของเขา แล้วหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุเศษผงสีฟ้าจากคริสตัลเสียงขึ้นมาดูอีกครั้ง มันเป็สิ่งเตือนใจถึงลูน่า ถึงบทเพลงสุดท้ายของเธอ และถึงการเดินทางที่ผ่านมา แต่ตอนนี้มันไม่ได้นำมาซึ่งความเศร้าอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับเป็แรงบันดาลใจให้เขาก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความรักและความหวัง
ในขณะเดียวกัน เมโลดี้ก็กลับมาที่คลินิกของเธอ เธอทักทายทีมงานและคนไข้ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานที่เต็มเปี่ยมในตัวเธอ การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และการได้อยู่ใกล้ชิดกับเอเดน ทำให้เธอรู้สึกมีพลังที่จะกลับมาทำงานที่เธอรักอีกครั้ง
เธอใช้เวลาส่วนหนึ่งในการพูดคุยกับคนไข้แต่ละคนอย่างตั้งใจ เธอรับฟังปัญหาของพวกเขา ให้คำแนะนำ และให้กำลังใจ เมโลดี้รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นคนไข้ของเธอค่อยๆ ดีขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
ในระหว่างวัน เมโลดี้ก็ได้รับโทรศัพท์จากเอเดน
“เมโลดี้วันนี้คุณเป็ไงบ้างครับ ที่คลินิกทุกอย่างโอเคดีใช่ไหมครับ” เอเดนถามด้วยน้ำเสียงที่สดใส
เมโลดี้ยิ้ม
“ดีค่ะ ส่วนคลินิกก็มีเหนื่อยนิดหน่อยค่ะวันนี้มีคนไข้ใหม่หลายคนเลยค่ะเอเดน บางคนก็มีอาการซึมเศร้า บางคนก็มีปัญหาเื่ความสัมพันธ์”
“เหนื่อยแย่เลยคนเก่งของผม สู้ๆ นะครับ” เอเดนกล่าว
“ผมเชื่อว่าคุณจะช่วยพวกเขาได้แน่นอนครับ”
“ขอบคุณนะคะเอเดน” เมโลดี้ตอบ
“แล้วร้านของคุณเป็อย่างไรบ้างคะ”
“ก็ดีครับ” เอเดนเล่า “วันนี้มีนักเรียนใหม่มาสมัครเรียนอีกสองคนครับ ผมกำลังคิดว่าจะขยายพื้นที่สำหรับคอร์สสอนซ่อมเครื่องดนตรีเพิ่มเติมครับ”
พวกเขาพูดคุยกันถึงเื่งานและชีวิตประจำวันอย่างเป็ธรรมชาติ การได้แบ่งปันเื่ราวต่างๆ ให้กันและกันฟัง ทำให้พวกเขารู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น และรู้สึกเหมือนมีใครบางคนอยู่เคียงข้างเสมอ
ในเย็นวันนั้น หลังจากที่เมโลดี้เลิกงาน เอเดนก็มารับเธอที่คลินิก พวกเขาตัดสินใจที่จะไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งที่พวกเขาชอบ
ขณะที่กำลังทานอาหารเย็น เอเดนก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“เมโลดี้ครับ ผมมีอะไรจะให้คุณดูครับ” เอเดนกล่าว
เมโลดี้มองสมุดบันทึกในมือของเอเดนด้วยความสงสัย
เอเดนเปิดสมุดบันทึกออก ภายในมีภาพวาดโครงสร้างของอาคารแห่งหนึ่งที่ดูทันสมัยและกว้างขวาง มีพื้นที่สำหรับห้องบำบัดหลายห้อง ห้องทำกิจกรรม และสวนหย่อมเล็กๆ ที่ดูร่มรื่น
“นี่คืออะไรคะเอเดน” เมโลดี้ถามด้วยความประหลาดใจ
เอเดนยิ้ม “นี่คือแบบร่างของศูนย์บำบัดของคุณครับเมโลดี้”
เมโลดี้เบิกตากว้างด้วยความใ เธอจ้องมองภาพวาดในสมุดบันทึกด้วยความไม่เชื่อสายตา
“คุณ... คุณทำมันขึ้นมาเองเหรอคะ”
เอเดนพยักหน้า “ครับ ผมใช้เวลาว่างออกแบบมันขึ้นมาครับ ผมรู้ว่าคุณมีความฝันที่จะเปิดศูนย์บำบัดที่ใหญ่ขึ้น ผมเลยอยากช่วยให้ความฝันของคุณเป็จริงครับ”
เมโลดี้รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา เธอไม่เคยคิดเลยว่าเอเดนจะใส่ใจในความฝันของเธอได้มากขนาดนี้
“เอเดน... ขอบคุณนะคะ” เมโลดี้พูดเสียงสะอื้น
เอเดนเอื้อมมือไปจับมือของเมโลดี้ไว้แน่น “ไม่เป็ไรหรอกครับเมโลดี้ ผมอยากเห็นคุณมีความสุขครับ”
พวกเขาพูดคุยกันถึงรายละเอียดของแบบร่างนั้น เอเดนอธิบายถึงแิในการออกแบบแต่ละส่วน เมโลดี้ก็เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติม พวกเขาต่างรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขกับการได้วางแผนอนาคตร่วมกัน
“ผมคิดว่าเราน่าจะลองหาที่ดินที่เหมาะสมสำหรับสร้างศูนย์บำบัดนี้กันนะครับ” เอเดนกล่าว “ผมจะช่วยคุณหาเงินทุนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เมโลดี้ยิ้ม “ฉันก็อยากให้เป็แบบนั้นค่ะเอเดน”
พวกเขาใช้เวลาส่วนที่เหลือของคืนนั้นในการพูดคุยถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่แค่เื่ของศูนย์บำบัด แต่เป็เื่ของชีวิตที่พวกเขากำลังจะสร้างขึ้นมาด้วยกัน เอเดนเล่าถึงความฝันที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับเมโลดี้ เมโลดี้ก็เล่าถึงความปรารถนาที่จะมีบ้านหลังเล็กๆ ที่มีสวนดอกไม้สวยๆ
"ผมอยากจะสร้างบ้านให้คุณนะครับเมโลดี้" เอเดนพูดขึ้นมา "บ้านที่มีสวนดอกลิลลี่สีเพลิงสวยๆ เหมือนในความฝันของคุณ"
เมโลดี้ยิ้ม "ฉันก็อยากให้เป็แบบนั้นค่ะเอเดน"
พวกเขามองตากัน ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่คราวนี้ความเงียบนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความหวังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
Alice คนชอบทะเล