“อ้าว มีงานเข้าแล้วเหรอ”
หลิวเจี้ยนยังคงเอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้โยก ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหลิวเหว่ยเลยสักแวบ
หลิวเหว่ยตบอกเสียงดัง “แกไม่ดูหน่อยเหรอว่าข้าเป็ใคร ระดับโปรอย่างข้ามาลุยในเมืองใต้ดินแห่งนี้ มีหรือจะกลัวว่าไม่มีงานเข้า?”
“อย่าพูดมาก อยากได้ข่าวอะไรก็ว่ามา” หลิวเจี้ยนี้เีฟังเขาพูดไร้สาระ จึงเข้าประเด็นทันที
หลินหานก้าวเท้าขึ้นไปข้างหน้า บอกว่า “ผม้าเบาะแสทั้งหมดเกี่ยวกับทูตนรกานต์ ขอจุดเกิดและเวลาสปอว์นที่ใกล้ที่สุด”
พอได้ยินแบบนั้น หลิวเจี้ยนถึงยอมดันหมวกขึ้นเล็กน้อย ถามว่า “เตรียมทำภารกิจคลาส 2 เอาหัวใจนรกานต์งั้นเหรอ?”
“ใช่ครับ”
หลิวเจี้ยนถามต่อ “ดูจากหุ่นนายก็น่าจะเป็สายนักรบละมั้ง ถ้าเป็สายฮีลละก็งานหินแน่ ไม่จ้างทหารรับจ้างมาช่วย แทบไม่มีทางทำสำเร็จได้เลย ดูทรงแล้ว ดวงนายยังดีอยู่นะ”
หลิวเหว่ยกะพริบตาถี่ ๆ พร้อมสะกิดเอวเขา กระซิบว่า “อย่าไปสะกิดปมสิ คุณลูกค้าท่านนี้เป็สายฮีล อาชีพผู้สังเวยนะ”
“ผู้สังเวย!?” หลิวเจี้ยนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนหลุดอุทานว่า “เป็ผู้สังเวยแล้วรับภารกิจนี้เนี่ยนะ อยากหาเื่ตายหรือไง!? ต่อให้ฉันขายข่าวให้ นายก็ไม่มีทางลุยเดี่ยวล่าทูตนรกานต์คนเดียวได้หรอก”
“ไปหาทีมทหารรับจ้างมาช่วยเถอะ ถือว่าฉันเตือนด้วยความหวังดี แม้พวกฉันจะหาเงินเป็หลัก แต่เื่แบบนี้ก็ต้องเตือนให้เข้าใจ กลับไปเถอะ”
“ขอบคุณครับ” หลินหานยิ้มแล้วพูดต่อ “แต่ผมตัดสินใจแล้ว ส่งข่าวมาให้ผมเถอะ”
พูดจบ หลินหานก็โยนถุงเหรียญัดาราให้ “ผมมีวิธีรับมือของผมเอง คุณเป็พ่อค้าขายข่าว มีเงินมาจ่อตรงหน้าจะไม่เอาจริงเหรอ”
หลิวเจี้ยนเพิ่งเคยเจอคนดื้อรั้นหัวชนฝาขนาดนี้เป็ครั้งแรก แม้การขายข่าวจะเป็อาชีพของเขา แต่พอเจอคนแบบนี้ก็ยังหวังดีอยากช่วยเตือน
“เอาเถอะ” เขารู้ว่าเกลี้ยกล่อมไม่เข้าหูแล้ว จึงไม่อยากพูดมากอีก หยิบม้วนคัมภีร์จากข้างตัวโยนให้หลินหาน “เหรียญัดาราพวกนี้พอดีแล้ว ในม้วนคัมภีร์นี้มีข้อมูลเกี่ยวกับทูตนรกานต์ทั้งหมด”
หลินหานว่า “ตกลงครับ หลิวเหว่ย คุณไม่ต้องตามผมมาแล้วนะ”
หลังจากนั้น หลินหานก็เดินแยกตัวออกมา
จากข้อมูลในเบาะแส พื้นที่กบดานหลักของทูตนรกานต์อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองใต้ดิน!
เมื่อคำนวณจากเวลาตอนนี้ ก็น่าจะใกล้ถึงเวลาสปอว์นตัวของทูตนรกานต์แล้ว
ทันใดนั้น ลางสังหรณ์อันตรายก็พุ่งวาบเข้ามาในหัวของหลินหาน
มีอันตราย!
ความรู้สึกนี้คือทักษะติดตัวของเนตร์ที่แจ้งเตือนภัย ทันทีที่มีอันตรายย่างกรายเข้ามา เนตร์จะเตือนผู้ใช้ในทันที
โดนสะกดรอยตามงั้นเหรอ?
หลินหานเปิดใช้ทักษะเนตร์ทันที
ชั่วพริบตานั้น ทุกมุมอับทั่วทั้งเมืองใต้ดินก็ปรากฏในสายตาของเขา จากััแจ้งเตือนภัย หลินหานล็อกเป้าหมายพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
“ทหารรับจ้างสมาคมสามอสรพิษ!?” หลินหานหัวเราะเยาะในใจ
‘คนพวกนี้ยังไม่ยอมถอดใจอีก สะกดรอยตามฉันมาถึงเมืองใต้ดิน กะจะลงมือฆ่าหมกศพฉันที่นี่ละสิ’
ในเมื่อจับร่องรอยของพวกมันได้แล้ว เขาย่อมไม่มีทางปล่อยผ่านไปง่าย ๆ แน่นอน เพราะถ้าปล่อยไว้ วันข้างหน้าคนพวกนี้ก็จะกลายเป็เสี้ยนหนามคอยก่อรบกวนเปล่า ๆ
ในเมื่อตามเข้ามาถึงที่นี่แล้ว หลินหานก็ตั้งเป้าในใจทันที ในเมืองใต้ดินแห่งนี้ ไม่มีใครมานั่งใส่ใจเื่ฆ่ากันตายหรอก ตอนนี้สถานการณ์ได้สลับกันแล้ว ใครจะเก็บใครยังไม่รู้เลย วันนี้เขาจะหลอกล่อคนพวกนี้มาฝังกลบชื่อในเมืองใต้ดินให้หมด!
แม้จะรู้ว่ามีคนตามมา แต่หลินหานก็ยังคงเดินไปตามเส้นทางในแผนที่โดยไม่แสดงอาการหรือพิรุธใด ๆ ออกมาเลย
ผ่านไปชั่วครู่ เขาก็มาถึงบริเวณหุบเหวลึกแห่งหนึ่ง
มองดูแผนที่ในมือแล้ว เขาก็พึมพำว่า “ตามข้อมูลในข่าว ที่นี่คือจุดสปอว์นหลักของทูตนรกานต์ คำนวณดูแล้วก็น่าจะใกล้ได้เวลาโผล่มาแล้ว”
หลินหานหยิบม้วนเวทมนตร์ที่เพิ่งกวาดซื้อมาจากตลาดการค้าออกมาเตรียมไว้ ม้วนเวทมนตร์ก็ตามชื่อของมัน คือสิ่งที่บันทึกคาถาเวทมนตร์เอาไว้ข้างใน ใช้งานง่ายสะดวกมากเวลาต่อสู้
พลังของหลินหานล้วนเป็มหาเวทต้องห้าม หากมีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ การใช้มหาเวทต้องห้ามย่อมทำให้ความลับของเขาแตกแน่นอน ม้วนเวทมนตร์พวกนี้จึงช่วยกลบเกลื่อนเื่นี้ได้พอดี ต่อให้คนอื่นเห็น ก็แค่มองว่าเขาเป็เศรษฐีสายทุ่มเงินเปย์ไอเทมเท่านั้น
“หลินหานหยุดเดินแล้ว” กลุ่มทหารรับจ้างสมาคมสามอสรพิษพากันหยุดชะงัก ซ่อนตัวตนในเงามืดแล้วเริ่มเฝ้าสังเกตการณ์
“เมื่อกี้มันเพิ่งซื้อข่าวทูตนรกานต์มา ตรงนี้น่าจะเป็จุดสปอว์นของทูตนรกานต์แน่ ๆ พวกเราซุ่มรอตรงนี้ก่อน พอไอ้หลินหานต้านไม่ไหวเมื่อไหร่ ค่อยลงมือ คราวนี้ทั้งตัวหลินหานและหัวใจนรกานต์ ข้าจะเอามาให้หมด!”
ชายหัวโล้นเผยสีหน้าตื่นเต้น
ตลอดทางที่ตามมา เห็นหลินหานใช้เงินแก้ปัญหา ก็ดูออกทันทีว่าเป็พวกมหาเศรษฐี บนตัวต้องมีของล้ำค่าอยู่เพียบแน่ ขอแค่ศึกนี้สำเร็จ กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเขาก็จะได้รุ่งโรจน์ร่ำรวยแน่นอน
“ลูกพี่ ดูเร็ว! ทูตนรกานต์สปอว์นแล้ว!” ลูกน้องข้างกายหลุดอุทาน
มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายมนุษย์เดินออกมาจากความมืด ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวมีเมือกเหนียวไหลย้อยลงมา ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างราวกับมองเห็นทุกสิ่งในความมืด
หลินหานสังเกตเห็นมันในทันที
[เลเวล 12] ทูตนรกานต์
เมื่อเทียบกับกบพิษน้ำแข็งที่เจอครั้งก่อน กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากทูตนรกานต์ตัวนี้ดูน่ากลัวกว่ามาก แม้เลเวลจะสูงกว่าแค่ 2 เลเวล แต่สเกลพลังกลับต่างกันคนละชั้น ถ้าตัวก่อนหน้านี้เป็แค่มอนสเตอร์ทั่วไป ตัวนี้ก็คือระดับมินิบอสของจริง
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไม่มีระบบ สายฮีลคิดจะมาลุยเดี่ยวด่านนี้คนเดียวก็ไม่ต่างอะไรกับตั๊กแตนขวางรถ หรือต่อให้หลินหานเป็สายนักรบ การจะมาลุยเดี่ยวล่าทูตนรกานต์ตอนเลเวล 10 คลาส 1 ก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิด
ภารกิจแบบนี้เรียกว่า เป็ช่องโหว่แสนโหดของระบบชัด ๆ !
ไม่แปลกใจเลยว่าจะถูกจัดให้เป็หนึ่งในด่านภารกิจที่ยากที่สุด
เพียงชั่วพริบตา สายตาของทูตนรกานต์ก็ล็อกเป้ามาที่หลินหาน ขาทั้งสองข้างพุ่งทะยานเข้ามาด้วยท่าทางแปลกประหลาด น้ำลายเหนียวบูดพุ่งกระจายไปทั่ว
“น่าเกลียดชะมัด”
หลินหานแค่นเสียงหัวเราะ โยนม้วนเวทมนตร์ในมือออกไปทันที สายฟ้าหลายสายพุ่งผ่าลงมาจากกลางอากาศ พร้อมกับเปลวไฟมหาศาลที่ะเิลามเลียไปทั่วบริเวณ
“ไอ้เด็กนี่...” ชายหัวโล้นที่ซุ่มดูอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตระหนกใ
เขาไม่คิดเลยว่า ในมือของหลินหานจะมีม้วนเวทมนตร์เยอะขนาดนี้ ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้เลยว่าหมอนี่รวยขนาดไหน แต่สิ่งที่รู้สึกมากกว่ากลับเป็ความปวดใจ!
ม้วนเวทมนตร์พวกนั้นเป็ของดีทั้งนั้น ชิ้นหนึ่งแลกเป็เงินได้หลายแสน หรือดีไม่ดีพุ่งไปเป็ล้านเหรียญัดาราเลยด้วยซ้ำ แต่ไอ้เด็กนี่กลับขว้างทิ้งเหมือนเป็ของเล่นเด็กเล่น
ผลาญของล้ำค่าชัด ๆ !
ผลาญของล้ำค่าสุด ๆ !
แต่สติของชายหัวโล้นยังคงเตือนตัวเองว่าตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะลงมือที่ดีที่สุด เพื่อความมั่งคั่งมหาศาลตรงหน้าแล้ว เขาต้องอดทนรออีกนิด
“ทูตนรกานต์เริ่มเข้าสู่สถานะคลุ้มคลั่งแล้ว!”