ตอนเช้าตรู่ มีเฮลิคอปเตอร์ของทหารไม่ทราบสังกัดบินมาที่ โรงเรียนอีกสองลำ
ผอ. ประวิตรกำลังนอนด้วยความอ่อนเพลีย ไม่รู้ว่าเมื่อวานเขาไปทำอะไรมา ภรรยาสะกิดหลายครั้ง ก็ไม่ยอมตื่นมาทำการบ้าน ผิดกับตอนที่ถูก ผีของบุญเพ็งเข้าสิง ทำให้ ภรรยาถึงกับเซ็ง ในขณะที่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียง ก็มีกองกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือ มาหิ้วร่างของ ผอ. ประวิตรซึ่งอยู่ในชุดนอน ลากขึ้น ฮ.ไปโดยไม่ยอมบอกกล่าวอะไรสักคำ
“ เฮ้ย พวกคุณเป็ใคร ทำอะไร มีหมายศาลหรือเปล่า ผมทำอะไรผิด จะพาผมไปไหนกัน ช่วยด้วย เมียจ๋าแจ้งตำรวจให้ด้วย.....”
ภรรยาอ้าปากค้า ยืนนิ่งเห็นทหารพาสามีขึ้นฮ. ไปด้วยความรวดเร็ว และมีทหารคนหนึ่งเอ่ยว่า
“ ผอ. ถูกพาไปปรับทัศนคติ สิบวัน หากแจ้งความ เขาอาจไปสู่สุขคติก็ได้ ตัดสินใจเอาเองละกัน”
ภรรยาผอ. นิ่งเงียบพอตั้งสติได้ ก็รับปากว่าจะไม่แจ้งความ ขอให้ช่วยทำตามสัญญาด้วย หัวทหารคนที่เอ่ยปากยิ้มที่มุมปาก แล้วเดินออกมา พบกับอาจารย์บุญ และ ลูกศิษย์
“ จัดการเรียบร้อย หวังว่า อาจารย์จะไม่ทำให้ ท่านนายพลผิดหวังนะครับ”
“ ไม่มีปัญหาพวกเรา ต้องเจอขุมทรัพย์อย่างแน่นอน”
“ ผมสงสัยจริงๆ อะไรที่ทำให้อาจารย์มั่นใจนักหนา ว่าที่นี่มีสุสานของพระนางสุริยาราชเทวี?”
“ เื่นี้ เป็บันทึกของบรรพบุรุษของเรามานานั้แ่สี่ร้อยกว่าปีมาแล้ว พวกเราเป็นักเล่นแร่แปรธาตุ บรรพบุรุษของเรา ต้องรู้จักแร่ธาตุมากมายเพื่อมาปรับใช้ในการฝึกวิชาคาถาอาคม บางครั้งต้องหลอกลวงเล่นมายกลบ้าง มีครั้งหนึ่ง มีชายผู้หนึ่งมาสอบถามหา ไข่มุกราตรี จาก บรรพบุรุษ โดยจะให้เงินทองเป็จำนวนมาก
พวกเราต้องออกทะเลไปหา แร่ธาตุเรืองแสงในทะเล ซึ่งนั่นคือ ขี้ปลาวาฬ พรายน้ำเรืองแสง นำมาขายให้เขาเป็จำนวนมาก ดังนั้นพวกเราก็สงสัยว่าเขาจะเอาไปทำไมมากมาย หลังจากนั้นก็ไม่เป็การยาก ที่จะสืบค้นหา พวกเขาจ้างแรงงานเพื่อก่อสร้างบางอย่าง แล้วบรรพบุรุษก็รับจ้างพวกเขาสร้างสุสาน แห่งนี้ขึ้น หลังสร้างเสร็จ พวกเราคิดว่าจะถูกฆ่าตายแล้ว แต่โชคดี ที่ผู้ว่าจ้างมีจิตเมตตา ไม่เข่นฆ่าพวกเราทุกคน ได้แต่ให้เสกมนตร์ตราให้พวกเรา ลืมสถานที่แห่งนี้ แต่ว่าผู้ว่าจ้างหารู้ไม่ว่า บรรพบุรุษของเราคนหนึ่ง หลังจากถูกมนตร์ตราให้สลายความจำไปแล้ว กลับไปถูกฟาดด้วยของแข็งอย่างแรง ทำให้ความจำกลับคืนมาทั้งหมด
ทำให้บรรพบุรุษได้บันทึกเื่นี้เอาไว้ พร้อมสถานที่เอาไว้มาหลายชั่วคน
หลายร้อยปีที่ผ่านมา พวกเราตามหา สุสานนี้มาตลอด แต่ว่าไม่สามารถค้นหาได้
เพราะว่า สุสานนี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยตนเอง แต่บัดนี้มนตร์ตราของผู้ว่าจ้างเริ่มที่จะสลาย ทำให้พวกเราสามารถตรวจสอบได้ ว่าอยู่ที่ใด แล้วยังคงไม่เคลื่อนไหวไปไหนมาหลายสิบปีแล้ว”
“ ท่านอาจารย์พูดเหมือนนิยายเลย เอาล่ะ ท่านนายพลมีเวลาให้เพียงสิบวัน หลังจากนั้น จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก เพราะเื่นี้ มีเพียงหลักฐานของ อาจารย์เพียงผู้เดียว เหล่านักโบราณคดี ในกรมศิลปากร ที่เป็คนของท่านนายพล ต่างไม่มีใครรู้เกี่ยวกับเื่นี้เลยแม้แต่คนเดียว”
“ เื่นี้เป็ประวัติศาสตร์นอกตำรา พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไร”
“ เอาเถอะ รีบโค่นต้นไทรต้นนี้ แล้ว ก็ขุดตอมันขึ้นมาเลย” ผู้กองวิเชียรหัวหน้าทหารสั่งการไปให้ทหารช่าง ที่พามาอีกหลายคน ให้รีบช่วยกันทันที
เทพมาถึงที่โรงเรียนแต่เช้าเช่นกัน โดยวันนี้เทพแต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งชุด สวมหมวกแก๊ปเอาไว้ พอมาถึงก็เห็นทหารหิ้ว ผอ. ประวิตรขึ้นฮ. ไปแล้ว จึงได้สังเกตการณ์อยู่ด้านนอก พบว่า คราวนี้ พวกทหารกลุ่มนี้คงจัดเต็มหมาย ขุดรากถอนโคน ต้นไทรต้นให้ได้ ภายในวันนี้อย่างแน่นอน
จากนั้นเทพก็พุ่งตัวขึ้นไปบนยอดตึก เพื่อจะได้ยืนมองภาพที่จะเกิดขึ้นต่อหน้าอย่างชัดเจน เมื่อวานก่อนที่เทพจะจากไป ได้ทำการเขียนอักขระยันต์เพิ่มพลังให้กับต้นไทร เพื่อให้สามารถป้องกันได้ด้วยตนเอง เป็อักขระยันต์ที่ป้องกันมนตร์สะกดต่างๆ ของจอมเวทย์ทั่วไปได้ ซึ่ง พออาจารย์บุญเริ่มทำพิธี รากของต้นไทรก็พุ่งขึ้นจากดิน เข้าแทงไปที่ร่างของ ทหารที่ยืนคุมเชิงอยู่เกือบยี่สิบคน มีอยู่ห้าคน ตายคาที่ เืไหลนอง อาจารย์บุญ ต้องลุกขึ้นถอยหลัง แล้ว ขว้างข้าวเหนียวเสกใส่ต้นไม้ แต่ว่า ต้นไทรหาเป็อะไรไม่ ฟาดกิ่งไม้กระแทกใส่ร่าง อาจารย์บุญกระเด็นออกไปไกล กระอักเื รากแหลมคมพุ่งเข้าใส่ ร่างของอาจารย์บุญ แต่ว่า ผู้กองวิเชียร สั่งทหารระดมยิงปืนกลเอ็มสิบหก เข้าใส่ต้นไทร เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ รากต้นไม้ขาดสะบั้น ไม่อาจทำอะไรใครได้อีก
แต่ทันใดนั้นเอง พื้นปฐี ก็มีก้อนหินโผล่ขึ้นมารวมตัวกันเป็รูปร่างคนอีก นี่คือหุ่นพยนต์ที่ เทพเขียนเอาไว้ เมื่อวาน มันปรากฏร่างขึ้นสามตัว แล้วะโเข้าทุบร่างของทหารที่ยิงปืนกลเข้ามา ตูม !! ทหารถูกทุบตายคาที่ไปอีกห้าคน ะุปืนกลที่เหลือไม่สามารถทำอะไรหุ่นพยนต์สามตัวนี้ได้ แล้วพวกมันก็ถูก ก้อนศิลาพุ่งเข้าใส่ ทหารตายไปอีกหลายคน
เหตุการณ์วุ่นวาย คนที่เข้ามาจัดการกับต้นไม้ ตายไปกว่า สิบคนแล้ว ผู้กองวิเชียรสั่งทหารให้ถอยออกมา ทิ้งให้ อาจารย์บุญที่ยังนอนกองไปกับพื้น กับ ลูกศิษย์สองคน ยังคงอยู่ แล้วในที่สุด กิ่งไม้ก็เข้ามารัดร่างของทั้งสองจนบี้แบน ตายไปอย่างอนาถทั้งสองคน ส่วน ผู้กองก็ไม่สามารถหนีพ้นถูกหุ่นพยนต์เข้ามาดักหน้า แล้วทุบเขากับทหารที่เหลือรอดจนแบนติดดินตายอย่างอนาถ
ทหารที่เฝ้าอยู่ ครั้งนี้มียี่สิบคน ช่างทหารอีกสิบคน ผู้กองวิเชียร อาจารย์บุญและลูกศิษย์ ถูกรากไม้ดูดลงไปใต้ดินจนหมด ไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว
“ สุดยอดจริงๆ เวทย์คาถาของเ้านี้ร้ายกาจจริงๆ ต่อไปนี้ ข้าก็ไม่ต้องหวาดเกรงใครแล้ว หากใครเข้ามาหมายจะรบกวนสุสานของพระนางสุริยาราชเทวี กับพระสวามีของพระนาง มันผู้นั้นต้องตายทุกๆ คน”
“ ดีแล้ว หวังว่าต่อไป ท่านควรจะปกป้องคุ้มภัย คนในโรงเรียนี้ด้วยนะ”
เทพเอ่ยจบก็ท่องบดสวดแผ่เมตตา ออกไป เพราะเห็นเหล่าิญญาทหารเหล่านี้กลายเป็ ิญญาลอยล่องไม่รู้จุดหมายไปแล้ว พอได้ยินบทสวดแผ่เมตตาของเทพ ร่างของพวกิญญาเหล่านี้ ก็ถูกดูดลงไปนรกอเวจีไปจนหมด
“ เฮ้อ ที่แท้พวกเ้าก็ทำชั่วเอาไว้มากมาย ไม่มีใครขึ้น์เลยแม้แต่คนเดียว”
เทพเอ่ยจบก็รีบกลับบ้าน เพราะรู้สึกว่าบัดนี้ มีิญญาที่หลับไหลที่อยู่ในร่างนี้ตื่นขึ้นมาแล้ว
พอมาถึงบ้านเทพก็เข้าไปในห้องนอน ก็พบกับิญญาเจน เ้าของร่างนั่งรออย่างสงบที่บนเตียง
“ คุณเป็ใคร ทำไมเข้ามาในร่างของหนู แล้วนี่หนูตายแล้วหรึอคะ”
“ ยังหรอก เธอยังไม่ตาย รอฉันสักครู่นะ”
เทพรีบติดต่อกับท่านปู่ฤาษีทันที
“ เอาละใจเย็นๆ ข้าติดต่อท่านยมทูตก่อน ให้เขามาจัดการเปลี่ยนร่างให้กับเ้า”
ไม่นานนัก ท่านยมทูตก็ปรากฏร่างขึ้นมาต่อหน้าเทพและเจน
“ พระยาเทพา ท่านออกมาจากร่างนี้ได้แล้ว หนูเจนกลับเข้าร่างของตนได้เลย”
เทพออกจากร่างของเจนมายืนอยู่ด้านข้าง แล้วิญญาเจนก็กลับเข้าร่างทันที ความทรงจำที่เทพได้ทำไว้ เจนสามารถรับรู้ได้หมด
“ ฉันต้องไปละ เงินที่มีในกระเป๋านั้น ก็น่าจะพอให้เธอกับแม่และน้องมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตแล้วนะ”
“ ขอบคุณท่านมาก หนูจะไม่ลืมท่านเลยนะคะ”
“ พวกเราไปกันเถอะ” ยมทูตพาเทพลอยหายไปในมิติที่ดำมืด แล้วมาปรากฏที่แห่งหนึ่ง เทพได้กลิ่นอายของ แผ่นดินที่คุ้นเคย ด้านหน้าเป็ภาพเด็กหนุ่มคนหนึ่ง กำลังถูก ชายหลายสิบคนรุมซ้อมอยู่ หลังจากซ้อมจนคิดว่าไม่รอดแล้ว พวกมันก็ได้จากไป เทพมองเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่นอนหายใจรวยริน แล้วก็ถอนหายใจ เด็กคนนี้เป็ชาวญี่ปุ่น
เหตุใดถึงได้ถูกซ้อมหนักเช่นนี้ ไม่นานนักก็มีเด็กหนุ่มที่เป็คนญี่ปุ่นด้วยกัน พากร่างอันสะบักสบอม กลับไปรักษาที่โบสถ์คริสต์หลังหนึ่ง เทพหันไปมอง ยมทูตด้วยความสงสัย
“ ชายผู้นี้กำลังจะตาย ร่างกายของเขาบอบช้ำมากเกินไป ท่านพระยาเทพา
ร่างนี้จะเป็ร่างที่ท่านยมบาล ได้มอบให้ท่าน หลังจากท่านถูกสังหารไปสิบห้าปี”
“ ท่านจะหาร่างที่ดีกว่านี้ให้ข้าไม่ได้เลยหรือไง ทำไมให้ใช้ร่างคนตายอีก ให้ข้าเกิดใหม่ไปเลยไม่ได้หรือ?”
“ มันเป็ชะตาของท่าน ท่านยมบาลได้บอกเอาไว้เช่นนี้ ข้าเองก็ทำตามคำบัญชาเท่านั้น”
“ คราวนี้ข้าขอพรได้อีกหรือไม่?”
“ ไม่ได้แล้ว ท่านขอจากท่านสุวรรณไปจนเกิดปัญหามากมาย ท่านเองได้มีชีวิตใหม่ก็ดีมากแล้ว อีกไม่นานมันจะตาย เมื่อนั้น จิติญญาของท่านจะเข้าร่างของมันเอง” ยมทูตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ อืดอาด น่าเบื่อยิ่งนัก
เด็กหนุ่มถูกส่งตัวเข้าไปในโบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเขตหมู่บ้านญี่ปุ่นในกรุงศรีอยุธยา มีบาทหลวงที่เป็หมอสอนศาสนา เข้ามากันสองคน ช่วยกับรักษาาแเบื้องต้น บาทหลวงทั้งสอง เห็นาแ ที่ถูกรุมกระทืบมาเช่นนี้ ก็ส่ายหัว
“ ร่างกาย ถูกอัดด้วยของแข็งทั่วร่าง กระดูกหักทั้งหมด หัวบวมแบบนี้อาจมีเืคั่งในสมอง กระดูกข้อต่อขาทั้งสองข้างหักสะบั้น แม้หายดีก็คงพิการ แขนทั้งสองข้าง ถูกตีจนกระดูกแตกเละไปหมด พวกคนร้ายไม่ได้ฆ่าเขาให้ตายทันที แต่หมายจะทรมานเขาแล้วให้เ็ปจนตายมากกว่า”
“ ทาเคชิ แกไม่น่าเลย พวกเราบอกแล้ว ว่าอย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย เห็นไหมข้าเตือนเ้าแล้ว” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับน้ำตา
“ เซกิ อย่าเสียใจเลย ทาเคชิมันคงลำบากมามากแล้ว เ้าอย่ารั้งมันไว้อีกเลย ปล่อยให้มันไปพบกับพระผู้เป็เ้า จะมีความสุขมากกว่าบนโลกใบนี้”
ชายหนุ่มพี่ชายของเซกิ นามว่า เซไก เอ่ยออกมา แล้วจับไหล่เพื่อปลอบใจเขา
“ ทุกคนออกไปก่อน หลวงพ่อจะทำความสะอาดาแให้เขา แล้วให้เขานอนพักในห้องนี้ บางทีพระเ้าอาจจะให้โอกาสเขาอีกครั้งก็ได้”
ทั้งหมดออกไป บาทหลวงทั้งสองทำแผลให้ ทาเคชิเสร็จแล้ว ก็ปล่อยให้ ทาเคชินอนพักในท่าที่สบายที่สุด โดยหวังว่าเขาจะจากไปพบกับพระเ้าอย่างสงบ
กลางดึกคืนนั้น ร่างของ ทาเคชิก็มีอาการกระตุกเืออกมาจากปาก เพราะาแที่เกิดจากภายใน และสมองก็ถูกอัดมาจนบวมเป่ง สุดท้ายก็เสียชีวิต ิญญาหลุดออกจากร่างไป ิญญาของเทพก็ถูกดูดเข้าไปแทนในทันที
จากนั้นสมองที่บวมอยู่ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเป็เข่นเดิมปกติ ส่วนอวัยวะภายในที่เืคั่ง ปอดฉีก ก็ค่อยๆ สมานกลับมาเป็ปกติ ไม่เว้นแม้กระทั่งกระดูกทั่วร่างที่ถูกตีจนแหลกไปหมด ก็กลับมาหายเป็เหมือนคนทั่วไป โดยที่เทพไม่ต้องใช้มนตร์ตรา ช่วยรักษาตัวเองเลย จากนั้นก็มีเสียงลอยมาว่า
“ นี่คือร่างใหม่ของเ้า ข้าเองช่วยทำให้ร่างนี้แข็งแรงเหมือนคนทั่วไปได้เท่านั้น
แต่จะให้แข็งแกร่งเหมือนเ้าในอดีต คงทำไม่ได้ เ้าต้องหมั่นฝึกฝนด้วยตนเองเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วง ความจำของเ้าข้า จะไม่ลบออกไป ขอให้เ้าใช้ชีวิตตาม ที่เ้าปราถนา ถึงเวลา พวกเราจะได้พบกันแน่” เสียงก้องกังวานแบบนี้ดูมีพลังอำนาจมากมาย คงเป็ ท่านยมบาลที่ได้ช่วยแก้ไข สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาและท่านสุวรรณ
“ ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว”
เทพลืมตาขึ้นมายามค่ำคืน ััร่างกายใหม่ของตน อย่างช้าๆ แล้วหลอมรวมความจำของเด็กหนุ่มที่ชื่อ ทาเคชิผู้นี้ สักพักก็ลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ ทำไมชีวิตของเ้า มันช่างน่าเวทนา เช่นนี้นะ.. ไม่ต้องห่วง ต่อไปข้าเองจะเป็คนเคลียร์ บุญคุณความแค้นที่ผ่านมาของเ้าเอง ไปสู่สุขคติเถิด....”