ขณะกำลังโบยบินไป๋ฉีไม่ลืมที่จะกวาดสายตามองสิ่งรอบข้าง ทว่าเขากลับไม่พบเจอนักสู้หรือแม้แต่สัตว์อสูรเลยสักนิด ราวกับว่าเขาอยู่ในมิติแห่งนี้คนเดียวอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากที่บินมานานไป๋ฉีก็เริ่มเกิดอาการเบื่อหน่ายขึ้นมาในใจ ดังนั้นเขาจึงได้ลงไปยังพื้นดินเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการเดินทาง
ทว่าใครจะคาดคิดกัน เมื่อเท้าของไป๋ฉีแตะพื้นดินอยู่ดีๆทั่วทั้งบริเวณพื้นที่สิบกิโลเมตรรอบตัวเขาก็เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมา
ชายหนุ่มดวงตาเบิกกว้างและรีบทะยานร่างออกจากจุดนั้น แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนไกล กองทัพโครงกระดูกนับหมื่นก็ผุดขึ้นจากพื้นดินแล้วพุ่งเข้าใส่ไป๋ฉีด้วยความเร็วสูงสุดของมัน
"เหอะ ใครจะยอมให้พวกเจ้าจับได้กัน"ไป๋ฉีเค้นเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาทอประกายด้วยความมุ่งมั่น ทักษะเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์ถูกเรียกใช้งาน ไป๋ฉีจึงใช้โอกาศนี้พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าไป
เมื่อหลุดพ้นจากกองทัพโครงกระดูกแล้ว ไป๋ฉีก็คลายทักษะออกในทันที เหล่ากองทัพโครงก็พากันกลับสู่ผืนดินไป ทำให้ไป๋ฉีถึงกับมองด้วยความแปลกประหลาด
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน"
"เรียนนายท่าน ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นสุสานโบราณนะเจ้าคะ ส่วนโครงก็ดูกพวกนั้นก็น่าจะทำหน้าพิทักษ์รักษาสถานที่นี้เอาไว้"
ได้ยินเสียงของเสี่ยวไป๋ ชายหนุ่มก็ถึงกับขนลุกขนชัน ทำไมเขาถึงได้โชคร้ายขนาดนี้ จากที่ได้ยินมาด้านในดินแดนโบราณมีพื้นที่มากมายแตกต่างกันไป ไฉนเขาถึงได้ถูกส่งมาที่สุสานกัน
"เดี๋ยวก่อนนะ! ถ้าโครงกระดูกเหล่านั้นเป็นผู้พิทักษ์ดินแดนแห่งนี้ แสดงว่ามันต้องต้องมีสมบัติหรือไม่ก็พื้นที่ลับอะไรสักอย่าง"ไป๋ฉีฉุกคิดได้เช่นนั้น ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบางออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"เสี่ยวไป๋ ปกติแล้วพวกโครงกระดูกกลัวอะไรกันอย่างนั้นหรือ"
"พวกมันมีต้นกำเนิดจากธาตุหยิน แน่นอนว่าย่อมต้องแพ้ทางธาตุหยางเจ้าค่ะนายท่าน"
เมื่อรู้คำตอบไป๋ฉีก็ถอดผ้าคลุมสีขาวแล้วโยนเข้ามิติโดยพลัน ชุดเกราะพันธุกรรมสีขาวปกคลุมใบหน้า มือข้างหนึ่งปรากฏแสงสีทองอร่ามงามตา ในขณะที่อีกมีก็ปรากฏเปลวเพลิงสีทองเช่นเดียวกัน
"ในเมื่อข้าบินมานานแล้วยังหาทางออกไม่ได้ เช่นนั้นก็ขอลองอะไรหน่อยก็แล้วกัน"
เสียงเย็นชาของชายหนุ่มดังกังวาน มือข้างหนึ่งยิงลำแสงสีทองไปบนท้องฟ้า ส่วนเปลวเพลิงที่อยู่ในมืออีกข้างไป๋ฉีก็สะสมพลังจนกลายเป็นบอลเพลิงลูกใหญ่แล้วทิ้งมันลงสู่ผืนดิน
"เพล้ง"
"บูม"
เม่ือสัมผัสพลังอันเป็นขีดสุดแห่งธาตุหยางอย่างแสงพิสุทธิ์และเปลวเพลิงสุริยัน ท้องฟ้าสีแดงฉานก็ปรากฏรอยร้าวลุกลามอย่างไม่สิ้นสุดราวกับจะถล่มลงมาได้ทุกเวลา ส่วนทางด้านของผืนดินก็กลับกลายเป็นทะเลเปลวเพลิงสีทองไปโดยปริยาย
เหล่ากองทัพโครงกระดูกที่จูโจมไป๋ฉีเมื่อครู่พากันออกมาด้วยสภาพที่ดูทุรนทุราย ผ่านไปสักพักพวกมันก็สลายหายไปซึ่งเป็นผลจากการถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสุริยัน
หลังจากนั้นไป๋ฉีก็พลันปลดปล่อยอัสนีบาตแห่งความโกลาหลออกมาผสานกายและพุ่งเข้าไปทำลายท้องฟ้าที่แตกร้าวในทันที และด้วยพลังเจาะทะลวงอันมากล้น ผ่านไปไม่นานนักท้องฟ้าสีแดงก็ถูกเขาทำลายทิ้งไป ส่งผลให้เห็นท้องฟ้าจริงๆที่ค่อนค้างมืดครึ้ม
"เหอะๆที่แท้ข้าก็ถูกส่งมายังมิติลวงตา ข้าขอดูหน่อยเถอะว่าต้นต่อของมิตินี้มาจากไหนกัน" ชุดเกราะส่วนหัวของไป๋ฉีเปิดออก ดวงตาสีดำของเขาพลันเปลี่ยนไปกลายเป็นดวงเนตรจุติจักรวาล
และผลของการใช้งานดวงเนตรในครั้งนี้ ทำให้เขาได้เห็นกระแสพลังจากทั่วทั้งสารทิศที่ไหลมารวมกัน ณ จุดๆเดียวเพียงเท่านั้น
เมื่อพบเจอต้นตอไป๋ฉีบินทะยานโดยเร็วพลัน ผ่านมาสักพักเขาก็พบกับต้นไม้สีดำขนาดใหญ่มหึมาที่มีใบสีแดงราวกับโลหิตดูน่าหวาดกลัวยิ่ง
"สมบัติที่โครงกระดูกเหล่านั้นพิทักษ์รักษาน่าจะอยู่ที่โพลงของต้นไม้ต้นนี้" ว่าแล้วไป๋ฉีก็เดินเข้าไปหาต้นไม้สีดำโดยไม่หวาดหวั่น ดวงเนตรจุติจักรวาลของเขาจับจ้องไปยังบริเวณโพลงไม้นั้น
เมื่อมาถึงไป๋ฉีก็พลันพบเข้ากับอุโมงใต้ดินขนาดใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกับใช้เขตแดนตรวจสอบเส้นทางเบื้องหน้าอยู่ตลอดเวลา
ผ่านมาสักพักไป๋ฉีก็พบเจอแสงสว่างที่ปลายทางเสียที ชายหนุ่มยกยิ้มจากนั้นเร่งความเร็วพุ่งทะยานออกไปที่ทางออกนั้น
"วาบ"
บรรยากาศรอบตัวของไป๋ฉีเปลี่ยนแปลงไปโดยฉับพลัน สิ่งที่เขาพบเห็นคือถ้ำที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง ทว่าบริเวณใจกลางกลับมีลูกแก้วขนาดใหญ่สีดำที่แผ่ออร่าแห่งความมืดออกมา
ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายสั่นเทาโดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกัน ชายหนุ่มใช้ดวงเนตรจุติจักรวาลเพ็งมองยังลูกแก้วสีดำนั้น สิ่งที่เขาเห็นคือเงาร่างอสรพิษสีดำที่ตอนนี้กำลังแผ่แม่เบี้ยข่มขู่เขาราวกับไม่อยากให้เข้าใกล้
"เสี่ยวไป๋ลูกแก้วนี้คืออะไรกัน"ไป๋ฉีเอ่ยปากถาม
เสี่ยวไป๋ปรากฏตัวขึ้นมาบนไหล่จากนั้นจึงได้กล่าวอธิบายว่า "สิ่งนี้เป็นแก่นวิญญาณของสัตว์อสูรโบราณ พญาอสรพิษมายาทมิฬเจ้าค่ะ"
"หืม เจ้ากำลังจะบอกว่าทั้งโครงกระดูกและมิติมายาที่ข้าพบเจอ มาจากพลังของแก่นวิญญาณชิ้นนี้?"
ได้ยินไป๋ฉีพูด เสี่ยวไป๋ก็พลันพยักหน้าตอบรับ "พญาอสรพิษมายาทมิฬเป็นเผ่าพันธุ์โบราณที่แปลกประหลาดมาก แม้มันจะเหลือเพียงแค่แก่นวิญญาณแต่ถ้ามีพลังมากพอก็จะสามารถสร้างร่างกายใหม่ขึ้นมาได้"
"และวิธีที่มันใช้รวบรวมพลังงานก็คือการล่อลวงให้เหยื่อเข้าสู่มิติมายาจากนั้นก็ค่อยดูดกลืนพลังช้าๆโดยที่ไม่ให้เหยื่อรู้ตัว หากเหยื่อไม่สามารถทำลายมิติมายาได้ทั้งพลังงานและพลังชีวิตก็จะค่อยๆเหือดแห้งและนำไปสู่ความตายในที่สุด"
ได้ยินเสี่ยวไป๋อธิบาย ไป๋ฉีก็หันไปมองยังแก่นวิญญาณเบื้องหน้าอีกครา ทว่าในขณะนั้นเองบริเวณหลังมือที่มีสัญลักษณ์กงล้อสัตว์อัญเชิญก็เปร่งแสงสว่างสีขาวจนไป๋ฉีสั่งเกตุได้
ได้เห็นการตอบสนองเช่นนี้ไป๋ฉีก็พลันกระตุ้นตราสัญลักษณ์ไปตามสัญชาติญาณ เด็กน้อยหรงหรงปรากฏขึ้นใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นดีใจ จากนั้นเธอก็กล่าวออกมาว่า
"ท่านพ่อ ข้าอยากจะกินมัน"