อดีตแม่ทัพใหญ่ยกคานหาบน้ำที่มีน้ำเต็มสองถังขึ้นมาใส่บ่าแล้วรีบเร่งเดินกลับเรือนพักเพื่อไปหาภรรยา แต่ก้าวเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็หยุดชะงัก ความสงสัยบางประการผุดขึ้นมาในหัว
่ที่องค์หญิงยังล้มป่วยไม่ได้สติ เขาฝากนางไว้กับท่านยายจางเพื่อเข้าไปหาซื้อของในเมืองฉงซิ่ง นั่นก็รวมทั้งโอ่งดินเผา 3 ใบที่ซื้อเพิ่มและนำมาตั้งไว้ด้านหลังเรือน
ั้แ่นางฟื้นจากอาการป่วย จ้าวเฉียงอี้ก็เริ่มทำงานทุกอย่างด้วยตัวเอง จนเขาลืมไปแล้วว่าตนไม่ได้หาบน้ำมาใส่โอ่งนานเท่าใดแล้ว น้ำหนักของถังน้ำสองใบที่ห้อยอยู่บนปลายคานไม้ไม่ใช่น้อย ต่อให้นางหาบคราวละหนึ่งถังก็หาใช่เื่ง่ายสำหรับสตรีร่างเล็กเช่นจ้าวเฉียงอี้
“ครึ่งปีที่ผ่านมา เป็นางที่หาบน้ำแต่เพียงลำพังหรือนี่” กงโม่เหอรำพัน
ความรู้สึกผิดกับการกระทำของตนที่เคยกลั่นแกล้งนางสารพัดผุดพรายขึ้นมาไม่หยุดด้วยความเวทนาสงสาร เพราะอีกฝ่ายก้มหน้าก้มตาอดทนทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
พอกลับมาถึงเรือน หัวใจของชายหนุ่มก็ยิ่งไหวสั่น เขาเห็นภรรยาตัวน้อยกำลังปูผ้าผืนบางลงบนพื้นหิน ซึ่งเื่นี้เขาพยายามขอให้นางขึ้นไปนอนบนเตียงหลายครั้งแล้วแต่นางกลับไม่ยินยอม
องค์หญิงน้อยที่เคยได้รับความเอาใจใส่จากฮ่องเต้เป็ที่สุดยามนี้กลับต้องมาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากทั้งๆ ที่นางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการกระทำของเฉินจู่เหวินเลยแม้แต่น้อย
“มานี่” กงโม่เหอเรียกตัวหญิงสาวให้ลุกมานั่งที่โต๊ะ
พอเห็นจ้าวเฉียงอี้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็ลุกไปหยิบผ้าปูนอนกับผ้าห่มของนางเดินตรงออกไปนอกเรือน
“ท่านพี่! ท่านจะทำอะไรเ้าคะ!!” หญิงสาวแตกตื่นลนลาน รีบเดินตามสามีออกไปด้านนอก
“ข้าบอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าให้ขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วข้าจะลงมานอนข้างล่างแทนแต่เ้าก็ไม่เคยฟัง เช่นนั้นก็เผามันทิ้งไปเสียเถิดจะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกันเื่นี้อีก” ชายหนุ่มโยนผ้าผืนใหญ่ลงไปในกองไฟ พร้อมทั้งใช้อีกมือคอยกันจ้าวเฉียงอี้ไม่ให้เข้าไปแย่งผ้าคืน
“ก่อนหน้าท่านพี่เพิ่งจะบอกว่าไม่ได้โกรธเคืองข้ามิใช่หรือเ้าคะ! แล้วนี่ท่านเป็อะไรไปอีกแล้ว!” มือเล็กๆ ทุบระรัวไปที่แผงอกของสามี นางโมโหจนปากสั่นคอสั่นไปหมด กงโม่เหอประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย กลั่นแกล้งนางจนหัวหมุน ไม่รู้ว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่กันแน่!
“เฉียงอี้..ข้าไม่ได้รังแกเ้า ข้ากำลังหวังดีกับเ้าอยู่ต่างหาก! อีกไม่นานก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว เ้าจะนอนอยู่บนพื้นเช่นนั้นตลอดไปได้อย่างไรกัน!!”
“ถึงอย่างนั้นท่านก็ไม่จำเป็ต้องเผามันทิ้งนี่เ้าคะ ท่านจะให้ข้าขึ้นไปนอนบนเตียง ท่านก็ต้องลงมานอนที่พื้นอยู่ดีแล้วทีนี้จะใช้อะไรปูนอนเล่า?”
ร่างสูงชายตามองไปที่กองเพลิงก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาว
“ช่างมันเถิด..บางที..ข้าก็จะไม่ได้อยู่ใช้มันอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว..”
ถ้อยคำของสามีดึงความสนใจของหญิงสาวได้ชะงัดนัก นางรีบถามกลับอย่างร้อนรน “ไม่อยู่? ท่านหมายความว่าอะไรเ้าคะ!! ข้าทำสิ่งใดผิดไปหรือไม่ท่านจึงจะทอดทิ้งข้า”
กงโม่เหอจ้องมองนางแน่นิ่ง พยายามขยับริมฝีปากเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา แววตาตัดสินใจแน่วแน่
“กลับเข้าไปในเรือนกันก่อน ข้ามีเื่จะบอกกับเ้า”
หญิงสาวเหงื่อผุดพรายด้วยความตื่นตระหนก ความกังวลและความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาในชั่วพริบตานั้น นางเดินตามหลังร่างสูงของสามีกลับเข้าไปในเรือน กลั้นหายใจรอฟังเขาด้วยความหวั่นวิตก
“แคว้นอู่เหลียงของเรากำลังจะมีาอีกครั้ง” ชายหนุ่มหยุดคำไว้่หนึ่ง ให้หญิงสาวได้ปรับอารมณ์ว่าเื่ที่เขาจะกล่าวต่อไปนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากนาง
“ทางการกำลังประกาศรับสมัครทหารอาสา ข้าคิดว่าข้าควรจะออกไปร่วมรบ!!” ฝ่ามือของกงโม่เหอกำแน่นจนเส้นเืปูดโปน ต่อสู้กับความขัดแย้งภายในใจของตน
เขาเคยลั่นวาจาต่อหน้าฮ่องเต้ไปครั้งหนึ่งแล้วว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักอีกต่อไป แต่สนามรบทางเหนือซับซ้อนและโหดร้าย และเป็เขาที่เคยต่อสู้ในสมรภูมินั้น จดจำฐานที่มั่นสำคัญและอันตรายได้ทั้งหมดจนได้รับชัยชนะมาแล้วครั้งหนึ่ง หากตนเองเข้าร่วมศึกครั้งนี้จะช่วยเหลือทหารและประชาชนจำนวนมากได้จึงไม่อาจทนนิ่งดูดาย
“า..อาสาสมัคร..” หญิงสาวทวนคำของสามีอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
นางอยู่แต่ในป่าไม่เคยพบหน้าผู้ใดนอกจากพี่ชายเจียวจิ้นและท่านยายจาง ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าในเมืองฉงซิ่งมีผู้คนอยู่อาศัยมากมายเพียงใด เื่าและทหารนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของนางมาก่อน
“ใช่! แคว้นอู่เหลียงของเราเพิ่งพ้นจากศึกามาได้ไม่ทันครบปีก็มีปัญหาขึ้นมาอีกครั้ง คราวก่อนเราเสียผู้คนและกำลังทหารไปไม่น้อย ครั้งนี้ราชสำนักจึงต้องประกาศขออาสาสมัครจากชาวบ้าน ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ก็อาจจะมีการคัดเลือกบุรุษชาวบ้านเข้าไปสมทบในภายหลังอีกด้วย”
“เราอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอันใดนี่เ้าคะ..ท่านไม่จำเป็ต้องไปเสียหน่อย คำว่าาอย่างไรก็ต้องมีการเสียเืเนื้อ แล้วข้าจะอยู่ที่นี่เพียงลำพังได้อย่างไรกัน”
“ความรุ่งเรืองและล่มสลายของใต้หล้าทุกคนล้วนต้องรับผิดชอบ เ้าเข้าใจคำกล่าวนี้หรือไม่เฉียงอี้ หากทุกคนในแคว้นอู่เหลียงคิดเหมือนอย่างที่เ้าคิดเล่า? บ้านเมืองจะเป็อย่างไร”
หญิงสาวระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ในใจ แม้ว่านางจะนึกภาพความเลวร้ายของาไม่ออกแต่นางก็เข้าใจสิ่งที่สามีกำลังอธิบายให้นางฟังทุกประโยค
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ แล้วท่านจะต้องไปเมื่อไหร่หรือเ้าคะ?” หญิงสาวเก็บความรู้สึกในแววตา น้ำเสียงอ้างว้างเอ่ยขึ้นราบเรียบอ่อนโยน
“อีกสิบวันท่านเ้าเมืองจะให้คนไปลงชื่อขันอาสา ส่วนกำหนดการเดินทางขึ้นเหนือน่าจะไม่เกินหนึ่งเดือนหลังจากนี้”
“หนึ่งเดือน..เร็วเหลือเกินเ้าค่ะ มีสิ่งใดที่ข้าต้องเตรียม ท่านต้องบอกข้าทุกอย่างนะเ้าคะ ข้าจะได้เร่งจัดการให้”
ดวงตาดำสนิทของกงโม่เหอเจิดจ้าเต็มไปด้วยประกายแห่งความรักใคร่ นางเป็อย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด มารดาที่จากไปแล้วของเขาก็ไม่เคยร่ำร้องโวยวายยามที่บิดาและตนต้องออกศึกและเต็มใจจะสนับสนุนสามีกับบุตรชายทุกวิถีทางเช่นเดียวกับจ้าวเฉียงอี้
“เ้ายังไม่ต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้น ฟ้ามืดแล้วพักผ่อนให้สบายใจเสียก่อน พรุ่งนี้เราสองคนค่อยมาคุยกันอีกที”
ดวงตาคู่งามเบิกโพลงลอบมองไปที่เตียงอย่างขวยเขิน กงโม่เหอเพิ่งจะเผาผ้าปูนอนของนางไปหยกๆ แล้วคืนนี้นางจะไปนอนที่ไหน? ในเมื่อยามนี้ในกระท่อมเหลือที่นอนเพียงแห่งเดียว! และไมใช่แค่คืนนี้ที่นางกับสามีต้องแบ่งเตียงให้กันแต่จะต้องนอนร่วมกันไปอีกนานถึงหนึ่งเดือน!!
เมื่อได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเข้าร่วมสู้ศึก กงโม่เหอก็คล้ายว่าได้ยกูเาลูกโตออกจากอก ผ่อนคลายอารมณ์สับสนทั้งปวงไปจนสิ้น
เขาแสร้งทำเป็ไม่เห็นความเขินอายที่ปรากฏอยู่บนดวงหน้างามของภรรยา จูงมือนางไปที่เตียงและส่งนางเข้าไปนอนด้านในด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่เป็ส่ำ
ร่างเล็กขดตัวถอยไปจนชิดติดผนัง กงโม่เหอก็ขยับตัวตามไปและยังโอบกอดร่างเล็กมาไว้แนบอกตามความปรารถนาที่มีมาเนิ่นนาน
“รีบนอนเสีย พรุ่งนี้ยังมีเื่ต้องทำอีกมาก” เขากระซิบเบาๆ กอดรัดหญิงสาวในวงแขนไว้แน่น จุมพิตไปที่ขนตาและเปลือกตาของจ้าวเฉียงอี้
หญิงสาวหลับตาแน่น นอนตัวแข็งค้างอยู่ในท่าเดิม จะให้นางหลับลงได้อย่างไรกัน! ในเมื่อฝ่ามือของกงโม่เหอยังคงลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังของนาง!!
ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนในครั้งนี้ทำให้ลมหายใจของจ้าวเฉียงอี้ระบายออกมาไม่เป็จังหวะ บางครั้งนางถึงกับเผลอกลั้นหายใจเอาไว้นาน เพราะไม่คุ้นชินกับกลิ่นอายจากร่างของบุรุษ
ััแ่เบาและปลอบประโลมถูกส่งออกมาจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปบนแผ่นหลังและเส้นผมเรียบลื่นอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดหญิงสาวก็เริ่มผ่อนคลาย นางไม่เคยรู้สึกถึงการปกป้องที่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้จากสามีมาก่อน มือเล็กค่อยๆ เลื่อนไปััแผงอกกำยำเอาไว้สูดดมกลิ่นกายและลมหายใจอุ่นร้อนจากอีกฝ่ายไปโดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าร่างนุ่มนิ่มและกลิ่นกายของจ้าวเฉียงอี้จะกระตุ้นแรงปรารถนาในกายของกงโม่เหออย่างหนัก แต่ชายหนุ่มยังไม่คิดจะรังแกนาง ามีอันตรายถึงขั้นเอาชีวิตไม่รอด หากตนต้องตายตกไปในสนามรบเขาก็ยังปรารถนาให้องค์หญิงสิบสามเป็สตรีบริสุทธิ์ไร้มลทิน..