เป็นดังคาด หลิวชุนฮวาตะโกนโหวกเหวกมาแต่ไกล เสียงดังลั่นราวกับกลัวว่าคนทั้งหมู่บ้านจะไม่ได้ยิน “เยี่ยนกุย ลูกสาวคนดีของแม่ ถึงลูกจะเข้าใจแม่ผิดไปบ้าง แต่ลูกก็ไม่ควรใจร้ายกับแม่ขนาดนี้! ถึงลูกจะไม่ใช่ลูกที่แม่คลอดมา แต่แม่ก็เลี้ยงดูลูกมา!”
“แม่เลี้ยงลูกมาด้วยความยากลำบาก แต่ลูกกลับเป็นคนอกตัญญู! แม่ถูกคนทำร้ายลูกก็ไม่มาช่วย แถมยังเข้าข้างพวกที่ยุแยงตะแคงรั่วอีก ลูกไม่รู้หรือไงว่าพวกนั้นจงใจมาหัวเราะเยาะพวกเราสองแม่ลูก?”
“ฟังแม่นะ กลับบ้านกับแม่เถอะ! อย่าให้พวกคนใจทรามในหมู่บ้านมามองเราเป็นตัวตลกอีกเลย!”
จิ่งเยี่ยนกุยปวดหูเพราะเสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนผีดิบของหลิวชุนฮวา!
หลิวชุนฮวายังคงร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังอยู่ตรงนั้น “ถึงลูกจะโกรธแค้นที่แม่ใช้ลูกทำงานหนักไปหน่อย แต่ลูกกับเสี่ยวเยวี่ยก็โตมาด้วยกัน มีความผูกพันกันลึกซึ้ง เสี่ยวเยวี่ยเป็นห่วงว่าลูกจะไปเก็บสมุนไพรคนเดียวในป่าแล้วจะเป็นอันตราย จึงเสี่ยงชีวิตเข้าไปตามหาลูก แต่กลับพลัดตกเขา!”
“หล่อนบาดเจ็บหนักเพราะลูก แต่ลูกกลับไม่ชายตามองเลยสักนิด! จิตใจลูกทำด้วยอะไรกัน?”
ช่วงนี้จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินข่าวลือมากมายว่า จิ่งเสี่ยวเยวี่ยตกเขาเพราะไปตามหาเธอ ซึ่งคำพูดเหล่านั้นแฝงความหมายว่า ไอ้คนเสเพลที่กอดจิ่งเสี่ยวเยวี่ยแล้วพลัดตกเขานั้นก็เป็นเพราะได้รับคำสั่งจากเธอ แถมยังบอกว่าเธอเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมและชั่วร้ายแค่ไหน
จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดีว่าการทะเลาะกับหลิวชุนฮวาเป็นการกระทำที่ไร้สาระ เพราะหล่อนสามารถทำลายขีดจำกัดความอดทนของผู้คนอย่างง่ายดาย
จิ่งเยี่ยนกุยขี้เกียจจะโต้เถียงกับหลิวชุนฮวาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ จึงถามตรงๆ ว่า “คราวนี้ต้องการอะไรอีก?”
หลิวชุนฮวาชะงักไปเล็กน้อย เพราะจิ่งเยี่ยนกุยไม่เล่นตามแผนของเธอ หลิวชุนฮวารีบเรียกสติกลับมาแล้วเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง “แม่ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น แค่อยากให้ลูกกลับบ้านกับแม่ แม่เลี้ยงลูกมาสิบเจ็ดปี ลูกเป็นดวงใจของแม่เสมอ”
พูดจบก็ทำท่าจะดึงจิ่งเยี่ยนกุย เธอคิดไว้แล้วว่าจะฉวยโอกาสในวันนี้ที่หยางหว่านซิ่วไม่อยู่ รีบดึงจิ่งเยี่ยนกุยกลับบ้านจิ่งให้ได้เสียก่อน เมื่อจิ่งเยี่ยนกุยกลับบ้านจิ่งแล้ว ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามที่เธอต้องการ!
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะออกมาด้วยความโมโห การโต้เถียงเรื่องนี้กับหลิวชุนฮวาก็คงจะมีแต่บทสนทนาเดิมๆ อีกตามเคย เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เดินเข้าไปในบ้านแล้วถือมีดพร้าออกมา หลิวชุนฮวาตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว “แก… แก… แกจะทำอะไร?”
จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงดัง “เรื่องที่คุณทำ ฉันไม่อยากพูดอะไรมาก ทุกคนที่มีตาต่างก็มองเห็นกันชัดเจนอยู่แล้ว ไปบ้านจิ่งก็มีแต่ตาย สู้ฉันฆ่าคุณให้ตายก่อน แล้วค่อยฆ่าตัวตายตามไปยังจะดีกว่า!”
พูดจบก็ถือมีดพร้าหมายจะวิ่งเข้าไปหาหลิวชุนฮวา หลิวชุนฮวาไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าทำถึงขนาดนี้ จึงตกใจจนแทบเสียสติ ไม่กล้าพูดจาบิดเบือนความจริงอีกต่อไป แล้วรีบหันหลังสับขาเผ่นทันที
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างก็ตกใจสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นท่าทางของจิ่งเยี่ยนกุย ทุกคนต่างก็พากันเข้าไปปราม “เยี่ยนกุย อย่าวู่วาม!”
จิ่งเยี่ยนกุยกลับพูดด้วยขอบตาแดงระเรื่อ “หนูเกือบถูกพ่อตีตาย ถูกบังคับจนหมดหนทางเลยต้องออกจากบ้านจิ่งมาอยู่กับปู่และย่า แต่หลิวชุนฮวาก็ยังไม่ยอมปล่อยหนูไป ยังคอยปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายหนูไม่เว้นแต่ละวัน ไหนจะยังมาป่วนที่บ้านเก่าทุกวันแบบนี้ หนูคงอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้ว!”
“ลุงป้าน้าอาทั้งหลาย อย่ามาห้ามหนูเลย ยังไงหนูก็ถูกบังคับจนไม่มีทางรอดแล้ว สู้ตายๆ ไปเลยดีกว่า!”
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเธอ ชาวบ้านก็ไม่กล้าปล่อย ต่างก็พากันพูดปลอบใจ “แกยังเด็กนัก อนาคตยังมีอีกยาวไกล อย่าทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้เลย!”
“หลิวชุนฮวาไม่เอาไหนก็จริง แต่ก็ไม่คุ้มที่จะเอาชีวิตเข้าแลก ยายหนู ฟังป้าเถอะ เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปเสีย!”
“ไม่ว่ายังไง หล่อนก็เป็นคนเลี้ยงดูแกมาแต่เล็กจนโต เรื่องเก่าๆ ก็อย่าไปคิดถึงมันเลย”
จิ่งเยี่ยนกุยปาดน้ำตาแล้วพูดว่า “วันนี้หนูจะฟังลุงป้าน้าอาทั้งหลาย เรื่องเก่าๆ เหล่านั้นก็จะปล่อยไป แต่ถ้าหลิวชุนฮวายังจะมาบีบหนูให้ต้องตายอีก หนูก็คงต้องตายไปพร้อมกับหล่อนแล้วค่ะ!”
แต่ไหนแต่ไรมาคนแข็งกร้าวมักกลัวคนขี้โมโห ส่วนคนขี้โมโหกลัวคนที่ไม่รักชีวิต ในขณะที่คนไม่รักชีวิตกลับเกรงกลัวทั้งคนขี้โมโหและคนที่ไม่รักชีวิต หลิวชุนฮวาจัดอยู่ในประเภทคนที่ทั้งแข็งกร้าวและขี้โมโห แต่กลับเห็นแก่ตัวและกลัวตาย เมื่อเห็นท่าทีแบบนี้ของจิ่งเยี่ยนกุย ภายหน้าหลิวชุนฮวาคงไม่กล้ามาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเก่าโดยง่ายอีกแน่
หลังจากที่หลิวชุนฮวาหนีไปได้ไกลแล้ว หัวใจก็ยังเต้นแรงไม่หาย วันนี้เธอตกใจจริงๆ สายตาของจิ่งเยี่ยนกุยที่วิ่งเข้ามาหาเมื่อกี้น่ากลัวเหลือเกิน!
ก่อนหน้านี้เธอคิดอยู่เสมอว่าจิ่งเยี่ยนกุยจัดการได้ง่าย ต่อให้ช่วงหลังๆ จิ่งเยี่ยนกุยจะต่อต้าน แต่เธอก็ยังคงรู้สึกว่าจิ่งเยี่ยนกุยไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือเธอไปได้ แต่มาวันนี้เธอถึงได้รู้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยเกลียดเธอจริงๆ ถึงขั้นคิดอยากจะตายไปพร้อมกัน!
หลังจากที่หนีไปได้ไกลแล้วก็เพิ่งนึกอีกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ว่า วันนี้เธอมาหาจิ่งเยี่ยนกุยเพื่อมาเอาเงิน การดึงจิ่งเยี่ยนกุยกลับบ้านจิ่งไม่ใช่จุดประสงค์หลักเลย
เธอคิดจะเจรจากับจิ่งเยี่ยนกุย โดยเริ่มจากการพูดเรื่องใหญ่ๆ ก่อน แล้วค่อยยื่นข้อเสนอเรื่องเงิน เธอคิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะต้องยอมแน่นอน ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยยอมครั้งหนึ่ง ต่อไปเธอก็จะบีบให้จิ่งเยี่ยนกุยยอมได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน!
แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่า ครั้งนี้จิ่งเยี่ยนกุยกลับห้าวหาญถึงขนาดนี้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอต่อรองเลยแม้แต่น้อย แถมยังจะเอามีดมาฟันอีก!
เธอเสียใจมากๆ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เมื่อกี้เธอควรจะขอเงินจากจิ่งเยี่ยนกุยไปตรงๆ บางทีก็อาจจะไม่โดนฟันด้วยซ้ำ แต่พูดเอาป่านนี้มันก็สายไปแล้ว
หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยส่งชาวบ้านที่มาปลอบเธอไปแล้ว ก็หันกลับไปจัดสมุนไพรต่อ ทันใดนั้นเห็นว่าหลิวหงอิงกำลังมองเธอด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอจึงแย้มยิ้มแล้วพูดว่า “ป้าตกใจเหรอคะ?”
หลิวหงอิงส่ายหน้าแล้วยกนิ้วโป้งให้เธอ “จะจัดการยายนั่นต้องแบบนี้แหละ หล่อนอาศัยว่าตัวเองหน้าตาดี จึงทำอะไรหน้าไม่อายไปต่างๆ นานา พูดดีๆ ด้วยไม่ได้หรอก หล่อนมันคิดแต่เรื่องเอาเปรียบคนอื่น!”
จิ่งเยี่ยนกุยจึงเข้าใจว่าทำไมหลิวหงอิงที่ปกติจะสุภาพอ่อนโยนกับทุกคน แต่พอเจอหลิวชุนฮวากลับดูโมโหร้ายและตรงไปตรงมา ที่แท้ก็เพราะเธอจับทางนิสัยของหลิวชุนฮวาได้แล้ว
ทั้งสองยิ้มให้กัน การจัดการกับหลิวชุนฮวาในครั้งนี้ นับได้ว่าต่างคนก็ต่างรู้อยู่แก่ใจ
ตอนบ่ายเมื่อหยางหว่านซิ่วกลับมาก็มีคนหามเปลตามมาด้วย บนเปลมีคนอยู่คนหนึ่ง และคนที่นอนอยู่บนเปลก็คืออาหญิงเล็ก จิ่งเยี่ยนกุยตกใจ รีบวิ่งเข้าไปดู ก็เห็นว่าอาหญิงเล็กจิ่งดวงตาปิดสนิท
จิ่งเยี่ยนกุยรีบถาม “ย่าคะ อาหญิงเล็กเป็นอะไรไป?”
สีหน้าของหยางหว่านซิ่วไม่สู้ดีนัก แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามทันที เดินเข้าไปในบ้านแล้วหยิบเงินห้าหยวนสองใบให้คนที่หามมา แล้วกล่าวขอบคุณก่อนที่จะส่งพวกเขากลับไป
หลิวหงอิงช่วยพยุงอาหญิงเล็กจิ่งขึ้นไปนอนบนเตียง เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีแบบนี้ก็รู้ว่านี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวจิ่ง จึงหาข้ออ้างแล้วกลับบ้านไปก่อน
เมื่อหลิวหงอิงกลับไปแล้ว หยางหว่านซิ่วก็โผเข้ากอดจิ่งเยี่ยนกุยทั้งน้ำตา “เยี่ยนกุย ทำยังไงดี!”
ในใจของจิ่งเยี่ยนกุย หยางหว่านซิ่วเป็นคนที่เข้มแข็งมาโดยตลอด ไม่เคยร้องไห้เสียใจแบบนี้ เธอจึงรีบถามว่า “ย่าคะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? อาหญิงเล็กเป็นอะไรไป?”