สายฝนโปรยปรายลงมามิได้ขาดสาย สาดกระทบผนังกระจกของตึกระฟ้าสูงที่สุดในมหานครกรุงเทพฯ ก่อเกิดเป็ม่านน้ำที่พร่าเลือนแสงไฟนีออนนับล้านเบื้องล่างให้กลายเป็เพียงจุดสีพร่างพราวราวกับธารดาราที่ถูกฉีกกระชาก
บนชั้นสูงสุดที่ลมกรรโชกแรง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทยืนนิ่งสงบราวกับรูปสลัก เขาทอดสายตาอันว่างเปล่ามองลงไปยังเบื้องล่าง ปล่อยให้เม็ดฝนชะล้างใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาจนน่าใจหาย ไร้ซึ่งร่มหรือสิ่งใดป้องกัน
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูฟังไร้สายขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในช่องหูของเขา เป็เสียงสังเคราะห์ที่เย็นยะเยื่อกไร้ความรู้สึก
“ภารกิจ ‘อสนีบาตดับตะวัน’ เสร็จสิ้น เป้าหมายถูกกำจัดเรียบร้อย ข้อมูลทั้งหมดถูกโอนถ่ายกลับสู่เซิร์ฟเวอร์หลักแล้ว ท่านอสุรา...สมบูรณ์แบบเช่นเคย”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า ‘อสุรา’ ยังคงนิ่งงัน มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี เป็เพียงการขยับของกล้ามเนื้อที่คุ้นชินเท่านั้น
“สมบูรณ์แบบ...คำนี้อีกแล้วหรือ หมายเลขศูนย์” น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท กลืนหายไปกับเสียงลมและฝน “ทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่ข้าคำนวณไว้คลาดเคลื่อนศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์หรือไม่?”
“ตามการประมวลผลของระบบ...ถูกต้องทุกประการครับท่าน” เสียงสังเคราะห์ตอบกลับทันที “ั้แ่การแทรกซึม การวางตัว การสร้างสถานการณ์เพื่อให้เป้าหมายเคลื่อนไหว ทุกอย่างอยู่ในแผนของท่านทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดหลุดรอดไปได้”
“แล้วผลลัพธ์ล่ะ?” เขาถามต่อ เหมือนกำลังถามถึงเื่ดินฟ้าอากาศ
“เครือข่ายอำนาจของเป้าหมายในยุโรปตะวันออกจะล่มสลายภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง ตลาดหุ้นจะผันผวนอย่างรุนแรง และองค์กรของเราจะเข้าควบคุมเส้นทางการเงินทั้งหมดได้ภายในหนึ่งสัปดาห์...ท่านได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อำนาจของโลกอีกครั้งด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว”
“งั้นหรือ...” ชัยถอนหายใจเบาๆ ไอเย็นสีขาวจางลอยออกจากริมฝีปากก่อนจะสลายไปในอากาศธาตุ “มันก็เหมือนเดิม...เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา น่าเบื่อ”
ความเงียบเข้าครอบงำชั่วครู่ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์
“ท่าน...้าพักผ่อนหรือไม่ครับ? ระบบตรวจพบระดับความอ่อนล้าทางจิตใจของท่านสูงกว่าเกณฑ์”
“พักผ่อน?” ชัยหัวเราะในลำคอ “ข้าควบคุมทุกอย่างได้ หมายเลขศูนย์ ข้าเห็นเส้นทางของะุก่อนที่มันจะถูกยิง ข้าอ่านใจคนได้ราวกับอ่านหนังสือ ข้าพลิกชะตาของประเทศได้ด้วยปลายนิ้ว...แต่ข้ากลับไม่เคยรู้สึกถึง ‘ชีวิต’ เลยสักครั้ง...การพักผ่อนของข้ามันอยู่ที่ไหนกัน?”
สิ้นคำพูดนั้น เขาก็ตัดการเชื่อมต่อ ปล่อยให้เสียงสังเคราะห์กลายเป็ความเงียบงันอีกครั้ง ความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกดทับลงบนบ่าของเขา หนักยิ่งกว่าแรงกดอากาศบนยอดตึกแห่งนี้เสียอีก
เขาก้าวเดินออกจากดาดฟ้า กลับเข้าไปในเพนต์เฮาส์หรูที่ควรจะเป็ ‘บ้าน’ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนสุสานราคาแพงมากกว่า ชัยเหลือบมองเงาสะท้อนของตนบนผนังกระจก...ชายหนุ่มผู้มีทุกสิ่ง แต่กลับไม่เหลืออะไรเลย
สัญชาตญาณที่ถูกลับคมมานับสิบปีพลันกรีดร้องขึ้นในใจอย่างบ้าคลั่ง!
อากาศ...ผิดปกติ!
กลิ่นโลหะจางๆ ที่ไม่ควรมี...การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย...อุณหภูมิที่ลดลงศูนย์จุดห้าองศา...
กับดัก!
วินาทีที่ตระหนักรู้ ร่างของเขาก็ขยับไปก่อนความคิด! แต่ช้าไปแล้ว แสงไฟสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง เผยให้เห็นเงาร่างคนในชุดคอมแบทสีดำสนิทนับสิบคนยืนอยู่ทุกมุมอับสายตา ในมือของทุกคนคือปืนไรเฟิลจู่โจมที่ผ่านการปรับแต่งมาอย่างดี ปลายกระบอกปืนทุกกระบอก...เล็งมาที่หัวใจของเขา
ใจกลางวงล้อมนั้น ชายฉกรรจ์ร่างกำยำผู้มีรอยแผลเป็พาดผ่านดวงตาข้างหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า เขาคือ ‘พยัคฆ์’ มือขวาที่ชัยไว้ใจที่สุด คนที่เขาฝึกสอนมากับมือ
“ทำได้ดีนี่ พยัคฆ์...ปิดทางหนีของข้าได้ทั้งหมด แถมยังใช้หน่วยรบพิเศษ ‘ไทฟอน’ ที่ข้าเป็คนก่อตั้งขึ้นมาเองเพื่อจัดการข้างั้นรึ? กล้าหาญไม่เลว” ชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังชมเชยผลงานของลูกศิษย์
แววตาของพยัคฆ์วูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “ท่านอาจารย์...ท่านเก่งเกินไปแล้ว”
“เก่งเกินไป?” ชัยเลิกคิ้ว “นั่นคือเหตุผลของการทรยศงั้นหรือ? ตรรกะน่าขันสิ้นดี”
“ท่านควบคุมทุกอย่าง! ท่านคือพระเ้าขององค์กร! แต่พระเ้าที่ไม่เคยมีความรู้สึก...ไม่เคยมีจุดอ่อน...คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!” พยัคฆ์ะโสวนกลับมา เสียงของเขาสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย “พวกเราหวาดกลัวท่าน! กลัวว่าวันหนึ่ง ท่านจะมองว่าพวกเราเป็แค่ตัวหมากที่น่าเบื่อและกำจัดทิ้งไป!”
“พวกเ้าก็เป็แค่ตัวหมากจริงๆ นั่นแหละ” ชัยตอบกลับอย่างเ็า “แต่เป็ตัวหมากที่มีประโยชน์ ข้าไม่เคยมีความคิดที่จะกำจัดพวกเ้า...จนกระทั่งวินาทีนี้”
ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุม บรรยากาศตึงเครียดราวกับเส้นเชือกที่พร้อมจะขาดสะบั้น
“มันสายไปแล้วครับท่านอาจารย์” พยัคฆ์กล่าวเสียงเบา “นี่ไม่ใช่ความ้าของข้าคนเดียว แต่เป็...ฉันทามติของคณะกรรมการทั้งหมด พวกเขามอบข้อเสนอสุดท้ายให้ท่าน...วางมือเสีย แล้วท่านจะจากไปได้อย่างมีเกียรติ”
ชัยหัวเราะออกมาดังลั่น เป็เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา “มีเกียรติ? เกียรติของอสุราคือการต่อสู้จนตัวตาย ไม่ใช่การยอมจำนนอย่างสุนัขขี้ขลาด! พวกเ้าคิดว่าอาวุธพวกนี้จะหยุดข้าได้จริงๆ งั้นรึ?”
“พวกเราทราบดีว่ามันยาก...แต่ท่านมีเพียงสองมือ”
“นั่นก็เกินพอแล้ว”
สิ้นเสียง! ร่างของชัยก็หายไปจากจุดเดิม! เขาไม่ได้พุ่งไปข้างหน้า แต่กลับทิ้งตัวลงกับพื้นแล้วหมุนตัวเตะเข้าที่ขาโต๊ะกระจกนิรภัยอย่างแรง!
*เคร้ง! เพล้ง!*
เศษกระจกนับพันชิ้นสาดกระจายออกไปราวกับพายุใบมีด สะท้อนแสงไฟจนพร่างพรายบดบังสายตาของหน่วยรบพิเศษชั่วขณะ
“ยิง!” พยัคฆ์คำรามลั่น
*ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงปืนะเิขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงอสนีบาตฟาดผ่ากลางห้องเพนต์เฮาส์ ะุส่วนใหญ่ฉีกผ่านอากาศธาตุในจุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้า! ชัยเคลื่อนไหวราวกับภูตพรายในเงาของเศษกระจกที่กำลังร่วงหล่น เขาไม่ได้หลบ แต่เขากำลัง **อ่าน** วิถีะุล่วงหน้าจากมุมของลำกล้องปืนและแววตาของมือปืน!
เขากระชากร่างของหน่วยรบคนหนึ่งเข้ามาเป็โล่มนุษย์ รับะุหลายนัดแทนตน ก่อนจะใช้ร่างนั้นเป็ฐานส่งตัวพุ่งทะยานเข้าสู่วงล้อมราวกับพยัคฆ์ร้าย! การต่อสู้ระยะประชิดคือผลงานชิ้นเอกอันน่าสะพรึง มีดสั้นในมือของเขาร่ายรำราวกับพู่กันของมัจจุราช ปาดผ่านลำคอ แทงทะลุขั้วหัวใจ หักกระดูกสันหลัง...ทุกการเคลื่อนไหวคือการสังหาร!
แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ะุนัดหนึ่งก็เฉียดผ่านสีข้างของเขาไปจนได้! ความเ็ปแล่นปราดพร้อมกับเืที่ทะลักออกมาเปียกชุ่มเสื้อสูทราคาแพง ชัยกัดฟันกรอด...นี่คือราคาของการประมาท!
การต่อสู้จบลงในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที หน่วยรบพิเศษสิบสองนายที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลกนอนจมกองเือยู่บนพื้น ทุกคนถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวที่จุดตาย
เหลือเพียงชัยที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางห้อง ร่างกายโชกเืทั้งของตนและศัตรู าแที่สีข้างเ็ปจนแทบยืนไม่ไหว แต่ดวงตาของเขากลับลุกโชนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
และพยัคฆ์...ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง ในมือของเขากำปืนพกไว้แน่น
“เห็นรึยัง พยัคฆ์...นี่คือความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดา” ชัยกล่าวเสียงหอบ แต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้
“ขะ...ข้ารู้...ข้ารู้มาตลอด” พยัคฆ์กัดฟันกรอด “แต่ท่านอาจารย์...ท่านอาจจะคำนวณทุกสิ่งได้...แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง...ความเคียดแค้นของคนธรรมดา...บางครั้งมันก็เหนือกว่าการคำนวณใดๆ!”
สิ้นคำพูดนั้น พยัคฆ์ไม่ได้ยิงปืนในมือ แต่กลับกดปุ่มเล็กๆ บนรีโมตที่ซ่อนไว้ในมืออีกข้าง!
*ติ๊ด!*
สัญชาตญาณของชัยกรีดร้องอีกครั้ง! ไม่ใช่กับดัก! แต่มันคือะเิ! ะเิพลาสติกที่ถูกซ่อนไว้ทั่วทุกมุมห้องั้แ่แรก!
*ตูมมมมมมมมม!*
แรงะเิมหาศาลฉีกกระชากทุกสิ่งในห้องให้แหลกเป็ผุยผง ร่างที่าเ็ของชัยถูกคลื่นอัดกระแทกเข้ากับผนังกระจกอย่างรุนแรงจนแตกละเอียด โลหิตพุ่งออกจากปากของเขาราวกับสายน้ำ
ในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะเลือนหาย ท่ามกลางเปลวเพลิงและเศษซากปรักหักพัง เขามองเห็นร่างของตนเองที่กำลังร่วงหล่นจากยอดตึกระฟ้า...มองเห็นแสงไฟของเมืองที่เคยอยู่ใต้ฝ่าเท้ากำลังหมุนคว้าง...
ชีวิตที่ควบคุมทุกอย่าง...จบสิ้นลงเพราะการกระทำที่ไร้เหตุผลของตัวหมากที่เขาเคยดูแคลน...ช่างน่าขัน...
แต่ในห้วงสุดท้ายแห่งความตายนั้นเอง...ความปรารถนาหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจอย่างรุนแรงและชัดเจน...**เป็ความปรารถนาแรกและสุดท้ายอย่างแท้จริงในชีวิตอันว่างเปล่าของเขา...**
*‘หาก...หากมีโอกาสอีกครั้ง...ข้าขอเพียงแค่...ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ...ใช้ชีวิต...เพื่อตัวเองจริงๆ...สักหน...’*
แสงสว่างสีขาวเจิดจ้าได้กลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขา...และทุกสิ่ง...ก็ดับวูบลงสู่ความมืดมิดอันเป็
นิรันดร์.