“พี่ซอลอา ตะ...ตายแล้วจริงๆ เหรอ”
ปากของเธอที่เม้มแน่นสนิทกำลังสั่น ผมค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆเพื่อบอกว่ามันคือเื่จริง
“ฮึก ฮือออ”
ชเวมียอนร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้มพลางเอนตัวพิงผม ผมได้แต่ปลอบเธอโดยการลูบที่ไหล่เบาๆ
“ทำเพื่อพี่ซอลอาจากใจจริงสินะ...”
ท่าทางที่ดูสบาย ๆ เหมือนครั้งแรกที่เจอกันหายไปแล้ว ชเวมียอนร้องไห้สะอึกสะอื้นระบายอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นเธอเป็แบบนั้น ผมเองก็รู้สึกะเืใจไม่น้อย
“ฮึก ๆ”
“ดีขึ้นไหมครับ”
เธอพยักหน้าและผละออกจากอ้อมกอดของผม
“คุณชเวมียอน ถ้าดีขึ้นแล้ว เชิญนั่งด้านนี้นะครับคุณยอมซอกฮุนช่วยรออยู่ด้านนอกก่อนนะครับ”
ตำรวจชี้ไปทางเก้าอี้ที่ผมเคยนั่ง
การที่แยกผมออกมาเพื่อที่จะดูว่าคำให้การของผมตรงกับคำให้การของเธอไหม
“ได้ครับ พี่ เดี๋ยวผมรอ เสร็จแล้วออกมานะครับ ผมจะไปส่งที่บ้าน”
“อือ อืม”
เธอทำการให้ปากคำ ส่วนผมออกมาที่ตรงทางเข้าสถานีตำรวจ หยิบบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ปาก
พอได้อัดนิโคตินเข้าไป ความเครียดที่มีก็ค่อยคลายลง วันนี้เป็วันที่ยุ่งเหยิงที่สุดใน่ที่ผ่านมาเลยเพื่อจะจัดการใครสักคน ผมเหนื่อยกับความเครียด ความกังวล มากกว่าการตามสืบเื่เสียอีก
“เฮ้อ”
พอทำแบบนี้ภาพของฮันซอลอาที่ตายไปก็ยิ่งปรากฏชัด ผมเห็นภาพที่เธอถูกฆ่าซ้อนทับกับรอยยิ้มในอดีตของเธอเป็ความรู้สึกที่แย่มาก ๆ รอยยิ้มของเธอในวันนั้นสื่อว่าการฆาตกรรมที่ผมก่อมันสมควรแล้ว
แต่ทว่าวันนี้ มันกลับถูกทำลายไปหมด
“ต้องหาให้เจอ”
ผมวางทุกงานไว้ก่อน ต้องตามหามัน ถึงจะไม่รู้ว่าเป็ใครแต่จะเอาคืนให้สาสม จะเรียกว่าเป็การแก้แค้นหรือจะเรียกว่าเป็การระบายอารมณ์ก็ได้ไม่ว่าจะเป็คนที่ฆ่าเธอหรือคนจ้างวานฆ่าเธอพวกที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้จะต้องชดใช้
ในตอนนั้นเองที่ผมกำลังมองไปข้างหน้า
“ใคร”
ผมเห็นผู้ชายกำลังเดินเข้ามาจากที่ไกล ๆ หลังจากผู้ชายคนนั้นจอดรถเสร็จเขาไม่ได้มุ่งหน้าเข้าสถานีตำรวจ แต่กลับมุ่งหน้ามาทางผม
“อ่อ เข้ามาใกล้ก็พอจะรู้”
ผมขยี้บุหรี่ทิ้งและสบตากับเขา
“พี่มินซองใช่ไหมครับ”
“ว่าแล้ว นายคือบยองฮันสินะ”
“ผมเปลี่ยนชื่อแล้วครับ เรียกซอกฮุนเถอะครับ”
“เออใช่ ได้ยินมาบ้างแล้วแหละ แต่ลืมไปเลย เอ้อ ซอกฮุน มียอนล่ะ”
“ตอนนี้กำลังให้ปากคำอยู่ครับ”
จอนมินซองพยักหน้าแล้วถามผม
“แล้วเื่มันเป็ไงมาไง พี่ซอลอาถึงได้ตาย”
“พี่มียอนเล่าให้ฟังแล้วเหรอครับ”
“อืม มียอนโทร.หาก่อนฉันออกมาน่ะ บอกว่าตำรวจติดต่อมา”
เหมือนกับที่คุยกันตอนที่ผมอยู่บนรถแท็กซี่ว่าเราจะช่วยกัน เลยอุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่ในเวลานี้
“ขอบคุณที่มานะครับพี่”
“ก็ต้องมาอยู่แล้วสิในบ้านเด็กกำพร้ามีใครไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่ซอลอาบ้างแต่ว่ามันมีเื่อะไรเหรอ”
“คือว่า...”
ผมเล่าเื่ทั้งหมดให้พี่มินซองฟังต่างกับคำให้การเมื่อครู่ จอนมินซองพยักหน้าเหมือนกับเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วจึงพูดความคิดของตนออกมา
“ดีแล้วที่แจ้งตำรวจ ถ้าออกมาเฉย ๆ นายตกเป็ผู้ต้องสงสัยแน่”
“ครับ”
“แล้วทำไมไม่เล่าเหตุการณ์จริงไปตอนสอบปากคำล่ะ”
“เหมือนว่าจะทำให้สืบเื่ช้าลงครับ”
“อะไรนะ...”
“คืออย่างนี้ครับ ผมเจอกับพี่มียอนและพี่ซอลอาอย่าง “บังเอิญ” ในรอบสิบห้าปี พี่เขาติดต่อกับผมโดยจ้างนักสืบตามสืบผม และตอนที่ผมกำลังสะกดรอยตามมาดามร้านที่พี่ซอลอาทำงานอยู่ดันไปพบศพโดย “บังเอิญ”เป็ใครก็ต้องสงสัยใช่ไหมครับ”
“อืม...”
“และมันมีความรู้สึกแปลก ๆที่ยากจะอธิบายที่อยากจะช่วยพี่ซอลอาสักนิดครับ”
“มันก็นะ พวกเราที่เคยอยู่บ้านเด็กกำพร้าตอนนั้นเข้าใจแต่คนอื่นคงไม่เข้าใจหรอก”
ไม่ใช่แค่วอนสองวอน แต่มันตั้งสองพันล้าน แล้วมันไม่ใช่แค่เงินต้นแต่เป็ดอกเบี้ย ถึงจะเป็คนที่มีบุญคุณขนาดไหน แต่ใครล่ะจะอยากช่วย ส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธทั้งนั้นแต่เป็เพราะพวกเราตกนรกขุมนั้นมาด้วยกัน พอหลุดพ้นออกมาได้ก็ต้องช่วยเหลือกัน
“สมมติว่าถ้าพูดไปแบบนั้นทิศทางการสอบสวนอาจจะพุ่งมาที่ผมไม่ก็พี่มียอนครับ”
“ที่นายพูดมันก็ไม่ผิดหรอก แต่กระบวนการสืบสวนไม่ใช่จะไม่มีความหมายที่สอบสวนคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาจจะเจอหลักฐานที่คาดไม่ถึงก็ได้อย่าอคติกับการสอบสวนสิ”
“มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่มียอนเลยนะครับ ถึงใครจะบอกว่าพี่เขาจะเป็คนร้ายหรือว่าใครบางคนตั้งใจจะให้พี่เขาเป็คนฆ่าพี่ซอลอามันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเรียกพี่กับผมมาเลยนะครับ ถึงวันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะสะกดรอยตามแต่ถ้าผมเป็คนร้ายจริง ผมคงไม่เอาคนอื่นมาเกี่ยวเยอะขนาดนี้หรอกครับ”
“มันก็ใช่”
“งั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรที่เป็ทฤษฎีขนาดนั้นหรอกครับผมเองก็อยากจะหาตัวคนที่ฆ่าพี่ซอลอาให้ได้เร็วที่สุด”
ผมชี้ไปทางประตูทางเข้าแล้วพูดว่า
“พี่เป็อัยการไม่ใช่เหรอครับ ไปถามข้อมูลการสอบสวนมาได้ไหมขอข้อมูลมากกว่าที่คนธรรมดาจะได้รู้ก็พอครับ”
การสอบสวนของตำรวจประเทศเรานั้นเป็ที่รู้กันทั่วโลกว่าเป็ระดับมาตรฐานทุกที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบอินฟราเรดที่สามารถจับภาพในที่มืดได้อีกทั้งเทคนิคการสอบสวนแบบวิทยาศาสตร์ อำนาจการจับกุมก็ไม่กระจอกเลย เพราะเหตุนี้เวลาที่ผมลงมือจะพยายามไม่ให้เหลือร่องรอยใด ๆ ทิ้งไว้
“ให้ไปเอาข้อมูลมาไม่ใช่ปัญหา แต่หาคนร้ายเจอแล้วจะยังไงต่อ”
จองมินซองมองมาที่ผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เป็สีหน้าที่เหมือนกับกังวลเกี่ยวกับการแก้แค้นส่วนตัวของผม
“พี่ซอลอา... อุตส่าห์ได้มาเจอกันในรอบสิบห้าปี แต่เธอดันตายแล้ว มันเกินไป”
“......”
“ผมไม่อยากอยู่เฉย ๆ รอจนผลสอบสวนออกครับ”
“ไม่ใช่ว่ามีอะไรแอบแฝงหรอกนะ”
ผมส่ายหน้าไปมา
“ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดหรอก ก็แค่มีอยู่คนนึงที่เตะตาผมมาตลอด เลยอยากจะเช็กให้มั่นใจครับ”
“อย่าบอกนะว่า...นายคิดถึงหมอนั่น?”
“ครับ คิมชอนซู มันมีแรงจูงใจในการฆ่า แถมยังเป็มาเฟียอีก”
จอนมินซองยกมือขึ้นลูบคางไปมา ก่อนจะเอ่ยปากพูด
“ซอกฮุน ฉันคิดว่าไม่น่าใช่คิมชอนซู”
“มีเหตุผลไหมครับ”
“มันเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงของแก๊งัดำองค์กรใหญ่อย่างัดำไม่น่าจะฆ่าคนโจ่งแจ้งขนาดนั้น”
“หมายความว่ายังไงครับ”
“สมมติว่าแก๊งัดำลงมือเอง มันน่าจะทำให้เื่เงียบที่สุด”
ผมพยักหน้า
ตามที่จอนมินซองบอก ถ้ามันลงมือฆ่าเอง ก็ต้องกำจัดแบบเงียบ ๆน่าจะดีกว่า หาก “ไม่มี” ผู้เสียหาย ก็ยากที่จะเป็คดีและไม่โดนเพ่งเล็งด้วยถ้าเป็เด็กคงคิดว่าผู้ใหญ่แค่หายไปสักพัก เลยไม่ได้เอะใจอะไร
“พี่หมายถึงเอาศพใส่กล่องไปลอยทิ้งในทะเลสาบแบบในหนังเหรอครับ”
“ใช่ แต่ถ้าทำผิดวิธีก็อาจจะถูกพบได้ เดี๋ยวนี้มันมีวิธีอื่นอีก”
“ยังไงครับ”
“มีหลายวิธี จากที่ฟัง ๆ มา ก็มีเผาในเตาเผา ไม่ก็เอาเข้าเครื่องบด...”
จอนมินซองพูดๆ อยู่ก็หยุดไปเสียอย่างนั้น
“เฮ้อ ทำเป็ไม่ได้ยินเื่เมื่อกี้ก็แล้วกันมันโหดร้ายเกินไปสำหรับคนธรรมดา นายเป็แค่คนธรรมดา ฉันแยกแยะไม่ได้ว่าจะพูดอะไร”
“ไม่เป็ไรครับ วันนี้ผมก็เห็นศพที่ถูกแทงมา”
ผมรู้สึกใเล็กน้อยที่บอกว่าพวกมันไม่ได้ทิ้งศพไว้เฉย ๆ แต่กำจัดศพแบบไร้ร่องรอย
“แต่ว่าพี่ครับ คิมชอนซูอาจจะไม่ได้วานให้คนในแก๊งทำแต่ลงมือด้วยตัวเองก็ได้นี่ครับ”
“ไม่ ไม่น่าเป็ไปได้ ผู้บริหารระดับสูงต่างจากคนในองค์กรธรรมดาไม่สามารถจัดการเื่ส่วนตัวตามอำเภอใจได้หรอกนะ”
“.....”
ยิ่งเป็ผู้บริหารระดับสูงยิ่งน่าจะทำตามอำเภอใจได้ไม่ใช่เหรอ
อีกอย่างลูกน้องมันก็ไม่ได้มีแค่คนสองคน
“สมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ต่างกับสมัยอันธพาลครองเมืองเดี๋ยวนี้เวลาพวกนั้นจะเล่นงานใคร จะฟันแทงตามใจชอบไม่ได้คนสมัยนี้ไม่อยู่เฉยกันหรอก ได้ออกมาประท้วงแน่”
“เพราะอย่างนี้ พวกมาเฟียเลยต้องเก็บตัวใช่ไหมครับ”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าให้พูดชัด ๆ ถ้ายิ่งปกปิดได้มากเท่าไหร่ก็จะจับตัวได้ยากขึ้นเท่านั้นพวกองค์กรที่กว้างขวางควบคุมลูกน้องตัวเองในเื่การทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะการฆาตกรรม”
จอนมินซองพยายามอธิบายให้ผมเข้าใจแล้วถามผมต่อ
“นายเห็นข่าวที่เกี่ยวกับอันธพาลไหม ไม่ใช่ข่าวเล็กน้อยอย่าง วอยซ์ฟิชชิ่ง[1] หรือทำเื่ผิดกฎหมายเบา ๆ นะ อันที่เกี่ยวกับการทำผิดร้ายแรงน่ะ”
“.....”
ลองคิดดูแล้วก็นึกไม่ออก ตอนที่ยังเด็ก ผมคิดว่ายังพอเห็นข่าวพวกอันธพาลอยู่บ้าง
“วงการมาเฟียก็ต้องมีการเปลี่ยนรุ่นนะ รุ่นที่สองก็ถูกเลี้ยงดูอย่างดี ได้เรียนด้วยเงินสกปรกเปื้อนเืพวกนั้น”
“....?”
“พวกนั้นรู้วิธีหาเงิน แล้วมันก็ระมัดระวังมากเพื่อไม่ให้ถูกเพ่งเล็ง”
จองมินซองตบไหล่ผม แล้วพูดว่า
“ถ้าหากว่าคิมชอนซูแอบลงมือโดยไม่ให้แก๊งัดำรู้ตำแหน่งผู้บริหารก็ต้องจบไปด้วย มันคงรู้อยู่แล้วแหละ”
ผมถอนหายใจและส่ายหน้าไปมา
“ถ้าอย่างนั้น เป็แค่การปล้นแล้วฆ่าทั่วไปเหรอครับ”
“ถ้าลองพิจารณาดูก็เหมือนจะมีบางอย่างแปลก ๆ”
“อะไรเหรอครับ”
“เมื่อกี้นายบอกว่าพี่ซอลอาโดนแทงหลายทีใช่ไหม”
“ครับ ผมไม่ได้นับ แต่มันดูหลายแผลครับ”
“ปกติแล้วถ้าเป็การปล้นธรรมดาก็ไม่น่าจะแทงหลายทีแค่ครั้งสองครั้งก็พอแล้ว”
จอนมินซองชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้วแล้วอธิบายต่อ
“กรณีนั้นมีสองอย่างคือ เป็ฆาตกรโรคจิตที่สนุกกับการฆ่าเลยแทงซ้ำอยู่อย่างนั้นและรื้อข้าวของทำให้ดูเหมือนเป็การปล้นแล้วหนีไป”
“อีกอย่างล่ะครับ”
“เป็มือโปร”
“หมายถึงนักฆ่าเหรอครับ”
“อืม อาจจะถูกจ้างมาให้ฆ่าพี่ซอลอา เป็ไปได้สูงว่าแทงหลายครั้งเพื่ออำพราง”
เขาทิ้งแผลไว้หลายที่เพื่อจะลบร่องรอยที่อาจจะมองว่าเป็ฝีมือของนักฆ่ามืออาชีพผมไม่อยากจะเชื่อเลยถามอีกครั้ง
“แต่ว่าประเทศเรามีนักฆ่ามืออาชีพจริง ๆ เหรอครับ”
“ถึงจะเคยเห็นแค่ในหนัง แต่มันมีจริง ๆ ฉันทำงานที่แผนกสามแห่งกองสืบสวนนะ”
“......”
“ซอกฮุน”
จอนมินซองที่มองหน้าผมนิ่ง ๆ เรียกชื่อผมขึ้นมา
“ครับ?”
“ฉันเข้าใจนายนะ แต่เื่แบบนี้ต้องมองอย่างเป็กลาง”
“.....”
“ความเป็ไปได้ที่คิมชอนซูจะลงมือทำเื่แบบนั้นเป็ศูนย์ดูจากนิสัยหมอนั่นแล้ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น เขาสนุกที่ได้แกล้งคนอื่นนี่ถ้าเป็คิมชอนซูที่หมกมุ่นกับเงินคงรังควานพี่ซอลอาจนกว่าพี่เขาจะตายเลยไม่ใช่เหรอแล้วก็.... ”
“แล้วก็อะไรครับ”
“การที่ผู้อำนวยการตายไปมันมีความหมายกับคิมชอนซูมากขนาดนั้นเลยเหรอทั้งทรัพย์สินที่ดิน ทั้งชีวิตที่เขาสั่งสมมาตลอด หมอนั่นจะยอมเสียไปได้จริง ๆเหรอ”
“มันก็...ใช่ครับ”
คิมชอนซูที่ผมรู้จักคือไอ้โรคจิต เขาไม่พอใจพ่อที่ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในชนบทได้เงินอุปถัมภ์มาก็ไม่พอ แค่ใช้ชีวิตเล่น ๆ อยู่ในที่นั่น
ใช่ ถ้าเป็มันอาจจะชอบก็ได้ เป็เพราะผู้อำนวยการตาย เลยได้ขายที่และกลายเป็เศรษฐี
ถ้าอย่างนั้น ไม่ใช่คิมชอนซูหรอกเหรอ
เพราะว่าผมมีแต่ความรู้สึกแย่ ๆ เกี่ยวกับหมอนั่นเลยตัดสินด้วยอารมณ์มากไป?
อาจจะเป็อย่างนั้นก็ได้ เพราะมันยังเป็คนที่ให้ฮันซอลอาทำงานั้แ่แรกและเป็คนขังเธอไว้ในนรก
“ซอกฮุน”
“ครับพี่”
“เดี๋ยวฉันไปสืบมาก่อน เพราะอย่างนั้น ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งคิดอะไรแปลก ๆ
“อย่าห่วงเลยครับ”
ในตอนนั้นเองที่กำลังจะจบบทสนทนา
“มันเป็การจ้างวานฆ่า พี่ซอลอาถูกฆ่าโดยเจตนา"
คำเ่าั้ออกมาจากปากของชเวมียอนหลังจากเสร็จสิ้นการสอบสวน
[1]วอยซ์ฟิชชิ่ง คือ การหลอกลวงแบบฟิชชิ่งผ่านทางเสียง หรือการสนทนาในประเทศไทยเรียกว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์