คุณหนูในห้องหอ

    บทที่20 : บทลงโทษผู้ทำร้ายน้องชายจวิ้นอ๋อง (20-1)

    20

    บทลงโทษผู้ทำร้ายน้องชายจวิ้นอ๋อง

     

              จื่อชิวกับต้าเจิงหามอู๋สี่กลับเรือนไปแล้ว ก่อนกลับไห่เถิงได้ตรวจอาการเบื้องต้น พบว่านอกจากฟกช้ำเล็กน้อยก็ไม่มีส่วนใดแตกหัก เพียงแต่ยาสลบมีฤทธิ์แรงมาก อู๋สี่จะนอนหลับยาวถึงเที่ยงวันรุ่งขึ้น

            ในเรือนตะวันออก จางหลินถง ชูหลิง และไห่เถิงนั่งก้มหน้าราวกับคนมีความผิด พวกเขาไม่รู้จริงๆว่าผู้ที่มาเคาะหน้าต่าง และพยายามจะบุกรุกเข้ามาที่แท้คือน้องชายของจวิ้นอ๋อง

              หากรู้ มีหรือที่ไห่เถิงจะสาดยาสลบใส่มากมายปานนั้น ไห่เถิงรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาพยายามปกป้องจางหลินถง แต่ถูกอู๋ฮวนมองด้วยสายตาตำหนิ

            เช่นนี้ก็ได้หรือ? นี่มันอะไรกัน? เขาทำผิดอะไร? อีกอย่างไม่มีใครรู้ว่าผู้ร้ายที่บุกรุกจวนจวิ้นอ๋องคือคุณชายอู๋สี่ จะโทษก็โทษจวิ้นอ๋องที่วางแผนเสียแนบเนียน และรู้เพียงสองพี่น้อง ใครไหนเลยจะรู้ได้ว่าคุณชายรองจะรับบทเป็นผู้ร้ายบุกรุกยามวิกาล ทั้งยังเลือกสถานที่หลบซ่อนได้ดีอีกด้วย ที่มากมายไม่เลือกแต่กลับเลือกเรือนตะวันออก

            หลายวันก่อนผู้อาศัยในเรือนนี้เพิ่งจะถูกระแวงกลายเป็นผู้สงสัย วันนี้มีคนร้ายบุกมาย่อมต้องหวาดระวังตัวเป็นธรรมดา ไห่เถิงขบคิดไม่แตกว่าเขาทำผิดที่ใดกัน

              อู๋ฮวนนั่งกอดอกมองไห่เถิง ไห่เถิงก็แสร้งเบือนหน้าหนีประหนึ่งภรรยากำลังโกรธสามี พอมองไปทางชูหลิง รายนั้นก็ก้มหน้าต่ำตัวสั่นราวกับเห็นผี พอหันมามองทางจางหลินถงที่นั่งข้างตน รายนี้ไม่หลบสายตาแต่กระพริบตาปริบๆเม้มริมฝีปาก ทำตาใสซื่อพยายามจะรับผิดแทนผู้อื่น

              พอเห็นสายตาเช่นนั้น จากที่โกรธอยู่ก็แทบจะหลุดขำ แต่การทำร้ายคุณชายรองมีโทษหนัก แม้ทำไปด้วยเจตนาดีแต่ไห่เถิงไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนในเรือน เปิดหน้าต่างยามวิกาล ชูหลิงก็ไม่ห้ามปรามจึงมีความผิดทั้งคู่

            ทว่าอู๋สี่เองที่เป็นผู้ฝ่าฝืนกฎบุกรุกเข้ามาในเรือนชั้นในของสตรีก็มีความผิดเช่นกัน เมื่อหักลบกันแล้วสมควรที่อู๋สี่ต้องคุกเข่าสำนึกความผิดเป็นเวลาสองชั่วยาม ในขณะที่ไห่เถิงจะต้องถูกโบยยี่สิบไม้ และชูหลิงต้องถูกโบยสิบไม้ โทษฐานที่เปิดหน้าต่างให้คนแปลกหน้า

              เมื่อคิดบทลงโทษในใจจนเกือบครบแล้วก็พิจารณาอีกคนที่เหลือ ผู้นี้ควรลงโทษอย่างไรดี นางยังบาดเจ็บ และไม่สามารถปกป้องตนเองได้ สรุปแล้วนางไม่มีความผิดก็แล้วกัน อู๋ฮวนคิดในใจว่าเช่นนั้นก็เอาตามนี้ รุ่งเช้าเขาจะประกาศบทลงโทษ ของแต่ละคนอย่างชัดเจนอีกครั้ง

            อู๋ฮวนเหนื่อยล้ามากเพราะวางแผนจับโจรทั้งคืน เขาหันไปโบกมือไล่ไห่เถิงและชูหลิง“พวกเจ้าออกไปก่อน”

              “เจ้าค่ะ”ชูหลิงขานรับและลุกจากไป

              แต่ไห่เถิงไม่ขานรับ เขาเพียงแต่ลุกขึ้นและเดินจากไปอย่างสง่างาม เขาเข้ามาเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น ไม่ได้คิดจะอยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร เมื่ออาการอู๋อ๋องดีขึ้นตามที่ตกลงกันไว้กับอู๋ฮวน เขาก็จะจากไปทันที ดังนั้นจึงไม่ได้หวาดกลัวอู๋ฮวนเหมือนชูหลิง ทว่าในใจของคนทั้งคู่ก็รู้สึกเป็นห่วงจางหลินถงไม่ต่างกัน แต่นางเป็นคนที่อู๋ฮวนห่วงใยมากที่สุด คิดว่าอู๋ฮวนคงไม่กล้าตำหนินางมากนัก

             

            เมื่อทุกคนออกไปหมดประตูถูกงับปิดสนิท อู๋ฮวนหันไปจ้องอีกคนอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่ตำหนิ เพียงแต่มองนางที่ยังทำตาโตใส่ซื่อเข้าใส่

              “จวิ้นอ๋อง”

              “หืม”

              ขานเสียงขรึมเช่นนี้แสดงว่านางใช้คำผิด...“พี่ฮวน”

              “ว่ามา”น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย จางหลินถงจึงเบาใจ“เรื่องคืนนี้พวกเขาไม่ผิดนะเจ้าคะ พวกเขาแค่พยายามช่วยข้าเท่านั้น”

              “เรื่องนี้เป็นข้าที่ต้องพิจารณาด้วยตนเอง อีกอย่างข้ากำชับหลายครั้งแล้วว่ายามวิกาลห้ามเปิดหน้าต่าง และพอเกิดเรื่องเหตุใดจึงไม่เรียกลี่เฉิงให้เข้ามาตรวจสอบ โชคดีที่ครั้งนี้เป็นอู๋สี่ แต่หากเป็นผู้ตัวร้ายตัวจริงเล่า พวกเจ้าจะทำอย่างไร”

              คำกล่าวของอู๋ฮวนทำให้จางหลินถงพูดไม่ออก ในช่วงเวลาคับขัน หากมีสติไตร่ตรองได้แบบที่เขาพูดมา จะเกิดเรื่องเช่นคืนนี้งั้นหรือ

              “ทั้งที่ข้ากำชับแล้วแต่ยังทำ ครั้งนี้พวกเขาต้องได้รับบทลงโทษ เจ้าอย่าได้คิดที่จะช่วยพวกเขาเป็นอันขาด กฎก็คือกฎ”

              น้ำเสียงอู๋ฮวนขรึมมาก จนหญิงสาวรู้สึกว่าเขาเอาจริง นางได้แต่ถอนหายใจ นึกสงสารไห่เถิงและชูหลิงที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะนางอีกแล้ว

              “พี่ฮวน ลงโทษเป็นเรื่องอื่นได้หรือไม่ อย่าโบยพวกเขาเลยนะเจ้าคะ”

              พูดถึงกฎในตระกูลจางใช้กฎบ้าน เมื่อทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษด้วยการคุกเข่ากลางแจ้ง หรือหน้าป้ายบรรพบุรุษสำนึกผิด และโบยให้หลาบจำในบางครั้ง แต่ในจวนจวิ้นอ๋องใช้กฎทหาร ไม่รู้ว่าชูหลิงและไห่เถิงจะต้องถูกลงโทษหนักเพียงใด ดวงตาจางหลินถงร้อนผ่าวรื้นแดง และแสบจมูก นางยื่นมือไปจับชายแขนเสื้ออู๋ฮวนพลางดึงเบาๆ

              “พี่ฮวน เช่นนั้นก็ลงโทษข้าด้วยเถอะที่ข้าไม่ห้ามปรามพวกเขา”ถูกแล้ว นางก็อยู่ด้วย เมื่อทุกคนมีความผิดนางก็ต้องมีความผิด หากพวกเขาถูกโบย นางก็ต้องถูกโบยโทษฐานที่ไม่ห้ามปราม

              “อาหลิน เจ้ากำลังทดสอบข้าหรือ”เขาถามน้ำเสียงไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

            ด้วยร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟูจนเริ่มมองออกว่าเป็นคนไม่ใช่ผี และเพิ่งบาดเจ็บเพราะรับลูกดอกอาบพิษแมงมุมสีน้ำเงินมา สภาพเช่นนี้นางยังกล้าเอาตัวเองมาปกป้องพวกพ้องอีก ช่างไม่รู้จักประมาณตนจริงๆ

            อู๋ฮวนหน้าบึ้งตึง เขาโกรธนางจริงๆแล้ว นางพยายามเป็นปรปักษ์กับเขา ชายหนุ่มเพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมา เขาตามใจนางมากไปแล้ว ก่อนที่เขาจะไม่เหลือความน่าเชื่อถือต่อผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาคนอื่น เขาต้องทำให้นางรู้บ้างแล้วว่า เรื่องใดที่นางยื่นมือเข้ามาแทรกได้ และเรื่องใดที่นางยื่นมือเข้ามาแทรกไม่ได้

            และที่สำคัญสำหรับอู๋ฮวน การสั่งลงโทษด้วยการโบยถือเป็นโทษที่เบาที่สุดแล้ว แต่หากนางไม่อยากให้ใช้วิธีนี้เขาก็จะใช้วิธีอื่น คนอย่างอู๋ฮวนอยู่รอดมาได้ ปกครองคนมาได้ไม่ใช่เพราะมีเมตตา แต่เพราะความเด็ดขาดโหดเหี้ยมที่ไม่มีใครเหมือน เมื่อนางกล้าขอร้องเพื่อปกป้องคนของนาง เขาก็มีวิธีทำให้คนของนาง ร้องขอการลงโทษด้วยตนเองเช่นกัน

              “พี่ฮวน ข้าเพียงแต่ไม่อยากให้พวกเขาต้องรับผิดแทนข้า”นางกล่าว

              “เจ้าต้องการให้ข้าลงโทษเจ้าให้ได้จริงหรือ”

              “อืม”นางพยักหน้า ใช่สิ นางเพิ่งจะมีพวกพ้อง หากนางไม่ปกป้องพวกเขา แล้วต่อไปจะมีใครกล้าคบหานางด้วยความจริงใจอีกเล่า

              “เก่งกล้าถึงกับออกหน้าช่วยคน ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บจะดีขึ้นมากแล้ว ไม่ปวดแผลแล้วหรือ”

              จางหลินถงรีบพยักหน้า“ที่จริงตั้งแต่ข้าฟื้นขึ้นมา ก็ไม่ปวดมากแล้ว แถมแผลยังหายเร็วอีกด้วย แม้ว่าจะยังมีสีม่วงคล้ำที่แผล แต่ไห่เถิงบอกว่าไม่เป็นอันตรายแล้ว”

              ได้ยินนางพูดอย่างกระตือรือร้น อู๋ฮวนได้แต่สูดหายใจลึก พยายามระงับโทสะในใจ เขาประชดนาง แต่นางตีความไม่ออก ดี ช่างกล้าหาญดีจริงๆ

            “ดี เช่นนั้นก็ดี พรุ่งนี้ข้าจะให้คนมาตามเจ้าไปห้องหนังสือ ไปถึงแล้วข้าจะบอกว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร”

              “ได้ แล้วไห่เถิงกับชูงหลิงเล่าเจ้าคะ พวกเขาจะยังถูกโบยหรือไม่”

              “พรุ่งนี้เจ้าก็จะได้รู้เอง”อู๋ฮวนไม่ยิ้ม กล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนและหันไปมองนางอีกแวบหนึ่ง“จะเช้าแล้ว พักผ่อนเถอะ”

              “เจ้าค่ะ”จางหลินถงรับคำ

            นางมองส่งอู๋ฮวนที่กำลังยกเท้าออกนอกห้อง ก่อนงับประตูเขาเงยขึ้นมามองสบตานาง หากนางไม่ได้ตาฝาดในแววตาของเขาหนนี้ดูน่ากลัวมาก จางหลินถงจึงร้องในใจว่าแย่แล้ว นางทำให้เขาโกรธอีกแล้ว!

            **************************************************************

    คล้ายกับเรื่องคุณหนูในห้องหอ ที่คุณอ่าน