การนำตัวฉินเว่ยจื่อลงจากเขา ก็ไม่นับว่าทุลักทุเลนัก แต่ก็จะบอกว่าไม่ลำบากเลยก็เป็ไปไม่ได้ ปัญหาคือพละกำลัง หลันหลันยังตัวเล็ก และหมอหยวนเองก็ไม่ใช่คนที่ใช้แรงงาน ยิ่งพักหลังไปยุ่งเกี่ยวกับสุราบ่อย ๆ ร่างกายก็เลยอ่อนปวกเปียกได้ง่าย กว่าจะลงมาถึงด้านล่างได้ ก็ใช้เวลาไปมาก
ขึ้นเขาไปแต่เช้า แต่บ่ายแก่แล้วเพิ่งได้ลงมา ฉินเว่ยจื่อเองก็รู้สึกเห็นใจทั้งสองมาก แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาเองก็ไม่มีทางเลือก ตอนที่โดนลอบทำร้าย พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพราะฐานะของเขา คนอื่นๆ จึงต้องคุ้มครอง แล้วให้เขาหนีออกมาคนเดียวก่อน หวังไว้แค่ว่ารักษาชีวิตเอาไว้ก็พอแล้ว
ทว่าเขาาเ็หนีไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็จนตรอกต้องะโลงจากหุบเหว โชคดีที่ความสูงของมันไม่มากอย่างที่คิด แล้วกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ ก็ทำให้ความแรงในการตกลงมาจากที่สูงของเขาลดลงมาก พอถึงพื้นจึงไม่ถึงกับกระแทกจนาเ็ภายใน แต่อาการาเ็ก็หนักพอดู เขาจึงขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ ตอนนี้ก็เช่นกัน ถึงรอดตายแล้ว แต่ก็ยังเจ็บมากอยู่ดี
หลันหลันตัดสินใจให้ฉินเว่ยจื่อ นอนพักรักษาตัวในห้องนาง ส่วนระยะนี้นางจะไปนอนกับเหมยฮวาก่อน พอจัดแจงให้คนเจ็บนอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว หมอหยวนก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวเขา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ หลันหลันไปค้นเสื้อผ้าเก่า ๆ ในห้องเก็บของมาได้ ขนาดใกล้เคียงกับเว่ยจื่อพอดี
รวม ๆ แล้วคนเจ็บไม่ตาย และการทำดีของหลันหลันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จดี แต่นั่นเป็เื่เฉพาะหน้า เพราะจริงๆ แล้ว หลังจากนี้ก็ต้องใช้เงินอยู่ดี
หลันหลันมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกที สีหน้าเขาดีขึ้นมาก เมื่อมีเวลาพิจารณาดี ๆ นางก็พบว่า รูปโฉมของเขาไม่เกินเลยที่จะเรียกว่าชายงาม หล่อเหลา เป็ชายงามแบบที่เห็นในหน้าปกนิยายโรแมนซ์
ไม่ตรงรสนิยมนางเท่าไหร่ แต่ก็นับเป็อาหารตาได้เป็อย่างดี สายตาของนางมองไปที่กล้ามอก นางรู้ว่ามันแน่นมาก กล้ามท้องนั่นอีก บั้นท้ายก็เต่งตึง... ถ้าได้จ้องมองทั้งวันนางก็ยินดี
ฉินเว่ยจื่อขนลุกเล็กน้อยรู้สึกเหมือนกำลังโดนกินเต้าหู้...ไม่ใช่จะมีสาว ๆ เท่านั้นหรอกเหรอที่จะได้รับความไม่เป็ธรรมทางสายตานี่
ฉินเว่ยจื่อหันขวับไปทางหลันหลัน เห็นอีกฝ่ายกำลังทำตาปรอยอยู่พอดี จึงถลึงตาใส่ ทำให้เด็กสาวรู้สึกตัวขึ้นมา หลันหลันพยายามเก็บอาการ ตอนนี้เธออยู่ในยุคโบราณ แถมยังเพียงแค่เริ่มโตเท่านั้น ใช้สายตาโลมเลียผู้ชายเช่นนี้คงไม่งามเท่าไหร่
“เ้าชื่ออะไร” นางเอ่ยปากขึ้น หลังจากหมอหยวนตามป้าหลี่ที่กำลังตื่นเต้นเพราะคุณชายใหญ่ฟื้นขึ้นออกไป
“เว่ยจื่อ” เขาตอบ
“สกุลล่ะ”
“...”
“อ๊า ข้าว่าแล้วว่าเ้าต้องมีที่มาไม่ธรรมดา งั้นไม่ต้องบอกล่ะ ข้าถือคติรู้น้อยยิ่งดี เอาเป็ว่าข้าเรียกเ้าเว่ยจื่อแล้วกัน”
“ได้”
“รักษาหายเสร็จก็จะไป”
“ใช่”
“ท่าทางเ้าเหมือนคุณชาย ไม่มีผู้ติดตามเหรอ”
“มี แต่น่าจะตายไปแล้ว”
“เฮ้อ ...ชีวิตข้ามีโจทย์ใหม่ไม่ซ้ำกันเลย แต่ละวันตอนนี้ช่างครึกครื้น”
“เ้าพูดอะไรน่ะ”
“หมอหยวนทิ้งเทียบยาไว้ให้ เ้ามีเงินไหม”
“มี แต่เวลานี้ไม่มี...” เขาเม้มปากอย่างอึดอัดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ “วันนี้ยังไม่มี”
“์ เ้านี่โชคดีจริงๆ เลย”
“ข้าโชคดี...”
“ใช่ เพราะว่าข้าก็ไม่มีเงินเหมือนกัน” หลันหลันประกาศก้อง แล้วหัวเราะคิกคักกับตัวเอง
เว่ยจื่อ “...”
หลันหลันพยายามสงบใจ แม้ในใจจะบ้าคลั่งแค่ไหน แต่เราต้องยิ้มสู้ชีวิตออกมา
“ดูแล้วเ้าคงไม่ใช่คนธรรมดา ข้าจะถือว่านี่เป็บุญคุณช่วยชีวิตแล้วกัน ภายภาคหน้าถ้ามีโอกาสก็ย่อมต้องตอบแทนบุญคุณข้าบ้าง”
หลันหลันพูดแล้วฉีกยิ้มกว้างออกมา เื่มันควรจะเป็แบบนี้แหละ ในนิยายที่นางอ่านก็เป็แบบนี้ การมีบุญคุณต่อใครสักคน มักจะเป็ไพ่ตายเวลาลำบาก
ฉินเว่ยจื่อมองเด็กสาวที่ยิ้มอย่างโง่งมตรงหน้านิ่ง เขาชักจะชินกับความประหลาดของนางแล้ว ดู ๆ ไปผมทรงซาลาเปา กับแก้มแดง ๆ นั่นก็ดูน่าเอ็นดูอยู่เหมือนกัน คล่องแคล่วจนอยากให้เป็เด็กรับใช้ของเขาเลย
“เ้ากับข้าไม่มีเงิน ข้าต้องใช้ยา ทำไมเ้าถึงบอกว่าข้าโชคดีล่ะ”
“เพราะว่าคุณชายของบ้านนี้ก็ต้องใช้ยาเหมือนกัน พวกเราก็ไม่มีเงิน ข้ากำลังจะไปหาเงินซื้อยาพอดี เ้าเองก็้าใช้ยา ข้าได้หาไปพร้อมกันเลย ไม่ต้องเสียเที่ยว”
“...” ฉินเว่ยจื่อพูดไม่ออก เขาไม่แน่ใจว่าเื่นี้เป็เื่ดีจริงๆ
“อ่อ เราขาดแคลนอาหารด้วยนะ” หลันหลันพูดจบแล้วก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เว่ยจื่อ “...”
“เอาล่ะ ๆ ได้หาพร้อมกันทีเดียวไปเลย” เธอหัวเราะแล้วก็เดินออกจากห้องไป
ทิ้งฉินเว่ยจื่อให้มองตามเด็กสาวประหลาด อย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่พักใหญ่...ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอน ยังไงเสียพักเยอะ ๆ ก็ควรจะได้หายไว ๆ เขาจะได้หาทางกลับไปเสียที
ยังมีเื่ต้องทำอีกมาก...
หลันหลันเตรียมเข้าเมือง นางสอบถามจากหลี่มามามาแล้วว่า ที่หมู่บ้านแห่งนี้จะเข้าเมืองถ้าไม่เดิน ก็จะต้องไปขึ้นเกวียนรับจ้างของชาวบ้าน ที่มีสามรอบต่อวัน บ้านบรรพบุรุษตระกูลมู่แห่งนี้อยู่ติดกับูเา ปกติแล้วชาวบ้านมักไม่สร้างบ้านเรือนติดกับูเาแบบนี้นัก เพราะสัตว์ป่าชุกชุม
ส่วนใหญ่มักไปตั้งให้ห่างออกไปอีกหน่อย เพราะยังไงก็มีที่เพาะปลูกเหมือนกัน อีกทั้งแม่น้ำที่ไหลผ่านด้านหลังบ้านตระกูลมู่ พวกชาวบ้านก็ทำทางเบี่ยงผันน้ำไปเป็ลำธารเล็ก ๆ ไว้ใช้แล้ว ไม่จำเป็ต้องมาอยู่ห่างไกลเช่นนี้ บ้านตระกูลมู่จึงตั้งอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่
หลันหลันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมาตั้งที่นี่ แต่ก็ดีเธอชอบเพราะมันอุดมสมบูรณ์นัก รอบนี้หลันหลันไปขึ้นเกวียนไม่ได้ เพราะว่านางไม่มีเงินต้องเดินเข้าเมืองอย่างเดียว นางสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพร และผลไม้ป่า ของที่คิดว่าจะขายแลกข้าว และทำให้พอมีเงินซื้อยาเ่าั้
เพียงแต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือ เหมยฮวากลับล้มป่วยไข้ขึ้นไปด้วยอีกคน หมอหยวนตรวจดูแล้วเป็เพียงไข้ลมเท่านั้น ไม่มีอันตราย คงเพราะทำงานหนักเกินไปหน่อย กับไม่ค่อยได้กินอาหารบำรุงอะไร หมอหยวนบอกว่าให้พักสักหน่อย ร่างกายยังเด็กเดี๋ยวก็หายดี
แต่เพราะอย่างนี้แผนเข้าเมืองตอนบ่าย หลันหลันคงต้องไปคนเดียวแล้ว เพราะผู้ใหญ่สองคนต้องคอยดูแลคนป่วยทั้งสาม โชคดีที่ขากลับจากการลงเขา นางเจอกระต่ายป่าและก็ไก่ป่า แม้จะไม่ใช่นักล่าที่ดีแต่ก็พอจะมีกลวิธีที่จะไม่ทำให้เสียแรงเปล่าไป
ก่อนออกจากบ้านหลันหลันเลยเชือดไก่ป่าแล้วเอาไปตุ๋นกับพวกผักและเห็ดป่าเอาไว้ ร้องะโบอกป่าหลี่ว่ามีอาหารอยู่ ถ้าหิวให้พวกเขาหากินกันเอาเอง เท่านี้หลันหลันก็ได้เดินทางเข้าเมืองแล้วอย่างสบายใจแล้ว