ในวันที่อากาศเย็นสบายสายลมพัดผ่านชวนให้เอนกายล้มตัวลงนอน หากแต่ว่าความเย็นสบายของสายลมนั้น ไม่อาจดับเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่รอบๆตัวของประมุขแห่งอู่ตู๋ได้
อสรพิษเหมาฉานั่งอยู่บนแท่นประธานสีหน้านั้นแม้จะนิ่งสนิทแต่รังสีดำมืดกลับแผ่อยู่รอบตัวเต็มไปหมดมือหนาที่วางอยู่บนที่พักแขนกำแน่นจนเห็นเส้นเืปูดโปนดวงตาสีม่วงวาวโรจน์เพราะความโกรธแม้แต่คนสนิทอย่างม่านหลงยังไม่กล้าที่จะเอ่ยปากพูดอะไร
เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนอสรพิษเหมาฉาเดินทางกลับมาจากว่านฮวาหลังจากที่ไปส่งท่านหมอเทพซ่งฮวาที่พรรคแต่ทันทีที่กลับมาถึง ก็มีข่าวแจ้งมาว่าท่านหมอเทพหายตัวไปเสียอย่างนั้นแม้จะส่งคนออกตามหาทันทีแล้วแต่กลับไร้ร่องรอยอย่างสิ้นเชิงอสรพิษเหมาฉาเงยหน้ามองเพดานที่ประดับด้วยเครือไม้แต่สายตานั้นราวกับจะทะลุมองขึ้นอีก
บังอาจ
ข้าเฝ้าทะนุถนอมมานานหลายปีพวกเ้ากลับฉกฉวยของของข้าไป
กล้าดีอย่างไรบังอาจทำเช่นนี้
“รายงานขอรับ” อสรพิษเหมาฉาเลื่อนสายตากลับลงมาเขารู้อยู่แล้วว่ารายงานจะต้องไม่พบซ่งฮวาอย่างแน่นอน
“ที่ฉางหวั่นฮูหยินหลิวหายตัวไปจากพรรคขอรับ”คนที่รับฟังยังคงมีสีหน้าเช่นเดิม ไม่ใช่แค่ซ่งฮวาแต่พากระทั่งหลิวเยว่เทียนไปด้วย อีกฝ่ายคงจะรู้อะไรไม่น้อยเลยจริงๆ
แต่แล้วจะอย่างไร
“สถานการณ์ที่ฉางหวั่นเล่า?”
“เอ่อ......” คนที่เข้ามารายงานมีสีหน้าที่ไม่สู้ดี แต่อวี๋เหมาฉาพอจะเดาออก
คงไม่ต่างจากอู่ตู๋ในตอนนี้แม่ทัพหลิวคงจะแผ่รังสีฆ่าฟันจนทั่วฉางหวั่นแล้วกระมัง
“ข้าจะไม่อยู่สักระยะทุกอย่างมอบให้เ้าจัดการ” อวี๋เหมาฉาเอ่ยก่อนจะเดินออกไปจากเรือนหลักม่านหลงถอนหายใจ นึกไว้อาลัยให้กับทหารในฉางหวั่นที่ป่านนี้คงจะโดนแม่ทัพใหญ่แผ่รังสีสังหารใส่จนไม่เป็อันทำอะไรแล้ว
แม้จะมีเื่ให้ต้องจัดการมากมายแต่อวี๋เหมาฉาก็เลือกที่จะมาสยบความวุ่นวายที่ฉางหวั่นก่อนแม่ทัพใหญ่สวมชุดเกราะสีดำทมิฬถือดาบใหญ่แผ่ไอสังหารยืนอยู่กลางลานฝึกราวกับกำลังควบคุมอารมณ์ลูกชายทั้งสองคงจะถูกพาตัวไปที่อื่นแล้วอวี๋เหมาฉาจึงไม่เห็นคลื่นพลังมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวแม่ทัพใหญ่ทำให้ดูน่ากลัวยิ่งนัก
แม่ทัพหลิวคงจะคิดว่าฮูหยินของตัวเองถูกลักพาตัวไปเป็แน่ถึงได้เกรี้ยวโกรธขนาดนี้
แต่ก็ไม่ผิดเพราะหลิวเยว่เทียนถูกลักพาตัวไปจริงๆ ลักพาตัวไปพร้อมกับซ่งฮวาเสียด้วย
“แม่ทัพหลิวโปรดใจเย็นก่อน”อวี๋เหมาฉาเดินเข้าไปกลางลานฝึกในขณะที่คนอื่นๆคอยอยู่รอบนอกไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ดวงตาสีทองหันมามองผู้มาเยือนเขาจะใจเย็นลงได้อย่างไรในเมื่อภรรยาของเขาหายตัวไปเช่นนี้
“อสรพิษเหมาฉาก็ใจเย็นได้ด้วยรึ”นับั้แ่แต่งงานแม่ทัพหลิวช่างยอกย้อนคนเก่งเสียจริง
“ใช้อารมณ์ไปเ้าก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“ที่ท่านไม่ใช้อารมณ์เพราะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนรึ”หลิวชิงฟงวางดาบของตัวเองลง ลี่ฮุ่ยซิ่วค่อยๆถอนหายใจในที่สุดแม่ทัพใหญ่ก็อารมณ์เย็นลงได้เสียที
ไม่มีใครอยากโดนแม่ทัพใหญ่เอาดาบฟาดระบายอารมณ์หรอก
“พวกเขาคงจะถูกพาไปด้วยกัน”อวี๋เหมาฉาเอ่ยเมื่อเห็นว่าหลิวชิงฟงอารมณ์เย็นลงแล้วเขาก็ค่อยพูดต่อ
“ที่หลิวเยว่เทียนถูกพาตัวไปส่วนหนึ่งมาจากข้าหน้าที่พาเขากลับมาข้ารับผิดชอบเอง”
“ภรรยาข้าข้าจะพากลับเอง”
“เกรงว่านั่นไม่ใช่สถานที่ที่เ้าจะไปได้อีกอย่าง ในเมื่อหลิวเยว่เทียนยังหายตัวไปได้เช่นนั้นลูกของเ้าก็อาจมีอันตรายเช่นกัน คนเป็แม่ไม่อยู่คนเป็พ่อเช่นเ้าก็ควรที่จะอยู่ปกป้องพวกเขาที่นี่” อวี๋เหมาฉาเตือนสติหากศัตรูอาศัย่นี้คิดทำอะไรสักอย่าง เกรงว่าคงจะทำสำเร็จเป็แน่หลิวเยว่เทียนทำให้หลิวชิงฟงแข็งแกร่ง กลับกันก็ทำให้เขาอ่อนแอได้เช่นกัน หากเกิดขาดสติยั้งคิดในตอนนี้คงไม่ใช่แค่ฉางหวั่นที่เกิดความวุ่นวายสถานการณ์อาจจะบานปลายยิ่งกว่านี้
“ท่านพาเขากลับมาได้จริงหรือ”
“ตายไปแล้วข้ายังพากลับมาได้นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่ยังเป็คนเป็” อวี๋เหมาฉาพูดไม่ผิดเมื่อครั้งที่หลิวเยว่เทียนใช้วิชาพลิกฟื้นชะตาจนตายไปก็เป็อวี๋เหมาฉาที่ช่วยพาเขากลับมา
“รบกวนอสรพิษเหมาฉาแล้ว” หลิวชิงฟงประสานมือคำนับ หากเป็คำพูดของอวี๋เหมาฉาหลิวชิงฟงย่อมเชื่อเขาหลังจากนี้ก็ได้แต่รอคอยให้พวกเขาปลอดภัยกลับมา
ร่างในชุดสีม่วงอ่อนนอนอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวขจีได้ยินเสียงแว่วๆของใครบางคนเหมือนจะกำลังพูดคุยกันอยู่ดวงตาสีน้ำเงินภายใต้เปลือกตาบางบีบเข้าหากันเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้นซ่งฮวาพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนจะนวดขมับเล็กน้อย
ข้าจำได้ว่ากำลังจะเดินเข้าเรือนแต่จู่ๆก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย
“ข้าไม่รู้จักท่าน”เสียงที่คุ้นหูทำให้ซ่งฮวาหันไปมองต้นเสียงตอนนี้เขาอยู่ด้านหลังใครบางคนที่ซึ่งเขาจำได้ดีทำไมหลิวเยว่เทียนถึงมาอยู่ที่นี่ได้
“เ้าเป็แม่ทัพเ้าไม่รู้จักข้าได้อย่างไร”เสียงที่ดังมาจากฝั่งตรงข้ามเป็เสียงทุ้มคล้ายเสียงชายวัยกลางคนซ่งฮวายื่นหน้าออกไปจากด้านหลังของหลิวเยว่เทียน ก่อนจะพบว่ามีชายผู้หนึ่งยืนอยู่เขาสวมเกราะสีดำแซมผ้าแดง ถือง้าวสีทอง ร่างกายสูงใหญ่เช่นนักรบแต่ไม่ได้มีท่าทางที่คุกคามแต่อย่างใด
“ข้าไม่ได้รู้จักไปเสียทุกคนเสียหน่อย”หลิวเยว่เทียนว่า ยังคงเอาตัวปกป้องซ่งฮวาอยู่เช่นเดิม
“ข้าไม่ใช่มนุษย์”
“แต่ข้าไม่เชื่อท่านนี่”
“เห็นแบบนี้เ้ายังจะไม่เชื่ออีกรึ”อีกฝ่ายกระแทกง้าวลงกับพื้น พื้นดินสนั่นหวั่นไหวราวกับมีั์ใหญ่กำลังวิ่งผ่านทั้งคู่ลุกขึ้นยืนเมื่อทุกอย่างกลับมาปกติแล้ว ซ่งฮวาคงต้องคิดใหม่เื่ที่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีคุกคามเสียแล้ว
เขาััถึงพลังนั้นได้หากพวกเขาต้องสู้กันเกรงว่าคงจะเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้แน่
“ท่านคือ?” ซ่งฮวาเอ่ยปากถาม อีกฝ่ายจึงเปลี่ยนจากหลิวเยว่เทียนมามองที่เขาแทน
“ข้าคือเทพแห่งานามว่าเหวินเทียน และที่ที่พวกเ้ายืนอยู่ในตอนนี้คือแดนเทพ” ท่านหมอเทพมองไปรอบๆ นอกจากพื้นหญ้าสีเขียวที่พวกเขาอยู่แล้วต้นไม้ของที่นี่ก็ยังเป็เงินและทอง ธารน้ำที่อยู่ไม่ไกลใสสะอาดแต่สิ่งที่แหวกว่ายอยู่ภายในนั้นกลับไม่ใช่ปลา แต่เป็สัตว์รูปร่างประหลาดที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนและบนท้องฟ้าก็มีดวงดาวมากมายแต่มันมากกว่าที่เคยเห็นมากนัก
ภาพที่อยู่ตรงหน้าสวยงามยิ่งแต่หากที่นี่คือแดนเทพจริง แล้วไยพวกเขาจึงมาอยู่ที่นี่ได้
หรือว่าเทพแห่งาผู้นี้ลักพาตัวพวกเขามา?
“ข้าไม่รู้จักเขาเลยนะ”หลิวเยว่เทียนกระซิบกับซ่งฮวา ท่านหมอเทพมองแม่ลูกสองพลางส่ายหน้าน้อยๆแคว้นชิงหลงที่พวกเขาอยู่นั้นเท่าที่รู้มากองทัพทั้งฉางหวั่นและเทียนเช่อไม่เคยบูชาหรือเคารพเทพแห่งามีพิธีขอพรและอำนวยพรแด่กองทัพก็จริงแต่คนที่อำนวยพรให้แก่กองทัพคือองค์จักรพรรดิแต่ก็ไม่ใช่ว่าซ่งฮวาจะไม่เคยได้ยินชื่อเหวินเทียน อวี๋เหมาฉาเคยเล่าเื่ต่างแคว้นให้ฟังและบอกว่ากองทัพของแคว้นต่างๆจะมีเทพแห่งาที่กองทัพบูชาและจะทำพิธีขอฟ้าดินอำนวยพรกับเทพแห่งาคิดว่าเทพแห่งาคงจะไม่ได้มีหลายองค์ เหวินเทียนผู้นี้อาจเป็เทพแห่งาจริงๆก็เป็ได้
แล้วเทพแห่งาผู้นี้มีเื่อะไรกับพวกเขากัน
“ท่านลักพาตัวพวกเรามา?”ท่านหมอเทพเอ่ยถาม ทำไมเทพถึงได้ลักพาตัวมนุษย์เช่นพวกเขามาแบบนี้ล่ะ
“เดิมทีข้าแค่จะพาเ้ามาแต่มีคนผู้หนึ่ง้าเจอเขา ข้าจึงพาเขามาด้วย” เทพแห่งาใช้ง้าวชี้มาที่ซ่งฮวาก่อนจะชี้มาที่หลิวเยว่เทียนใครกันที่อยากจะเจอหลิวเยว่เทียนว่ากันตามจริงแล้วหลิวเยว่เทียนไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับเหล่าเทพด้วยเสียหน่อย
“ท่านลักพาตัวภรรยาของประมุขมาถึงสองคนท่านไม่รู้สึกผิดที่พรากคนมีคู่ไปจากกันเลยรึ” ซ่งฮวากุมขมับเป็แบบนี้เสียทุกที วิธีเบี่ยงเบนความสนใจที่ซ่งฮวารับไม่ค่อยจะได้เพราะว่ามันฟังดูตลกสิ้นดี
“แล้วอย่างไร”
“ท่านคงไม่มีภรรยาล่ะสิถึงได้พูดแบบนี้”เกิดความเงียบไปชั่วขณะ คิดว่าหลิวเยว่เทียนคงพูดจี้ใจดำกระมังเทพแห่งาถึงได้มีสีหน้าถมึงทึงเช่นนี้
ชวนให้นึกถึงแม่ทัพหลิวยามที่ไม่พอใจเสียจริง
“ข้ารู้แล้วทำไมถึงไม่รู้จักท่าน”หลิวเยว่เทียนเปลี่ยนเื่เสียดื้อๆ ปรบมือเหมือนนึกอะไรขึ้นได้เทพแห่งามองหน้าหลิวเยว่เทียนชัดๆพลางพยายามระงับอารมณ์เล็กน้อยหากไม่ติดว่าถูกขอร้องให้พาตัวหลิวเยว่เทียนมาด้วยเขาคงส่งอีกฝ่ายกลับไปแล้ว
“เทียนเช่อของข้าหรือฉางหวั่นของสามีข้าล้วนแล้วแต่ไม่มีเทพประจำพรรค ไม่มีเทพบูชาของกองทัพข้าคิดว่าเทพแห่งามีไว้เรียกขานผู้ที่ผ่านามามากมายเสียอีกอันที่จริงข้าคิดว่าเทพแห่งาเป็แค่ตำนานหรือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงแต่ได้ยินว่าแคว้นข้างๆบูชาเทพแห่งา นั่นคงจะหมายถึงพวกเขาบูชาท่านกระมัง”หลิวเยว่เทียนเริ่มพูดพล่ามซ่งฮวามองหาลู่ทางเพื่อเตรียมคว้าตัวหลิวเยว่เทียนหนีทันทีที่โอกาสมาถึง
“เช่นนั้นเ้าก็รู้แล้วว่าควรเคารพบูชาข้า”
“แต่ข้าชนะากับแคว้นที่บูชาท่านมาตลอดเลยนะ”หลิวเยว่เทียนยิ้มหวานซ่งฮวาอาศัยจังหวะที่เทพแห่งาชะงักคว้าตัวหลิวเยว่เทียนะโไปยังห้วงมิติแห่งหนึ่งที่โผล่มาได้จังหวะพอดีทันทีที่ทั้งสองะโเข้ามาห้วงมิตินั้นก็หายไป และเทพแห่งาก็หายไปจากระยะสายตาของพวกเขาแล้ว
ห้วงมิตินั้นคงเชื่อมกับสถานที่แห่งหนึ่งกระมังแต่พวกเขายังไม่ได้ออกไปจากแดนเทพแต่อย่างใด
“จะให้บุกเข้าไปหรือไม่ขอรับ”เทพแห่งานวดหว่างคิ้วตัวเองเล็กน้อย โดนแม่ทัพอายุน้อยนั่นปั่นหัวเอาจนได้
ทำไมเทพแห่งการผูกชะตาถึงได้อยากเจอหลิวเยว่เทียนกัน
“ไม่ต้องนั่นคือแดนพำนักขององค์มหาเทพข้าเคยเข้าไปหนหนึ่งแต่ต้องเสียพลังิญญาไปถึงหมื่นปีพวกเ้าเข้าไปคงไม่แคล้วต้องเสียอายุขัยแห่งเทพของตัวเอง”
“เช่นนั้นแล้วพวกเขา......”
“พวกเขาล้วนเกี่ยวข้องกับองค์มหาเทพย่อมมีเกราะคุ้มกาย” เทพแห่งาถอนหายใจตราบเท่าที่พวกเขายังอยู่ที่นี่ย่อมเป็ผลดี ขอเพียงแค่ประวิงเวลาได้อีกหน่อยท่านผู้นั้นจะต้องตามมาถึงแดนเทพอย่างแน่นอน
ถึงเวลาที่องค์มหาเทพจะหวนคืนสู่แดนเทพได้เสียที
ซ่งฮวาและหลิวเยว่เทียนมองไปรอบๆที่ที่พวกเขาะโเข้ามาบรรยากาศของที่นี่ไม่เหมือนกับแดนเทพที่พวกเขาอยู่เมื่อครู่ มันมีกลิ่นอายของความเป็มนุษย์กระจายไปทั่วบริเวณทั้งพื้นหญ้าที่เขียวขจีต้นไม้ที่มีใบสีเขียวสดใสต่างจากต้นไม้ที่มีสีเงินและทองเช่นเมื่อครู่ซ่งฮวาเอ่ยถาม
“เ้าดูไม่ชอบเทพแห่งาเท่าไหร่อย่างไรเสียนั่นก็คือเทพแห่งาเชียวนะ” ไยไม่ลองผูกไมตรีขอให้อีกฝ่ายอำนวยพรแก่กองทัพดูสักหนเล่า
“เทพแห่งาแล้วอย่างไรข้าที่ไม่ได้บูชาเขายังชนะาจนได้ชื่อว่าเป็แม่ทัพไร้พ่าย แล้วดูคนที่บูชาเขาสิโดนข้าสังหารไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ไม่เห็นจะเก่งกาจตรงไหน” หลิวเยว่เทียนเอ่ยไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยได้ยินชื่อเทพแห่งาเหวินเทียนหรอกแต่ที่ได้ยินเพราะในสนามรบแคว้นที่ทำาด้วยมักจะะโว่าเทพเหวินเทียนจะอำนวยพรให้แก่พวกเขาหลิวเยว่เทียนก็นึกว่าเป็เทพาของแคว้นธรรมดาๆเสียอีก ดูแล้วก็เป็เทพชั้นสูงอยู่เหมือนกันนี่
“ที่เ้าไม่ชอบท่านเหวินเทียนคงเพราะเขาเหมือนแม่ทัพหลิวมากกว่า”ท่านหมอเทพพูดจี้ใจดำ หลิวเยว่เทียนกลอกตา
“คนที่จะเหมือนสามีข้ามีแค่สามีข้าคนเดียวก็พอแล้ว”ซ่งฮวาส่ายหน้าหากจะพูดแล้วท่านเหวินเทียนก็คล้ายแม่ทัพหลิวอยู่มากทีเดียว หมายถึงแม่ทัพหลิวก่อนที่จะแต่งงานน่ะนะถมึงทึงพอกันเลย
“เ้าเชื่อเื่ที่ว่าเราอยู่ที่แดนเทพแล้วเพิ่งจะเจอกับเทพจริงๆหรือ”หลิวเยว่เทียนเอ่ยถาม ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่น่าเป็ไปได้มิใช่ว่าต้องตายไปแล้วหรอกรึถึงจะมายังแดนเทพได้ พวกเขาดูแล้วก็ยังไม่ตายจะมาที่นี่ได้จริงๆหรือ
“จะบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่ได้เ้าก็เห็นพลังที่เขาแสดงออกมาแล้ว ให้ข้าเดา นั่นไม่ใช่พลังทั้งหมดที่เขามีและอย่างที่เ้าเห็น หากที่นี่คือโลกมนุษย์ ถึงจะบอกว่าอยู่ต่างแคว้นเ้าคิดหรือว่าจะมีแคว้นไหนที่เป็เช่นนี้” หลิวเยว่เทียนคิดตามซ่งฮวาพูดไม่ผิด เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร
หลังจากที่เดินๆมาอยู่สักพัก ซ่งฮวาก็สังเกตเห็นว่าใจกลางพื้นที่นี้มีเรือนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งอยู่เขาชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าควรจะเดินเข้าไปดูดีหรือไม่ในจังหวะที่จะหันมาถามความเห็นหลิวเยว่เทียนก็พบว่าหลิวเยว่เทียนนอนหมดสติอยู่ที่พื้นเสียแล้ว
“หลิวเยว่เทียน!”ซ่งฮวานั่งคุกเข่าก่อนจะประคองหลิวเยว่เทียนขึ้นมาใบหน้านั้นซีดเผือด ชีพจรเต้นผิดปกติเล็กน้อย ซ่งฮวาไม่มีทางเลือกเขาแบกตัวหลิวเยว่เทียนเดินไปยังเรือนหลังนั้น เมื่อััถึงความเคลื่อนไหวจากภายในไม่ได้ซ่งฮวาจึงเปิดประตูเข้าไปภายในเรือนนั้นไม่ได้ว่างเปล่า มีข้าวของเครื่องใช้จัดเรียงเอาไว้เป็อย่างดีแต่ไม่มีร่องรอยคนเข้ามาที่นี่นานแล้วซ่งฮวาแบกหลิวเยว่เทียนไปจนถึงเตียงนอนที่อยู่ไม่ไกลโชคยังดีที่เหมือนจะไม่ได้เป็อะไรมากที่หมดสติไปอาจเป็เพราะความกดดันทางพลังที่ได้รับจากเทพา และตอนนั้นหลิวเยว่เทียนเอาตัวบังเขาเอาไว้จึงทำให้เขาไม่โดนพลังที่เทพาปล่อยออกมา
ซ่งฮวาควานหาผ้าผืนเล็กในถุงผ้าที่อยู่ข้างเอวเอามาซับเหงื่อบนใบหน้าของคนที่หมดสติ ป้อนยาให้กินหลังจากที่เฝ้าดูอยู่สักพักอาการของหลิวเยว่เทียนก็ค่อยๆดีขึ้นแต่ไม่มีท่าทีว่าเขาจะตื่นเลยแม้แต่น้อย เหมือนว่าจะหลับลึกลงไปเลย ซ่งฮวาจึงถือโอกาสนี้เดินสำรวจรอบๆเรือน
ภายในเรือนแห่งนี้ตกแต่งธรรมดาข้าวของเครื่องใช้ล้วนแต่เป็สิ่งที่ซ่งฮวาไม่รู้จักมีชั้นวางคัมภีร์หลายชั้นเรียงต่อกันเป็แถวยาวซ่งฮวาอยากจะเปิดอ่านดูแต่คิดได้ว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆเมื่อคิดได้ว่าที่นี่คือแดนเทพ แต่เรือนหลังนี้กลับดูธรรมดาเป็อย่างมากธรรมดายิ่งกว่าเรือนที่ซ่งฮวาอาศัยอยู่เสียอีก ห้องหับต่างๆก็ไม่ได้ซับซ้อนมีห้องนอนอยู่ลึกเข้าไปอีกห้องหนึ่ง ซ่งฮวาไล้มือไปตามผนังห้อง เดินมาที่เตียงที่ดูเหมือนจะหรูหราขึ้นมานิดหน่อยตัวเตียงแกะสลักลวดลายสวยงาม ที่นอนอ่อนนุ่มสีอ่อน บนหัวเตียงมีกล่องจุดกำยานวางเอาไว้เขาััมันอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวใจ
ใครบางคนเคยอยู่ที่นี่ใครบางคนที่เคยนอนอยู่บนเตียงนี้ ใครบางคนที่.....
ซ่งฮวาค่อยๆล้มตัวลงนอนมือเรียวที่มีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆติดตัวััไปบนที่นอนกลิ่นหอมๆอ่อนจางลอยอบอวลอยู่ทั่วเตียงนี้ กลิ่นหอมที่ชวนให้นึกใครบางคนที่เพิ่งจะจากกันไม่นาน
“เหมาฉา.....” เสียงอันอ่อนโยนเอ่ยเรียกคนผู้หนึ่งพร้อมๆกับดวงตาสีน้ำเงินที่หลับลงไปจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอันห่างไกลโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ผู้ที่ตนเรียกหาได้ล้มตัวลงนอนโอบกอดเขาอยู่ข้างๆนี่แล้ว
ร่างสูงล้มตัวลงนอนอยู่ข้างกายร่างโปร่งที่หลับไปแล้วอ้อมแขนนั้นโอบกอดคนรักเอาไว้ราวกับจะปกป้อง อวี๋เหมาฉาจุมพิตที่หน้าผากคนหลับเบาๆลูบเรือนผมสีดำขลับที่มีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆติดอยู่ หวนนึกถึง่เวลาในอดีตที่อยู่ห่างออกไปนับพันปีขึ้นมาอีกหนพร้อมกับจิตอันรุนแรงที่มุ่งตรงไปยังใครบางคนที่อยู่ห่างออกไปอีกสถานที่หนึ่ง
เทพแห่งามองมายังทิศทางที่แดนพำนักขององค์มหาเทพตั้งอยู่เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ
“องค์มหาเทพ....อยู่ที่นี่แล้ว”