มารู้สึกตัวเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ดังขึ้นมา ฉันค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่นอนไปอาบน้ำ วันนี้เป็วันแรกของการเริ่มต้น ฉันว่ามันคงจะดีเพราะเช้านี้ฉันไม่ได้วิ่งไปอ้วก ออกมาจากห้องน้ำเพื่อแต่งชุดนักศึกษาไปมหาลัย พอแต่งตัวเสร็จก็ออกไปเทธัญพืชกับน้ำผลไม้มานั่งกิน ถ้าเป็เมื่อก่อนฉันคงไม่สนใจว่าจะกินอะไร แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้น เพราะมีอีกหนึ่งชีวิตเล็ก ๆ มาอยู่ในท้อง พอกินเสร็จก็หยิบยาที่หมอจัดไว้ให้มากินต่อ ก่อนจะลุกไปล้างจานเรียบร้อยก็เรียกรถไปมหาลัย ไม่เกินสิบนาทีก็ถึง
ระหว่างนั่งรอเมย์ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองในวันนี้ดีขึ้นจากเมื่อวานขึ้นเยอะ ฉันเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าจะต้องมีความสุขแน่นอน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพราะอีเมลที่ส่งไปเมื่อวานได้รับการตอบกลับมาแล้ว กดเข้าไปอ่านก่อนจะยิ้มออกมา ทางสำนักพิมพ์ส่งตัวอย่างหนังสือมาให้ฉันลองแปล ถ้าโอเคก็มีงานแปลให้ทำเลย
“อ่านไรอะ” เมย์ที่มาถึงตอนไหนไม่รู้เอ่ยทัก
“อีเมลที่สำนักพิมพ์ส่งมา เค้าให้งานมาลองแปลดู ถ้าโอเคจะจ้าง” ฉันยิ้มออกมา ถ้าได้งานแปล จะได้ไม่ต้องเอาเงินเก็บมาใช้
“ถ้าได้ก็อย่าหักโหม เข้าใจมั้ย”
“อืม ขอให้ได้เถอะ”
“แกได้อยู่แล้ว ไป เข้าเรียนกันเถอะ” เมย์เอ่ยชวน วิชานี้เป็วิชาที่มีเรียนรวมทำให้ต้องรีบไปจองที่นั่ง ตอนที่ฉันเข้าไปคนก็เยอะแล้ว ฉันมองหาที่นั่งก่อนจะตัดสินใจเลือกแถวกลาง ๆ แล้วอยู่ ๆ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้น
“มีอะไรเหรอ” ฉันถามเมย์อย่างสงสัย
“เห็นในกรุ๊ปบอกว่าอีกเซกอาจารย์ไม่มาเลยให้มาเรียนกับเรา แล้วคนที่ยืนอยู่นั่นอะดาวมหาลัยแถมเป็ดาราด้วย” ฉันมองตามสายตาของเมย์ไปก็เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมากยืนหัวเราะกับเพื่อนอยู่
“สวย” ฉันเอ่ยชม แล้วไม่ได้สนใจอะไรต่อ
“ก็สวยจริง เพิ่งเข้าวงการไม่นานด้วย แต่มีข่าวแว่ว ๆ ว่านิสัยนางไม่ดีเหมือนหน้าตา เพราะเคยบูลลีเพื่อนอะไรแบบนี้ แต่มันไม่มีหลักฐานไง” เมย์เอนตัวมากระซิบ
“ช่างเถอะ เค้าเป็ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเราอยู่ดี” ฉันบอกเมย์แล้วก้มหน้าลงอ่านหนังสือรออาจารย์เข้า แต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมา เลยเงยหน้าไปมองถึงรู้ว่าเป็กลุ่มที่เมย์เพิ่งเอ่ยถึงไป ฉันมองตอบไปอย่างสงสัยแต่ดาราคนนั้นไม่ได้หลบตา ทำแค่ยกริมฝีปากขึ้นยิ้มเหยียดแล้วหันไปหัวเราะคิกคักกับเพื่อนต่อ เริ่มเชื่อเมย์แล้วว่าคน ๆ นี้คงนิสัยไม่ค่อยดีจริง ๆ
“แก มันยิ้มเยาะรึเปล่าวะ” เมย์ถามอย่างไม่เข้าใจ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เราไม่เคยเจอกันด้วยซ้ำ
“ไม่รู้อะ” ฉันตอบ
“ฉันว่า ‘แพรวา’ มันหมั่นไส้แกแน่เลย”
“มาหมั่นไส้กันเื่อะไร” แต่ชื่อแพรวาก็คุ้น ๆ เหมือนกันนะ
“เื่ที่แกไม่ลงดาวมั้ง พี่รหัสฉันเมาท์ว่าพวกรุ่นพี่พูดกันว่าถ้าสาขาจีนของเราได้แกลงประกวด ยังไงก็ชนะภาษาอังกฤษของแพรวาแน่นอน ตอนนั้นยัยนั่นยังไม่สวยขนาดนี้”
“เื่แค่นี้อะนะ ไร้สาระมากเลย”
“นั่นดิ แกยิ้มสวย ๆ กลับไปสิ เอาให้มันรู้” เมย์เป็พวกไม่ยอมคน
“อย่าไปสนใจเลย เรียนเถอะ อาจารย์เข้าแล้ว” แต่ฉันเป็พวกชอบอยู่นิ่ง ๆ มากกว่า ตอนนี้ก็มีเื่มากพอแล้ว อะไรที่ไม่สำคัญก็ไม่อยากไปสนใจ
“ไม่ใจเลยว่ะนีน” เมย์บ่นอุบอิบใส่ แล้วเริ่มจดตามที่อาจารย์สอน เอาจริง ๆ พวกเราสองคนน่ะเป็เด็กเรียนมาก ๆ เลยล่ะ
จนเวลาผ่านไป ฉันยังไปเรียนได้ตามปกติ ตอนนี้ฉันเริ่มเรียนเทอมที่สองแล้ว อายุครรภ์เข้าเดือนที่ห้า อาจจะมีคนทักบ้างว่าดูอ้วนขึ้น แต่ท้องยังไม่ใหญ่มาก คุณหมอบอกว่าเป็เพราะท้องสาวท้องเลยไม่ใหญ่ ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะยัยหนูลูกฉันสมบูรณ์แข็งแรงดีมาก แล้วที่เรียกยัยหนูเพราะไปอัลตราซาวด์มาแล้วว่าเป็เด็กผู้หญิง เมย์ตื่นเต้นใหญ่พอรู้ว่าฉันได้ลูกสาว ซื้อชุดน่ารัก ๆ มารอเรียบร้อย อีกคนที่เห่อไม่แพ้กันคือหนูนาที่ตอนนี้สนิทกับเมย์เรียบร้อยแล้ว หนูนาเป็เพื่อนที่น่ารักมาก ตอนที่รู้ว่าฉันท้องมีหนูนานี่แหละที่ชอบแวะมานอนค้างที่ห้อง เพราะไม่อยากให้ฉันอยู่คนเดียว ตอนนี้พวกเราเราสามคนเลยสนิทกันมากจนมีไลน์กลุ่มเอาไว้คุยกันเลย
ส่วนคุณพ่อก็ไม่เคยคิดต่อมาเลยสักครั้ง ฉันเลือกจะไม่สนใจเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านเป็ยังไงบ้าง แต่คิดว่าคงมีความสุขดีกับน้าทิพย์ ข่าวดีอีกอย่างคือสำนักพิมพ์รับฉันเป็นักแปลแล้ว ฉันเพิ่งแปลจบไปหนึ่งเล่ม ค่าตอบแทนที่ได้ก็ทำให้อยู่ได้อย่างน้อยสามเดือนโดยไม่ต้องเอาเงินเก็บมาใช้
ตอนนี้ฉันกำลังเดินเข้าไปเรียน แต่รับรู้ถึงสายตาคนรอบข้างที่จ้องมองมา ถึงจะสงสัยแต่เลือกไม่สนใจ ฉันมองหาเมย์แล้วเดินเข้าไปนั่ง
“คนมองแปลก ๆ อะ” บ่นให้เมย์ฟัง
“นีนมันมีคนเมาท์เื่แกว่ะ” เมย์จ้องหน้าฉันด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เมาท์เื่ฉัน?”
“อืม มีคนเจอแกที่แผนกสูติที่โรงบาล”
“คุยเื่ฉันท้องใช่มั้ย” เมย์พยักหน้ารับ
“ไม่เป็ไร ยังไงความลับก็ไม่มีในโลกอยู่แล้ว ปล่อยไปเถอะ” ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าสักวันคนก็ต้องรู้
“ฉันอยู่ข้าง ๆ แกเอง มีหนูนาอีก แกไม่ต้องเครียดนะ มันไม่ดีกับหลาน”
“อืม แกไม่ต้องกังวลหรอก ฉันโอเค เื่แค่นี้เอง” ฉันบอกเมย์ก่อนที่เราจะเข้าห้องเรียน เลือกจะไม่สนใจสายตาคนอื่น ถึงจะอึดอัดมากแค่ไหน แต่ยังไงมันก็เป็เื่จริงที่ฉันต้องยอมรับให้ได้
แล้วในทุก ๆ วันก็ผ่านไปอย่างอึดอัดมากขึ้น มีคนเอาฉันไปพูดถึงอย่างสนุกปาก แต่ฉันโชคดีที่ได้เข้าไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาไว้แล้ว ซึ่งอาจารย์เข้าใจและให้โอกาสเพราะอีกไม่นานก็จะสอบแล้ว ท่านเลยไม่ให้ฉันไปดรอปแต่ให้ฉันเรียนต่อไปถ้าไหว ฉันไปเรียนโดยการใส่เสื้อคลุมปิดท้องเอาไว้ ถึงแม้บางครั้งสายตาที่มองมาจะบั่นทอนแต่ฉันก็สู้ แล้วก็ทำได้เมื่อสอบวิชาสุดท้ายเสร็จ หนูนากับเมย์ถึงกับนัดไปฉลอง
“นีนกินน้ำอะไร” หนูนาถามขึ้นมา
“เอาน้ำแตงโมก็ได้” ฉันตอบ
“แล้วเมย์อะ” หนูนาถามต่อ
“เอาเป็ชาเขียวปั่น” หนูนาก้มจดตามที่เมย์บอกแล้วเรียกพนักงานมารับออร์เดอร์
“จบเทอมสักที เหนื่อยมาก” เมย์พูดขึ้น
“ยังดีนี่ยังเหลือสอบอีกตั้งสามตัว”
“เอาน่า เดี๋ยวก็ได้พักแล้ว แค่สามตัวเอง” ฉันปลอบใจหนูนาที่นั่งหน้าเศร้า
“แต่ใด ๆ ก็คือ นีนเก่งมาก ผ่านเทอมสองมาได้แถมคะแนนที่ได้แม่งก็สูง บางวิชายังได้ท็อปอีก สมน้ำหน้าตอนอาจารย์ประกาศคะแนน ไอ้พวกที่ด่า ๆ แกนี่นั่งหน้าจืดเพราะเกือบเอฟ”
“พวกชอบว่าแต่คนอื่นคราวนี้คงเงียบได้บ้าง” ฉันก็หวังว่าคนเ่าั้จะเงียบได้เหมือนที่หนูนาพูด
“แล้วนี่ปิดเทอมทำอะไรกัน” เมย์เปลี่ยนเื่คุย
“อยู่แถว ๆ นี้แหละ อาจจะลงเรียนซัมเมอร์ พวกแกอะ” หนูนาถามกลับ
“ฉันอาจจะกลับไปต่างจังหวัดอะ” เมย์ตอบ
“ส่วนฉันก็เตรียมตัวคลอดยัยหนู” หลังพูดจบทั้งสองตนทำท่าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
“ยัยหนูหลานน้าจะได้เจอกันแล้ว”
“วันใกล้คลอดเดี๋ยวเราไปนอนเป็เพื่อนเอง ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ขอบใจมาก” ฉันมองเพื่อนทั้งสองคนอย่างขอบคุณ
“แล้วกำหนดคลอดหมอบอกมารึยัง” เมย์เอามือมาลูบหน้าท้องของฉันระหว่างถาม
“หมอบอกว่าน่าจะไม่เกินห้าอาทิตย์”
“พอดีปิดเทอมสามเดือนแกได้เลี้ยงลูก แล้วนี่หาคนมาช่วยเลี้ยงได้รึยัง” ฉันพยักหน้าให้หนูนา
“ได้แล้ว เป็คุณป้าที่คอนโดนั่นแหละ แกเคยเป็คุณครูสอนเด็กด้วย ที่ดู ๆ ก็โอเค”
“แกก็ดูดี ๆ ล่ะ ข่าวออกเยอะแยะที่ชอบทำร้ายเด็ก” เมย์เอ่ยสำทับ
“อืม พอคลอดเสร็จก็ให้เค้ามาช่วยดูเลย ระหว่างนั้นจะคอยสังเกตุ จะแอบติดกล้องด้วย”
“ดีแล้ว มากินเถอะ ละลายหมดแล้ว” แล้วพวกเราสามคนก็นั่งคุยเล่นจนเย็นก่อนจะแยกย้ายกันกลับ พอถึงห้องก็ไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนจะใส่ชุดนอนออกมานั่งดูทีวีที่โซฟา ระหว่างเปลี่ยนช่องก็กินผลไม้ไปด้วย นั่งดูละครจนจบแล้วลุกขึ้นเอาจานไปเก็บ ระหว่างที่ยืนล้างจานหูยังคงได้ยินเสียงทีวีที่เปิดไว้
“น้องแพรวาได้เห็นข่าวที่ออกมารึยังคะ จริงรึเปล่าที่ไปดินเนอร์กับพี่เค้า”
“เห็นแล้วค่ะ ก็ไม่มีอะไรไปกันหลายคนค่ะ”
“แล้วแว่ว ๆ มาว่าจะมีละครคู่กันอีกจริงมั้ยครับ”
“อันนี้ต้องรอติดตามนะคะ”
“ล่าสุดพี่ธามเพิ่งได้รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมแพรวาให้ของขวัญอะไรพี่เค้ารึเปล่าคะ”
“ความลับค่ะ ขอคำถามต่อไปเลย”
“สำหรับแพรวาพี่ธามจัดอยู่ในสถานะไหนคะ อันนี้แฟนคลับฝากมา”
“ก็เป็พี่ชายที่ดีมาก ๆ ถือเป็คนพิเศษเลยล่ะค่ะ” หลังเสียงตอบของดาราสาวก็มีเสียงแซวของนักข่าวตามมา ฉันหยุดชะงักมือไปั้แ่ได้ยินชื่อดาาายคนนั้น ถึงอยากจะไม่สนใจมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้ในเมื่อในตอนนี้คน ๆ นั้นดังมากจริง ๆ
***
สวัสดีค่ะ หากเจอคำผิดหรือประโยคแปลกๆ บอกได้เลยนะคะ จะรีบแก้ไขให้ค่าา ถ้าหากชอบสามารถคอมเม้นต์ติชมได้เลยยย หรือจะติดตามไปพูดคุยได้ที่
:องศาเดียว