พี่กล้า???
ในสองวันต่อมาหลังจากเพเนียสถูกคีเฟอร์ถูกขอแต่งงานไปเพียงไม่ถึง 48ชั่วโมงดีเลย คีเฟอร์ที่ทำงานอยู่ต่างดวงดาวก็ได้เดินทางมาถึงดาวทอลูแล้วหลังจากที่จัดการตัวเองให้ดูดี(อาบน้ำแต่งกาย)แล้วถึงได้เดินลงมาจากยานบินที่ลงจนณ ลานของบ้านเพเนียสได้
เขารีบร้อนมากและเวลานี้คือเวลาทอง ตีทองก็ให้ตีตอนร้อนนี่แหละอีกอย่างเพวิสยังไม่กลับมาถือได้ว่าเหมาะมากเลยทีเดียว อย่างน้อยๆ...ก็จะไม่ได้มีคนขัดตอนที่เขาได้เจอหน้าเพเนียส
“มาสักทีนะครับพี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าสร้างเรื่องใหญ่ไว้แล้วน่ะ”เพเนียสเจอหน้าคนรักก็บ่นออกมาทันทีพร้อมกับสีหน้าบอกบุญไม่รับ
“อะไรกันครับเนี่ย พึ่งจะเจอหน้ากันจะไม่ถามไถ่พี่สักหน่อยเหรอว่าเดินทางมาเหนื่อยไหม ทำงานเป็นยังไงบ้าง”คีเฟอร์ไม่ได้ไม่พอใจกับการต้อนรับของคนรักหากแต่ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจสุดๆ
“ไม่ต้องเลยถ้าเหนื่อยจริงคงไม่สร้างเรื่องไว้แบบนี้หรอกครับ” แล้วหลังจากที่คีเฟอร์โพสต์ไปเขาก็ต้องทำงาน แล้วพอทำงานเสร็จก็เร่งเดินทางกลับมาหาเพเนียสเลยโซช่งโซเชียลไม่ได้สนใจจะติดตามต่อแต่อย่างใด
“สร้างเรื่อง อะไรเหรอ?”คีเฟอร์ยังทำหน้าซื่อเหมือนคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แต่คนฉลาดอย่างเขาทำไมจะไม่รู้ล่ะว่าเพเนียสกำลังหมายถึงเรื่องอะไรแต่เขาก็ยังเก็บได้แม้กระทั่งรอยยิ้มพอใจกับผลงานอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าจะยังไม่เช็กกระแสแต่ดูจากทีท่าของอีกคน ก็คงจะไปในทิศทางที่เขาคิดไว้
และก็เช่นกันเพเนียสก็เองก็ไม่ได้โง่!! ย่อมมองอีกคนออก
“พี่คีฟอย่ามาเฉไฉเลยนะคงวางแผนไว้แล้วน่ะสิ” เพเนียสยังไม่สายแซะอีกคนออกไปอีกนิดหน่อย พร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังจ้องคนรักอย่างจับผิด
“บอกมานะพี่ตั้งใจวางระเบิดลูกใหญ่ไว้ใช่ไหม?” นิ้วที่ชี้คนรักพร้อมกับสายตาที่จ้องมาตลอดมันไม่ได้ดูน่าเกรงขามเลย... ออกจะน่ารักน่าเอ็นดู
ปากที่กำลังเบะนั่นอยากจะยื่นมือออกไปบีบสักทีสองทีเสียจริง...
“ฮึ? เราพูดเรื่องอะไรพี่ไม่เห็นเข้าใจ”แต่คีเฟอร์ก็ยังอยากแกล้งเล่นตัวอีกสักหน่อยเลยยังไม่ยอมรับออกไปตรงๆ
“ไม่ต้องเลยนะ ผมรู้ว่าพี่รู้ดี ใช่ไหม?ใช่แน่ๆ”
“ใช่ไหมๆๆๆๆ”
เพราะท่าทางตามตื๊อไม่หยุดของเพเนียสคีเฟอร์เลยแกล้งเดินหนีไปเรื่อยๆเขาที่เดินนำก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจเหมือนว่ากำลังวางกับดักอีกคนได้อยู่หมัด ขายาวที่ดูเหมือนจะเร่งเดินอย่างเร็วๆแต่ก็ยังเหมือนว่าชะลอให้อีกคนเดินได้ทันอยู่ดี ส่วนเพเนียสที่ถามไม่หยุดก็เดินตามมาเรื่อยๆอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ได้ดูหรอกว่าอีกคนพาเดินไปไหน
พอรู้ตัวอีกที...มาโผล่ที่กลางไร่ข้าวโพดได้ยังไง?
“พี่อยากกินข้าวโพดเหรอ?”ถามออกไปอย่างซื่อๆ เพราะงงกับการที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนโลเคชันหรือเปล่านะอารมณ์ของเพเนียสเลยเปลี่ยนไปด้วย
“ฮึๆๆ แล้วเราจะทำให้พี่กินหรือเปล่าล่ะ”คีเฟอร์รู้ว่าอีกคนถามจริงๆ ไม่ได้อยากจะกวนแต่อย่างใด เลยลองถามกลับไปบ้างว่าจะใจดีกับเราหรือยัง หรือว่ายังอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่
“ไม่อะ อยากกินก็ทำกินเองเลยข้าวโพดทำกินง่ายจะตาย แค่เอาไปทำให้สุกก็อร่อยแล้วและถ้าเป็นข้าวโพดจากไร่ของที่บ้านนะยิ่งถูกดูแลเป็นพิเศษรับรองว่ารสชาติต้องดีกว่าที่อื่นแน่นอน”เพเนียสที่กะจะบอกแค่ว่าให้อีกคนไปทำกินเองแต่กลับเผลอชมข้าวโพดของที่บ้านอีกเสียยืดยาว แบบนี้เหมือนว่าตัวเขากำลังแนะนำอีกคนอยู่เลย
“อื้ม... โอเคครับเดี๋ยวพี่จะลองทำตามที่เราบอกดู” คีเฟอร์พยักหน้าตอบยิ้มๆ
เพเนียสพึ่งรู้สึกตัวว่าเขากำลังคีพเป็นคนงอนแฟนอยู่นะ แต่ทำไม...
ย้ากกกกกพูดซะเหมือนว่ากำลังเดินแนะนำสวนอยู่เลย
“ใช่ งั้นพี่ก็ไปทำกินเองเลยผมจะกลับแล้ว อะนี่ รับไปเลย!!”เพเนียสกลับมานิ่งอีกครั้งก่อนที่จะหักข้าวโพดออกมาหลายฝักและยัดเยียดให้ร่างสูงที่ยิ้มร่าเริงอยู่ตรงหน้าไปจากนั้นก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีไป
เก็บหน้าที่กำลังอายแหละ...ก้มใบหน้าหลบอย่างไว
“อะ!!เดี๋ยวสิ เราจะรีบไปไหนล่ะ” คนร่างสูงที่มือข้างหนึ่งพยายามหอบฝักข้าวโพด3-4 ฝักไว้ให้ดี(ก็แฟนเขาเอาให้นี่นา) ลอบยิ้มมุมปากออกมาพร้อมๆกับอีกมือที่คว้าแขนของเพเนียสไว้แน่น(แต่ก็ต้องระวังไม่ให้คนรักของเขาต้องเจ็บตัวแม้แต่น้อย)
“ก็กลับบ้านไงครับ”บ้านที่มองเห็นอยู่ลิบๆ ไม่รู้ว่าเดินมาไกลขนาดนี้ได้ยังไงเขาจะลองกลับไปเปิดดูกล้องว่าตอนนั้นมันแต่ทำหรือคิดอะไรอยู่ถึงได้เดินตามคนตัวสูงด้านหลังมาไกลถึงขนาดนี้(จริงๆระยะทางจากลานจอดยานกับไร่ข้าวโพดก็ไม่ได้ไกลมากขนาดนั้น)
“ค่อยกลับก็ได้มาเดินเป็นเพื่อนพี่ก่อนสิ” คีเฟอร์ที่ยื่นหน้ามาใกล้จนเกือบจะอยู่เหนือไหล่ของเพเนียสเอ่ยชวนออกมาเบาๆราวกับเสียงกระซิบที่วางเวทมนตร์ไว้
“ไม่ครับ”รีบปฏิเสธกลับทันที
“ถ้าไม่อยู่พี่จะ...”
“จะทำอะไรก็เชิญเลยครับ”ด้วยความหนักแน่นของเพเนียสที่สะสมมา เขาย่อมไม่สนใจอยู่แล้ว เดินสะบัดไหล่หลบไปทันที
หากแต่ว่าเดินมาได้แค่ก้าว... สองก้าว...
“ถ้างั้นพี่เผาข้าวโพดกินที่ไร่เลยก็แล้วกันนะ” น้ำเสียงที่เหมือนทีเล่นทีจริงหากแต่ว่าถ้าอีกคนไม่สนใจล่ะก็... ให้รู้ไว้เลยว่าทำจริงแน่
เขาจะไม่ได้กินข้าวโพดเผาแค่คนเดียวแน่แต่อาจจะได้กินไปทั้ง... เมือง!!!
แต่ถ้าถามว่าเอาจริงๆ เขากล้าทำไหม?คีเฟอร์ตอบเลยว่าไม่! ถ้าเกิดทำจริงๆคะแนนความชื่นชมจากว่าที่พ่อตาแม่ยายได้ถูกหักลบไปพอดีแต่ถ้าหากเพเนียสยังไม่สนใจอีก... ก็คงต้องจำใจทำ!!! แล้วก็ค่อยไปยอมรับผิดทีหลังข้อแก้ตัวประมาณว่า... ผมอยากทำข้าวโพดเผาให้คนทั้งเมืองได้กินครับให้อภัยผมด้วยนะครับ ผมมันมือบอนเองครับ
“อย่าเชียวนะครับ”ดูเหมือนว่ารูปประโยคของการข่มขู่เมื่อกี้ จะได้ผลเอามากๆเพเนียสรีบหันควับกลับไปมองคนรักอย่างเร็วไว สำรวจว่าในตัวของคีเฟอร์มีอุปกรณ์อะไรที่ทำให้เกิดประกายไฟได้จริงๆหรือเปล่า พร้อมกับมองไปรอบๆ ตัวด้วยว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นจริง... ไฟจะลุกลามถึงไหน
ระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านเขาบริษัทพึ่งจะมาเช็กไปไม่นาน คงควบคุมสถานการณ์ได้อยู่
“ครับ” คีเฟอร์พยักหน้ารับอย่างขอไปทีท่าทีที่ทำเป็นขู่ฟ่อเหมือนตัวเออร์มินที่เหล่าแฟนคลับมักเรียกเพเนียสนั่นน่ะมันดูไม่ได้น่ากลัวเลย เหมือนสัตว์ขนสีขาวที่กำลังขู่... เพื่อร้องขอขนม
ดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้คีเฟอร์มักชอบเล่นกับอำนาจมืดซะแล้ว... ไม่รู้ว่าจะรอดไปอีกนานเท่าไหร่
“พี่กล้า???”น้ำเสียงที่เข้มขึ้นของเพเนียสพร้อมกับสีหน้าที่จริงจังกว่าเดิมจนแม้แต่คิ้วก็เริ่มจะขมวด...เพเนียสเอียงคนนิดหน่อยและจ้องคนพี่อย่างเอาเรื่อง
“พี่คีฟครับไม่ใช่กล้า” คีเฟอร์ยังคงตีหน้าใสตอบออกไปอย่างกวนๆ
ยัง... ยังจะเล่นอีกน่ะเนี่ยมุกนี้ดูเหมือนว่าจะเล่นไม่ถูกเวล่ำเวลาเท่าไหร่
“...”เพเนียสถึงกับกอดอกและจ้องคนพี่ตาเขม็งเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าไร่ข้าวโพดตรงนี้จะเป็นแบบเปิดโล่งไม่ได้อยู่ในโรงเรือนเหมือนจุดอื่นๆเพราะตรงนี้เหมือนว่าปลูกไว้ทำคอนเทนต์เสียมากกว่า ไม่ได้เอาไว้ขายเอากำไรอะไรมันเหมาะแก่การต้อนรับแขกที่ลงจากยานหรือไม่ก็เอาไว้เป็นฉากธรรมชาติสำหรับถ่ายวิดีโอคลิปหรือว่าเวลาถ่ายไลฟ์ในบางครั้ง
แม้จะไม่ได้เยอะเท่าที่ปลูกขายในโรงเรือนถึงอย่างนั้น... มันก็ไม่ควรจะถูกย่างสดทั้งต้นแบบนี้เสียหน่อย
“อา... โอเคพี่ยอมแล้วๆ” ตอนนี้คีเฟอร์เหลือมือว่างแค่มือซ้ายข้างเดียว(เพราะมือข้างขวายังรักษาข้าวโพดที่คนรักหักจากต้นให้เท่าชีวิต)ร่างสูงยอมยกขึ้นสูงคล้ายท่าทางของคนที่จำยอมต่อข้อกล่าวหาทุกอย่างแล้ว
“...” เพเนียสยังคงกอดอกจ้องอยู่นิ่งๆ ในท่าเดิมส่วนในหัวก็เริ่มคิดไปด้วยว่าจะเอายังไงกับคนตรงหน้าดี อยู่ๆก็ป่วนเขาให้เขว่ไปเรื่องอื่นซะได้ ช่างร้ายกาจจริงๆแล้วเขาก็ลืมเรื่องที่จะถามไปเฉยเลย!
ต้องนิ่งไว้ๆๆๆอย่าหลุดขำกับท่าทางของพี่คีฟตอนนี้เด็ดขาด แต่ดูพี่คีฟตอนนี้สิ มือขวาที่คอยกอดประคองไม่ให้ฝักข้าวโพดหลุดตกลงพื้นกับมืออีกข้างที่ชูขึ้น ดูๆ ไปเหมือนเด็กที่ขโมยของแล้วถูกจับได้เลยนะเนี่ย
“อย่าโกรธพี่เลยนะครับ”แถมยังมาทำตาปริบๆ อีก เพราะเป็นคีเฟอร์ทำ เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนั้นมันก็เลยดูน่าเอ็นดูขึ้นอีกหรือเปล่า
“ก็ได้ครับแต่พี่ต้องเล่ามา ตั้งแต่เรื่องที่โดเนทเข้ามาวันนั้นแล้วพี่ต้องการจะทำอะไรกันแน่” จะบอกว่าคีเฟอร์งานยุ่งสุดๆ เลยก็ว่าได้แต่ไม่รู้ว่าแอบมาโดเนทให้เขาได้ยังไงแต่ว่าหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ต้องกลับไปตั้งใจทำงานต่อ และพอทำงานเสร็จก็รีบตรงดิ่งมาหาเพเนียสที่บ้านเลยในระหว่างนี้เลยยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย อ้อ... ยังมีเวลาโพสต์ชี้แจงใน WooDนั่นอีกด้วยนะ
“ก็พี่อยากแต่งงานกับเราไงครับรอมาหลายปีแล้วนะ”
“อา...”น้ำเสียงน้อยใจจากร่างสูงที่เอ่ยออกมา ทำให้เพเนียสหยุดนิ่งไปหลายวินาทีอะไรกันเนี่ย อยู่ๆ ก็บอกออกมาแบบนี้เลยเหรอ?
หรือนี่เขากำลังจะถูกขอแต่งงานอีกรอบ?
“สำหรับเราหรือว่าคนอื่นๆ อาจจะมองว่าการคบหาของเรายังไม่นานพอ แต่สำหรับพี่...”มือซ้ายของคีเฟอร์จับมือของเพเนียสไว้มั่นก่อนจะนำมือของเพเนียสมาวางทาบไว้บนแผ่นด้านซ้ายของเขา อยากให้อีกคนรู้เหลือเกินว่าตอนนี้เขาตื่นเต้นจริงๆ ถึงแม้ว่าการแสดงออกมานั้น จะดูนิ่งๆ ไปบ้างก็เถอะ
“พี่ว่าเวลาที่เราศึกษาและไปมาหาสู่กันมาแต่พี่คิดตอนนี้เท่านั้นมันไม่พอแล้ว พี่อยากดูแลเราให้ได้มากกว่านี้อยากจะพาเราไปด้วยในหลายๆ ที่ ได้คุยได้เล่าอีกหลายๆ เรื่องให้เราได้รู้ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขในทุกๆ เรื่อง ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเรื่องทุกข์พี่อยากรับไว้คนเดียวก็เถอะ”
“...”เพเนียสที่นิ่งเงียบนั้น นอกจากจะเงยหน้าและตั้งใจฟังคนรักแล้ว ยังตั้งใจสัมผัสแล้วก็รับรู้กับเสียงของหัวใจของคีเฟอร์ที่เต้นเร็วกว่าปกติอีกด้วย...
ตึก ตัก ตึก ตัก
เสียงหัวใจของเขา...เต้นรัวและแรงไม่ต่างจากคนพี่ตรงหน้าเลยเพเนียสยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นสัมผัสกับตรงหัวใจของตนเองเหมือนว่าอยากจะบรรเทาความตื่นเต้นของมัน(หัวใจ)ลงบ้าง หากแต่ว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสั่งมันเลย