ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 36 [อ่านฟรี 11 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 36






    เมิ่งจือหลันไม่ได้ใส่ใจกับข้อความที่กำลังต่อว่าเธออยู่ เพราะถึงยังไงเธอก็รู้ดีว่าการสตรีมแบบนี้ย่อมต้องมีทั้งคนที่ชื่นชอบและไม่ชื่นชอบ ถ้าหากมีฝ่ายไม่ได้ต่อว่าเธออย่างรุนแรง เมิ่งจือหลันก็ไม่คิดที่จะเก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่คนเหล่านั้นเริ่มรุนแรงขึ้นมาเมื่อไหร่ เธอก็ไม่คิดที่จะเก็บความเจ็บปวดเหล่านั้นเอาไว้เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน ในเมื่อกล้าต่อว่าเธออย่างรุนแรง อีกฝ่ายก็ต้องตอบแทนเธอด้วยเงินขวัญถุง


    ‘สำหรับผู้ชมที่คอยติดตามสตรีมของฉันมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ฉันมีของขวัญมามอบให้กับผู้ชมบางส่วนด้วยนะคะ เนื่องจากว่าของขวัญที่ฉันจะมอบให้มีไม่เพียงพอกับผู้ชมทุกคน ดังนั้นฉันจะขอให้เสี่ยวเป่าสุ่มผู้โชคดีขึ้นมาเป็นจำนวนหนึ่งร้อยคนนะคะ’


    ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เมิ่งจือหลันตัดสินใจมอบของขวัญให้กับผู้ชมเนื่องในเทศกาลปีใหม่นั่นเอง และแน่นอนว่าของขวัญเหล่านั้นเป็นขนมที่เธอได้จัดเตรียมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ซึ่งเป็นขนมที่เธอได้บอกกับครอบครัวของเธอว่าจะนำไปมอบให้กับอดีตเพื่อนร่วมห้องของเธอนั่นเอง


    แต่นั่นเป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้างของเธอเท่านั้น ส่วนของขวัญที่เธอจะมอบให้เพื่อนเหล่านั้น เมิ่งจือหลันก็ได้ซื้อมาจากร้านค้าในระบบ อีกทั้งด้วยความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของเธอ รวมไปถึงขนมชิ้นนี้เป็นขนมที่ทำง่ายกว่าขนมชนิดอื่น จึงทำให้ขนมคุ๊กกี้ที่เธอทำออกมานั้นมีจำนวนมากกว่าปกติ

    เมิ่งจือหลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจเมื่อเห็นข้อความของเหล่าผู้ชมในไลฟ์สดของเธอ


    ‘สำหรับวันนี้ฉันขอจบสตรีมเพียงเท่านี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในสตรีมในวันพรุ่งนี้นะคะ’


    ‘ฝากด้วยนะเสี่ยวเป่า’


    หลังจากนั้นเมิ่งจือหลันก็ปล่อยให้เสี่ยวเป่าเป็นคนจัดการต่อจากเธอ ทั้งการสุ่มผู้โชคดีทั้งหนึ่งร้อยคน รวมไปถึงการจัดส่งขนมคุ๊กกี้ให้กับผู้โชคดีอีกด้วย


    [ด้วยความยินดีครับคุณเมิ่งจือหลัน]



    เมิ่งเหวินฮั่นรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่เขาและเสิ่นเจ๋อหยวนเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟนั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะสามารถจองตู้นอนบนรถไฟได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องคอยระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน เพราะว่าการเดินทางด้วยรถไฟแบบนี้มักจะมีคนค่ามนุษย์มาคอยจับตัวเด็กหรือหญิงสาว รวมไปถึงมักจะมีขโมยมาคอยขโมยข้าวของของผู้คนที่เดินทางบนรถไฟอีกด้วย


    ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะเป็นทหาร แต่ในบางครั้งคนเหล่านั้นก็มักจะใช้วิธีพ่นยานอนหลับ เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้ามาค้นข้าวของได้อย่างง่ายดาย และไม่ต้องระมัดระวังตัวว่าเหยื่อจะตื่นขึ้นมาเสียก่อนอีกด้วย


    ก๊อก ก๊อก


    เมิ่งเหวินฮั่นหันมาสบตากับเสิ่นเจ๋อหยวนเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาจึงลุกออกจากเตียงนอนของตัวเอง แล้วเดินไปที่ประตูทางเข้าตู้นอนของพวกเขา


    “ใครน่ะ”


    ทันทีที่เมิ่งเหวินฮั่นตะโกนถามออกไป เสียงเคาะประตูก็หยุดชะงักลงเล็กน้อยก่อนที่จะมีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงที่อ้อนวอนเล็กน้อย


    “ขอโทษที่รบกวนนะคะ พอดีว่าแม่ของฉันรู้สึกไม่สบายขึ้นมานะคะ แล้วที่นั่งที่พวกเราก็มีเสียงดังรบกวนด้วย ดังนั้นพวกเราจึงอยากจะขอรบกวนคุณสักเล็กน้อยได้ไหมคะ”


    หลังจากที่ขึ้นมาบนรถไฟและได้ตรวจสอบข้อมูลของคนที่อยู่ภายในตู้นอนมาสักพักแล้ว หวงจื่อเฟยก็คิดที่จะใช้อุบายของหญิงงามเพื่อเข้าไปหลอกล้อชายหนุ่มที่อยู่ในตู้นอนแห่งนั้น ซึ่งแน่นอนเธอรู้ดีว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีและดูเหมือนว่าจะมีฐานะอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว


    ดังนั้นหวงจื่อเฟยจึงต้องการที่จะปอกลอกอีกฝ่ายให้หมดเนื้อหมดตัว เพราะถ้าหากเธอได้ทรัพย์สินของอีกฝ่ายมา เธอจะต้องได้รับความดีความชอบจากหัวหน้าของเธออย่างแน่นอน และนอกจากนี้เธอยังจะได้ส่วนแบ่งในการปฏิบัติการครั้งนี้อีกด้วย


    เมิ่งเหวินฮั่นเปิดประตูตู้นอนของตัวเองออกมา ก่อนที่เขาจะเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าของตัวเอง นอกจากนี้อีกฝ่ายยังประคองร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอาไว้อีกด้วย แต่ด้วยความที่เมิ่งเหวินฮั่นเป็นทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นเขาจึงสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าผู้หญิงทั้งสองวัยตรงหน้าของเขานั้นเป็นมิจฉาชีพอย่างแน่นอน


    แต่ถึงอย่างเมิ่งเหวินฮั่นก็ยังไม่ได้เปิดโปงอีกฝ่ายแต่อย่างใด เพราะเขาต้องการรับรู้ว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการของคนทั้งคู่อีกหรือไม่ ดังนั้นเมิ่งเหวินฮั่นจึงได้เชื้อเชิญอีกฝ่ายเข้ามาภายในตู้นอนของพวกเขา


    “พวกคุณสองคนนอนข้างบนก็แล้วกัน ส่วนผมกับเพื่อนอีกคนจะนอนอยู่เตียงข้างล่างเอง”


    หวงจื่อเฟยส่งยิ้มให้กับชายหนุ่มทั้งคู่อย่างขอบคุณ แต่ภายในใจของเธอนั้นอยากจะวิ่งเข้าไปกอดชายหนุ่มตรงหน้าของเธอเอาไว้ไม่ปล่อยเลยทีเดียว เพราะว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นชายหนุ่มที่หน้าตามากกว่าชายคนไหนที่เธอเคยพบเจอมาเลยทีเดียว


    แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อได้เห็นกระเป๋าของอีกฝ่าย เพราะว่ามันช่างคุ้นตาของเธอเสียเหลือเกิน ทำให้ใบหน้าของหวงจื่อเฟยแข็งข้างขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะก้มใบหน้าลงเล็กเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็นรอยยิ้มแปลกๆของเธอ


    “ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่พวกคุณช่วยเหลือฉันกับแม่ในครั้งนี้” หวงจื่อเฟยค่อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วยเหลือเธอและมารดาในครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเธอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการเท่านั้น เพราะว่าเธอและหญิงวัยกลางคนข้างกายไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันเลยแม้แต่นิดเดียว


    แต่เป็นเพราะว่าพวกเธอทั้งคู่ต่างก็ได้รับค่าจ้างมาชายวัยกลางคนที่พวกเธอเรียกขานว่าหัวหน้าเท่านั้น และด้วยความที่เธอต้องการเงินมาใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นหวงจื่อเฟยจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับคนเหล่านี้ ซึ่งไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้เธอไปหลอกล้อเด็กน้อยหรือหญิงสาวเพื่อจับตัวคนเหล่านั้นมาก็ตาม หวงจื่อเฟยก็รับหน้าที่เหล่านี้ด้วยความยินดี เพราะว่าทั้งเด็กน้อยและหญิงสาว เมื่อเห็นรูปร่างและหน้าตาของเธอต่างก็คลายความสงสัย และทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องพบเจอกับจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง


    ซึ่งแน่นอนว่าหวงจื่อเฟยไม่ได้คิดที่จะสนใจกับชีวิตของคนเหล่านั้น เพราะทันทีที่เธอได้รับค่าตอบแทน เธอก็ยิ่งอยากทำงานให้กับหัวหน้าของเธอมากยิ่งขึ้น เพราะว่าในแต่ละรอบที่เธอสามารถหาเหยื่อให้กับอีกฝ่ายได้นั้น เธอได้เงินสูงถึงครั้งละสามสิบหยวนเลยทีเดียว ดังนั้นในระยะเวลาหนึ่งเดือนเธอจึงทำเงินได้มากกว่าญาติพี่น้องของเธอเลยก็ว่าได้ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอมีหน้ามีตาในครอบครรัวมากยิ่งขึ้น


    “พ่อหนุ่ม ขอบคุณมากเลยนะที่ช่วยเหลือป้าในครั้งนี้ ป้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ดังนั้นจึงมีแค่ขนมที่ป้ารับซื้อมาเพื่อจะนำไปขายแถวบ้านเท่านั้นเอง”


    โจวอู๋หวานก้มลงไปหยิบขนมเค้กที่ตัวเองจัดเตรียมมาให้กับชายหนุ่มทั้งสองตรงหน้า


    ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเป็นชายคนอื่นย่อมต้องตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน เพียงแต่ทั้งเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนนั่นแตกต่างออกไป และด้วยความที่พวกเขามีร่างกายที่ทนทานมากกว่าคนอื่น ดังนั้นเมื่อพวกเขาทั้งสองคนทานขนมเค้กตรงหน้าเข้าไป จึงไม่ได้ทำให้พวกเขาสลบลงไปในทันที แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนก็แสดงท่าทางออกมาในทันที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยแต่อย่างใด


    “สงสัยว่าเป็นเพราะฉันไม่ค่อยได้นอนแน่เลย ถึงได้รู้สึกง่วงนอนขนาดนี้”


    เมิ่งเหวินฮั่นหันไปมองเพื่อนสนิทของตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมามองหญิงต่างวัยทั้งคู่อีกครั้ง


    “พวกคุณสองคนพักผ่อนได้ตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมของตัวไปพักสายตาสักครู่นะครับ”


    หลังจากที่เสิ่นเจ๋อหยวนเห็นเพื่อนสนิทของตัวเองนอนลงไปบนเตียงนอนของตัวเองเรียบร้อยแล้วนั้น เขาก็ค่อมศีรษะให้กับหญิงต่างวัยทั้งสองเล็กน้อย โดยที่ไม่ได้พูดจาอะไรกับอีกฝ่าย หลังจากนั้นเขาจึงกลับไปที่เตียงนอนของตัวเอง และทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนของตัวเองเช่นเดียวกับเพื่อนสนิท


    หวงจื่อเฟยและโจวอู๋หวานต่างก็หันไปสบสายตากันด้วยความพึงพอใจ เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องทุกอย่างจะง่ายดายถึงเพียงนี้ อีกทั้งดูเหมือนว่าทั้งสองคนนั้นจะไม่ระมัดระวังตัวกับพวกเธออีกด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเห็นพวกเธอเป็นเพียงหญิงสาวเท่านั้น หรือว่าเป็นเพราะถูกตาต้องใจหวงจื่อเฟยเหมือนกับเหยื่อคนอื่นๆ ของพวกเธอ


    “ฉันว่าครั้งนี้พวกเราน่าจะเยอะแน่เลย” โจวอู๋หวานยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ นอกจากนี้เธอยังไม่รอช้าแต่อย่างใด รีบลงมือรื้อกระเป๋าของอีกฝ่ายในทันที


    “นี่มันอะไรกัน”


    โจวอู๋หวานจ้องมองภายในกระเป๋าของอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจและไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ เพราะว่าภายในกระเป๋าของอีกฝ่ายมีเพียงเสื้อผ้าเพียงเท่านั้น


    “บ้าจริง ฉันต้องเสียยาสลบแล้วมาเจอกับกระเป๋าที่มีแต่เสื้อผ้าเนี่ยะนะ จื่อเฟยกระเป๋าอีกใบมีอะไรบ้าง เธอรีบรื้อดูเลยนะ”


    หวงจื่อเฟยรีบเปิดกระเป๋าของชายหนุ่มอีกคนในทันที ก่อนที่เธอจะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าภายในกระเป๋าของอีกฝ่ายมีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ก่อนที่เธอจะยัดเสื้อผ้าที่รื้อออกมากลับเข้าไปในกระเป๋าคืน บางสิ่งบางอย่างก็ตกลงมาตรงหน้าของเธอเสียก่อน


    “ป้าอู๋หวาน ฉันเจอเงินกับตั๋วต่างๆ เยอะมากเลยละ”


    โจวอู๋หวานตาลุกวาวขึ้นมาในทันที ก่อนที่เธอจะหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ถ้าหากเธอคาดไม่ผิดอีกฝ่ายจะต้องนำเงินมาร่วมกันและเก็บเอาไว้ในกระเป๋าของใครคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นการเก็บที่มิดชิดอีกต่างหาก เพราะถ้าหากมันไม่ตกลงมาเสียก่อน พวกเธอคงจะคิดว่าในครั้งนี้พวกเธอคงจะไม่ได้สิ่งใดตอบแทนอย่างแน่นอน


    “ดีๆ ครั้งนี้พวกเราต้องได้รับค่าตอบแทนเยอะกว่าเดิมแน่”


    หลังจากที่หวงจื่อเฟยและโจวอู๋หวานช่วยการนับเงินและตั๋วต่างๆ เรียบร้อยแล้วนั้น พวกเธอต่างก็คิดไปในทิศทางเดียวกันว่าคนเหล่านี้จะต้องเป็นคนมีเงินที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านอย่างแน่นอน และเป็นโชคดีของเธอที่อีกฝ่ายโง่งมยอมเชื่อใจผู้หญิงอย่างเธอและจื่อเฟยง่ายดายแบบนี้


    “ถ้าอย่างนั้นพวกเราแบ่งกันเก็บเถอะ เพราะถ้าหากพวกเราเก็บในกองขนมแบบนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนมาพบเจอมันเข้าแน่ๆ ฉันว่าพวกเราเก็บในตัวของพวกเราดีกว่า”


    โจวอู๋หวานพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของหวงจื่อเฟย เพราะเธอคงจะรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเดิมถ้าหากเงินและตั๋วเหล่านั้นอยู่ใกล้กับตัวของเธอมากที่สุด


    “ไม่คิดเลยว่าจะง่ายแบบนี้ ว่าแต่พวกเรารีบหนีกันเถอะ ฉันกลัวว่าพวกเขาจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน” หลังจากที่เก็บเงินและตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้ว หวงจื่อเฟยก็ชักชวนโจวอู๋หวานหนีออกไปจากตู้นอนแห่งนี้ในทันที


    “จะรีบไปไหนกันเหรอครับ”





    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน