ตอนที่ 12 เหมือนผมโดนกำหมัดใส่ละ
หลังจากที่ซินเริ่มรู้สึกตัวเขาก็มองไปที่รอบข้างของเขาที่มีคนหลาย ๆ ต่อหลายคนกำลังกำหมัดอยู่
“โอ้ที่จริงแล้วผม เอ่อขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงครับ ฮ่า ๆ ๆ ” ซินอยากแกล้งทุกคนอีกครั้งแต่หลังจากที่เห็นสภาพของแต่ละคนเขาก็หยุดทันทีก่อนขอโทษด้วยความจริงใจ
“เฮ้อ พวกข้าก็ไม่เป็อะไรมากหรอก แต่แม่หนูสองคนนั้นสิเป็ห่วงเ้ามากเลย ถ้าไม่ได้ภรรยาข้าช่วยพูดให้คงเป็เป็ห่วงจนไม่ได้นอนเป็แน่” ลุงกิลดาสกล่าวขึ้นมาเมื่อนึกถึงสองสาวเมดกับพ่อบ้านที่นั่งเฝ้าและวนเวียนเรียกตัวซินตลอดเวลาให้เขาได้สติ ถ้าไม่ได้คำกล่าวของภรรยาของเขาบวกกับแม่มดขายขนมนั้นละก็คงคิดไปแล้วว่าหมอนี่โดนคำสาปอะไรสักอย่าง
“คือผมมีเื่หนักใจนิดหน่อยนะ แต่ตอนนี้ช่างหัวมันแล้ว ผมพยายามที่จะไปพูดขอบคุณและขอโทษกับทุกคนที่ระคนแล้วกัน” ซินกล่าวแบบนั้นก่อนที่เขาจะไปหาทุกคนที่กำลังทำอาหารอยู่
“ผมขอโทษนะ ทุกคนที่ทำให้เป็ห่วงนะ” ซินกล่าวออกไปก่อนก้มหัวลงเล็กน้อย
“นายท่าน ไม่สมควรหรอกค่ะที่จะขอโทษและก้มหัวให้พวกเราเงยหน้าขึ้นเถอะ” เซมกล่าวขึ้นก่อนที่จะช่วยพยุงซินที่ก้มหัวอยู่
“เหอะ ซินจังเราไม่ว่าหรอกนะถ้านายจะคิดอะไรแต่อย่างน้อยก็บอกพวกเราหน่อยสิอย่าทำแบบนี้อีกนะ” เซจังกล่าวออกมาก่อนที่จะเริ่มจัดจานอีกครั้ง
ซินยิ้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของทั้งสอง เขายังไปไล่กล่าวขอบคุณและขอโทษภรรยาของลุงกิลดาสและแม่มดเฒ่าขายขนมอีกด้วย
หลังจากที่ขอโทษทุกคนเขาก็ได้รับจดหมายจากเซมที่ถูกส่งมาจากกิลด์เพื่อขอเข้าพบ
เมื่อสามวันก่อนที่ซินจะฟื้นสติตัวเองจากความคิดแผนการต่าง ๆ ของเขา
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าไปในกิลด์ด้วยสีหน้าซีดเซียว เธอก็คือเบลพนักงานสาวสวยนั้นเอง ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงสีหน้าแบบนี้ก็เพราะทำอะไรไม่ถูกยังไงละ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำหน้าตายังไงเมื่อพบเจอกับเหตุการณ์นั้น
ทุกคนพยายามเรียกเธอแต่เธอก็เมินทุกคนจนหมดก่อนทำสีหน้าจริงจังแล้วเข้าไปที่ห้องกิลด์มาสเตอร์
ประตูถูกเธอเปิดขึ้นข้างในนั้นมีตาลุงวัยสี่สิบนั่งอยู่ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมันกล้าม แต่ยังใส่ชุดสูททางการทำให้ทุกส่วนดูแน่นไปหมด เขาจ้องมองกระดาษในมือของตัวเองอยู่ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาพบกับเบล
“ทำไมถึงไม่เคาะประตูก่อนมีเื่เร่งด่วนอะไร” กิลด์มาสเตอร์นักผจญภัยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มขรึมจริงจัง ปกติแล้วเขาจะไม่ใช่คนแบบนี้แค่เพราะข่าวที่เขาอ่านทำให้สถานการณ์หลาย ๆ อย่างนั้นเื่เปลี่ยนไป
“ลุงมาคาลอส จำคนที่หนูบอกน่าสนใจเมื่อวันก่อนได้ไหม”
“เด็กคนนั้นเองหรือทำไมละ” มาคาลอสกล่าวถามขณะที่นั่งเท้าคางด้วยมือสองข้างอยู่
และแล้วเบลก็เล่นเื่เกี่ยวกับซินให้กับมาคาลอสหรือกิลด์มาสเตอร์ฟังตอนแรกเขาก็ไม่มีความสนใจตัวตนของเด็กคนนี้มากนักแต่หลังจากที่ได้ฟังหลาย ๆ เื่ความคิดของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
“เขาสามารถพิชิตดันเจี้ยนโดยที่ไร้ระดับพลังอย่างนั้นหรือ” เื่นี้ค่อนข้างน่าใเป็อย่างมากเพราะการต่อสู้นั้นไม่ใช่แค่พลัง แต่มีทักษะและความรู้อีกด้วย ทั้งสามอย่างนั้นการเป็นักสู้จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลยถ้าเกิดเขาไม่ได้เกิดมามีพร์พิเศษ โดยที่ทักษะนั้นจะถูกแบ่งออกเป็หลายระดับด้วยกัน
มนุษย์
เหนืออสูร
ไร้พ่าย
ตำนาน
ะ
แต่ระดับพลังะนั้นไม่ได้เกิดขึ้นใหม่กว่าหมื่นปีแล้วแถมระดับตำนานยังมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
การที่เขาใไม่ใช่เื่อะไรแต่เป็เื่ของทักษะและความรู้ของซินเขารู้เื่ของซินมาแล้วจากเ้าหญิงและหัวหน้ากิลด์การช่างกิลดาส แต่เื่ทักษะการต่อสู้เขานั้นไม่รู้อะไรเลย เ้าหญิงเพียงแค่เขียนบอกเป็นัย ๆ ว่าอย่าเป็ศัตรูกับคนคนนี้เด็ดขาด
ส่วนกิลดาสก็แนะนำว่าเด็กคนนี้เป็คนฉลาดน่าคบหาด้วยให้ช่วยเหลือเื่ต่าง ๆ ของเขาให้ง่ายขึ้นหน่อย
พอได้มาฟังเื่ของเบลแล้วการที่ซินสามารถต่อสู้ข้ามระดับโดยที่ไร้ซึ่งพลังมานาในร่างกายแล้วนี่เป็อะไรที่น่ากลัวมาก
มาคาลอสเขียนจดหมายแผ่นหนึ่งก่อนที่จะส่งให้กับเบล
“เอาจดหมายเชิญไปให้แกเด็กคนนั้น ฉัน้าที่จะพบเขาเป็การส่วนตัวสักหน่อย” มาคาลอสกล่าวเสร็จก็ไล่เบลออกจากห้องไปทันที
“มาในฐานะผู้กอบกู้หรือปีศาจผู้ทำลายร้างกันแน่นะ” มาคาลอสได้แต่พึมพำกับตนเองเบา ๆ ก่อนก่อนที่จะหลับตาลงด้วยความเหนื่อย
ตัดมาที่ปัจจุบันซินได้รับจดหมายจากมาคาลอสแล้วหลังจากที่เขาได้สติจากการคิดมากหลาย ๆ เื่ของเขา
“เขาเป็กิลด์มาสเตอร์เหรอ” ซินถามเบลที่กำลังจ้องมองไปยังทุกคนที่ทานอาหารอยู่ด้วยท่าทางอึดอัด
“ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกหนูเบล มานั่งทานและคุยกันด้วยดีกว่า” ภรรยาของกิลดาสกล่าวก่อนที่นางจะลากเบลมานั่งที่ว่างที่เหลืออยู่
ทั้งครอบครัวของกิลดาสและซินก็กินกันอย่างสบายใจ แม้เบลตอนแรกที่จะเกรง ๆ อยู่บ้าง ก็เริ่มที่จะทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจนคนทำยิ้มอย่างมีความสุข
“อะแฮ่ม” เบลกระชับเสียงเล็กน้อยก่อนที่จะเรียกความสนใจจากซินที่ดูเหมือนนั่งเหม่ออีกแล้ว
“ที่จริงฉันมาหานายหลายวันแล้วทุกคนบอกว่านายป่วยอยู่แต่ดูท่าจะสบายดีนิ” เบลกล่าวออกมาก่อนสำรวจอาการของซินด้วยพลังของเธอ
“อ่อ ผมแค่เหม่อนิดหน่อยนะ ฮ่า ๆ ๆ ” ซินกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะอย่างเขิน ๆ แต่เบลไม่เชื่อใครกันจะเหม่อถึงสามวัน
“แล้วมีเื่อะไรเหรอครับ” ซินกล่าวถามเพราะตนไม่รู้เหตุผลที่โดยเรียกเลยแม้แต่น้อย ต้องบอกว่าลืมไปแล้วสิเพราะเขามัวแต่คิดเื่อื่น ที่จริงตอนแรกแผนเรียกร้องความสนใจจากกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์นักผจญภัยก็อยู่ในแผนของเขาแต่เขาก็ลืมไปเรียบร้อยแล้วเพราะการคาดเดาเื่มีคนอื่นนอกจากเขาถูกส่งมายังโลกใบนี้
“กิลด์มาสเตอร์้าพบนายเป็การส่วนตัวน่ะ” เบลกล่าวพร้อมดูสีหน้าประหลาดใจของซินแต่ก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อมันไม่เปลี่ยนเลย
ก็อย่างที่บอกเขาคาดการไว้อยู่แล้วว่าจะโดนเรียกตัวแต่แค่ลืมเท่านั้นเอง
“อย่างนั้นเองสินะครับท่าแบบนั้นก็จะปล่อยให้รอนานกว่านี้ไม่ได้แล้วละ” ซินกล่าวขึ้นมาเพราะถ้าคำนวณจากวันที่เขาเหม่อลอยตัวของมาสเตอร์คงจะรอมาเกือบสามวันแล้วละ
ซินตัดสินใจและจัดการร่างกายของตนเองก่อนที่จะเดินไปรวมตัวกับพวกเซมและเบลเพื่อไปยังกิลด์นักผจญภัย
ระหว่างทางก็มีคนมองมาทางเบลมากมายพร้อมสายตาชื่นชม
“ผมไม่คิดว่าเธอจะดังขนาดนี้”
“ฉันไม่ได้ดังหรอก พวกเขารู้จักฉันเพราะฉายาดาบมายาจอมปลอมที่แม้แต่เด็กไม่มีพลังยังจัดการได้เลย” เบลประชดตัวเองเล็กน้อยและกล่าวที่ซินชนะเธอได้อย่างง่ายดาย
“โลกมันกว้างใหญ่ครับที่เราเห็นอาจเป็แค่ก้นบ่อก็ได้อย่าตัดสินใครที่ภายนอกเพราะบางครั้งมันแรกมาด้วยชีวิต” แต่ซินไม่รู้ว่านางกล่าวถึงตนและยังให้คำสอนไปอีกเล็กน้อย
เบลขมวดคิ้วก่อนคลายออกเพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่ซินพูดนั้นเป็ความจริงที่สุดสำหรับที่นี่เธออาจเป็ฮีโร่ของใครหลาย ๆ คน แต่ถ้าอยู่ที่เมืองหลวงเธออาจไม่ต่างจากมดตัวเล็ก ๆ ที่สามารถโดนขยี้โดยที่ไม่มีใครสนใจได้เลย
‘นี่คือความต่างสินะ’ นั้นคือสิ่งที่เธอคิดได้ในใจระหว่างความต่างของเธอกับเขา
แม้ว่าเขาจะดูเหมือนเด็กแต่ก็แบกรับหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้เกินร่างเล็ก ๆ นั้นจะแบกไหว แต่เธอกับอิจฉาในพร์ที่เขาได้รับมาจากความพยายามของเขาเอง
‘ใครกันแน่ที่เป็เด็ก’ เบลกล่าวกับตัวเองในใจก่อนที่จะเดินเข้ากิลด์ไปแต่ก่อนที่เธอจะเข้าไปก็พบกับ
เสียงะเิดังขึ้นพร้อมเศษฝุ่นฟุ้งกระจาย เศษซากสิ่งของปลิวว่อน ร่างกายของซินหลบจุดปะทะได้ แต่สายตาของเขาแดงเถือกราวกับกำลังจะสังหารคน
“เกิดอะไรขึ้น”
“โอ้แค่ทดสอบนิดหน่อยนะ” มาคาลอสกล่าวขึ้นขณะที่รับการโจมตีของซินได้อย่างง่ายดาย
“ตอบโต้ได้ดี แต่เมื่อเจอระดับพลังที่ต่างกันเกินไปเธอไม่สามารถใช้ทักษะต่อสู้ได้อย่างเดียวหรอกนะ” มาคาลอสสั่งสอนก่อนที่จะเปล่งพลังเป็แสงสีส้มแสบตาราวกับแสงของดวงอาทิตย์
ซินเห็นแบบนั้นก็หลบออกไปอยู่ด้านข้างก่อนที่จะหยิบดาบคาตานะต้องสาปออกมาอย่างไม่ยั้งคิด
“หยุดแค่นั้นแหละ!!” เสียงะโดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายกับหญิงสาวคนหนึ่งมาหยุดการโจมตีของทั้งสองเอาไว้
“แหม่ ฉันกำลังสนุกเลยนะกิลด์มาสเตอร์ไม่ได้ออกกำลังกายนานแล้วด้วย” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาเขามีท่าทางเ้าเล่ห์
“ซิลเงียบซะ” ลุงกิลดาสกล่าวด่าชายคนนั้นก่อนที่จะมองไปยังทั้งสองคนทั้งเด็กและคนแก่
“แล้วทำไมถึงต่อสู้กันได้เนี้ย”
“ก็แค่ทดสอบนะ” มาคาลอสกล่าวออกมาก่อนที่จะเก็บขวานด้ามใหญ่ของตนไปที่ด้านหลัง
ส่วนซินไม่สนใจใครเขานำดาบมากรีดมือตนเองก่อนที่จะเก็บดาบไปในฝัก
“เดี๋ยวป้าฮีลให้จ๊ะ” ภรรยากิลดาสกล่าวออกมาก่อนที่จะมีแสงสีขาวดูอบอุ่นคุมรอบมือของเธอและซินเอาไว้
หลังจากที่รักษาเสร็จซินก็เดินออกจากกิลด์ทันทีโดยที่เบลเกือบห้ามไม่ทัน
“เดี๋ยวก่อนสิอย่าพึ่งโกรธเลยนะ ที่มาสเตอร์ทำ เขาก็มีเหตุผลของเขาเหมือนกัน” เบลพยายามหยุดซินไว้แต่ก็ห้ามไว้ไม่ได้
“เฮ้อ ข้าขอโทษด้วยที่โจมตีเ้าโดยไม่บอกกล่าวแถมทำคนของเ้าาเ็อีก” มาคาลอสเดินเข้ามาก่อนที่จะก้มหัวขอโทษซินด้วยความรู้สึกผิด
ตอนแรกเขาคิดจะทักทายธรรมดาแต่ััของเขาบอกว่าเด็กนี่น่าจะรับการโจมตีของเขาได้ แล้วมันก็ไม่พลาดจริง ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะหญิงสาวนั้นเอาตัวมาขวางเอาไว้บางทีเขาอาจได้แผลที่ดวงตาและบอดไปตลอดชีวิตแล้ว
“รักษานางซะ” ซินไม่กล่าวอะไรมากมายแต่เขาแค่สั่งมาคาลอสเท่านั้น
“ไม่เป็อะไรเ้าค่ะ” เซมที่ได้รับาเ็ก็หันไปส่ายหน้าให้ซินก่อนที่จะเริ่มรักษาตัวเองด้วยพลังของเธอ
นั้นทำให้มาคาลอสตะลึงอีกครั้งก่อนที่จะสงบลงพร้อมกับบอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง
“งั้นเลี้ยงเหล้าและอาหารคนที่นี่ทั้งหมดเลยแล้วกัน” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ยิ้ม
ก่อนที่จะมีเสียงร้องดีใจะโลั่นกิลด์นักผจญภัย