ไอน้ำสีขาวขุ่นโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามวิกาล บดบังทัศนียภาพรอบด้านจนพร่าเลือน ชายชราชุดขาวนามว่า 'ผู้าุโหลิว' สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงเพื่อสลายหมอกควัน ดวงตาที่ฝ้ามัวของเขาจ้องเขม็งไปที่ร่างเล็กในชุดสีแดงฉานที่ยืนขวางหน้าเขาอยู่
"เ้าหนู... วิชาของเ้าแปลกประหลาดนัก" ผู้าุโหลิวเอ่ยเสียงต่ำ พลังกดดันของ ขอบเขตทะเลิญญา ขั้นกลาง เริ่มแผ่ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาััได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด "แต่ต่อให้เ้าจะมีวิชาประหลาดเพียงใด ช่องว่างระหว่างขอบเขตหลอมรวมปราณกับทะเลิญญานั้นกว้างดุจเหวลึก!"
หนิงจูเชว่แค่นเสียงเหอะในลำคอ นางแอบซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง พลังปะทะเมื่อครู่ทำเอาเส้นชีพจรของนางสั่นะเืไม่น้อย ร่างกายเด็กสาวคนนี้ยังบอบบางเกินไปสำหรับการรับแรงกระแทกจากผู้มีระดับเหนือกว่าถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่
‘ถ้าหากข้ามีพลังเท่าขนเส้นหนึ่งของข้าในชาติก่อน... ตาแก่บ้านี่คงกลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว’ นางคิดในใจ พลางแอบกัดปลายนิ้วชี้จนเืซึมออกมาอย่างเงียบเชียบ
"อาโกว! เฉินอี้! ขนของไปที่รถม้ามู่หย่งให้เร็วที่สุด ใครขวางหน้า... เตะตูดมันซะ!" หนิงจูเชว่สั่งการเสียงเฉียบ
"แต่คุณหนู...เ้าคนเดียวจะไหวหรือ?" มู่หย่งะโถามขณะที่กำลังพยายามลากลังศิลาปราณอย่างทุลักทุเล
"อย่าถามมาก! ถ้าไม่อยากตายก็รีบไป!" นางตวาดกลับ
ผู้าุโหลิวไม่รอช้า เขาประสานมือเข้าหากัน ปราณน้ำแข็งรอบตัวกลั่นตัวเป็ลิ่มน้ำแข็งนับสิบรอบกาย "ฝนเหมันต์!" ลิ่มน้ำแข็งพุ่งเข้าหาหนิงจูเชว่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนปกติจะมองเห็น
หนิงจูเชว่ดวงตาเป็ประกายวาววับ นางไม่หลบหนี แต่กลับวาดนิ้วที่เปื้อนเืลงบนพัดจีบไม้ธรรมดาอย่างรวดเร็ว
"อักขระโลหิต : ผนึกอัคคี!"
วาบ!
ยันต์ชั่วคราวที่เขียนด้วยเืปะทุพลังออกมา เปลวไฟสีแดงเข้มม้วนตัวเป็โล่วงกลมหมุนวนรอบตัวนาง ลิ่มน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาเมื่อปะทะกับเปลวไฟก็ระเหยกลายเป็ไอในทันที แต่นางก็ต้องก้าวถอยหลังไปทุกครั้งที่ลิ่มน้ำแข็งปะทะกับโล่ ใบหน้าเล็กๆ เริ่มซีดเซียวลง
"มีลูกเล่นเยอะนักนะ!" ผู้าุโหลิวแค่นเสียง เขาพุ่งร่างเข้าหาหนิงจูเชว่พร้อมกับปราณที่เคลือบอยู่ที่ฝ่ามือจนดูเหมือนมือที่ทำจากน้ำแข็งแกะสลัก
หนิงจูเชว่รู้ดีว่าหากปะทะตรงๆต่อไป ร่างกายนี้จะพังทลายก่อน นางจึงใช้ประสบการณ์การต่อสู้หมื่นปีเข้าสู้ นางเบี่ยงตัวหลบเพียงองศาเดียวที่ฝ่ามือน้ำแข็งจะถึงตัว พร้อมกับใช้พัดในมือตวัดกลับ
"วิชาเพลิงเทวะอสูร : เพลิงสะบั้น!"
ปราณเพลิงที่สะสมอยู่ที่พัดถูกปล่อยออกมาเป็ใบมีดเพลิงรูปจันทร์เสี้ยว มันแหลมคมและร้อนแรงพอที่จะตัดผ่านปราณป้องกันของผู้าุโหลิวได้!
ฉัวะ!
ชายชราะโถอยหลัง แต่มุมผ้าคลุมไหล่ของเขาก็ถูกเผาจนไหม้เกรียม แถมยังมีรอยไหม้บางๆ ที่แก้ม "เ้า... กล้าทำให้ข้าเสียเืรึ!"
"แก้มเ้าก็เหี่ยวอยู่แล้ว มีรอยเพิ่มอีกนิดคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง?" หนิงจูเชว่พ่นลมหายใจอย่างกวนประสาท แต่นางแอบปาดเหงื่อที่หน้าผาก
ทางด้านอาโกวและเฉินอี้ เมื่อได้รับคำสั่งเด็ดขาด ทั้งคู่ก็ไม่ได้รั้งรอ อาโกวเหมือนกระทิงคลั่ง เขาไม่แม้แต่จะหลบดาบของพวกผู้คุมระดับหลอมรวมปราณ ปล่อยให้คมดาบฟันลงบนิัสีทองแดงของเขาจนเกิดเสียง เคร้ง! ราวกับฟันลงบนแผ่นเหล็ก
"หลีกไป! ศิลาปราณพวกนี้อาจารย์ข้าจองแล้ว!" อาโกวยันพื้นดีดร่างที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังพุ่งชนเข้าที่หน้าอกผู้คุมจนกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร
ส่วนเฉินอี้พริ้วไหวราวกับเกล็ดหิมะ นางไม่ได้เน้นการปะทะด้วยกำลัง แต่ใช้ปราณน้ำแข็งแช่แข็งจุดชีพจรที่ขาและมือของพวกผู้คุม ทำให้คนเ่าั้ขยับตัวไม่ได้และล้มลงทีละคน "ขออภัยด้วยนะเ้าคะ แต่นี่คือคำสั่งของอาจารย์"
มู่หย่งที่เห็นเด็กทั้งสองจัดการเคลียร์ทางให้ ก็รีบไสรถม้าเข้าไปรับศิลาปราณทันที "เร็วเข้าอาโกว! ยกหีบโน่นมาด้วย! นั่นมันศิลาปราณระดับสูง!" มู่หย่งตาเป็ประกายเมื่อเห็นของล้ำค่า
กลับมาที่การปะทะระหว่างหนิงจูเชว่และผู้าุโหลิว ความกดดันเริ่มหนักหน่วงขึ้น ผู้าุโหลิวเริ่มเอาจริง เขาใช้ 'ััิญญา' ล็อกตำแหน่งของหนิงจูเชว่ไว้ทุกย่างก้าว ทำให้นางหลบหลีกได้ยากลำบากขึ้น
"ตายซะ! ฝ่ามือเยือกแข็ง!"
ฝ่ามือขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่หนิงจูเชว่ในจังหวะที่นางเสียหลักจากการใช้ยันต์เืครั้งก่อน
"อาจารย์!" เฉินอี้หันมาะโอย่างใ
หนิงจูเชว่กัดฟันกรอด นางรวบรวมปราณทั้งหมดที่มีในจุดตันเถียน พลางกระซิบชื่อท่าที่นางเคยใช้บ่อยที่สุดในอดีต แต่คราวนี้เป็เวอร์ชันพลังต่ำ "วิชาเพลิงเทวะอสูร : สุริยันดับแสง!"
พัดจีบในมือถูกกางออกสุดกำลัง เพลิงสีแดงม่วงปะทุออกมาเป็วงกลมซ้อนกันเก้าชั้นปะทะกับฝ่ามือน้ำแข็ง แรงะเิทำเอาเหมืองทั้งเหมืองสั่นะเื กำแพงน้ำแข็งพังครืนลงมา
หนิงจูเชว่กระเด็นถอยไปหลายสิบก้าวจนแทบหมดสภาพ ร่างกายกระแทกเข้ากับรถม้าของมู่หย่งจนพังไปแถบหนึ่ง นางกระอักเืออกมาคำเล็ก แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความสะใจ
"ฮ่าๆ... แก่จนปูนนี้แล้ว พลังมีแค่นี้เองรึ?" นางเช็ดเืที่มุมปาก
ผู้าุโหลิวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน มือขวาของเขาถูกไฟลวกจนดำคล้ำ และที่สำคัญ... เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก!
"ศิลาปราณ! พวกเ้า..." เขาหันไปมองคลังที่ตอนนี้ว่างเปล่า
"ขอบใจสำหรับของกำนัลนะตาแก่! อาโกว! ออกรถ!" หนิงจูเชว่ะโขึ้นไปนั่งบนกองหีบศิลาปราณอย่างรวดเร็ว
"หยุดนะ!" ผู้าุโหลิวพยายามจะพุ่งตาม แต่หนิงจูเชว่สะบัดมือทิ้งยันต์กระดาษที่เตรียมไว้ล่วงหน้าไว้เื้ั "ยันต์ะเิเพลิงอสูร! บึ้ม!!!"
เสียงะเิดังกึกก้องปิดท้าย ปิดกั้นทางออกเหมืองด้วยหินถล่ม ผู้าุโหลิวได้แต่ยืนคำรามด้วยความแค้นท่ามกลางซากเหมืองที่พังพินาศ
บนรถม้าที่วิ่งตะบึงออกไป มู่หย่งนั่งปาดเหงื่อพลางกอดหีบศิลา "เรา... เราทำสำเร็จจริงๆหรือนี่ ปล้นสำนักเหมันต์นิรันดร์ต่อหน้าผู้าุโระดับทะเลิญญา!"
"อาจารย์สุดยอดมากขอรับ!" อาโกวหัวเราะร่า แม้ตามตัวจะมีรอยฟกช้ำ
หนิงจูเชว่นอนแผ่อยู่บนหีบศิลา นางเหนื่อยจนแทบขยับนิ้วไม่ได้ "เงียบๆหน่อย... ข้าจะนอน... แล้วมู่หย่ง เ้านับเงินให้ดีล่ะ ถ้าหายไปแม้แต่ผลึกเดียว... ข้าจะเอาเ้าไปปิ้งแทนหมูหัน..."
เฉินอี้มองอาจารย์ด้วยรอยยิ้มบางๆ นางรู้ดีว่าอาจารย์ยอมเสี่ยงชีวิตปะทะกับคนเก่งกว่าเพื่อหาทรัพยากรมาให้พวกนางพัฒนาตนเอง นี่คืออาจารย์ที่ปากร้าย... แต่ใจร้อนแรงยิ่งกว่าเพลิงอสูรเสียอีก