“เข้ามาข้างในก่อนสิ เซเลน่าเรามีเื่ต้องคุยกันยาวเลยล่ะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเยว่จั้งราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง ชายหนุ่มขยับตัวกลับไปเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้หน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวหนาเตอะส่องแสงสะท้อนวูบวาบอยู่ในความสลัวของห้องออฟฟิศ
เซเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยขณะก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เธอปิดประตูลงอย่างแ่เบา ดวงตาสีฟ้าครามหลุบต่ำ ไม่กล้าสบตากับเ้าของอพาร์ตเมนต์โดยตรง
ในหัวของเยว่จั้ง ภาพความทรงจำจากชาติก่อนกำลังฉายชัดราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกนำมาเปิดซ้ำ เซเลน่า หญิงสาวชาวรัสเซียผู้โชคร้าย ในอดีตเขาจำได้ดีว่าหล่อนค้างค่าเช่าแบบนี้แหละ ตอนนั้นเขาเป็เพียงไอ้หนุ่มขี้ขลาดที่หลงแฟนจนโง่งม เฉินอีอีบังเอิญมาเห็นเซเลน่าเข้าพอดี นังงูพิษนั่นเกิดอาการหึงหวงและดูถูกเหยียดหยามชาวต่างชาติสารพัด บีบบังคับให้เขาไล่เซเลน่าออกจากตึกทันที
ผลลัพธ์ของความอ่อนแอในวันนั้น คือการผลักไสให้หญิงสาวที่ไร้ที่พึ่งต้องตกลงไปในขุมนรก เซเลน่าไร้บ้าน ไร้เงิน ท้ายที่สุดก็ถูกหลอกให้ติดยาเสพติด ท้องโตโดยไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเด็ก และถูกทางการส่งตัวกลับประเทศในสภาพที่ยับเยินราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว
ทว่านั่นคือเื่ราวของเยว่จั้งคนเก่า
ชายวัย 46 ปีในร่างหนุ่มแค่นยิ้มเ็าในใจ ชาตินี้เขาจะไม่ยอดปล่อยให้แม่พันธุ์ชั้นดีที่มีสายเืต่างชาติ รูปร่างสมบูรณ์แบบ และอาจให้กำเนิดทายาทระดับสูงของตระกูลเยว่ ต้องหลุดมือไปเด็ดขาด
“นั่งลงสิ” เยว่จั้งผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
เซเลน่านั่งลงอย่างว่านอนสอนง่าย มือทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่นอย่างประหม่า เธอกัดริมฝีปากล่างก่อนจะเริ่มอธิบายสถานการณ์ของตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คุณเยว่จั้งฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ งานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารเถ้าแก่เขาปิดร้านหนีไปแล้ว ฉันไม่ได้ค่าแรงเลยสักหยวนเดียว”
หยาดน้ำตาใสๆ เริ่มเอ่อคลอในดวงตาสีฟ้าคู่สวย
“ที่บ้านที่รัสเซียคุณพ่อเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับค่าผ่าตัดรักษาตัว เงินที่จะส่งมาให้ฉันเรียนก็เลยไม่มี ฉันไม่มีเงินเลยจริงๆ ค่ะ ขอร้องล่ะค่ะเดือนนี้อย่าเพิ่งเก็บค่าเช่าฉันเลยนะคะ ขอเวลาฉันหางานใหม่...”
เยว่จั้งนิ่งฟังอย่างสงบ ใบหน้าของเขาไม่มีความเห็นใจหรือความสงสารเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงการคำนวณผลประโยชน์ที่เย็นเหยียบ เขาปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาสร้างความกดดันให้หญิงสาวอยู่ครู่ใหญ่ เสียงพัดลมระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์และเสียงนาฬิกาแขวนผนังที่ดังติ๊กๆ ยิ่งทำให้เซเลน่ารู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบรัดหัวใจ
ชายหนุ่มหยัดตัวลุกขึ้นยืน เขาก้าวเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานไปหยุดอยู่ด้านหลังของร่างบาง
เซเลน่าสะดุ้งเฮือกเมื่อััได้ถึงความร้อนจากฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเธออย่างจาบจ้วง
เยว่จั้งก้มหน้าลงมากล่าวที่ข้างหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวเนียนจนหญิงสาวขนลุกซู่ “เซเลน่า เธอค้างค่าเช่าฉันมาสามเดือนแล้วนะ รวมค่าน้ำค่าไฟก็ตกอยู่ที่ราวๆ 1,350 หยวน แล้วเดือนหน้าล่ะ? ถ้าเธอยังหางานไม่ได้ เธอจะไม่ค้างค่าเช่าเป็เดือนที่สี่เดือนที่ห้าเหรอ? หรือเธอคิดจะกินอากาศประทังชีวิต?”
คำถามที่แทงใจดำทำเอาเซเลน่าพูดไม่ออก น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้ม เธอไม่มีคำตอบให้เขา เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริงทุกประการ ในเมืองใหญ่ที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ หากไม่มีเงินก็ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็
“ฉันไม่ใช่มูลนิธิการกุศลนะเซเลน่า อพาร์ตเมนต์นี้คือธุรกิจ” มือหนาของเยว่จั้งเริ่มออกแรงบีบนวดไหล่ของเธอ มันเป็ััที่คุกคามแต่ก็แฝงไปด้วยความผ่อนคลายอย่างประหลาด
“แต่ฉันมีทางออกให้เธอ ทางออกที่เธอไม่ต้องกังวลเื่ค่าเช่าอีกต่อไป”
หญิงสาวช้อนตามองเขาผ่านม่านน้ำตา ความหวังริบหรี่จุดประกายขึ้น “ทะทางออกอะไรคะ?”
เยว่จั้งแสยะยิ้ม ั์ตาสีเข้มวาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม “มาเป็ผู้หญิงของฉันสิ แค่นอนกับฉัน แล้วค่าเช่าทั้งหมดของเธอฉันจะยกให้ฟรี”
ประโยคที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความอ้อมค้อมใดๆ ทำเอาสติของเซเลน่าขาดผึง
เธอเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกตะลึงสุดขีด ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าค้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกและอับอาย เยว่จั้งที่เธอเคยรู้จักคือชายหนุ่มที่ดูซื่อๆ และมักจะหลบสายตาคนเสมอ แต่วันนี้ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอกลับมีกลิ่นอายของปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งเป็
“คุณล้อฉันเล่นใช่ไหมคะ” เธอละล่ำละลักถาม
“ฉันดูเหมือนคนชอบพูดเล่นหรือไง?”
เยว่จั้งผละมือออกจากไหล่ของเธอ เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิม ท่าทีของเขาผ่อนคลายและไม่ได้แสดงความหื่นกระหายแต่อย่างใด มันยิ่งทำให้ข้อเสนอนี้ดูเป็การทำธุรกิจที่เยือกเย็น
“ฉันไม่ได้บังคับเธอ เซเลน่าร่างกายเป็ของเธอ เธอมีสิทธิ์เลือก”
เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา
“ฉันให้เวลาเธอคิดหนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าลงมาให้คำตอบฉัน ถ้าเธอปฏิเสธก็เตรียมเก็บของย้ายออกไปได้เลย”
เซเลน่าลุกขึ้นยืนด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นเทา เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินออกจากออฟฟิศและปีนบันไดขึ้นมาถึงชั้นสามได้อย่างไร
เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้อง 304 ของตัวเอง หญิงสาวก็ทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง ห้องขนาดเล็กดูอึดอัดและคับแคบ สายตาของเธอทอดมองออกไปที่นอกระเบียงลูกกรงเหล็กดัดที่ระเบียงถูกเชื่อมปิดตายไร้แม่กุญแจให้ไขออก มันถูกสร้างมาแบบลวกๆ ในยุคก่อนเพื่อป้องกันขโมย แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกน้อยที่ถูกขังอยู่ในกรงมารที่ไม่มีวันหนีรอด
หนีไปไหนได้ล่ะ? พาสปอร์ตก็ถูกยึดไว้กับนายจ้างที่หนีไป เงินสักหยวนก็ไม่มี
เซเลน่าลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเข้าไปในห้องน้ำแคบๆ เธอถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายที่เปลือยเปล่า เปิดฝักบัวปล่อยให้สายน้ำเย็นเฉียบไหลชโลมรดั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อหวังว่ามันจะช่วยดับความว้าวุ่นในใจลงได้บ้าง
หยาดน้ำเกาะพราวบนผิวขาว ส่วนเว้าส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบถูกขับเน้นด้วยเงามืด ช่างเป็ความงดงามที่แฝงไปด้วยความเปราะบางและน่าทะนุถนอม
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอไม่ได้สวมเสื้อผ้าด้วยซ้ำ มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พันรอบศีรษะ หญิงสาวเดินเปลือยกายออกมานั่งบนเตียงเก่าๆ หยิบกล่องข้าวผัดริมทางราคาถูกที่เย็นชืดมาเปิดกินเงียบๆ
ภาพความแตกต่างช่างน่าอดสู เรือนร่างที่งดงามราวกับเทพธิดา กลับต้องมานั่งกินข้าวกล่องบูดๆ ในห้องพักซอมซ่อ
คำพูดของเยว่จั้งยังคงดังก้องอยู่ในหัว
'มาเป็ผู้หญิงของฉันสิ'
ั้แ่เกิดมาจนอายุ 20 ปี เซเลน่าไม่เคยมีแฟน ไม่เคยแม้แต่จะจับมือกับผู้ชาย ความบริสุทธิ์คือสิ่งเดียวที่เธอหวงแหนและเหลืออยู่เป็สมบัติชิ้นสุดท้าย แต่ตอนนี้เธอถูกบีบให้ต้องเอามันมาแลกกับที่ซุกหัวนอน
เธอจะยอมทิ้งศักดิ์ศรี หรือจะยอมถูกโยนออกไปข้างนอกให้พวกนักเลงข้างถนนย่ำยี?
ค่ำคืนนั้น เซเลน่านอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง สติของเธอสับสนวุ่นวาย ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจของเยว่จั้งปรากฏขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนั้นมีแรงดึงดูดบางอย่างที่อันตราย รังสีความเด็ดขาดที่เขามี มันทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
.....................................
เช้าวันถัดมา
แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านรอยแตกของม่านบังตาเข้ามาในออฟฟิศชั้นหนึ่ง เยว่จั้งนั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ที่โต๊ะทำงาน ดวงตาจ้องมองหน้าจอระบบโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศ เขากำลังตรวจสอบข้อมูลสายเืที่ระบบประเมินไว้
หากเซเลน่าตั้งครรภ์ โอกาสที่ทารกจะได้รับพร์ระดับ A ขึ้นไปมีสูงถึง 70% เนื่องจากความแตกต่างทางพันธุกรรมที่ผสานกันอย่างลงตัว
เยว่จั้งยกยิ้มมุมปาก เมื่อคืนเขาหลับสบายมากผิดกับอีกคนที่คงจะตาค้างทั้งคืน เขารู้จักผู้หญิงดี รู้ว่าความกดดันจากความจนมันน่ากลัวแค่ไหน ยิ่งไม่มีทางเลือก กำแพงศีลธรรมและศักดิ์ศรีก็จะยิ่งพังทลายลงมาง่ายขึ้น
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ
ร่างของเซเลน่าปรากฏขึ้นที่หน้าประตู วันนี้เธอสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวที่ดูสะอาดสะอ้านที่สุดเท่าที่เธอมี ใต้ดวงตาสีฟ้าครามมีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการไม่ได้นอนทั้งคืน ทว่าใบหน้าของเธอกลับเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกเหมือนเมื่อวาน
เธอตัดสินใจแล้ว
เยว่จั้งวางแก้วกาแฟลง แสงเงาจากบานเกล็ดทาบทับลงบนใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มของาาก็อบลินที่กำลังจะได้รับบรรณาการชิ้นแรก
“ฉันคิดมาทั้งคืนแล้วค่ะ” เสียงของเซเลน่าสั่นเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอเดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะใช้มือเรียวเอื้อมไปจับลูกบิดประตูแล้วปิดประตู
ท่ามกลางความเงียบ เซเลน่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเ้าของอพาร์ตเมนต์ สองมือของเธอค่อยๆ เอื้อมไปปลดกระดุมเม็ดบนของชุดเดรสช้าๆ สายตาประสานเข้ากับดวงตาของชายหนุ่ม
“ฉันตกลงค่ะคุณเยว่จั้ง”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของนักล่าทอประกายวาบหวามและดุดัน เขาเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังสั่นสะท้าน มือหนาเอื้อมไปดึงม่านบังตาที่หน้าต่างลงจนสุด ปิดกั้นแสงสว่างจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
“ถ้าอย่างนั้น เรามาจ่ายค่าเช่ากันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า”
เยว่จั้งขยับเข้าใกล้ริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ ััได้ถึงอุณหภูมิความร้อนผ่าวจากผิวกายที่กำลังประหม่าสุดขีด