บทที่ 4 นี่ข้าโดนตบหน้าเร็วไปไหม?
กลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายลอยไปตามลม แม้แต่เป่ยิอินที่ไม่แตะต้องอาหารมานานหลายปี ก็ยังถูกดึงดูด เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น
หนานลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นเนื้อหอมกรุ่นทำให้น้ำลายสอ นางนี่มันมีพร์ในการทำอาหารจริงๆ
แต่พอเงยหน้าขึ้น หนานลี่ก็สบตากับดวงตาคู่หนึ่ง จึงเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ "อยากกินไหม"
เป่ยิอินเม้มปาก ดวงตาทอแวววูบไหว เขามองออกอย่างรวดเร็วว่าสตรีที่กำลังกินเนื้อย่างอยู่ตรงหน้า ที่แท้เป็บุปผา แต่บุปผานี้ไม่ธรรมดา เป็ดอกปี่อั้นจากแม่น้ำแห่งการลืมเลือน
ไม่คิดว่าปีศาจบุปผาจะชอบกินเนื้อ ช่างน่าแปลกจริงๆ!
ดวงตาของเป่ยิอินเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาส่ายหน้าแล้วพูดว่า "เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่?"
เมื่อครู่ตอนที่เขาร่วงลงมา เขาััไม่ได้เลยว่ามีปีศาจอยู่ใกล้ๆ
หนานลี่กัดเนื้อกระต่ายเข้าปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สักพักก็ตอบว่า "อ้อ เพราะข้าได้รับความช่วยเหลือจากเ้า ก็เลยมาตอบแทน ... เ้าช่วยให้ข้าได้อยู่ในร่างมนุษย์ ข้าจึงมาช่วยป้อนน้ำให้เ้า เท่านี้ก็ถือว่าพวกเราก็หายกัน"
คิ้วของเป่ยิอินขมวดเล็กน้อย "ข้าเป็คนช่วยให้เ้าได้อยู่ในร่างมนุษย์ บุญคุณขนาดนี้ แค่ให้น้ำดื่ม จะถือว่าหายกันได้ยังไง?"
หนานลี่พยักหน้า "เอ่อ ... เ้าตั้งใจจะบอกอะไร?"
เป่ยิอินพูดต่อ "ข้ามีบุญคุณต่อเ้า เช่นนั้น ... เ้าก็มาอยู่ข้างกายข้า เป็สาวใช้ให้ข้าก็แล้วกัน"
มุมปากของหนานลี่กระตุก มองเป่ยิอินด้วยสายตาเหมือนมองคนโรคจิต ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วย?
"นี่ เรามาเดิมพันกันไหม ถ้าข้าชนะ เ้าต้องมาเป็คนรับใช้ให้ข้า ตกลงไหม" นักรบหญิงแห่งยุคโลกาวินาศเอียงคอจนเกิดเสียงดังแกรกๆ มองพระเอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าทีดูน่าเกรงขามมาก
การใช้ชีวิตอยู่ในยุคโลกาวินาศมาเป็เวลานาน ทำให้ใบหน้าของหนานลี่ไม่แสดงอารมณ์ แม้จะเกิดใหม่แล้วก็ตาม แต่เป็ไปไม่ได้ที่นางจะยิ้มแย้ม
เนื่องจากซอมบี้ไม่เข้าใจสีหน้าของมนุษย์ ดังนั้นเวลาอยู่ต่อหน้ามัน นางจึงไม่จำเป็ต้องแสดงสีหน้าใดๆ
มุมปากของเป่ยิอินกระตุก เขารู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังโดนปีศาจน้อยดูถูก
"เ้าอยากจะเดิมพันอะไรกับข้า"
หนานลี่กลอกตา ยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่้า "เรามาเดิมพันกันว่า มีนกอยู่บนต้นไม้นี้กี่ตัว"
เป่ยิอินมองตามไปยังทิศทางที่นิ้วของหนานลี่ชี้ พูดอย่างไม่ใส่ใจ "ห้าตัว"
"ตอบไวจริง" หนานลี่กะพริบตา เงยหน้าขึ้นมองตาม แต่นับยังไงก็ไม่ครบห้า นี่เขาเดามั่วหรือเปล่า?
หนานลี่ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "ข้าทายว่าสี่ตัว!"
เป่ยิอินยกมือขึ้นช้าๆ บังเกิดลมพัดผ่าน ใบไม้บนต้นไม้ก็สั่นไหว ครู่ต่อมา นกห้าตัวก็กระพือปีก ส่งเสียงร้อง บินขึ้นไปบนฟ้า
มองดูนกที่บินสูงขึ้นเรื่อยๆ บนท้องฟ้า ขมับของหนานลี่ปรากฏเส้นเืสีดำปูดขึ้นมาสามเส้น นี่จะโดนตบหน้าเร็วไปไหม รู้งี้ข้าน่าจะเงียบปากไว้
แต่ในเมื่อเื่มันเป็แบบนี้ไปแล้ว หนานลี่จึงได้แต่พูดอย่างไม่เต็มใจ "เ้าชนะแล้ว"
เพื่อภารกิจ นางจึงต้องอยู่เคียงข้างพระเอก ถ้าพระเอกคิดจะลวนลามนาง ก็เตรียมตัวตายได้เลย
เห็นปีศาจน้อยทำหน้าสิ้นหวัง เป่ยิอินจึงกระแอมเบาๆ "ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ให้เ้าเป็ทาสรับใช้ไปตลอดหรอก แค่สามเดือนเท่านั้น หลังจากนั้นข้าจะปล่อยเ้าเป็อิสระ"
หนานลี่คิดในใจ : ระบบสือปา พระเอกเขาเป็อะไรหรือเปล่า อยากเก็บข้าไว้ข้างกายทำไม? อย่าบอกนะว่า เขาชอบข้าเข้าแล้ว แต่ข้าไม่ได้ชอบเขานะ ไม่อยากอยู่ข้างกายเขา คอยรับใช้เขา ปีศาจที่ใจบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างข้า จะไม่มีวัน "รักใครที่ไม่สามารถ จนสุดท้ายจมอยู่ในความเกลียดชัง"
ระบบ "ภารกิจแรกของท่านคืออยู่เคียงข้างพระเอก กระชับความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางเอก"
หนานลี่ "ข้าว่าข้าได้รับบทนางร้ายหาเื่ใส่ตัวนะ ไม่ใช่แม่สื่อแม่ชัก แล้วข้าก็ไม่เก่งเื่รับใช้คนอื่น หรือจะทำอะไรต้องมาคอยคาดเดาสีหน้าของคนอื่นด้วย"
ในยุคโลกาวินาศ หนานลี่ที่คุ้นเคยกับการปลดปล่อยตัวเอง นางใช้ชีวิตอย่างตรงไปตรงมา จึงปฏิเสธการใช้ชีวิตแบบทาสในสมัยโบราณ
ระบบ "โฮสต์ลืมไปแล้วหรือ ว่าท่านต้องทำภารกิจให้สำเร็จ เปลี่ยนแปลงจุดจบอันน่าเศร้าของนางร้าย สะสมค่าความดีความชอบ เพื่อที่จะได้กลับไปยังโลกของท่าน"
หนานลี่ได้ยินก็กัดฟันกรอด พูดตามตรง โดนขู่แบบนี้ คงมีแต่ต้องยอมแพ้
หนานลี่มองเป่ยิอิน นางยักไหล่ ทำสีหน้าเ้าเล่ห์ "ก็ได้ เ้าเป็ถึงผู้มีพระคุณ เ้าพูดอะไร ข้าก็ไม่ขัดหรอก แต่ต้องบอกก่อนนะ ข้าชงชาไม่เป็ ทำอาหารไม่เป็ ทำความสะอาดไม่เป็ รับใช้คนอื่นก็ไม่เป็ เ้าแน่ใจหรือ ว่าจะให้ข้าอยู่เคียงข้างเ้า"
เป่ยิอินคิดในใจ : ปีศาจบุปผาตนนี้ซื่อสัตย์ดี นางเพิ่งจะกลายร่างมนุษย์ ทำอะไรไม่เป็ก็ปกติ
อันที่จริง เป่ยิอินแค่สนใจที่นางเป็ถึงปีศาจบุปผา แต่กลับชอบกินเนื้อ จึงอยากจะเก็บไว้ข้างกายเพื่อศึกษาเฉยๆ เพราะชีวิตของเซียนช่างน่าเบื่อหน่ายนัก นานๆ ทีถึงจะได้เจอปีศาจตัวน้อยที่น่าสนใจเช่นนี้ ...
เป่ยิอินตัดสินใจ จึงยิ้มออกมา "ไม่เป็ไร สิ่งที่เ้าทำไม่เป็ ข้าสามารถสอนเ้าได้!"
หนานลี่ "..."