บ้านสกุลหาน ภายในโถงรับรองของเรือนไผ่หยก
“อ๊ะ! พี่ฉวน” เสียงแ่หวานของดรุณีน้อยดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มเมื่อพวงแก้มถูกปลายจมูกโด่งสันฉกด้วยการหอมไปหนึ่งที
สาวน้อยเอียงหน้าหนี “ไม่เอาเ้าค่ะ มันไม่งาม”
“จะเป็ไรไปเล่า?”
เสียงทุ้มต่ำฟังดูอู้อี้อยู่ริมหู พร้อมลมหายใจร้อนกรุ่น รินรดยามริมฝีปากหยอกเอิน “ขอข้ามองเ้าใกล้ๆ นะ”
“อ๊ะ!” ชิงหลินหดคอบ่ายเบี่ยง รู้สึกร้อนวูบวาบอับอาย
จางฉวนเอ่ยอย่างเอาแต่ใจกับคู่หมั้นของตน “ในเมื่อภายหน้าเราสองคนต้องแต่งงานกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง จะช้าจะเร็ว เ้าย่อมเป็ของข้า วันนี้หากสมปรารถนา ไยมิใช่สมควรแล้ว”
น้ำเสียงเข้มหนักดังพร้อมกับเสียงขยับริมฝีปากกดจูบที่ลำคอระหง และเสียงเสื้อผ้าเสียดสี
“มาเถิด ข้า้าเ้า...”
บนเก้าอี้ตัวยาวหลังโต๊ะภายในห้องรับรองที่ปลอดผู้คน ชิงหลินพยายามเบี่ยงกายหลบเลี่ยงฝ่ามือร้อนผ่าวที่แสนซุกซน ปลายลิ้นร้อนลวกที่แสนเอาแต่ใจ นางรีบถอยอย่างลนลาน
ฝ่ามือหนึ่งรีบยกขึ้นมาดันแผงอกหนา อีกมือหนึ่งยังพยายามยับยั้งเรียวนิ้วของคนรักที่กำลังจะกระตุกสายคาดเอวของนางเพื่อล้วงเข้ามาหาเนินอกกลมกลึงเพื่อคลึงเล่น
หญิงสาวพยายามเอ่ยเตือนสติคู่หมั้น ด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักว่า “แต่ว่าเรายังมิทันได้แต่งงานกันนะ ท่านควรให้เกียรติข้า จนกว่าจะถึงยามส่งตัวเข้าหอ...”
สิ้นคำนั้น จางฉวนจึงหยุดชะงัก ได้สติกลับคืน
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากซอกคอและดึงมือออกจากสาบเสื้ออีกฝ่าย
ใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อหยุดอารมณ์ปรารถนา ถอยหลังไปนั่งอย่างสงบ เก็บสายตาร้อนแรงกลับมาแล้วเสมองไปทางอื่น
รอบด้านพลันอึมครึมมัวหม่น มิใช่บรรยากาศของคู่รักอีกต่อไป
“เ้าพูดมาก็ถูก...”
ระหว่างที่จางฉวนเอ่ยพึมพำเบาๆ ปราศจากคำขอโทษ อันใด ชิงหลินได้แต่ก้มหน้าหลุบตาค้อมศีรษะ บนใบหน้าแดงก่ำแฝงความขลาดอาย รู้สึกกระวนกระวายและลังเลต่อเหตุการณ์ตรงหน้า
หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าของตนด้วยมืออันสั่นเทา ท่าทางตื่นกลัว ลอบมองหน้าของชายคนรัก ในใจคิดเพียงว่า นางชอบใบหน้าหล่อเหลาของคู่หมั้นเป็อย่างมาก ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งชอบ เพียงแต่นางยังไม่พร้อม ความมั่นใจใดๆ ก็ไม่มี หน้าอกหรือก็ยังไม่ใหญ่เท่าใด กลิ่นกายก็ไม่แน่ว่าจะหมดความหอมไปนานแล้ว มันน่าอายเกินไปจริงๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกขลาดเขลาไม่น้อย
เดิมทีชิงหลินมักจะนัดพบกับจางฉวนในศาลากลางสวนที่ไร้ซึ่งกำแพงปิดกั้นสายตาทั้งยังเปิดเผยรอบทิศ มิอาจทำการล่วงล้ำเกินเลยอันใดต่อกันแม้แต่น้อย
ทว่าวันนี้ยามเดินทอดน่องกลับคุยกันเพลิดเพลินมากนัก รู้ตัวอีกทีก็เข้ามานั่งในห้องรับรองของเรือนตัวเอง
ถัดจากห้องนี้ไม่ไกลก็คือห้องนอน หากนางไม่อาจยับยั้งเกรงว่าคงทำผิดประเพณีอย่างมหันต์แล้ว
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างตระหนก ตบอกตนเองเบาๆ ให้หัวใจเต้นช้าลง สีหน้าเอียงอายมากล้น พวงแก้มทั้งสองแดงก่ำ ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคู่หมั้นอย่างเชื่องช้า เก็บกดความรู้สึกเสียดายเอาไว้ให้ลึกสุดใจ
ทว่ากลับเห็นเขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วคล้ายโกรธกรุ่น พริบตานั้นจางฉวนก็หันมาก้มหน้ามองด้วยสายตาที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร เขาคลี่ยิ้มมุมปากไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอารมณ์ใด ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังว่า
“วันนี้ ข้าต้องกลับก่อน แล้วจะมาหาเ้าใหม่”
จบคำก็เดินจากไปอย่างเฉยเมย ไม่มองคนรักอีกเลย
ชั่วขณะนั้น ใบหน้าชิงหลินพลันซีดเผือด มองจางฉวนอย่างรู้สึกผิดทันที
ในห้องที่เคยมีเสียงคุยหยอกล้อก่อนหน้านี้พลันเงียบงัน คงเหลือสตรีผู้หนึ่งนั่งโง่งม
ครู่ใหญ่ชิงหลินจึงคิดได้ว่าควรไปขอโทษจางฉวน นางรีบลุกขึ้นอย่างร้อนรนแล้ววิ่งออกจากเรือนอย่างเร็ว ในใจยังคิดว่าควรเร่งรัดเื่การแต่งงานเสียที ปีนี้อายุนางก็ใกล้สิบหกปีแล้ว
เมื่อปลายเท้าวิ่งมาหยุดอยู่กลางลานหน้าเรือน หญิงสาวมองไปจนทั่ว กลับไม่เห็นชายคนรัก ชิงหลินให้รู้สึกเ็ปใจนัก
นางไม่ควรปฏิเสธเขา…



