กิ๊กตาเหลือก ตัวสั่น หายใจแรง ระล่ำระลัก ปากหล่อนร้อง
“ว๊าย ตายแล้วคุณ คุณ เป็ไงบ้าง ช่วยด้วย ช่วยด้วย มีคนโดนตี มีคนโดนทำร้าย ช่วยด้วย”
เมื่อเห็นชายหนุ่มเขาอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่า จึงถลาย่อตัวลงประคองเขาไว้ในขณะที่เห็นลิ่มเืพุ่งทะลักออกจากมือชายหนุ่มที่กางกุมกดไปตรงแผลด้วยใบหน้าเหยเก
เสียงเออะโวยวายกรี๊ดกร๊าดของชายหญิงดังลั่นต่างคนต่างพูดผสมเสียงเพลงที่ดังสนั่นทำให้ทุกอย่างดูวุ่นวาย
“เฮ้ย อะไรว่ะ”
“เอ้ย ไอ้พงศ์เป็ไรว่ะ”
เพื่อนสองคนของพงศกรวิ่งพราดมาหาถามออกมาแทบจะพร้อมกัน
“ไอ้นั่นมันมันทำร้ายกู”
พงศกรเงยหน้าชี้มือไปที่โต๊ะคนที่ทำร้ายเขาเพราะหลังจากทำร้ายเขาแล้ว มันยังยืนยิ้มพอใจมองผลงานตัวเองอยู่อย่างไม่เกรงกลัว
“มึงมึงทำเพื่อนกู”
สองเพื่อนซี้ของพงศกรพุ่งตัวเข้าไปหาอีกสามคนที่ยืนจังก้าทั้งหมดทะยานเข้าชกต่อยทำร้ายกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงดัง
“ตุ๊บ ตั๊บ พลั๊กโครม”
ข้าวของแตกหักเสียหาย นักท่องราตรีแตกฮือราวผึ้งแตกรัง ต่างคนต่างวิ่งเอาตัวรอดแบบไม่สนใจใครเสียงอึกทึกคึกโครมดังสนั่น
พงศกรสูดลมหายใจเรียกพลังอดทนกับความเจ็บของาแฝืนลุกขึ้นแล้วรีบคว้าข้อมือกิ๊กที่ยังหน้าตื่นตระหนกฉุดให้วิ่งรวมกลุ่มคนออกไปจากผับปล่อยให้เพื่อนของเขาจัดการคู่อริอย่างดุเดือด
สักพักพงศกรได้ยินเสียง
“ปรี๊ด ปรี๊ด”
ดังไล่หลัง คงเป็เสียง การ์ด ของผับที่เข้ามาระงับเหตุ พวกมันคงไม่เป็อะไรหรอก เขาคิด ตอนนี้เขาเจ็บ คงต้องหลบออกจากที่นี่ไปก่อน
ปิ่นซึ่งเสร็จธุระออกจากห้องน้ำพอดีได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งไปดู เห็นคนกรูกันออกจากผับและตรงกลางลานกว้างสำหรับเต้น ผู้ชายสี่หรือห้าคนกำลังตะลุมบอนกันอย่างน่ากลัว หญิงสาวชะโงกหน้ามองฝ่าฝูงชนไปยังโต๊ะของหล่อนเพราะห่วงเพื่อนกลับพบเพียงความว่างเปล่า มองไปที่ฝูงชนที่วิ่งตามกันออกจากผับ หล่อนจึงอุทานเบา ๆ
“กิ๊ก อยู่ไหนนะ”
ด้วยความเป็ห่วงแต่จำใจต้องวิ่งตามคนอื่นออกจากผับไปเมื่อ การ์ด หลายคนของผับเป่านกหวีดแล้ววิ่งกรูเข้าระงับเหตุ
พอออกมาถึงหน้าประตูผับ ปิ่นมองไปรอบตัว ดวงตาหล่อนกวาดไปจนทั่ว หญิงสาวกัดฟัน ใจเต้นแรง เมื่อมองไม่เห็นเพื่อน ความเป็ห่วงกังวลและรู้สึกผิดทำให้หญิงสาวต้องถอยหลังไปพิงกำแพงตึกอย่างอ่อนแรง แล้วรำพึงอย่างคนสำนึกผิด
“กิ๊ก กิ๊ก เธออยู่ไหนนะ อย่าเป็อะไรนะ ปิ่นขอโทษ ปิ่นไม่น่าพากิ๊กมาที่นี่เลยปิ่นขอโทษ”
และกล่าวโทษตัวเองซ้ำๆ ด้วยความเสียใจ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥