“เอ่ออ..อ” นางรู้สึกถึงแผ่นหลังตนเองจะชื้นเหงื่อแบบแปลกๆ
“เหตุใดบุตรีท่านเสนาบดีไป่ถึงมีอาการเช่นนั้น" ท่านเสนาบดีถามย้ำอีก
ทำหน้าเศร้าพร้อมกล่าว “เป็ลูกที่ใส่ยาปลุกกำหนัดลงไปในสุราดอกท้อเ้าค่ะ.." เหลือบมองหย่งเจี้ยนแล้วพูดต่อ "เพราะนางพึงใจต่อพี่หย่งเจี้ยนจึงมาขอให้ลูกช่วย” ทำน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร ‘ใครจะกล้าพูดล่ะว่าเป็แผนของตัวเอง โยนเผือกร้อนให้พ้นทางค่อยว่ากัน’
“นี่นางถึงกับกล้าวางยาตนเองเพื่อให้พี่หย่งเจี้ยนแตะต้องนางเลยรึ..ช่างกล้า” หย่งเซิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดอย่างเจ็บใจ เหม่ยเซียนหน้านิ่วคิ้วขมวด 'เชื่อง่ายจัง คดีพลิกหมดขอโทษด้วยละกันแม่นางเอก'
หย่งเจี้ยนมีสีหน้ามืดครึ้มไปหลายส่วนเมื่อได้ยินว่าเป็เพราะสตรีสกุลไป่มาขอร้องเหม่ยเอ๋อร์จึงพูดว่า
“คราวหน้าคราวหลังเ้าไม่ต้องไปช่วยผู้ใดทั้งสิ้น หมดทั้งเมืองหลวงพี่กับน้องสามพึงใจรักแค่เ้าต่อไปหากนางมาขอร้องเ้าอีกพี่จะจัดการนางให้หนักเลยคอยดูเถิด”
‘หะ…สารภาพรักใช่มั้ยนะ เอ๊ะ!! รึฟังผิด’ เหม่ยเซียนหันมองหย่งเจี้ยนสลับกับหย่งเซิงหน้าแดง
“พึงใจรักข้ารึเ้าคะ??” ชี้มาที่ตัวเอง และชี้ไปที่หย่งเซิงกับหย่งเจี้ยน ‘สองคนเลยเหรอ’
“อืม/อืม….” ตอบเองหน้าแดงเอง ทั้งสามคนทำหน้าไม่ถูกได้แต่มองซ้ายมองขวาอย่างเขินอาย ท่านเสนาบดีมองบุตรสาวหน้ายุ่ง
“องครักษ์กงลี่บอกพ่อว่าเ้าดื่มสุราดอกท้อไปนิดหน่อย ทำให้มีอาการอ่อนแรง หายใจเหนื่อยหอบจริงรึ?? ..แล้วตอนนี้เป็เช่นไร?"
“ใช่เ้าค่ะ ..พี่หย่งเจี้ยนบอกให้ลูกดื่มเป็เพื่อนคุณหนูไป่เพื่อมิให้เสียมารยาท ตอนนี้ลูกไม่เป็อะไรแล้วเพราะลูกจิบไปเพียงนิด” ท่านเสนาบดีหันขวับไปมองเ้าหย่งเจี้ยนอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์ไม่ทราบขอรับว่าในสุราผสมยาอยู่..ถ้าหากรู้คงมิให้นางดื่ม หลังจากนั้นน้องสามก็อุ้มนางไปยังเรือนหลานฮวาแล้วก็..อย่างที่ท่านอาจารย์เห็น” หย่งเจี้ยนแก้ตัวพร้อมลากหย่งเซิงให้เข้ามามีบทบาทร่วม
“เฮ้ออ…เหม่ยเอ๋อร์อย่างไรเ้าก็เสียหายพ่อจะมิบังคับเ้าและให้สิทธิ์เ้าเลือก เื่ใหญ่เช่นนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ลูกเข้าใจที่พ่อกล่าวใช่หรือไม่?"
“ลูกเข้าใจเ้าค่ะ…."
คิดด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง ‘พระเอกกับพระรองชอบนางงั้นเรอะ..หนำซ้ำวันนี้ยังไปจูบทั้งสองอีกต่างหาก หากเลือกหนึ่งคนแล้วอีกคนล่ะจะมองหน้ากันได้เหรอยิ่งเค้าเป็พี่น้องที่สนิทกันมากด้วย ถ้าไม่เลือกใครหากมีผู้ใดในจวนเอาไปพูดด้านนอกว่านางเป็สตรีไม่รักนวลสงวนตัวท่านพ่อมิเสียหน้าแย่รึ แต่นางเอกกับนางรองล่ะ' คิ้วขมวดเป็ปมแน่นอย่างคิดไม่ตก..เอาวะ ขอเอาตัวรอดก่อนล่ะ เหมาหมดเลยเนอะ....เอ
‘ทำไมมันเหมือนจะเข้าทางนางร้ายก็ไม่รู้สิ..ได้ทั้งสองคนเลยนะ’
“ลูกเลือก..ทั้งสองคนได้หรือไม่เ้าคะท่านพ่อ” ตอบไปก็ใจเต้นไป 'นางจะเป็หญิงมากรักรึไม่นะ' แต่จะทำยังไงได้นางกลัวท่านพ่อเสียหน้า ทั้งสามคนนั่งมองหน้านางต่างคนก็ต่างความคิด ก่อนที่เสียงท่านเสนาบดีจะดังขึ้นทำลายความเงียบ
“ลูกคิดดีแล้วใช่หรือไม่? เหม่ยเอ๋อร์” มองบุตรสาวและย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เ้าค่ะ..ลูกคิดดีแล้ว” หน้าแดงนิดๆ ลอบมองสององค์ชาย
“พวกเ้าได้ยินชัดเจนแล้วก็รีบไปจัดการให้เื่ราวมันถูกต้องเสีย” หันไปบอกสององค์ชายที่นั่งยิ้มหน้าบาน ‘ไม่สนใจยศศักดิ์อะไรละเว้ย’
“ขอรับท่านอาจารย์/ขอรับท่านพ่อตา” สองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง
“ข้ายังมิได้เป็พ่อตา!..ออกไปกันได้แล้ว” โมโหโวยวายไล่ทุกคนออกนอกห้องยกเว้นเหม่ยเซียนที่เดินไปนั่งคุกเข่ากอดเอวท่านเสนาบดี
“ท่านพ่อลูกขออภัยเ้าค่ะ..ที่ลูกทำเื่เสื่อมเสียให้กับสกุลจู” ทำหน้าจะร้องไห้
“เหม่ยเอ๋อร์..พ่อไม่โทษเ้าหรอกทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็เพราะชะตาฟ้าลิขิตอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” ลูบผมบุตรสาวเบาๆ ‘คำนี้คุ้นๆ นะว่ามั้ย’
“ไปสิ..ออกไปคุยกับทั้งสองพระองค์เสียพ่อเห็นยืนรออยู่ด้านนอกนั่น” เห็นเงาคนสองคนยืนอยู่ริมประตู
“เ้าค่ะ”
๑-----------------------๑
“วันนี้พี่กับน้องสามจะเข้าไปกราบทูลเื่ของเรากับเสด็จพ่อ เหม่ยเอ๋อร์มิต้องเป็กังวล” หย่งเจี้ยนพูดปลอบ
“พรุ่งนี้ถ้าหากเลื่อนไม่ได้พวกพี่คงต้องกลับสำนักศึกษา..ไว้คืนนี้พี่จะมาหาเ้าดีหรือไม่??" หย่งเซิงพูดพร้อมยกมือลูบหัวนางเบาๆ
“มาทำไมเ้าคะ”
“ก็..มาบอกกล่าวความคืบหน้าเื่ราชโองการอย่างไรเล่า” หย่งเจี้ยนสำทับ
“ไม่ต้องมาก็ได้เ้าค่ะมันไม่งาม” พูดพร้อมกับเดินเฉยไปหน้าจวน ทั้งสองทำเป็ไม่สนใจเดินตามติดๆ
“เสด็จแม่บอกพี่ว่าหลังวันปักปิ่นให้เ้าไปเข้าเฝ้าด้วย..ท่านคิดถึง” กล่าวจบก็ก้มลงหอมหน้าผากเบาๆ เหม่ยเซียนเงยหน้ามองยู่ปากอย่างน่ารัก
“พี่หย่งเจี้ยนหลอกกินเต้าหู้ข้า” หึหึ.ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะกลับมา
“พี่หย่งเซิงก็อยากหลอกกินเต้าหู้เ้าด้วยได้หรือไม่??” อมยิ้ม
“ไม่ได้เ้าค่ะ...ไปเลยนะกลับไปกันเลยส่งแค่นี้นะเ้าคะ” ยืนเท้าสะเอวพูดหน้าประตูใหญ่ หย่งเซิงหมั่นเขี้ยวอดใจไม่ไหวคว้าตัวนางเข้ามากอดรีบหอมแก้ม “ฟอดดด” แล้วรีบเดินไปขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว เหม่ยเซียนยืนกุมใบหน้าบ่นเสียงเบา “พวกบ้า” เสี่ยวถงยืนยิ้มเขินบิดไปบิดมาแทนคุณหนูของนาง