“พนักงานคิมชอลซู”
คิมชอลซูมาที่ฝ่ายบุคคลเพราะมีเอกสารที่ต้องส่งแต่พอโดนผู้อำนวยการพัคจุนฮยองเรียก เขาก็วิ่งปรู๊ดไปทางนั้นทันที
“สวัสดีครับ ผู้อำนวยการพัคจุนฮยอง”
“ครับ ่นี้สบายดีไหมครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
“เตรียมตัวเื่ 6-Sigma เรียบร้อยดีไหมครับ”
คิมชอลซูเกาศีรษะพลางตอบด้วยนํ้าเสียงแบบไม่มั่นใจ
“ตั้งใจทำเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”
“อาจเป็เพราะเปลี่ยนหัวข้อก็ได้นะครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
“ในทีมไม่มีเื่อะไรพิเศษเหรอครับ”
“ครับ ่นี้ไม่มีเื่ให้รายงานเลยครับ”
“ก็ว่าเห็นเงียบ ๆ ไป โล่งอกไปทีนะครับ จริงสิ!”
พัคจุนฮยองยื่นนมกล้วยมาให้เขาขวดหนึ่งจากหลายขวดที่วางอยู่บนโต๊ะ
“อันนี้ให้เป็กำลังใจสำหรับพนักงานใหม่ครับ”
“ขอบคุณครับ จะกินให้อร่อยเลยครับ ผู้อำนวยการ”
“ครับ ถ้ามีเื่อะไรก็มารายงานนะครับ”
“ครับ! ผู้อำนวยการ”
คิมชอลซูโค้งศีรษะตํ่าจนถึงเอวพร้อมหยิบนมกล้วยเดินออกมาจากฝ่ายบุคคลแล้วขึ้นบันได
ให้นมกล้วยในวันนำเสนอเนี่ยนะคนอย่างพัคจุนฮยองเนี่ยนะ
คิมชอลซูใช้มือข้างหนึ่งบีบขวดนมกล้วยแน่นจากนั้นนมกล้วยก็ไหลออกมาตามรูเล็ก ๆ
แปลว่ามีการใช้เข็มเจาะเล็กๆ เพื่อใส่อะไรเข้าไปข้างในอย่างแน่นอน
ทำตัวเป็เด็กไปได้
คิมชอลซูส่ายหน้าแล้วเดินขึ้นบันไดเข้าออฟฟิศฝ่ายขายไป
เมื่อคิมชอลซูออกไปแล้ว พัคจุนฮยองก็เรียกฮวังแดฮุนที่หงอยสุดๆ ให้มาหา
“พนักงานฮวังแดฮุน สภาพดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ”
“ขอโทษครับ ท่านผู้อำนวยการ”
“ถ้าจะมานั่งเศร้าเพราะถูกเพื่อน ๆ ทิ้งแบบนั้นก็ลาออกไปเลยดีกว่าครับ”
คำว่าลาออกจากปากพัคจุนฮยองช่วยเรียกสติของฮวังแดฮุน
“มะ...ไม่ครับ!”
“คุณฮวังแดฮุน”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
“ในบริษัทนี้ พวกพนักงานใหม่ก็เปรียบเสมือนมด และแค่มดไม่กี่ตัวรวมตัวกันยังไงก็ล้มคนไม่ได้หรอกครับเข้าใจใช่ไหมครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
“ผมบอกว่าไงครับ ถ้าอยากใช้ชีวิตในบริษัทให้ราบรื่นก็ต้องทำให้เบื้องบนเห็นใช่ไหมครับ”
ฮวังแดฮุนพยักหน้าอย่างหงอยๆ เช่นเดิม
ถ้าไปนำเสนองานด้วยสภาพนี้ได้แย่แน่ๆ
“ท่านประธานกำลังจับตามองคุณฮวังแดฮุนอยู่นะครับ”
ฮวังแดฮุนใเมื่อได้ยินคำว่าประธาน
“ครับ?”
“จะทำให้ท่านประธานผิดหวังเหรอครับ คุณฮวังแดฮุนไม่รู้เหรอครับ ว่าคุณอยู่เหนือกว่าพวกเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ มากขนาดไหน”
“อ๊ะ! ขอโทษครับ ผมลืมไปเลยครับ!”
“บริษัทไม่ใช่สถานที่ที่จะมาสร้างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมงานนะครับ ถ้าอยากสร้างมิตรภาพหรืออยากญาติดีกับคนอื่นก็ไม่ควรเข้ามาทำงานนะครับ ทันทีที่เหยียบเท้าเข้ามาเพื่อนร่วมงานก็เป็แค่เหยื่อที่คุณฮวังแดฮุนต้องจัดการเท่านั้นถ้าไม่เข้าใจเื่นี้ก็ใช้ชีวิตทำงานได้ไม่นานหรอกครับ ฟังให้ดีนะบริษัทคือป่าที่ไม่แยกมิตรหรือศัตรูหรอกนะครับ”
ก่อนที่การนำเสนอจะจบแกจะมาสิ้นหวังตามใจชอบไม่ได้หรอกนะ ใครอนุญาต
ฮวังแดฮุนมองพัคจุนฮยองที่กำลังจ้องเขาพลางพูดแล้วตระหนักได้ว่าในเมื่อผู้อำนวยการพัคจุนฮยองอยู่ฝั่งท่านประธานบางทีเขาก็น่าจะได้อยู่ฝั่งนั้นเหมือนกัน
และ...ท่านประธานกำลังเฝ้ามองเขาอยู่อย่างนั้นหรือ
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องสนใจสายตารังเกียจของพวกเพื่อนร่วมงานอีกต่อไป
ไม่มีเวลามาทำตัวแบบนี้แล้วสินะ
เมื่อเห็นฮวังแดฮุนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งพัคจุนฮยองก็เอ่ยปากขึ้น
“เดี๋ยวผมจะให้เวลา ไปเตรียมตัวนำเสนองานเถอะครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
เก้าอี้สี่สิบกว่าตัวที่ถูกเตรียมไว้ในหอประชุมใหญ่ค่อย ๆถูกจับจองทีละตัวสองตัว
“ได้ยินว่าคะแนนสอบเข้าทำงานของพนักงานใหม่คราวนี้ดีที่สุดเลย อยากรู้ว่าจะดีขนาดไหน”
“ถ้าเนื้อหาในการนำเสนอ 6-Sigma ออกมาใช้ได้จะเอาไปขยายใช้ทั้งบริษัทเลยก็ไม่แย่นะครับ”
ประธานยูจีฮุนฟังพวกกรรมการบริหารคุยกันพลางพยักหน้าหงึกหงัก
“เนื่องจากเราเพิ่งดำเนินการเื่นี้ที่ฮันยองกรุ๊ปเป็ครั้งแรกท่านประธานเองก็ให้ความสนใจมากครับการได้เฝ้าดูว่าจะมีพนักงานใหม่คนไหนที่ทำให้พวกเราประหลาดใจได้ก็ไม่ใช่เื่แย่เลยนะครับ”
“ฮ่า ๆ ๆ ใช่ครับ”
เมื่อประธานยูจีฮุนเปิดประตูเข้ามาเหล่าพนักงานที่กำลังเตรียมการนำเสนอ เหล่าหัวหน้าที่กำลังจับจองที่นั่งรวมถึงพนักงานใหม่ทั้งสิบเจ็ดคนต่างก็ลุกขึ้น
กรรมการผู้จัดการชเวยองจุนเองก็โค้งศีรษะให้เล็กน้อย
ประธานยูจีฮุนนั่งลงข้างกรรมการผู้จัดการชเวยองจุน
“เห็นว่ามีเื่สนุกเกิดขึ้นระหว่างเด็กใหม่ของสองทีมนะครับ”
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอครับ”
“หากเรียกการแอบลอกผลงานที่ใครบางคนตั้งใจทุ่มเททำขึ้นมาเป็ความสามารถบางทีพนักงานใหม่ของรองผู้อำนวยการอันอาจจะมีความสามารถนั้นที่โดดเด่นก็ได้นะครับ”
แต่ชเวยองจุนกลับยิ้มเ้าเล่ห์แล้วตอบ
“ไม่ทราบสิครับได้ยินว่าคนที่ทำเอกสารได้อย่างสมบูรณ์แบบคือเด็กใหม่ของรองผู้อำนวยการอันนี่ครับเหมือนเหตุการณ์จะกลับกันนะครับ”
“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วทำไมถึงได้เปลี่ยนหัวข้อเอาตอนสุดท้ายล่ะครับ”
“เห็นว่าหัวข้อที่เปลี่ยนใหม่ดีกว่าน่ะครับ”
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอครับ”
ยูจีฮุนยังคงยิ้มอย่างสบายๆ พร้อมกับมองชเวยองจุนพลางคิด
นิ่งกว่าที่คิดแฮะมีแผนการอื่นงั้นเหรอ ยังไงซะ ฝั่งที่ชนะก็คือฝ่ายบุคคลอยู่ดี
ยูจีฮุนทักทายพวกคณะกรรมการบริหารที่เพิ่งเข้ามาจับจองที่นั่งพร้อมกับเบนสายตาไปมองชเวยองจุน
“คงมีมุมให้เชื่อมั่นอยู่สินะครับ”
“เปล่าครับ ผมแค่เชื่อในตัวพนักงานใหม่เท่านั้นน่ะครับ”
“คุณสมบัติเนี่ยไม่อาจแสดงให้เห็นถึงความสามารถได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็สิ่งที่บอกความเป็มาของคนคนนั้นได้นะครับแต่กลับบอกว่าเชื่อมั่นในพนักงานใหม่แบบนั้นสัญชาตญาณของกรรมการผู้จัดการชเวคงถดถอยลงแล้วสินะครับ”
“ฮ่า ๆ ๆ คงเพราะผมเองก็ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ดีอะไรขนาดนั้นเลยเข้าใจคนหัวอกเดียวกันละมั้งครับ”
หัวอกเดียวกันเหรอพูดได้ถูกต้องเลยนี่
“ไม่หรอกครับ คุณสมบัติของกรรมการผู้จัดการชเวแย่ที่ไหนล่ะครับ เทียบกับพี่น้องแล้วอาจจะใช่แต่เทียบกับที่อื่น ก็เป็คุณสมบัติที่ไม่แพ้ใครเลยนะครับ”
ชเวยองจุนเพียงแค่คลี่ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร
คราวนี้ประมาทไปหน่อยนะประธานยู
เวลาบ่ายโมง
เมื่อเสียงพูดคุยที่ดังมาได้ประมาณห้านาทีเริ่มเงียบลงผู้ช่วยผู้จัดการชาซูยองผู้รับผิดชอบการอบรมครั้งนี้ก็ยกไมค์ขึ้นเพื่อกล่าวเริ่มงาน
แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรประตูก็เปิดออกพร้อมกับเผยให้เห็นชายสูงอายุผมสีขาว รูปร่างแข็งแรง
ทันทีที่ทุกคนเห็นชายคนนั้นก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วรวมถึงประธานยูจีฮุนด้วย
“สวัสดีครับ! ท่านประธานใหญ่!”
ทุกคนโค้งศีรษะและะโอย่างพร้อมเพรียงกันชเวคยองฮุนที่เห็นดังนั้นก็โบกมือพร้อมพูด
“ไม่อยากขัดจังหวะการทำงาน ทุกคนนั่งเถอะ”
ยูจีฮุนนั่งลงพลางมองประธานใหญ่ที่นั่งตรงที่ว่างด้านหน้าด้วยสายตากังวลเล็กน้อย
“เดี๋ยวนะ! ทำไมท่านประธานใหญ่ถึงมาที่นี่ อย่าบอกนะว่า...”
ยูจีฮุนหันไปมองชเวยองจุน
“เพราะเป็การอบรม 6-Sigma ครั้งแรกของบริษัทเราท่านประธานใหญ่จึงให้ความสนใจเป็พิเศษเลยครับตอนแรกเห็นว่ายุ่งเลยนึกว่าจะมาไม่ได้แล้ว แต่ก็มาร่วมจนได้นะครับ”
“อ๋อ! อย่างนั้นหรือครับ ปกติแล้วถ้าท่านจะมาก็จะบอกก่อนตลอดนะครับ”
“ดูเหมือนจะมาแบบกะทันหันเลยนะครับ”
เมื่อชเวยองจุนยิ้มยูจีฮุนก็ยิ้มตามพร้อมทั้งมองไปรอบ ๆ หอประชุมใหญ่
กรรมการผู้จัดการชเวใช้กลยุทธ์ที่ดีเลยนี่ท่านประธานใหญ่งั้นเหรอ แบบนี้แผนที่ฉันวางไว้ก็พังหมดเลยสิ
“ขนาดท่านประธานใหญ่ยังให้ความสนใจพวกพนักงานใหม่ก็ยิ่งต้องตั้งใจให้มากขึ้นแล้วนะครับ”
ชเวยองจุนพยักหน้าเห็นด้วยกับยูจีฮุน
“เห็นพนักงานใหม่กังวลขึ้นมาเลยนะครับเนี่ย”
ชเวยองจุนมองพนักงานใหม่ที่เหงื่อซึมใบหน้าแล้วเอ่ยออกมา
อีจุนฮักที่กลับมาจากไปทำงานข้างนอกมองผู้จัดการพโยอิลซูที่กำลังใช้หลอดดูดนมกล้วยอย่างเอร็ดอร่อยจึงพูดขึ้น
“กลับมาแล้วครับ”
“อื้อ”
“แอบกินคนเดียวเลยเหรอครับ”
“เปล่า เห็นอยู่บนโต๊ะของชอลซูก็เลยแอบหยิบมากินน่ะสิ”
“ขโมยของเด็กใหม่กินเดี๋ยวก็ปวดท้องหรอกครับ”
ผู้จัดการพโยอิลซูดูดจนเกลี้ยงขวดจากนั้นก็โยนขวดเปล่าลงถังขยะใต้โต๊ะของอีจุนฮัก
“เอ๊ะ นี่มันอะไรครับ”
“ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักที่กลับมาจากข้างนอกรู้สึกคอแห้งก็เลยดื่มไปไงล่ะ”
อีจุนฮักหัวเราะกับคำพูดของผู้จัดการพโยอิลซู
“เฮ้อ...ผู้จัดการนี่ จริง ๆ เลย...”
“แล้วที่ออกไปดูเื่เมล็ดกาแฟเป็ยังไงบ้าง”
“ครับ เป็ไปได้ด้วยดีครับ ปัญหาพิธีการศุลกากร[1] เื่นำเข้าส่งออกจบแล้วเื่การเงินก็จบแล้ว และแอลซี[2] ก็ได้รับการอนุมัติแล้วครับเหลือแค่การขนส่งผ่านทางฮันยองโลจิสติกส์ก็เรียบร้อยแล้วแต่ว่าต้องตรวจสอบเื่กระบวนการบรรทุกสินค้าลงเรืออีกครั้งครับพอดีบริษัทนี้...เคยมีประวัติไม่ดีน่ะครับ”
ผู้จัดการพโยอิลซูหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่งพร้อมพูด
“ถ้าต้องไปเช็กกระบวนการบรรทุกสินค้าลงเรือก็แปลว่าต้องไปดูหน้างานงั้นเหรอ”
“ครับ ต้องทำแบบนั้นครับเพราะถ้ามีการเอาเมล็ดกาแฟราคาถูกมาปนก็จะวุ่นวายเอาได้น่ะครับ”
“เคนยาเลยนะ ถ้าไปก็น่าจะลำบากมากเลยนะ”
สีหน้าเสียของพโยอิลซูทำให้อีจุนฮักเองก็พยักหน้าให้ด้วยรู้สึกแบบเดียวกัน
“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าไม่อยากทำงานพลาด ก็ต้องยอมลำบากกายหน่อยน่ะครับ”
“ถ้าเป็ออสเตรเลียหรือรัสเซียแบบนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย”
“มีพนักงานประจำอยู่ที่นั่นจัดการให้อย่างดีแล้วผมเลยไม่จำเป็ต้องไปไงครับ”
“นั่นก็ใช่แต่ปีหน้าผู้ช่วยผู้จัดการอีก็ต้องไปประจำต่างประเทศแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพราะติดเื่ครอบครัวด้วย”
“เหรอ ครอบครัวเป็ปัญหาตลอดเลยนะ บุหรี่ไหม”
อีจุนฮักดูนาฬิกาแล้วพยักหน้า
“เธอ!”
เสียงเรียกของชเวคยองฮุนทำให้พัคซูโฮจากทีมขายหนึ่งที่กำลังนำเสนออยู่ต้องตอบอย่างเกร็งๆ
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“ออกกำลังกายบ้าง หุ่นอะไรน่ะพุงยื่นออกมามากกว่าพวกคณะกรรมการบริหารที่อยู่ข้างหลังแบบนั้นได้ยังไงใครเห็นเข้าคงคิดว่าเป็ประธานแล้ว”
เมื่อนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังออกมาจากพวกคณะกรรมการบริหาร
พัคซูโฮที่ใบหน้าแดงกํ่าโค้งศีรษะเล็กน้อยพลางพูด
“จะตั้งใจออกกำลังกายครับ ท่านประธานใหญ่”
“ดี ถ้าเป็ลมเป็แล้งไประหว่างทำงานจะแย่เอา ถึงบริษัทจัดการค่าใช้จ่ายให้แต่เราเสียพนักงานที่นำเสนอเก่งอย่างเธอไปไม่ได้หรอกนะ”
คำว่าเก่งทำให้สีหน้าของพัคซูโฮสดใสขึ้น
“ขอบคุณครับ จะตั้งใจลดนํ้าหนักให้ได้ครับ”
“ดี พนักงานใหม่คราวนี้นำเสนอได้ดีมากเลยนี่นึกว่าถ้าฉันมาแล้วจะประหม่ากันเสียอีก แต่นี่เกินคาดเลยนะ ถูกใจมาก นำเสนอได้ดีแต่เนื้อหายังไม่ค่อยเท่าไหร่นะ ไม่เข้าหัวเลยมันผิวเผินเหมือนคนไม่ค่อยเข้าใจการทำงานเท่าไหร่พวกแผนการปรับปรุงพัฒนาก็ไม่ทำให้รู้สึกร่วมไปด้วยเลย คิดว่ายังไงบ้าง ผู้นำเสนอ”
ได้ยินดังนั้นพัคซูโฮก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็เค้นหัวคิดอย่างสุดความสามารถเพื่อหาข้อแก้ตัวแบบไม่แก้ตัว
“เพราะเพิ่งทำงานได้เพียงแค่สองเดือนเลยยังมีส่วนที่ยังไม่รู้ด้วยครับ แต่ว่า...”
ชเวคยองฮุนตัดบทพัคซูโฮแล้วเรียกประธานยูจีฮุน
“จิ๊ ๆ ๆ ประธานยู!”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“พนักงานใหม่คนนั้นได้รับเงินเดือนแล้วใช่ไหม”
“ครับ ใช่ครับ”
“ที่บริษัทให้เงินก็แปลว่าให้ทำงานถ้าตอนนี้ยังคิดเื่งานไม่ได้แล้วจะทำยังไง”
“ขอโทษครับ ท่านประธานใหญ่”
คำพูดคำเดียวของชเวคยองฮุนส่งผลให้ทั้งห้องประชุมใหญ่เงียบสงัด
พัคซูโฮหน้าซีดเผือดตัวนิ่งแข็งทื่อแบบล้มสลบลงไปตรงนั้นได้เลย
“ผู้นำเสนอ อยู่ทีมขายใช่ไหม”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“แล้วพูดเื่ที่ยังไม่เข้าใจแบบนี้ต่อหน้าลูกค้าด้วยหรือเปล่า”
พัคซูโฮรู้สึกว่าอยากร้องไห้อยู่ตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
“เอ่อ ไม่ครับ ท่านประธานใหญ่ ผมจะปรับปรุงแก้ไขครับ”
“แก้ไขอะไร”
“ขอโทษครับ”
“เฮ้อ นี่ก็ขอโทษอะไรอยู่ได้ คนทำงานอะไรไม่มีความเด็ดเดี่ยวเลย”
ชเวคยองฮุนจ้องมองพัคซูโฮแล้วเอนตัวพิงเก้าอี้จากนั้นคำถามที่เหมือนกับคมมีดของพวกกรรมการบริหารก็ถาโถมเข้าใส่พัคซูโฮที่เละกลายเป็ผ้าขี้ริ้วไปแล้วได้แต่นั่งก้มหน้าอยู่ที่เก้าอี้
หลังจากการนำเสนอดำเนินไปด้วยบรรยากาศเย็นะเืจนกระทั่งการนำเสนอของฮวังแดฮุนฝ่ายบุคคลจบลง
ชเวคยองฮุนกอดอกกำลังตั้งใจฟังสุดๆ ต่างจากที่เคยนั่งดูเฉย ๆ
“อยู่ฝ่ายบุคคลเหรอ”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“อันนี้คืองานที่เธอทำใช่ไหม”
ฮวังแดฮุนนึกถึงฉากที่พัคซูโฮแตกสลายแล้วก็ตอบอย่างทรงพลังดังลั่นหอประชุมใหญ่
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
ชเวคยองฮุนเขียนอะไรบางอย่างลงสมุดโน้ตที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วหันมามองข้างหลังพร้อมพูด
“ถ้ามีคำถามก็ถามเลย”
เหล่ากรรมการบริหารรู้ทันทีว่าประธานใหญ่ชเวคยองฮุนชอบการนำเสนอนี้มากจึงสอบถามจุดที่สงสัยอย่างสุภาพ
“ยอดเยี่ยมไปเลยนะครับหากระบบการเข้างานแบบหมุนเวียนเปลี่ยนงานแบบนั้นสำเร็จก็จะสามารถดึงศักยภาพของทีมขายเพิ่มได้อีกขั้นเลยนะครับ”
ชเวยองจุนพยักหน้าอย่างประทับใจยูจีฮุนเองก็ตอบอย่างพอใจ
“ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยทลายกำแพงความสัมพันธ์ในทีมขายได้ด้วย เพราะถ้ามีใครลาออกไปก็มีคนดูแลงานแทนได้ทันทีเลยนะครับ”
“ครับ อย่างที่ท่านประธานยูพูดเลยครับ”
ก็สมกับที่สอบเข้าทำงานได้ที่หนึ่งนะไอ้เด็กคนนี้ ถึงแผนจะพังไป แต่คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก
ยูจีฮุนมองฮวังแดฮุนด้วยสายตากระหยิ่มย่ามใจส่วนชเวยองจุนก็มองคิมชอลซูที่กำลังรอนำเสนอเป็ลำดับสุดท้ายพลางคิด
มีหัวข้อที่ดีกว่าจนยอมทิ้งหัวข้อแบบนี้ไปงั้นเหรอ
เมื่อการนำเสนอของฮวังแดฮุนจบลงคิมชอลซูผู้นำเสนอคนสุดท้ายก็ลุกขึ้น
ชเวคยองฮุนถามหัวหน้าเลขาฯที่นั่งอยู่ข้างๆ
“คนนั้นเหรอ นักแข่งของชเวยองจุน”
“ครับ ท่านประธานใหญ่”
“ลักษณะแบบเ้านี่ก็โอเคนะ”
ชเวคยองฮุนพูดอย่างนั้นแล้วก็กอดอกพร้อมทิ้งตัวพิงเก้าอี้
คิมชอลซูเดินไปที่โพเดียมพร้อมคิด
สิบแปดปีก่อนท่านประธานใหญ่ก็มาที่นี่เหมือนกันตอนนั้นรู้สึกเหมือนจะสั่งอะไรเราด้วยนี่
[1] กระบวนการควบคุมและตรวจสอบสินค้านำเข้าและส่งออกจากต่างประเทศเพื่อให้เป็ไปตามที่กฎหมายกำหนดรวมถึงการเก็บภาษีของสินค้า
[2] ย่อมาจาก Letter of Credit หมายถึง ตราสารเครดิตเป็เอกสารทางการเงินที่ธนาคารเป็ผู้ออกให้เพื่อใช้รับประกันการชำระเงินสำหรับการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ