HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 23 ผมไม่เคยไม่แคร์คุณ

    23 | ผมไม่เคยไม่แคร์คุณ   ผมยืนนิ่งราวกับร่างกายถูกตรึงไว้กับพื้น ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เบิกตาโพลงจ้องไปยังผู้หญิงสวยที่ยืนอยู่อีกฝั่งของประตูกระจก จากเมื่อครู่ที่ผมผลักประตูเพื่อจะเข้าไปในร้าน ‘ข้าวแกงเด็ด เจ็ดชั้นสวรรค์’  แต่ประตูกลับเปิดไม่ออกเพราะเธอคนนี้ซึ่งอยู่ภายในร้านก็กำลังผลักประตูออกมาเช่นกัน เพียงแว่บเดียวที่ได้สบตากันและต่างฝ่ายต่างตระหนักรู้ว่าคนอีกฝั่งประตูเป็นใคร เราทั้งสองก็หยุดชะงัก จ้องตากันและกันด้วยความรู้สึกอันบรรยายไม่ถูกคุณซัน!?ไม่คาดฝันจริง ๆ ครับว่าจะได้พบเธอที่นี่ เวลานี้ความรู้สึกแปลบปลาบแล่นเข้าจับหัวใจจนปวดร้าวไปหมด เธอไม่ใช่คุณซันคนเดิมที่ผมมีสิทธิ์ฝันถึงได้อีกต่อไปแล้ว  ยิ่งเห็นสายตาเธอที่มองจ้องมามีแต่ความเครียดขรึม ไม่พอใจ รำคาญใจปนเจืออยู่ในความแปลกใจนั้นแล้ว ผมก็ยิ่งตระหนักได้ว่า ไม่ว่าใจเธอจะยังว่างหรือว่ารักอยู่กับใคร นายนักรบคนนี้ก็ยังเป็นหมาที่เหลือบตามาเห็นทีไรก็เป็นต้องเหม็นขี้หน้าอยู่ทุกที“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” เสียงเรียกจากด้านหลังปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ พ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่งกำลังจะเข้ามาในร้านอาหารแต่ติดที่ผมยืนขวางประตูไว้ ผมจึงกล่าวขอโทษและผลักประตูนำเข้าไป  ฉันถอยออกจากหน้าประตูเพื่อเปิดทางให้ลูกค้าด้านนอกได้เข้ามา และคนที่เข้าประตูมาก่อนใครก็คือนายนักรบ คนที่ทำให้ฉันต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า...แล้วครั้งล่าสุดก็ทำฉันเจ็บแสบมาก ไม่คิดเลยว่าเขาจะหักหลังฉันได้ร้ายกาจขนาดนี้ ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาต้องการปั่นหัวฉันเล่นเท่านั้น หึ...สุดท้ายฉันก็กลายเป็นแค่คนโง่ที่ตามเล่ห์เหลี่ยมเขาไม่ทันเองฉันยืนมองนายนักรบนิ่ง ๆ อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะมีท่าทียังไงที่ได้เจอกัน เพราะหลังจากวันนั้นฉันกับเขายังไม่ได้คุยกันเลย ถึงแม้ฉันจะโกรธขนาดไหน แต่ถ้าเขามีเหตุผลมาอธิบายฉันก็ยินดีรับฟัง แต่แล้ว...สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เขาเดินผ่านไปเงียบ ๆ นั่งที่โต๊ะ สั่งอาหาร แค่นั้นเองเฮอะ! นี่พอฉันกลายเป็นยัยหน้าโง่ที่นายปั่นหัวเล่นจนพอใจแล้ว ฉันก็ไม่มีค่าอะไรให้นายต้องหันมาสนใจเลยใช่ไหม มันจะมากเกินไปแล้วนะนายนักรบ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยโดนดูถูกขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ฉันกระฟัดกระเฟียดไปยังโต๊ะที่เขานั่งอยู่ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น ยังไงวันนี้ก็ต้องคุยให้รู้เรื่อง หรือถ้ามันจะคุยไม่รู้เรื่องก็ขอให้ฉันได้ด่านายสักทีเหอะ นายตัวแสบ!ฉันกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะดังปึ้งจนพนักงานที่กำลังจดรายการอยู่ถึงกับสะดุ้ง ส่วนนายนักรบก็เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองฉันสักนิด“มันจะมากไปแล้วนะนายนักรบ ฉันมายืนอยู่ตรงหน้านาย นายยังไม่คิดจะมองหรือทักทายฉันสักคำหรือไงฮะ” ฉันพูดอย่างโมโหจนแขกโต๊ะข้าง ๆ พากันมองด้วยความสงสัย พนักงานสาวยืนทำหน้าเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก ส่วนตัวต้นเหตุน่ะเหรอ...เอาแต่นั่งเงียบกับถอนหายใจ“นี่! ฉันพูดกับนายอยู่นะ”ยิ่งเห็นอาการของเขาที่แสดงออกถึงความเหนื่อยหน่าย อารมณ์ฉันก็ยิ่งพุ่งปรี๊ด ยิ่งเสียงดังขึ้นไปอีก“เอ่อ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ” พนักงานหนุ่มรีบเข้ามาห้าม คงกลัวจะมีเรื่องจนส่งผลกระทบกับลูกค้าคนอื่น ๆ แต่ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่สน  หันขวับไปส่งสายตาพิโรธให้รู้ตัวว่า อย่าเข้ามายุ่ง!  “อ้อ...สวัสดีครับคุณซัน” ผมเงยหน้าขึ้นกล่าวทักทายอย่างที่เธอต้องการให้ผมพูด “ขอโทษด้วยครับที่เอ่ยปากทักคุณช้าไปหน่อย  ไม่นึกว่าจะทำให้โมโหขนาดนี้”“นายอย่ามากวนประสาทฉันนะ”ผมไม่สะทกสะท้านกับท่าทีโมโหเป็นฟืนเป็นไฟของคุณตะวันวาด ผายมือไปที่เก้าอี้ตรงข้าม  “เชิญนั่งก่อนสิครับ”คุณซันกำหมัดแน่น จ้องมองผมนิ่งแล้วจึงเหลือบไปมองแขกคนอื่น ๆ ในร้านที่ต่างก็ชะงักมือที่กำลังจะตักอาหาร มองเราทั้งคู่อย่างงุนงง บางคนแอบตั้งป้อมเชียร์ คงกะจะได้เห็นฉากเด็ดเหมือนในละคร แต่คงไม่เป็นเช่นนั้นเพราะคุณตะวันวาดเธอยังเย็นพอที่จะยอมนั่งลงตรงข้ามกับผมแต่โดยดี ให้เรื่องของเราเกิดและจบอยู่ที่โต๊ะนี้โต๊ะเดียวผมชะเง้อชะแง้มองไปรอบ ๆ และนั่นก็ทำให้คุณซันขมวดคิ้วสงสัยจนต้องถามออกมา “นายมองหาใครน่ะ”“วันนี้มาคนเดียวเหรอครับ”“ฉันถามนายก่อนนะ”“ทำไมไม่พา ‘เขา’ มาด้วยล่ะครับ หรือว่าร้านข้าวแกงบ้าน ๆ แบบนี้มันธรรมดาเกินไป”“นายพูดอะไร ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ”“ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่งเมื่อไรก็บอกด้วยละกันนะครับ”“หา?  ใครจะแต่งงาน”ผมไม่ตอบคำถาม แต่จงใจถอนหายใจเสียงดัง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน“นี่! นายนักรบ พูดให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ” คุณซันเธอชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ เคาะโต๊ะสองสามที แต่ผมไม่สนใจ หันไปหาข้าวผัดต้มยำทะเลกับแกงจืดเต้าหู้สาหร่ายที่เพิ่งมาเสิร์ฟเสียอย่างนั้น“น้องครับ ขอน้ำส้มปั่นสำหรับคุณผู้หญิงด้วย”“ไม่ต้อง!”นั่นละครับ อิทธิฤทธิ์คุณเธอทำเอาพนักงานสาวสะดุ้งอีกรอบ “อ้อ คุณเพิ่งทานเสร็จนี่นะ”“นี่! ฉันถามเมื่อกี้ทำไมไม่ตอบ หูแตกหรือไงนายนักรบ”ผมไม่สนใจอะไรอีก บีบมะนาวลงบนข้าวผัดหน้าตาน่ารับประทานตรงหน้าแล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว“แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมนายต้องทำตัวเย็นชาใส่ฉันด้วยฮะ ฉันต่างหากล่ะที่ควรจะเป็นฝ่าย...”“ขอโทษนะครับ  ผมขอกินข้าวสักครู่”  ยังไม่ทันจะพูดจบฉันก็ต้องอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น เพราะนายนักรบตัดบทอย่างไม่ใยดี ทำไม แค่จะคุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อนมันเสียเวลากินข้าวของนายมากนักหรือไง ฉันอยากจะถามออกไปอย่างที่ใจคิดแต่ก็ยั้งปากไว้ เพราะท่าทีเขาตั้งอกตั้งใจกินข้าวอย่างกับไปตายอดตายอยากที่ไหนมา ทำเหมือนฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้ เหมือนฉันไม่มีตัวตนใช่สิ ฉันมันไม่ได้สำคัญอะไรกับนายสักหน่อย ทำไมจะต้องมาเสียเวลาปรับความเข้าใจเรื่องไร้สาระกับฉันด้วย ฉันหลงเพ้อไปว่านายชอบและสนใจฉัน หลงคิดว่าฉันสำคัญกับนาย แต่ตอนนี้นายก็แสดงให้รู้แล้วว่านายก็แค่อยากจะแกล้งฉัน ปั่นหัวฉันเล่นไปวัน ๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรด้วย ฉันมันคิดไปเอง บ้าไปเองคนเดียว มีแต่ฉันนั่นแหละที่คิดจริงจังฝ่ายเดียวแล้วก็ต้องมาเจ็บช้ำเองคนเดียวแบบนี้ยิ่งคิดมากดวงตาก็ยิ่งร้อนผ่าว ยิ่งคนตรงหน้าไม่คิดจะเหลียวแลเลยสักนิดก็ยิ่งเจ็บใจ ฉันไม่น่ามาตามตื๊อนายเลย ปล่อยให้มันจบซะตั้งแต่ที่นายเดินผ่านฉันไปเฉย ๆ อย่างคนไม่รู้จักกันก็ดีอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าน้ำตาไหลลงมาเมื่อไร รู้ตัวอีกทีมันก็หยดแหมะลงบนโต๊ะประจานความอ่อนแอของตัวเองออกไปเรียบร้อยแล้ว ฉันรีบเช็ดคราบน้ำตาที่อาบข้างแก้มเสียก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นแล้วจะเยาะเย้ยซ้ำว่าฉันมันโง่  ผม...มีอันต้องชะงักค้างไปอีกครั้งภูเขาน้ำแข็งที่ก่อครอบหัวใจตัวเองได้พังทลายเมื่อได้เห็นหยดน้ำตาของคุณซัน ครับ...ถึงผมจะทำเฉยเมย  กินข้าวไม่สนใจใคร แต่จริง ๆ แล้วผมลอบสังเกตเธออยู่ตลอด เป็นผมอีกแล้วใช่ไหมที่ทำให้คุณซันร้องไห้ ทำให้เธอต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าสติของผมกลับคืนมาในวินาทีที่เธอลุกจากที่นั่ง ก้าวพรวด ๆ ออกจากร้านไปไม่เหลียวหลัง ผมควักธนบัตรมาวางไว้บนโต๊ะลวก ๆ แล้วตามออกไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งทันคว้าแขนเธอไว้ที่ลานสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าร้านอาหาร“คุณซัน”เธอสะบัดแขนออกจากมือผม ผมจึงต้องก้าวยาว ๆ ไปดักหน้าเธอไว้และก็พบว่า เธอกำลังพยายามกลั้นน้ำตา“คุณซัน ผมขอโทษ”“นายจะมาขอโทษฉันทำไม ฉันมันเสียมารยาทเองที่มารบกวนเวลากินข้าวอันแสนจะมีค่าของนายน่ะ”“คุณซัน”“อยากกินข้าวก็ไปกินสิ  ตามมาทำไมล่ะ”“ผม...ผมไม่กินแล้ว”เธอไม่พูดอะไรอีก ตัวเธอสั่นเล็กน้อยและใบหน้าก็แดงก่ำ คงโกรธผมมากทีเดียวที่ทำตัวแย่ ๆ เมื่อครู่“ผมมันไม่ดีเอง คุณอย่าร้องไห้เลย ผมขอโทษจริง ๆ”“ฉันไม่ได้ร้องไห้! ทำไมฉันต้องร้องไห้ให้คนอย่างนายด้วย  นายมัน...นายมันไม่มีค่าเลยสักนิด”พูดไม่ทันจบ หยดน้ำใส ๆ ที่เรียกว่าน้ำตาก็ไหลลงมาอีก คุณจะรู้บ้างไหมคุณซันว่าผมแพ้น้ำตาของคุณราบคาบ“โธ่ คุณซันครับ” ผม...รู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูก นี่ผมต้องทำยังไง “ผมมันแย่เอง แย่มาก ๆ เลยที่ไม่ทักทายคุณซัน  แย่มากเลยที่กวนประสาท  พูดจาไม่เข้าท่า แถมยังเสียมารยาทกับคุณซันด้วย ผมมันนิสัยไม่ดี เลวที่สุดเลย”ผมก่นด่าตัวเองพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าไปให้คุณตะวันวาด เธอปัดมือผมทิ้ง“ใช่! รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ นายมันแย่ แย่ที่สุดเลย” เธอเงยหน้าสบตาผมด้วยแววตัดพ้อแล้วพูดต่อเสียงสั่นเครือ “นายรู้ไหม ฉันไม่เคยอดทนนั่งรอใครได้นานเท่าที่ฉันนั่งรอนายวันนั้นเลย ฉันให้โอกาส ฉันหวังกับนาย แล้วดูนายทำสิ ดูนายทำกับฉัน! ปล่อยให้ฉันรอเก้อโดยที่ไม่บอกเหตุผลสักคำ ไม่มาตามนัดแถมยังพาคุณเจนมาเย้ยฉันถึงบ้านอีก ฉันโกรธนายมากเลยรู้ไหม แต่ฉันก็ยังอยากฟังเหตุผลจากปากนาย แล้วพอมีโอกาสนายกลับไม่สนใจจะอธิบายอะไรทั้งนั้น มันคงเสียเวลานายมากเลยสินะ ไร้สาระมากเลยละสิ ฉันมันไม่ใช่คุณเจนนี่ นายถึงไม่จำเป็นต้องมาแคร์ความรู้สึกฉัน”ผมเกิดตาสว่างเหมือนพระอาทิตย์เพิ่งจะฉายแสงฉาบลงมาบนพื้นโลกอันมืดมนของผม จริงสินะ  เป็นผมเองที่ทำความผิดใหญ่หลวงเอาไว้ แล้วยังไม่ได้ขอโทษเธอเลยจนป่านนี้“คุณซัน ไปกันใหญ่แล้ว”“ไม่ต้องเลย!  ฉันจะไม่ฟังอะไรจากปากนายอีกแล้ว เพราะคำพูดของนายมันเชื่อถือไม่เคยได้เลย ฮือ...”“เรื่องวันนั้นผมขอโทษ คือ...คุณจะไม่เชื่อผมก็ไม่เป็นไร  แต่มันเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง ๆ และผมก็พยายามติดต่อคุณแล้ว แต่ว่า...”แล้วคนที่บอกว่าจะไม่ฟัง ไม่เชื่อผม ก็ยังอุตส่าห์ยอมนิ่ง เม้มริมฝีปากอย่างคนแสนงอน หัวใจผมอ่อนยวบยาบ ลอบถอนใจออกมาเบา ๆ อีกครั้ง อยากจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มใส อยากดึงเธอเข้ามากอด แต่ก็คงทำไม่ได้“ผมไม่เคยไม่แคร์คุณเลยนะ คุณซัน”“ไม่จริง”  เธอเถียงเหมือนเด็ก ๆ ผมเลยต้องพยักหน้ายืนยัน“จริง” “ไม่จริง นายจะมาแคร์ฉันทำไม ฉันสำคัญกับนายตรงไหน ฉันมันก็แค่เพื่อนบ้านปากร้ายอย่างที่นายชอบว่านั่นแหละ  ไม่ต้องมาสนใจอะไรฉันหรอก แล้วต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมาชวนไปไหนอีกแล้วด้วย ฉันจะไม่ไป ไม่ไปไหนกับนายอีกแล้ว คนบ้า!”จบคำเธอก็จะเดินหนีอีก ผมเลยรีบขวางเอาไว้“เดี๋ยวสิคุณซัน คุณไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านผมนะ แล้วก็อยากให้รู้ไว้ด้วยว่า คุณสำคัญกับผมมาก”“โกหก! ฉันชื่อซันนะยะ ไม่ได้ชื่อเจน พูดผิดคนแล้ว เก็บคำพูดดี ๆ ของนายไว้พูดกับคุณเจนเถอะ”“เฮ้...เจนเกี่ยวอะไรด้วยล่ะคุณ”คุณตะวันวาดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องหน้าอาฆาตแล้วสะบัดหน้าพรืด จะหนีไปอีก ผมเลยถือวิสาสะคว้าข้อมือเธอไว้ ยืนเผชิญหน้าเธอตรง ๆ แล้วกุมมือบางทั้งสองข้างไว้อย่างมั่นคง“คุณซัน อย่าเข้าใจผมผิดแบบนี้เลย ผม...มีคุณคนเดียวนะ”ได้ผลครับ เธอนิ่ง ดวงตากลมที่ยังแดงก่ำสบตาผมอย่างค้นหา ซึ่งผมก็มองตอบอย่างไม่ไหวหวั่น“นายพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า”“รู้สิ...” ผมสบตาเธอลึกล้ำ บางที... มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ที่ผมจะต้องพูดความจริง“คุณซัน ถึงมันจะสายไปที่ผมจะพูดมันออกมา ถึงผมจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรอีกแล้ว แต่ผมก็อยากให้คุณรู้ไว้ว่า ผม...”“...”“ผม ระ...”  แล้วเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฉันก็ดังขัดจังหวะซะก่อน ยังไม่ทันจะได้ฟังความรู้สึกของนายนักรบเลย คิดไปก็แอบหงุดหงิดเหมือนกันนะเนี่ย ทำไมต้องโทร. มาตอนนี้ด้วยนะฉันควานมือไปคว้าโทรศัพท์จากในกระเป๋า คนที่โทร. มาคือคุณภาคิณ ฉันมองหน้านายนักรบแว่บหนึ่งก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วรับสาย“สวัสดีค่ะ คุณภาคิณ” ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด“สวัสดีครับคุณซัน ผมโทร. มารบกวนหรือเปล่าครับ” เสียงนุ่มกรอกมาตามสายเหมือนเคย“เอ่อ ไม่หรอกค่ะ ซัน...ซันว่างพอดี” ฉันตอบไปกระอึกกระอัก พลางสบตากับนายนักรบอย่างกังวล ถึงจะเกรงใจคุณภาคิณถ้าบอกว่าไม่ว่าง แต่ก็อดเป็นห่วงความรู้สึกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้ เพราะฉันกับเขายังคุยกันไม่จบเลย“คุณซันทำงานเสร็จหรือยังครับ พอดีว่าผมซื้อของอร่อยมาฝากคุณ ตอนนี้ผมรอคุณอยู่ที่บ้านแล้วนะครับ คุณแม่จันทร์ก็กำลังทำ...”ฉันไม่ได้ตั้งใจฟังที่คุณภาคิณพูดเลยเพราะจู่ ๆ นายนักรบก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่ได้ล่ำลาสักคำ อยากจะเรียกเขาไว้แต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังติดสายคุณภาคิณอยู่นายนักรบนี่เป็นอะไรของเขานะ แล้วเมื่อกี้ก็ยังพูดไม่จบเลย ไปซะดื้อ ๆคุณภาคิณนี่ก็พูดไม่ยอมหยุดเลย เฮ้อ...“คุณซันครับ คุณซัน”คุณภาคิณคงเห็นว่าฉันเงียบอยู่นาน เลยเรียกขึ้นมา“อ่อ ค่ะ คุณภาคิณ” ฉันเลยต้องจำใจปล่อยให้นายนักรบเดินจากไปอย่างทำอะไรไม่ได้ แล้วกลับมาตั้งใจฟังคุณภาคิณแทน“คุณซันยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ ผมวางสายก่อนก็ได้นะครับ”“อ๋อ เปล่าค่ะ ซันกำลังจะกลับบ้านแล้ว งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ” ฉันชิงพูดตัดบทก่อนที่เขาจะพูดอะไรอีกแล้ววางสายไปฉันชะเง้อมองหานายนักรบอีกครั้งก็ไม่เห็นแม้แต่เงา เมื่อกี้เขาจะบอกอะไรนะ แต่แววตาที่จ้องฉันมันทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้าอย่างบอกไม่ถูก เป็นแววตาอ่อนโยนและเจือไปด้วยความห่วงใยอย่างที่ฉันไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้สึกกับฉันมากมายขนาดนี้สุดท้ายแล้วคำ ๆ นั้นที่นายนักรบจะพูด ก็คงต้องปล่อยให้เป็นปริศนาต่อไป
    **************************************ไรต์จะลงอ่านฟรี 60%ของเรื่อง แล้วจะเริ่มติดเหรียญจนจบเรื่องนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนกันค่ะ***ฝากผลงานจ้า...Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)error loaded

    #E-Bookพร้อมให้ดาวน์โหลด ที่ MEB ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา#หนังสือเล่มสั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishingหรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ

    นิยายแนะนำ

    วิถีปราณผกผัน: คู่มือเยียวยาชีวิต (Inverse Qigong: The Life-Saving Manual)

    วิถีปราณผกผัน: คู่มือเยียวยาชีวิต (Inverse Qigong: The Life-Saving Manual)

    นิยาย แฟนตาซี
    655 60
    เมื่อคุณหนูใสซื่อ กลายเป็นของเล่นคนงานในไร่ (ฮาเร็ม) NC SM PWP

    เมื่อคุณหนูใสซื่อ กลายเป็นของเล่นคนงานในไร่ (ฮาเร็ม) NC SM PWP

    นิยาย อีโรติก
    11K 9
    Return for survive ย้อนเวลาเพื่อรอดชีวิต

    Return for survive ย้อนเวลาเพื่อรอดชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 1
    เกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา 【จบ】

    เกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา 【จบ】

    นิยาย รัก
    239K 1154
    Darkmirror กระจกแห่งความมืด

    Darkmirror กระจกแห่งความมืด

    นิยาย แฟนตาซี
    3K 24
    ทะลุมิติมาเลี้ยงดูบิดาตาบอด

    ทะลุมิติมาเลี้ยงดูบิดาตาบอด

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    334 3
    ฝาแฝด​อันตราย

    ฝาแฝด​อันตราย

    นิยาย อีโรติก
    12K 71
    ไปต่างโลกทั้งทีขอความสามารถดีๆติดตัวไปด้วยสิ

    ไปต่างโลกทั้งทีขอความสามารถดีๆติดตัวไปด้วยสิ

    นิยาย แฟนตาซี
    16K 27
    เดชอัศวินสาวกินคน ASTA THE CANNIBAL

    เดชอัศวินสาวกินคน ASTA THE CANNIBAL

    นิยาย แฟนตาซี
    856 3
    ตื่นจากฝันตามหารักนิรันดร์

    ตื่นจากฝันตามหารักนิรันดร์

    นิยาย รัก
    207 3