ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด ชายหญิงสองคนยืนมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่มึนงงและช็อคอยู่ระดับหนึ่ง ฝ่ายชายจ้องหน้าฝ่ายหญิงด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด ฝ่ายหญิงเองก็เอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไรเพราะเธอรู้ดีว่า กรรมนี้เธอเป็คนก่อมันขึ้นมาเอง
"ทีนี้เอาไงล่ะ ไหนบอกว่าถ้าพูดความจริงแล้วเื่มันจะจบไง ทำไมกลายมาเป็แบบนี้ได้!!"
"ถามฉันทำไม เธอเองไม่ใช่หรอที่ทำอะไรไม่รู้จักคิดน่ะ...ฉันเลยพานมาซวยไปด้วยเลยเนี้ย"
"ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่า พ่อกับเเม่นายจะจริงจังขนาดนี้ เอ่อนี่..คุณเหมยอิงอะไรเนี้ย เธอเป็ใครหรอ แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับพี่วาทีด้วย"
"ถามทำไม นี่อย่าบอกนะว่าเธอชอบไอ้ทีจริงๆอ่ะ"
"เอาตรงๆนะ ที่ฉันยอมกลับมาบ้านหลังนี้เพราะฉันเชื่อว่าพี่วาทีนี่แหละคือสามีในอนาคตของฉัน นี่ฉันไปดูหมอมาเค้าบอกว่าเนื้อคู่ฉันเป็ลูกชายตระกูลใหญ่ ซึ่งมันจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพี่วาที"
"เอ่อ..นี่เธอลืมไปรึป่าวว่าฉันก็เป็ลูกชายคนเล็กของตระกูลนี้ด้วย"
"นายน่ะหรอ? เฮอะ!!ไม่ใช่แน่ๆและฉันก็ไม่อยากให้ใช่ด้วย!!"
"ฉันอยากเป็ตายล่ะ!! แล้วทีนี้จะเอายังไง แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่มีวันเเต่งงานกับผู้หญิงเสียสติแบบเธอเเน่ๆ"
"ฉันก็ไม่ได้อยากเเต่งงานกับนายเหมือนกันนั่นแหละ เเต่จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ ฉันจะได้อยู่ในบ้านหลังนี้คอยขัดขวางยัยคนจีนนั่นออกจากพี่วาที แล้วหลังจากนั้นอีก 10 ปี ฉันก็จะได้เเต่งงานกับพี่เค้า งื้อ!!" ในระหว่างที่พิมพ์กำลังวาดฝันอันหวานเยิ้ม วายุก็เหมือนเอาเข็มแหลมๆมาทิ่มลูกโป่งความฝันเธอให้สลายไปในพริบตา
"เพ้อเจ้ออะไรของเธออีกเนี้ย เมินซะเถอะถึงยังไงไอ้ทีก็ไม่มีวันเเต่ง งานกับเธอเเน่ๆ เพราะคุณเหมยอิงเท่านั้นที่จะมีสิทธิเป็เมียของไอ้ทีได้ ส่วนเธอน่ะ..ฝันไปเถอะ"
"ทำไมล่ะ...ไม่เเน่นะยัยคนจีนนั่นอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่ของพี่วาทีก็ได้ แล้วฉันก็อาจจะเป็…."
"ขยะเปียกที่รอให้ไอ้ทีเก็บไปทิ้งนั่นล่ะมั้ง"
"นี่นายขอร้องเถอะ..อย่าดับฝันฉันได้ไหม?"
"ฉันเนี้ยหรอดับฝันเธอ!! เธอนั่นแหละที่ขโมยอิสระและความโสดของฉันไปน่ะ…"
"ฉันหรอ? พ่อนายต่างหากล่ะ!! ฉันไม่เกี่ยวซะหน่อย"
"ก็เธอนั่นแหละที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมา ยัยซื่อบื่อ!!" ทั้งคู่ทะเลาะและโยนความผิดให้กันไปมา จนกระทั่งเวลาผ่านไปซักพักทั้งคู่ก็เริ่มคิดหาคำมาทะเลาะไม่ออก พวกเขาสองคนนั่งลงที่โซฟาพร้อมๆกันและหันมาจ้องตากันเขม็ง วินาทีนั้นพิมพ์ก็ได้ปิ๊งไอเดียเด็ดๆขึ้นมาพอดี เธอยิ้มที่มุมปากทำเอาวายุรู้สึกขนลุกในรอยยิ้มของเธอมาก
"ยิ้มแบบนี้ ต้องไม่ใช่เื่ดีเเน่ๆ…ทีนี้คิดอะไรได้อีกล่ะ"
"ฉันก็คิดแผนที่จะทำให้เราไม่ต้องลำบากใจกันทั้งสองฝ่ายยังไงล่ะ เพียงเเต่ว่าเื่นี้คนต้องรู้น้อยที่สุด แม้เเต่คุณกำพลนายก็ห้ามบอกนะ โอเคไหม?"
"ทำไมมันต้องเป็ความลับขนาดนั้น นี่ฉันชักเริ่มกลัวเธอแล้วนะ! เธอกำลังจะทำอะไร? แผนอะไรของเธอ"
"แผนนี้เรียกว่าปองดองสนองเลิฟ ถ้าอยากรู้ว่าแผนเป็ยังไงก็เอาหูมา รับรองเนียนกริบ!" วายุมองหน้าพิมพ์แปลกๆก่อนจะเอียงหูไปหาพิมพ์ เธอเล่าเเผนการทั้งหมดให้วายุฟังและดูเหมือนว่าวายุจะเอาด้วยเพราะวิธีนี้มันดีที่สุดแล้วสำหรับทั้งสองฝ่าย
"เเผนการทั้งหมดก็ประมาณนี้ นายโอเคไหม?"
"ก็โอเคนะ..เเต่เธอนี่มันก็ บ้าผู้ชายเหมือนกันนะ นี่ตั้งใจจะจับไอ้ทีทำผัวให้ได้ใช่ไหมเนี้ย?"
"พูดมากน่ะ ยังไงฉันก็ยังเชื่อว่าพี่วาทีนี่แหละ เนื้อคู่ของฉัน"
"แล้วถ้าสมมติว่าเนื้อคู่ของเธอไม่ใช่ไอ้ทีล่ะ...สมมติว่าเนื้อคู่จริงๆของเธอกลายเป็ฉันแทนล่ะ เธอจะทำยังไง?"
"เป็ไปไม่ได้เเน่นอน ฉันไม่มีวันได้สามีปากเสีย ก้าวร้าว นิสัยเเย่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนายเด็ดขาด ถ้ามันเป็แบบนั้นจริงๆฉันขออยู่เป็โสดไปตลอดชีวิตดีกว่า"
"โอ้โห! ได้ทีด่าเป็ชุดเลยนะ ฉันไม่ได้เเย่ขนาดนั้นซะหน่อย"
"สำหรับฉันนายมันคืออสูรกายในร่างคนดีๆนี่แหละ!!ชิ"
"พูดมาก เดี๋ยวก็ไม่ช่วยซะหรอก จะเอาไหมไอ้ทีน่ะ ไหนลองพูดกับฉันดีๆซักประโยคซิ เผื่อฉันจะใจดียอมช่วยเธอ"
"ก็ถ้านายไม่ช่วยฉันจีบพี่วาทีล่ะก็ ชีวิตของนายหลังจากนี้อยู่ไม่เป็สุขแน่ ฉันจะรังควานผู้หญิงทุกคนของนายจนพวกเธอไม่กล้าเข้ามายุ่งกับนายอีกเลย ต่างคนต่างรังควานก่อกวนกันไม่หยุด จะเอาแบบนั้นไหมล่ะ?"
"แล้วมาว่าเเต่ฉันร้ายกาจ เธอเองก็ไม่เบาเหมือนกันนั่นแหละ"
"ความร้ายกาจของฉันมันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของนายนั่นแหละ ถ้านายยอมช่วยฉัน ฉันก็จะอยู่ในที่ของฉันและให้อิสระนายอย่างเต็มที่ เเต่ถ้าวันไหนที่นายตุกติกหรือเเข็งข้อกับฉันขึ้นมา วันนั้นนายโดนฉันเล่นงานเเน่!!" พิมพ์ชี้หน้าวายุด้วยสายตาเอาจริงเอาจริง วายุวิเคราะห์และคิดอยู่นานก่อนจะยื่นมือไปเช็คแฮนด์กับพิมพ์ เพื่อตกลงร่วมแผนการกับเธอ เขาจะได้อิสระคืนเช่นเดิมก็ต่อเมื่อ เขาช่วยให้พิมพ์สมหวังกับวาทีได้ ส่วนพิมพ์เองก็จะพยายามงัดเหมยอิงออกไปจากวาทีให้ได้ ทั้งคู่เเยกย้ายกับกลับห้องใครห้องมันเพื่อเตรียมตัวเริ่มแผนการ เช้าวันต่อมา พิมพ์ตั้งใจรีบตื่นเเต่เช้าเพื่อจะให้ไปทันขัดขวางวาทีไม่ให้ไปรับเหมยอิงที่สนามบินได้ เเต่ทว่าเมื่อเธออาบน้ำเเต่งตัวเสร็จและเปิดประตูออกมา คนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องก็คือก้องเกียรติและวายุที่ท่าทางจะยังไม่ตื่นนอนเพราะมีกำพลคอยพยุงเขาไว้อยู่นั่นเอง
"ค่ะ คุณท่าน คุณวายุ มี..อะไร..รึป่าวคะ?"
"อรุณสวัสดิ์จ่ะหนูพิมพ์ วันนี้พ่อจะพาหนูกับเ้าวายุไปลองชุดเเต่ง งานน่ะ เเต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นก็รีบไปกันเถอะเดี๋ยวสายๆจะรถติด ไปกำพล แบกเ้านายของแกไปขึ้นรถ" พิมพ์ถึงกับเข่าอ่อนเพราะนอกจากเธอจะไปขัดขวางวาทีไม่ทันแล้ว เธอยังต้องออกไปข้างนอกกับวายุและพ่อของเขาอีกด้วย พิมพ์ได้เเต่คิดว่าเช้าวันนี้เป็อะไรที่น่าเบื่อหน่ายมาก พิมพ์ก้าวขึ้นรถไปนั่งข้างๆวายุที่ทำท่าจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ เธอรู้ได้ทันทีว่าชายขี้เซาคนนี้ เธอไม่สามารถพึ่งพาอะไรเค้าได้เเน่ เธอได้เเต่นั่งเงียบตลอดทางและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปในส่วนของมันอย่างช้าๆในขณะที่ในหัวของเธอก็ยังคิดถึงวาทีอยู่ไม่ขาด
"โอ้ย!!ไปขัดขวางพี่วาทีไม่ทันแล้วอ่ะ ป่านนี้พี่วาทีคงจะได้เจอหน้ายัยจีนนั่นล่ะมั้งเนี้ย!! สาธุ!ขอให้พี่วาทีไม่ชอบยัยนั่นด้วยเถอะ เพี้ยง!!" พิมพ์ได้เเต่ภาวนาให้วาทีไม่ถูกใจในตัวเหมยอิง ซึ่งในตอนนั้นวาทีก็มาถึงสนามบินพอดี เขาพยายามสอดส่ายสายตามองไปทั่วจุดที่นัดไว้ เเต่ก็ยังไม่พบใครเดินมาหาเขาเลย วาทีจึงได้เเต่นั่งรอเงียบๆอยู่ใต้ต้นไม้และเเล้วก็มีหญิงสาวสวยคนนึงเดินเข้ามาหาวาที พร้อมกับก้มลงมองหน้าวาทีสลับกับหน้าจอมือถือของเธอ วาทีไม่มีรูปของเหมยอิงเขาจึงไม่รู้ว่าเหมยอิงหน้าตาเป็ยังไง หญิงสาวคนนั้นยิ้มกว้างให้วาที วินาทีนั้นวาทีรู้สึกว่ารอยยิ้มของสาวคนนั้นมันชั่งสดใสมากๆ เธอเดินมานั่งข้างๆวายุพร้อมกับวางกระเป๋าลงและกดมือถือโทรออกหาใครซักคน วาทีได้เเต่เเอบมองเธอเป็ระยะเพราะเค้าเริ่มหลงไหลในใบหน้าอันน่ารักของเธอเข้าเเล้ว ในขณะที่รอเหมยอิงอยู่นั้น วาทีก็ยังแอบมองเธออยู่บ่อยครั้งทกระทั่งเธอรู้ตัวและยื่นหน้าเข้ามาใกล้วาทีมากๆจนเขาเองเริ่มหายใจหอบแห้ง...หญิงสาวคนนี้จะจัดการกับคนที่คอยแอบมองเธอยังไง ติดตามต่อได้ใน Ep. หน้านะคะ