“เห้ย แกหนะ เ้าหนู”
เสียงชายวัยกลางคนหน้าตาโเี้พร้อมกับพวกอีกสามสี่คนเดินเข้ามารุมล้อมเด็กน้อยเอาไว้ ใบหน้าของพวกมันบ่งบอกถึงความชั่วร้ายได้เป็อย่างดี
เด็กน้อยหันมองพร้อมกับเอียงคอสงสัย แต่ต่อมานางก็นึกขึ้นได้ ‘อ้อ คุณหนูคงให้คนมาทวงเงินคืนสินะ พอนางไตร่ตรองดูแล้วคงคิดว่าข้าคงทำตามคำพูดไม่ได้แน่ คุณหนูใหญ่นะคุณหนูใหญ่ ข้าว่าจะไม่เอาความท่านแล้วแท้ๆยังจะกล้าหาเื่ใส่ตัว ได้! ในเมื่อท่านไม่จริงใจต่อข้า ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายเลยนะ’
“ตาย!!” เสียงตวาดดังลั่น
ในตอนนั้นเอง ชายร่างใหญ่โตอ้วนฉุผู้หนึ่งก็ก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง มันต่อยเตะเหล่านักเลงอย่างบ้าระห่ำ แม้ว่ามันผู้นั้นจะสติไม่ดี แต่กลับเป็ผู้มีคุณธรรมอันล้ำเลิศประจำเมือง
‘หืมม!? เ้าติงต๊องรึ’ เด็กน้อยถอยหลังออกมาสองก้าว นางปล่อยให้ชายผู้ที่ได้รับฉายาว่า ‘เ้าติงต๊อง’ สู้กับกลุ่มอันธพาลอย่างสนใจ ในชาติก่อน นางเคยได้คุยกับชายผู้นี้อยู่หลายครั้งตอนเด็ก คนผู้นี้มีนิสัยอ่อนโยนและซื่อตรงมากๆ แม้ว่าจะเป็คนดีและรักความยุติธรรม แต่ก็มีเพียงกำลังอย่างเดียวที่พอใช้ได้ ภายหลังก็ไปหาเื่เข้ากับกลุ่มชาวยุทธฝ่ายอธรรม ในที่สุดก็ถูกฆ่าตายอย่างอนาถ
หลันเยว่มองดูการต่อสู้อันดุเดือดของเ้าติงต๊องและกลุ่มอันธพาล มันสู้เหมือนไม่มีความกลัวตายแม้แต่น้อย แม้ว่าจะถูกทุบตีจนเืเต็มตัวยังอุส่าห์หันกลับมาเตือนนางให้รีบหนีไป
“เด็กน้อยเ้ารีบหนีไป ข้าจะสกัดพวกมันไว้ให้เอง”
หลันเยว่พอได้เห็นสีหน้าและแววตาของมันกลับต้องยิ้มออกมาคำเล็กๆ
‘คนผู้นี้ฝีมือถือว่าพอใช้เลยนี่นา มีวิชาธาตุหยางแข็งอยู่หลายแขนงที่เหมาะสมกับมัน หากได้ฝึกปรือเสียหน่อยจะต้องนำมาใช้ประโยชน์ได้แน่ เจอคนที่น่าสนใจแล้วสิ’
แต่กระนั้นนางก็ยังเลือกที่จะหนีออกมาตามคำเตือนของเ้าติงต๊อง สำหรับคนบางประเภทแล้ว การทำให้มันภาคภูมิใจได้ถือว่าเป็เื่สำคัญที่สุด
...ในวันนี้นางจึงยอมจากไปแต่โดยดี
หลันเยว่เดินทางออกไปยังชานเมือง บริเวณนั้นเป็สถานที่ตีเหล็กชื่อดังซึ่งเรียกกันว่า ‘ตรอกดาบ’ ทั้งย่านจะเต็มไปด้วยยอดฝีมือตีเหล็กจากทั่วสารทิศ หากจะหาศาตราวุธดีๆสักชิ้นต้องมา ‘ตรอกดาบแห่งเมืองหลี่’ สำหรับเมืองเล็กๆแห่งนี้ ตรอกดาบนี่คือจุดศูนย์รวมชาวยุทธ์เลยก็ว่าได้
“ดาบชั้นดีราคาถูกจ้า”
“รับตีดาบ กระบี่ หอกเหล็กสนใจคุยราคากันก่อนได้จ้า”
เหล่าพ่อค้าแม้ค้าพากันะโขายพร้อมกับทดสอบอาวุธของตนเองให้ดูเดี๋ยวนั้นเลย บางคนก็เอาหินทุบ บางคนก็เอาคมดาบฟันปะทะกัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอาวุธที่ตีจากตรอกดาบแห่งนี้ได้เป็อย่างดี
ทว่าจุดมุ่งหมายสำคัญของหลันเยว่นั้นมิใช่การสร้างอาวุธ นางมาที่นี่เพื่อหาคนบางคน
“เด็กน้อย เ้ากำลังมองหาอะไร” ชายหน้าตาน่ากลัวผู้หนึ่งถามขึ้น
“มองหน้าหาเื่รึไง! น้องสาว” นางตอบ
“รหัสถูกต้อง เชิญ”
ชายหน้าตาน่ากลัวเดินนำหลันเยว่เข้าสู่ทางเดินอันคับแคบ พวกเขาเดินลงไปสู่ชั้นใต้ดินของบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่จะพบกับชายอ้วนหัวโล้นซึ่งกำลังมองดูอาวุธลับในมือตนเอง
“เด็กรึ!” ท่าทางของมันดูประหลาดใจไม่น้อย
“ท่านลุงกู้ ข้า้าสิ่งของ”
ชายหัวโล้นมีท่าทีประหลาดใจขึ้นไปอีกเมื่อเด็กน้อยผู้นั้นกลับรู้ชื่อของมัน
“เ้า้าอะไรรึ!”
หลันเยว่หยิบกระดาษออกมาจากอกเสื้อ ก่อนที่จะส่งให้ชายหัวโล้น “เป็สิ่งนี้ ข้าจะมารับได้เมื่อใด”
ชายหัวโล้นยามมองดูกระดาษถึงกลับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ กระดาษเป็รอยยับยู่ยี่อยู่หลายแห่งแถมยังมีรอยเืเก่าแก่อยู่เต็มไปหมด แต่ทว่ามันถึงกับตาถลนเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน “แปลนของเกราะเบาัไฟ ของล้ำค่าเช่นนี้เ้าได้มาจากที่ใด”
เกราะเบาัไฟเป็เกราะระดับตำนาน การสร้างมันไม่ใช่เื่ง่ายเลย จำต้องตีเหล็กเส้นขนาดเล็กขึ้นมาถึงสามร้อยเส้นแล้วนำมาร้อยเรียงกันอย่างระมัดระวัง ความยากของมันคือการสานเหล็กเส้นเล็กๆทีละชิ้นนี่หละ หากทำผิดแม้แต่นิดเดียวมันจะเสียหายทันที ความจริงเกราะชิ้นนี้มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในแผ่นดิน แต่นี่เด็กน้อยตัวเล็กๆกลับมีแปลนที่สามารถผลิตสิ่งของออกมามากเท่าไหร่ก็ได้ การที่นางมีของล้ำค่าเช่นนี้อยู่กับตัว นับว่าเป็บุคคลอันตรายยิ่ง
“ท่านสร้างมันได้ใช่หรือไม่!” เด็กน้อยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“ข้าสร้างมันได้แน่ แต่ของสิ่งนี้เ้านำมาจากที่ใด หากข้าไม่รู้ที่มาของสิ่งของมันอาจนำเภทภัยมาสู่ตัวข้าได้” ชายหัวโล้นมีสีหน้าสงสัย
“แน่นอน ข้าขโมยมาจากศพของคนผู้หนึ่ง ภายในสุสานร้าง”
“สุสานร้าง!” ชายหัวโล้นทวนคำพลางมองดูแปลนในมือพลางคิดอะไรบางอย่าง
‘เด็กหญิงผู้นี้นับเป็ขุมสมบัติเคลื่อนที่แล้ว ข้าจะปล่อยนางไปไม่ได้’
มันอ่านแปลนอยู่นานด้วยความสนใจก่อนที่จะพยักหน้าช้าๆและตอบไปว่า “สิบวัน”
เด็กสาวพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะหยิบถุงเงินทั้งหมดไว้บนโต๊ะ “ข้าจะกลับมาในสิบวัน”
“ขอบคุณ” ชายหัวโล้นเคาะโต๊ะอยู่สองครั้ง ทันใดนั้นเอง ชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โตหลายสิบคนก็พุ่งเข้ามาล้อมเด็กสาวไว้
“เด็กน้อย ภาพชิ้นนี้ข้าต้องขอรับไว้ เงินก็ต้องขอรับไว้ และขอเพียงเ้าบอกมาว่าสุสานร้างนั้นอยู่ที่ใด เ้าจึงจะออกไปได้ มิเช่นนั้น... ”
หลันเยว่สูดลมหายใจเข้าช้าๆก่อนที่จะถอยหลังจนติดกำแพง
“ท่านลุงกู้รับเงินไปแล้วทำการค้าเช่นนี้หรือ ปกติมิใช่ว่าท่านรับเงินไปแล้วจะไม่ถามมิใช่รึ?”
“สำหรับกรณีเ้าเป็ข้อยกเว้น สิ่งที่เ้า้าพัวพันซับซ้อนถึงชีวิตของคนหลายร้อยหลายพันคน ข้ามิอาจไม่ถามได้”
“เช่นนั้นท่านก็เสียสัจจะที่เคยลั่นไว้แล้ว ข้าชอบที่สุดตอนที่ลงไม้ลงมือกับคนประเภทนี้” คำพูดประโยคนั้นทำเอาชายหัวโล้นหางตากระตุกเล็กน้อย
เด็กน้อยเดินเข้าหาชายหัวโล้นอีกรอบก่อนที่จะคว้าอาวุธลับจากมือมัน
วูบ!! นางคว้ามีดสั้นที่มีความยาวแค่หนึ่งนิ้วขึ้นมากวัดแกว่ง
อ้อ ข้าลืมบอกทุกคนไปเลย ตอนที่ข้าตายแล้วย้อนกลับมา วิชากระบี่ของข้าก็ได้นำติดตัวมาด้วย มันชื่อว่า ‘กระบี่เดียวท่องโลก’ เป็วิชาที่ข้าคิดค้นขึ้นเอง
วูบบบ
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เพียงนางสะบัดกระบี่คราเดียวกับทำเอาผู้คนทั้งหมดล้มลงดุจใบไม้ร่วง....
อาใช่แล้ว ...ข้าลืมบอกไปอีกอย่าง ข้ายังย้อนกลับมาพร้อมกับพลังปราณหกสิบปี....