บทที่ 15 ออกจากเขตปลอดภัย (รีไรต์)
สินค้าอันดับหนึ่ง : รถเข็นขายอาหาร
ราคา : 100 คริสตัล
เจียงอี้อิ่นพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “หาช่องทางได้ตลอดเลยนะ! รถเข็นผุ ๆ พัง ๆ แบบนี้ราคาตั้งหนึ่งร้อยคริสตัลเชียว”
ระบบไม่ตอบ
เธอปิดหน้าจอร้านค้าระบบทันที “ฉันทำเจียนปิ่งที่นี่แล้วค่อยเอาไปก็ได้ ฉันเชื่อว่าทุกคนคงไม่ว่าอะไรหรอกที่เจียนปิ่งจะเย็นชืด”
[...ซื้อรถเข็นแถมฟรีส่วนผสมทำเจียนปิ่งสิบชุด บรรจุภัณฑ์สำหรับเจียนปิ่งหนึ่งร้อยชุด] ในที่สุดระบบก็ยอมปริปากเสียที
เธอไม่รู้ว่าเมื่อครู่เป็ภาพลวงตาหรือไม่ แต่ภายใต้น้ำเสียงสงบนิ่งนั้น ดูเหมือนจะมีความเ็ปเจือปนอยู่ ทว่าเธอไม่สนใจหรอก ขอแค่ได้เอาเปรียบระบบก็มีความสุขแล้ว
หลังจากซื้อรถเข็นแล้ว เธอรีบวิ่งไปที่ร้านเจียนปิ่งและเริ่มเตรียมส่วนผสมที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้กับเจียนปิ่งทันที
พื้นที่บนรถเข็นจำหน่ายอาหารมีจำกัด เธอจึงไม่คิดจะทำขายหลายไส้ เพราะฉะนั้นจึงเตรียมแค่เจียนปิ่งไข่กับเจียนปิ่งไข่ไส้กรอกเท่านั้น
ส่วนน้ำเต้าหู้กับถั่วเขียวต้มน้ำตาล เธอเตรียมไว้อย่างละห้าสิบแก้ว บรรจุในกล่องโฟมวางไว้ใต้รถเข็น
จากนั้นเธอก็วางถังที่ใส่แป้งทำเจียนปิ่งไว้ข้าง ๆ แล้วจัดเรียงไส้กรอก ผักกาดหอม และไข่ไก่ ไว้ตรงที่ว่างด้านซ้ายของรถเข็นอย่างเป็ระเบียบ
เจียงอี้อิ่นที่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของไม่ได้สังเกตเลยว่า มีเงาสีดำท่าทางน่าสงสัยซ่อนตัวอยู่ตรงชายป่ามืด ๆ ไม่ไกล และกำลังจ้องมองมาทางลานโล่ง
……
จ้าวเซี่ยงเทียนยื่นแขนออกไปข้างหน้าอย่างแรงเพื่อยืนยันอีกครั้งว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ข้างหน้าจริง ๆ ไม่ว่าเขาจะออกแรงมากแค่ไหนก็ไม่อาจผ่านทะลุไปได้
“ลูกพี่ นี่คือมันพลังพิเศษของผู้หญิงคนนั้นเหรอ แบบว่าสร้างเกราะป้องกันตัวเองได้ด้วย” เสี่ยวโหวถามเสียงเบา
“เป็ไปไม่ได้” จ้าวเซี่ยงเทียนทำสีหน้าเคร่งขรึม “วันนั้นฉันอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงสองเมตร ร่างกายเธอไม่มีพลังงานผันผวนเลยสักนิด”
“งั้นก็ต้องมีคนคอยอยู่เื้ัแล้วน่ะสิ” เสี่ยวโหวพูดอย่างมั่นใจ “ฉันว่าแล้ว ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ กล้ามาเร่ร่อนอยู่ข้างนอกแบบนี้ แสดงว่ามีคนใหญ่คนโตหนุนหลังอยู่แน่ ๆ”
“คนที่สามารถทำให้พวกเราสามคนต้องเจ็บหนักขนาดนั้น คงไม่ใช่พวกไก่กาหรอก พวกแกเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามบ้างไหม” จ้าวเซี่ยงเทียนพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
โฮ่วต้ากับโฮ่วเอ้อร์ส่ายหน้าพร้อมกัน
เขาจ้องมองเงาร่างของเจียงอี้อิ่นด้วยสายตาโเี้อยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ไปรายงานเื่นี้ที่ฐาน”
“อ่า... ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จัดการผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แล้วสิ” โฮ่วเอ้อร์เอ่ยอย่างเสียดาย
“ตอนนี้พวกแกจะทำอะไรเธอได้”
สองพี่น้องเงียบเสียงลง แต่แววตายังคงสื่อให้เห็นถึงความเสียดายอย่างชัดเจน
ไม่นานนักจ้าวเซี่ยงเทียนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แต่พวกเราปล่อยไปเฉย ๆ ไม่ได้ พวกแกได้ยินที่กู้ไฮว่ถิงคุยกับเธอหรือเปล่า”
โฮ่วต้าเบิกตากว้าง “ต้องพาเธอไปที่ฐาน”
“นั่นกู้ไฮว่ถิงนะ ไม่แน่เขาอาจจะอยู่เื้ัผู้หญิงคนนี้ก็ได้” โฮ่วเอ้อร์พูดจาแดกดัน
“พรุ่งนี้พวกเรา…” เขากดเสียงลงต่ำ สั่งสอนอะไรบางอย่างกับพี่น้องทั้งสอง
ไฝบนใบหน้าของทั้งคู่ดูเหมือนจะเปล่งประกายขึ้นเพราะตื่นเต้น พลางหัวเราะออกมาอย่างมุ่งร้าย “ลูกพี่ฉลาดหลักแหลมจริง ๆ แบบนี้พวกเราก็มีโอกาสฉุดผู้หญิงคนนี้ได้น่ะสิ”
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงอี้อิ่นตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง เธอเข้านอนดึกเพราะมัวแต่เตรียมตัวเมื่อคืนนี้
หลังจากนั่งเหม่ออยู่บนเตียงพักหนึ่ง เธอก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นก็เดินไปดูต้นไม้ต้นนั้น
ไม่รู้ว่าเป็เพราะใหรือไม่ เด็กคนนั้นไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกเลย แม้ว่าเธอจะรู้สึกกังวลอยู่บ้างเพราะคำพูดของกู้ไฮว่ถิง แต่สุดท้ายเธอก็อดสงสารไม่ได้ เมื่อคืนหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็แขวนอาหารชุดหนึ่งไว้บนต้นไม้ ตอนนี้พอไปดูก็พบว่าของหายไปแล้ว
หลังจากตรวจสอบสิ่งของเเต่ละอย่างที่เตรียมไว้แล้ว เธอจึงถามระบบว่า “เจียนปิ่งไปช่วยได้ไหม”
[...การนำ AI ออกไปนอกพื้นที่เมืองอาหารจะมีค่าใช้จ่ายห้าคริสตัลต่อวัน]
“บอกความจริงฉันมาเถอะ นี่ไม่ใช่ระบบเมืองอาหารหรอก แต่คือระบบนายทุนใจดำใช่ไหม”
เธอเพิ่งค้นพบว่าระบบนี้หาวิธีรีดไถเงินที่เธอหามาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ระบบแก้ตัวอย่างไร้อารมณ์ [เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเทคโนโลยี #¥&* เมื่อระบบพิจารณาแล้วว่า AI ได้รับความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ หรืออาจถูกแยกชิ้นส่วนเพื่อการวิจัย สามารถส่งกลับไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ทันที การคิดค่าบริการเพียงห้าคริสตัลถือว่าถูกมากแล้ว]
ดวงตาของเธอเป็ประกาย เธอคิดถึงบางสิ่งบางอย่างได้ทันที รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอในทันใด “ค่าธรรมเนียมไม่ใช่ปัญหา แต่ฉันสามารถใช้ฟังก์ชันเทเลพอร์ตนี้ได้ไหม]
ระบบตอบปฏิเสธด้วยความเงียบ
เธอพยายามพูดโน้มน้าวอีกฝ่ายว่า “พวกเรานี่ก็นับว่าเป็ความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันนะ ฉันอยู่ปลอดภัยดีถึงจะหาผลึกคริสตัลมาให้เธอได้เรื่อย ๆ ไง”
“ถ้าฉันตายขึ้นมา เธอไม่ต้องหาคนใหม่ที่ใกล้ตายแล้วยังทำอาหารเป็มาเชื่อมต่อเหรอ ถึงฉันจะเชื่อว่าสุดท้ายเธอก็หาเจอ แต่ก็น่าจะวุ่นวายใช่ไหมล่ะ”
“แถมฉันอายุยังน้อย โดนคนทำร้าย แล้วยังมาป่วยหนัก โชคชะตาน่าจะตกต่ำถึงขีดสุดแล้ว ถึงได้พลิกฟื้นกลับมา ร้านที่เปิดในป่าในเขาแบบนี้ยังขายดิบขายดีขนาดนี้ ถ้าเธอเปลี่ยนเป็คนอื่นก็ใช่ว่าจะมีโชคแบบฉันนะ”
เธอพูดจนปากคอแห้ง ในที่สุดก็ได้ยินเสียงตอบกลับอย่างลังเลจากระบบ […ฟังก์ชันเทเลพอร์ตให้แค่หุ่นยนต์ AI เท่านั้น แต่…ในขณะที่กำลังเทเลพอร์ต ถ้าสิ่งของัักับพื้นผิวของหุ่นยนต์ AI มากกว่า 70% จะถูกพิจารณาว่าเป็ส่วนหนึ่งของ AI…”
เข้าใจแล้ว ตอนนั้นฉันจะได้กอดคอ AI ไว้ แล้วโอบเอวเขาอีกที
พอจินตนาการถึงท่าทางนั้นก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว แต่ถ้ามีอันตรายจริง ๆ ก็คงต้องยอมแล้ว
เธอพยักหน้าอย่างพอใจ จ่ายคริสตัลให้เจียนปิ่งไปห้าก้อน
ไม่นานนัก กลุ่มของกู้ไฮว่ถิงก็มาถึง แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ มีอีกหนึ่งร่างปะปนมาด้วย
“เถ้าแก่ ไม่ว่าอะไรที่ฉันไปกับพวกคุณด้วยใช่ไหม” เจิ้งฮุ่ยเจวียนทักทายพร้อมรอยยิ้ม “ฉันเองก็ไม่ได้ไปฐานอู๋ถงนานแล้ว วันนี้เลยว่าจะไปดูสักหน่อย”
แน่นอนว่าเธอไม่ได้ว่าอะไร ตรงกันข้าม พวกเขากลับมองรถเข็นขายอาหารเคลื่อนที่ที่โผล่มาในลานกว้างด้วยสีหน้าหลากหลาย
คนที่แสดงอาการออกมามากที่สุดคือเจิ้งฮุ่ยเจวียน เธอหวนนึกถึงชีวิตก่อนวันสิ้นโลก แต่ก็สะกดอารมณ์เอาไว้ได้ต่อหน้าพวกกู้ไฮว่ถิง
หลังจากเสียงดังโหวกเหวกอยู่ครู่หนึ่ง อาสยงก็แย่ง ‘สิทธิ์ในการเข็น’ รถเข็นขายอาหารเคลื่อนที่มาได้ พวกเขาจึงออกเดินทาง
เจียงอี้อิ่นมาที่โลกนี้เป็ครั้งแรก เธอรู้สึกกังวลใจเป็ธรรมดา แต่ไม่นานเธอก็พบว่า พวกพ้องของกู้ไฮว่ถิงปกป้องเธอและรถเข็นเอาไว้ตรงกลางโดยไม่ต้องปริปากขอ ส่วนกู้ไฮว่ถิงและเจิ้งฮุ่ยเจวียนยืนขนาบข้างเธอซ้ายขวาราวกับผู้พิทักษ์ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยไม่น้อย
หลังออกจากพื้นที่ปลอดภัยแล้วเข้าไปในป่า ท้องฟ้ามืดลงอย่างกะทันหัน แต่ก็ยังมองเห็นได้
กู้ไฮว่ถิงกระซิบว่า “เวลาเดินในป่า ควรเคลื่อนไหวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เธอพยักหน้าแล้วกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
แต่แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ “เถ้าแก่เจียง หายใจตามปกติได้ ไม่เป็ไร”
ใบหูของเธอร้อนผ่าว เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเขินอาย
ในขณะนั้นเอง เธอก็เห็นบางอย่างแวบผ่านไปจากหางตา เธอจึงกะพริบตาหนึ่งครั้ง พอมองไปที่ศีรษะของกู้ไฮว่ถิงอีกครั้ง ก็เห็นเพียงกิ่งไม้ที่ดูน่ากลัวราวกรงเล็บของปีศาจ
แต่รอยยิ้มของเขากลับหายไปทันที มือซ้ายของเขายกขึ้นโดยไม่มีเสียง ขณะเดียวกันมือขวาก็ยื่นออกมาจับแขนของเธอเบา ๆ
คนอื่น ๆ หยุดฝีเท้าอย่างรู้กันโดยไม่ได้นัดหมาย
มีบางสิ่งกำลังเลื้อยอยู่ท่ามกลางป่า
แสงสีเขียวมรกตส่องประกายระยิบระยับ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้
“งูเขียวไผ่กลายพันธุ์!” เสียงทุ้มของกู้ไฮว่ถิงดังก้อง “ระวังอย่าให้มันกัดเข้าล่ะ”