เธอที่ผมเริ่มมอง โดยไม่รู้ตัว

    บทที่ 6.5: วันหยุดที่หัวใจเต้นแรง

    เสียงนาฬิกาปลุกในเช้าวันหยุดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องของผม ผมลุกขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง เพราะวันนี้คือวันที่ผมกับซาโยะนัดกันไว้ ว่าจะไปห้างสรรพสินค้าด้วยกัน 

    “เดทงั้นเหรอ... ไม่สิ แค่เที่ยวเฉย ๆ” 
    ผมพึมพำกับตัวเองหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะจัดการกับตัวเองอย่างเร่งรีบ 

    เมื่อถึงเวลานัด ผมก็ออกไปยืนรอที่หน้าทางเข้าอพาร์ตเมนต์ และไม่ทันไร เธอก็มาถึง 

    “รอนานไหมคะ?” เธอถามเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ 
    “ไม่เลย ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน” ผมตอบพลางพยายามไม่จ้องนานเกินไป 

    ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไปที่สถานีรถไฟ ระหว่างทางมีลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ 

    “วันนี้อากาศดีจังเลยนะคะ” 
    “อื้ม... นั้นสินะถึงจะหายากในฤดูนี้แต่เหมาะกับการออกมาเดินเล่นเลยล่ะครับ” 

    “ฮิฮิ..นั้นสินะคะ” 

    ซาโยะหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนที่จะยิ้มจนทำให้ใจของผมแทบจะละลาย จากนั้นเราก็ขึ้นบนรถไฟ เรานั่งข้างกัน ผมแอบเหลือบมองเธอเป็๞ระยะ เธอกำลังมองวิวข้างทางอย่างเงียบ ๆ 

    “ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยมาห้างนี้กับคุณแม่บ่อย ๆ ค่ะ” 
    “จริงเหรอครับ? ผมก็เหมือนกันเลย... แต่ตอนนั้นผมสนใจแค่โซนของเล่น ฮะ ๆ” 

    เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วหันมามองผม 
    “ตอนนี้ล่ะคะ? สนใจโซนไหน?” 
    “ตอนนี้... สนใจแค่คนที่มาด้วยมากกว่าครับ” 
    ผมพูดออกไปก่อนจะรู้ตัว หน้าแดงจัดจนต้องหันไปมองหน้าต่างแทน 

    เมื่อถึงห้าง หัวใจของผมก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีก แสงไฟในห้างระยิบระยับ กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่และดนตรีเบา ๆ ชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ 

    “เราไปดูตรงโซนเสื้อผ้ากันไหมคะ?” ซาโยะถาม 
    “อื้ม ได้สิ” 

    ผมเดินตามเธอไปยังโซนแฟชั่น เธอลองหยิบเสื้อบางตัวขึ้นมาแนบกับตัว แล้วหันมาถาม 

    “ตัวนี้ดูโอเคไหม?” 
    ผมหน้าแดงเล็กน้อย “สวยมากเลย ดูเข้ากับเธอมาก” 

    ซาโยะนำชุดที่อยู่บนราวมาแนบร่างกายเพื่อให้ฮารุกิดูว่าเหมาะสมกับเธอหรือไม่ เธอยิ้มบาง ๆ อย่างพอใจไปทางฮารุกิ... แล้วเราก็เดินไปดูร้านอื่น ๆ ต่อ เธอแวะชมเครื่องประดับและของจุกจิกเล็กน้อย ก่อนจะพาผมเดินไปยังโซนเครื่องเขียน  

    “ฉันชอบพวกสมุดโน้ตน่ะค่ะ เวลาจดอะไรลงไปจะรู้สึกเหมือนหัวใจสงบ” 
    “เหมือนผมเลย ผมก็ชอบขีดเขียนอะไรเงียบ ๆ เหมือนกัน” 

    ซาโยะหยุดเดินแล้วหันมามองผม ดวงตาเป็๲ประกายเล็กน้อย 
    “ดีจังค่ะ ที่มีใครเข้าใจแบบนี้” 

    “จะว่าไปฮารุกิชอบไปโซนไหนอย่างงั้นหรอค่ะ ฉันอยากรู้ความชอบของฮารุกิคุงด้วย” 

    “อย่าหัวเราะน่ะ” 

    “ไม่หัวเราะหรอกค่ะ” 

    “ฉันอยากไปโซนเกมเซ็นเตอร์น่ะ” 

    ฮารุกิบอกกับซาโยะด้วยความเขินอายนิดหน่อย ก่อนที่ผมจะเดินนำทางซาโยะไปโซนเกมเซ็นเตอร์เหมือนรู้จักทางไปเป็ยอย่างดี 

    “ว้าว”ดวงตาของซาโยะเป็๲ประกาย 

    “ฮ่า ฮ่า ซาโยะดูตื่นเต้นจังเลยน่ะ” 

    “ก็ฉันไม่เคยมาที่โซนแบบนี้เลยซักครั้งนี้ค่ะ มันเลยรู้สึกแปลกใหม่สำหรับฉันมากๆเลยค่ะ” 

    “งั้นซาโยะอยากลองเล่นอะไรบ้างละ” 

    ฮารุกิผายมือออกไปข้างหน้าเพื่อให้ซาโยะเลือกสิ่งที่สนใจมากที่สุด 

    “อันนี้เล่นอย่างไรหรอค่ะ” 

    “อ้อ ตู้คีบตุ๊กตาสิน่ะ ลองเล่นดูไหม” 

    ซาโยะที่ได้รับคำชวนของฮารุกิจึงได้ลองเล่นแต่ 1 เหรียญ 2 เหรียญ ซาโยะยังคีบไม่ได้คงถึงเวลาของผมแล้วสิน่ะ ผมที่ได้เล่นด้วยความมั่นใจกลับหมดไป 10 เหรียญถึงจะได้ตุ๊กตากระต่าย ผมจึงยื่นตุ๊กตาให้กับซาโยะ 

    “นี้ฉันให้” 

    “เอ๋ ฮารุกิคุงไม่เก็บไว้เองหรอค่ะ” 

    “ที่ฉันเล่นเพราะอยากจะเอามาให้ซาโยะนั้นแหละ ไม่ต้องคิดมากหรอกน่ะ” 

    ซาโยะรับตุ๊กตาและมอบรอยยิ้มที่ทำให้ใจผมเจ็บ ผมคิดในใจจนถึงเมื่อกี้ ต่อให้ใช้เงินจนหมดกระเป๋าแต่มันคุ้มค่ามากที่ได้เห็นรอยยิ้มของซาโยะ 

    หลังจากเดินมาหลายชั่วโมง ทั้งคู่ต่างเริ่มรู้สึกเหนื่อย และหิวขึ้นมา 

    “ทานราเม็งกันไหมคะ?” ซาโยะชี้ไปยังร้านหนึ่งที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ 
    “ได้เลย ผมหิวพอดีเลย” 

    เรานั่งลงในร้านเล็ก ๆ นั้น กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นลอยฟุ้งขึ้นมา 

    “ราเม็งนี่รสชาติเหมือนร้านแถวบ้านฉันเลยค่ะ” 
    “งั้นเหรอครับ... ผมชอบราเม็งเพราะมันทำให้อุ่นใจดี” 

    เธอยิ้มแล้วเป่าเส้นราเม็งเบา ๆ ก่อนจะคีบขึ้นมากินอย่างสง่างาม ผมเผลอมองเธอโดยไม่รู้ตัว 

    “ขอบคุณนะคะ ที่มาวันนี้ด้วยกัน” ซาโยะพูดเบา ๆ 
    “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ มันสนุกมากเลยครับ” 

    หลังทานเสร็จ พวกเราเดินเล่นรอบ ๆ ชั้นบนที่มีสวนลอยฟ้า ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบและอบอุ่น 

    “ถ้าเลือกได้... เธออยากใช้ชีวิตแบบไหนในอนาคตเหรอ?” ผมถาม 
    “อืม... อยากมีชีวิตเรียบง่าย อยู่กับใครสักคนที่เข้าใจค่ะ” 
    เธอหันมายิ้มให้ผมเบา ๆ 

    ทันใดนั้น เสียงเปียโนเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากลานกิจกรรมด้านล่างของห้าง 

    “เสียงเพลงนั่น...” ซาโยะหันไปมอง 

    ผมมองตามสายตาเธอ เห็นเวทีเล็ก ๆ ที่มีนักดนตรีสมัครเล่นกำลังเล่นเปียโนอยู่ ท่วงทำนองช้า ๆ ละมุนละไม ลอยขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของห้าง 

    “เขาเล่นเพราะจังเลยนะ” ผมพูดเบา ๆ 
    “ค่ะ... เหมือนเพลงประกอบหนังรักเลย” ซาโยะยิ้มบาง ๆ 

    เสียงฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเบา ๆ 

    “ฝนตกเหรอ?” ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า 

    ละอองฝนเล็ก ๆ ตกลงมาทีละหยด ซาโยะยกมือขึ้นรับหยดน้ำด้วยรอยยิ้ม 
    “ฝนแบบนี้... ฉันชอบนะคะ มันเย็นสบายดี” 

    ผมรีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองออก แล้วคลุมให้เธอโดยไม่คิดอะไร 
    “เดี๋ยวเธอจะไม่สบายเอานะ” 

    ซาโยะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มจาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ 
    “ขอบคุณค่ะ... ฮารุกิคุง ใจดีเหมือนเดิมเลยนะคะ” 

    เราสองคนวิ่งหลบฝนไปยังศาลาเล็ก ๆ ที่อยู่ริมสวนลอยฟ้า เสียงฝนกระทบหลังคาเบา ๆ ผสมกับเสียงเปียโนที่ยังคงเล่นอยู่ด้านล่าง กลายเป็๞บรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกอย่างน่าประหลาด 

    ผมหันไปมองซาโยะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอกำลังมองสายฝนด้วยแววตาอ่อนโยน เส้นผมบางส่วนเปียกชื้นเล็กน้อยจากฝนก่อนหน้านี้ ผมยื่นมือไปที่ผมของซาโยะเส้นผมที่เปียกเล็กน้อยกลับยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นในสายตาผม 

    “ซาโยะ...” ผมเรียกชื่อเธอเบา ๆ 

    เธอหันมามอง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงฝนและแสงไฟจากสวนอย่างนุ่มนวล 
    “คะ?” 

    “ผมดีใจนะ... ที่ได้มาใช้เวลาวันนี้กับเธอ” 
    ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิด แต่ก็ไม่อยากถอนคำพูดนั้นกลับ 

    เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงแ๶่๥เบา 
    “ฉันก็เหมือนกันค่ะ... มันเป็๲วันที่อบอุ่นมากเลย” 

    เรานั่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ 

    “ตอนแรกฉันไม่คิดเลยว่าจะกล้าชวนใครมาเที่ยวแบบนี้... แต่กับฮารุกิคุง ฉันรู้สึกว่าไม่ต้องฝืนอะไรเลย” 

    ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี เลยได้แต่ยิ้มกลับไป 
    หัวใจผมเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะของมันในอก 

    เสียงฝนยังคงตกเบา ๆ ผสมกับเสียงเปียโนที่ลอยมาอย่างแ๶่๥เบา