เสียงนาฬิกาปลุกในเช้าวันหยุดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องของผม ผมลุกขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง เพราะวันนี้คือวันที่ผมกับซาโยะนัดกันไว้ ว่าจะไปห้างสรรพสินค้าด้วยกัน
“เดทงั้นเหรอ... ไม่สิ แค่เที่ยวเฉย ๆ”
ผมพึมพำกับตัวเองหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะจัดการกับตัวเองอย่างเร่งรีบ
เมื่อถึงเวลานัด ผมก็ออกไปยืนรอที่หน้าทางเข้าอพาร์ตเมนต์ และไม่ทันไร เธอก็มาถึง
“รอนานไหมคะ?” เธอถามเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
“ไม่เลย ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน” ผมตอบพลางพยายามไม่จ้องนานเกินไป
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไปที่สถานีรถไฟ ระหว่างทางมีลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ
“วันนี้อากาศดีจังเลยนะคะ”
“อื้ม... นั้นสินะถึงจะหายากในฤดูนี้แต่เหมาะกับการออกมาเดินเล่นเลยล่ะครับ”
“ฮิฮิ..นั้นสินะคะ”
ซาโยะหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนที่จะยิ้มจนทำให้ใจของผมแทบจะละลาย จากนั้นเราก็ขึ้นบนรถไฟ เรานั่งข้างกัน ผมแอบเหลือบมองเธอเป็ระยะ เธอกำลังมองวิวข้างทางอย่างเงียบ ๆ
“ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยมาห้างนี้กับคุณแม่บ่อย ๆ ค่ะ”
“จริงเหรอครับ? ผมก็เหมือนกันเลย... แต่ตอนนั้นผมสนใจแค่โซนของเล่น ฮะ ๆ”
เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วหันมามองผม
“ตอนนี้ล่ะคะ? สนใจโซนไหน?”
“ตอนนี้... สนใจแค่คนที่มาด้วยมากกว่าครับ”
ผมพูดออกไปก่อนจะรู้ตัว หน้าแดงจัดจนต้องหันไปมองหน้าต่างแทน
เมื่อถึงห้าง หัวใจของผมก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีก แสงไฟในห้างระยิบระยับ กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่และดนตรีเบา ๆ ชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ
“เราไปดูตรงโซนเสื้อผ้ากันไหมคะ?” ซาโยะถาม
“อื้ม ได้สิ”
ผมเดินตามเธอไปยังโซนแฟชั่น เธอลองหยิบเสื้อบางตัวขึ้นมาแนบกับตัว แล้วหันมาถาม
“ตัวนี้ดูโอเคไหม?”
ผมหน้าแดงเล็กน้อย “สวยมากเลย ดูเข้ากับเธอมาก”
ซาโยะนำชุดที่อยู่บนราวมาแนบร่างกายเพื่อให้ฮารุกิดูว่าเหมาะสมกับเธอหรือไม่ เธอยิ้มบาง ๆ อย่างพอใจไปทางฮารุกิ... แล้วเราก็เดินไปดูร้านอื่น ๆ ต่อ เธอแวะชมเครื่องประดับและของจุกจิกเล็กน้อย ก่อนจะพาผมเดินไปยังโซนเครื่องเขียน
“ฉันชอบพวกสมุดโน้ตน่ะค่ะ เวลาจดอะไรลงไปจะรู้สึกเหมือนหัวใจสงบ”
“เหมือนผมเลย ผมก็ชอบขีดเขียนอะไรเงียบ ๆ เหมือนกัน”
ซาโยะหยุดเดินแล้วหันมามองผม ดวงตาเป็ประกายเล็กน้อย
“ดีจังค่ะ ที่มีใครเข้าใจแบบนี้”
“จะว่าไปฮารุกิชอบไปโซนไหนอย่างงั้นหรอค่ะ ฉันอยากรู้ความชอบของฮารุกิคุงด้วย”
“อย่าหัวเราะน่ะ”
“ไม่หัวเราะหรอกค่ะ”
“ฉันอยากไปโซนเกมเซ็นเตอร์น่ะ”
ฮารุกิบอกกับซาโยะด้วยความเขินอายนิดหน่อย ก่อนที่ผมจะเดินนำทางซาโยะไปโซนเกมเซ็นเตอร์เหมือนรู้จักทางไปเป็ยอย่างดี
“ว้าว”ดวงตาของซาโยะเป็ประกาย
“ฮ่า ฮ่า ซาโยะดูตื่นเต้นจังเลยน่ะ”
“ก็ฉันไม่เคยมาที่โซนแบบนี้เลยซักครั้งนี้ค่ะ มันเลยรู้สึกแปลกใหม่สำหรับฉันมากๆเลยค่ะ”
“งั้นซาโยะอยากลองเล่นอะไรบ้างละ”
ฮารุกิผายมือออกไปข้างหน้าเพื่อให้ซาโยะเลือกสิ่งที่สนใจมากที่สุด
“อันนี้เล่นอย่างไรหรอค่ะ”
“อ้อ ตู้คีบตุ๊กตาสิน่ะ ลองเล่นดูไหม”
ซาโยะที่ได้รับคำชวนของฮารุกิจึงได้ลองเล่นแต่ 1 เหรียญ 2 เหรียญ ซาโยะยังคีบไม่ได้คงถึงเวลาของผมแล้วสิน่ะ ผมที่ได้เล่นด้วยความมั่นใจกลับหมดไป 10 เหรียญถึงจะได้ตุ๊กตากระต่าย ผมจึงยื่นตุ๊กตาให้กับซาโยะ
“นี้ฉันให้”
“เอ๋ ฮารุกิคุงไม่เก็บไว้เองหรอค่ะ”
“ที่ฉันเล่นเพราะอยากจะเอามาให้ซาโยะนั้นแหละ ไม่ต้องคิดมากหรอกน่ะ”
ซาโยะรับตุ๊กตาและมอบรอยยิ้มที่ทำให้ใจผมเจ็บ ผมคิดในใจจนถึงเมื่อกี้ ต่อให้ใช้เงินจนหมดกระเป๋าแต่มันคุ้มค่ามากที่ได้เห็นรอยยิ้มของซาโยะ
หลังจากเดินมาหลายชั่วโมง ทั้งคู่ต่างเริ่มรู้สึกเหนื่อย และหิวขึ้นมา
“ทานราเม็งกันไหมคะ?” ซาโยะชี้ไปยังร้านหนึ่งที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ
“ได้เลย ผมหิวพอดีเลย”
เรานั่งลงในร้านเล็ก ๆ นั้น กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นลอยฟุ้งขึ้นมา
“ราเม็งนี่รสชาติเหมือนร้านแถวบ้านฉันเลยค่ะ”
“งั้นเหรอครับ... ผมชอบราเม็งเพราะมันทำให้อุ่นใจดี”
เธอยิ้มแล้วเป่าเส้นราเม็งเบา ๆ ก่อนจะคีบขึ้นมากินอย่างสง่างาม ผมเผลอมองเธอโดยไม่รู้ตัว
“ขอบคุณนะคะ ที่มาวันนี้ด้วยกัน” ซาโยะพูดเบา ๆ
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ มันสนุกมากเลยครับ”
หลังทานเสร็จ พวกเราเดินเล่นรอบ ๆ ชั้นบนที่มีสวนลอยฟ้า ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบและอบอุ่น
“ถ้าเลือกได้... เธออยากใช้ชีวิตแบบไหนในอนาคตเหรอ?” ผมถาม
“อืม... อยากมีชีวิตเรียบง่าย อยู่กับใครสักคนที่เข้าใจค่ะ”
เธอหันมายิ้มให้ผมเบา ๆ
ทันใดนั้น เสียงเปียโนเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากลานกิจกรรมด้านล่างของห้าง
“เสียงเพลงนั่น...” ซาโยะหันไปมอง
ผมมองตามสายตาเธอ เห็นเวทีเล็ก ๆ ที่มีนักดนตรีสมัครเล่นกำลังเล่นเปียโนอยู่ ท่วงทำนองช้า ๆ ละมุนละไม ลอยขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของห้าง
“เขาเล่นเพราะจังเลยนะ” ผมพูดเบา ๆ
“ค่ะ... เหมือนเพลงประกอบหนังรักเลย” ซาโยะยิ้มบาง ๆ
เสียงฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเบา ๆ
“ฝนตกเหรอ?” ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า
ละอองฝนเล็ก ๆ ตกลงมาทีละหยด ซาโยะยกมือขึ้นรับหยดน้ำด้วยรอยยิ้ม
“ฝนแบบนี้... ฉันชอบนะคะ มันเย็นสบายดี”
ผมรีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองออก แล้วคลุมให้เธอโดยไม่คิดอะไร
“เดี๋ยวเธอจะไม่สบายเอานะ”
ซาโยะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มจาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ
“ขอบคุณค่ะ... ฮารุกิคุง ใจดีเหมือนเดิมเลยนะคะ”
เราสองคนวิ่งหลบฝนไปยังศาลาเล็ก ๆ ที่อยู่ริมสวนลอยฟ้า เสียงฝนกระทบหลังคาเบา ๆ ผสมกับเสียงเปียโนที่ยังคงเล่นอยู่ด้านล่าง กลายเป็บรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกอย่างน่าประหลาด
ผมหันไปมองซาโยะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอกำลังมองสายฝนด้วยแววตาอ่อนโยน เส้นผมบางส่วนเปียกชื้นเล็กน้อยจากฝนก่อนหน้านี้ ผมยื่นมือไปที่ผมของซาโยะเส้นผมที่เปียกเล็กน้อยกลับยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นในสายตาผม
“ซาโยะ...” ผมเรียกชื่อเธอเบา ๆ
เธอหันมามอง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงฝนและแสงไฟจากสวนอย่างนุ่มนวล
“คะ?”
“ผมดีใจนะ... ที่ได้มาใช้เวลาวันนี้กับเธอ”
ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิด แต่ก็ไม่อยากถอนคำพูดนั้นกลับ
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงแ่เบา
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ... มันเป็วันที่อบอุ่นมากเลย”
เรานั่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“ตอนแรกฉันไม่คิดเลยว่าจะกล้าชวนใครมาเที่ยวแบบนี้... แต่กับฮารุกิคุง ฉันรู้สึกว่าไม่ต้องฝืนอะไรเลย”
ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี เลยได้แต่ยิ้มกลับไป
หัวใจผมเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะของมันในอก
เสียงฝนยังคงตกเบา ๆ ผสมกับเสียงเปียโนที่ลอยมาอย่างแ่เบา
