ตอน 18 เผยรัก
"เดี๋ยวนะ ?? ท่านทำบ้าอะไร ท่านร้องไห้ทำไม" หลินอีหัวเราะก๊ากออกมาทั้งที่สามีน้ำตานองหน้า
"มิใช่ว่า... เ้าเสียอกเสียใจที่ข้ามอบจูบให้เ้า จนถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตายหรอกหรือ" เว่ยกวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ข้าแค่เขียนบทกลอนและบทความ จูบของท่านทำให้ข้ามีจินตนาการมากขึ้น กระทั่งเขียนนิยายจบได้รวดเร็วภายในสามคืน"
"ท่านลองมองไปรอบๆสิ แผ่นกระดาษขาวที่เปื้อนหมึกเต็มไปหมด ข้าแขวนผ้าบนขื่อ ก็เพียงเพราะ้าห้อยผึ่งหมึกให้แห้ง นี่พวกเ้าคิดอะไรไปไกลขนาดนั้น คนเช่นข้านี่นะ จะอยากตาย ในเมื่อข้าเคยตายมาแล้วหนึ่งหน ข้าจะกลัวอะไรอีก"
"แต่เดี๋ยวนะ เมื่อครู่ท่านพูดว่า จูบของท่านเป็ที่ปรารถนาของหญิงสาวทั้งสี่มุมเมือง เห็นทีท่านจะเข้าข้างตนเองไปหน่อย ละเว้นข้าไว้สักคนแล้วกัน" หลินอีมองบนพูดเย้ยหยันสามี
"เ้าไม่้าแล้วอย่างไร แต่ข้าจะมอบให้เ้าผู้เดียว ใครหน้าไหนกล้าขัด ข้าจะสังหารมันซะ" เว่ยกวงน้อยใจจัด ที่ภรรยาไม่้าจูบของตน อารมณ์น้อยใจถาโถม ฉุนเฉียวได้ง่าย
"กล้าดียังไง ไม่ให้ค่ากับจูบแรกของข้า!!" เว่ยกวงเคืองจัด ถกหน้ากากขึ้นสูง ตั้งใจจะจูบซ้ำนางอีกหนเพื่อสั่งสอน แต่เขาเองคงลืมไปว่าบ่าวทั้งสองยังยืนเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง
"หยุดนะเว่ยกวง " หลินอีบิดเขิน ส่งสายตาให้เว่ยกวงรับรู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เขาสองคน
"เยี่ยชิง!!! เ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่!!!" คุยกับเมียใช้เสียงสอง แต่พอพูดกับเยี่ยชิง กลับขึงขังทำเสียงเข้มข้น
"ขอรับพี่ใหญ่" เยี่ยชิงรีบยกมือขึ้นปิดตาเสี่ยวถี ดึงตัวนางออกไป อีกทั้งยังปิดประตูลงกลอนไว้ดังเดิม ให้สองสามีภรรยาได้ปรับความเข้าใจกัน
**********
"เอาล่ะ เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ข้าจะได้เบาใจ"
"หลินอี... จำเอาไว้ เ้าอย่าได้คิดเล็ก คิดน้อยอีก ไม่เช่นนั้นคนที่ใจสลายที่สุดคือข้า... "
"เหตุใด ท่านต้องเสียใจที่ไม่มีข้า..." หลินอีเอ่ยถามด้วยความไร้เดียงสา
"เพราะข้ารักเ้า..." เว่ยกวงพูดความในใจอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเฉไฉ คำตอบของเขาทำเอานางอึ้งจนพูดไม่ออก
"รักข้า? รักข้างั้นเหรอ " หลินอีทวนคำถามอีกหน
"ใช่ ข้ารักเ้า และจะรักเ้าเพียงผู้เดียวชั่วชีวิต แม้ท่านแม่จะสรรหาภรรยาให้ข้าอีกกี่สิบคน ข้าจะมีเพียงเ้า" คำพูดแสนหวานของเว่ยกวงทำให้เด็กสาวแห่งโลกอนาคตหัวใจพองโต หลินอีบิดเขิน ค่อยๆซึมซับ เรียนรู้ที่จะรัก โดยไม่ปิดกั้นหัวใจ ทั้งสองต่างโอบกอดกันอย่างอบอุ่น ท่ามกลางกองกระดาษขาวที่เปื้อนหมึกแสนคำอักษร
**********
ณ ศาลาริมสระจวนฉือ
เช้าวันต่อมา....
ฮูหยินใหญ่จิบชา ชมนก ชมไม้ อย่างสบายใจ
"วันนี้ช่างอากาศดีจริงๆ เหมาะแก่การทำเื่ดีๆ" ฮูหยินฉือยิ้มกริ่ม แววตามีเลศนัย
"นายหญิงเ้าคะ อย่าได้รอช้าอยู่เลย หากนายหญิง้า ข้ากับนางเล็กๆจะเร่งจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ทันการ" สาวใช้ผู้ปากยาวหลายคืบหลายวา กล่าวยุยงส่งเสริมให้ฮูหยินใหญ่ผู้โง่เขลาฉุกคิด
"อะฮ้าาา ดีสิ สมกับที่เ้าเป็คนข้างกายของข้าจริงๆ ไม่ว่าข้าจะคิดสิ่งใดเ้าล่วงรู้ใจข้าทุกสิ่ง เอาเถอะ เอาอย่างที่เ้าว่า รีบไปจัดการซะ" ฮูหยินใหญ่ประมาทเลินเล่อ ไม่ได้ระมัดระวังคำพูด กระทั่งซ่างจี้จูมาได้ยินเข้า
"หึ... ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่ายายแก่นี่จะมีแผนรังแกอะไรใครอีก" ซ่างจี้จูยืนแสยะยิ้มมุมปากคอยจับตาดูห่างๆ
*********
ณ ตลาดหลวงแห่งนครชิงเป่ย
เว่ยกวงอนุญาตให้หลินอีออกจากจวนั้แ่เช้ามืด โดยมีเยี่ยชิงเป็ผู้ติดตามไป แน่นอนวว่าหลินอีออกมาครานี้จะไม่ยอมให้เสียเวลาเปล่าแน่
นางตระเตรียมนิยายหลายสิบเล่ม วางขายริมทาง... โดยไม่มีท่าทีอับอายแม้แต่น้อย ท่าทีกระตือรือร้นและแสนสุขใจของนาง ทำให้ฉือเว่ยกวงที่แอบดูอยู่ห่างๆพลอยสุขใจไปด้วย วินาทีนั้นเว่ยกวงราวตกหลุมพรางแห่งรัก ในสายตาชายผู้นี้มีเพียงภริยารอง เขาเอ็นดูและยกยอนาง เป็สตรีที่เก่งกาจด้านสติปัญญาเหนือผู้ใด
"อะ...เอ๊... ท่านลุง อย่าเพิ่งไปขอรับ " เว่ยกวงเห็นท่านลุงเดินผ่านหน้าไป ไม่รอช้าที่จะเปล่งเสียงเรียก
"ว่าไงล่ะพ่อหนุ่ม " ลุงเฒ่าเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
"สตรีที่ขายตำราข้างทางนั่น คือภรรยาของข้า ข้าอยากสนับสนุนนาง แต่หากข้าเป็ผู้จ่ายเบี้ยตำลึงแก่นาง นางต้องตำหนิข้าเป็แน่ เช่นนั้นแล้ว ข้าจึงต้องรบกวนท่านลุง" เว่ยกวงร้องขอความช่วยเหลืออย่างนอบน้อมทั้งที่เข้านั้นไม่เคยร้องขอต่อผู้ใดมาก่อน เว้นแต่ฝ่าาผู้เป็าาเหนือหัว เมื่อลุงเฒ่าตอบตกลง เว่ยกวงไม่รอช้าที่จะยื่นถุงแดงบรรจุเบี้ย หนึ่งพันตำลึงให้ไป
"ฮื่ม ฮื่ม เ้านี่นะ ดูแล้วช่างเหมือนข้าครั้งยังหนุ่มยังแน่น ครั้งนี้จะถือว่าข้าช่วยเหลือเ้าให้สมหวังก็แล้วกัน " ลุงเฒ่าผู้นั้นแหงนมองท้องฟ้า ในใจหวนคิดถึงภรรยาที่ตายจากไป รอยยิ้มของเขานั้นดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เขาเต็มใจเดินเข้าหาหลินอี เปิดบทนิยายอ่านหนึ่งเล่ม พร้อมพ่นคำชมมากมาย จนนางใช้ชื้น
"ไอ๊หย๊า ท่านลุง เป็อย่า่งไรบ้าง หนังสือของข้าพอใช้ได้หรือไม่" หลินอียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อย่างจดจ่อ เพราะนี่เป็ลูกค้าคนแรกที่ยอมหยิบหนังสือของนางขึ้นอ่านอย่างตั้งใจ
"ดี ดีจริงๆ ถือว่าเ้ามีพร์ "
"จะว่าไรหรือไม่ หากข้าจะซื้อทั้งหมดนี้เพียงผู้เดียว" หลินอีสงสัยและเริ่มชักสีหน้า เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางคิดกังวลว่านี่ฟังดูแปลกๆ
"แม่นางน้อย เ้าอย่าได้กังวลใจไป ผู้เฒ่าอย่างข้าจะสอนให้ฟัง... ชิงเป่ยแร้นแค้น การฆ่าฟันไม่จบไม่สิ้น ชาวประชาอดอยาก การที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะยอมสละเบี้ยเพื่อซื้อหนังสือของเ้านั้น ถือเป็เื่ยาก เช่นนั้นผู้เฒ่าใจบุญเช่นข้าที่ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งไม่ขอยึดติด เงินหนึ่งพันตำลึงในถุงแดงเป็ของเ้า และหนังสือทั้งหมดเป็ของข้า เพื่อที่จะแจกจ่ายให้ชาวประชาได้นำไปอ่านฟรี เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร" ลุงเฒ่าช่างมีศิลปะในการพูด ทำเอาหลินอีซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้า
"เช่นนั้นข้าผู้น้อยไม่ขอขัดน้ำใจท่าน ขออภัยที่ข้าทำสีหน้าไม่เหมาะสม" หลินอีโค้งคำนับเพื่อเป็การขอบคุณผู้าุโ ก่อนที่เขาจะประกาศ ให้ชาวประชาผู้สนใจนิยายเข้ามาหยิบจับผลัดกันอ่านกันฟรีๆ
เพราะเป็เช่นนี้ ผลงานของหลินอีจึงถูกเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย และเป็ที่รู้จักไปในวงกว้าง ด้วยเวลาอันสั้น
ในเมื่อเห็นดีว่าทุกอย่างราบรื่น เว่ยกวงก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เขาแฝงตัวในฝูงชน ก้มหน้ากลับจวนอย่างสำราญใจ
ณ ห้องหนังสือเรือนเดิมที่เว่ยกวงมักจะเข้าไปอ่านตำราตามประสามหาบุรุษผู้เป็ปราชญ์
"เหตุใด ห้องหนังสือของข้าจุดกำยานคลุ้ง อีกทั้งกลิ่นไม้หอมพวกนี้ข้ายังไม่คุ้นเคย หน้าต่างทุกบานปิดทึบ..." เว่ยกวงเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่ชอบมาพากล เขาพยายามที่จะออกมาสูดอากาศด้านนอก
แต่ด้วยกำยานหนาคลุ้ง ทำให้เขาวิงเวียนคล้ายจะหมดสติอยู่เนืองๆ แขนขาชาตึง โลกทั้งใบหมุนวน ราวพายุวิปโยค ในเมื่อทุกอย่างเริ่มได้ที่ เป็ไปตามดั่งแผนการที่ฮูหยินใหญ่วางไว้
เหลียวมองไปเบื้องซ้าย พบอนุทั้งสามถูกวางยาปลุกกำหนัดเช่นกัน ทำให้มึนเบลออยู่บ้าง พวกนางเเดินโซซัดโซเซ ออกจากหลังม่าน นุ่งผ้าอาภรณ์น้อยชิ้น ราวกับว่าพร้อมทอดเนื้อพลีกายเพื่อชายผู้เดียว
"แผนสกปรกของยายแก่นี่ช่างน่ารังเกียจจริงๆ " จี้จูที่ซุ่มมองอยู่ห่างๆอ่านแผนชั่วของแม่ผัวออกทุกประการ มีหรือที่นางจะยอมแพ้ให้ผู้อื่นชิงมีบุตรก่อน ซ่างจี้จูผู้นี้ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าห้องหนังสือ หวังสกัดอนุทั้งสาม ใช้เรือนร่างของตนปรนนิบัติสามีผู้เคร่งขรึม
"หลินอี... นั่นเ้าหรือ" เว่ยกวงสายตาพร่ามัว มองเห็นภรรยาเอกเป็ภรรยารอง เขาพร่ำเรียกชื่อนางไม่หยุดหย่อน
"ท่านพี่ ซ่างจี้จู ภรรยาเอกที่ท่านรักใคร่เหนือผู้ใดอย่างไรเล่า เหตุใดท่านลืมเลือนข้าได้เร็วขนาดนั้น" จี้จูพยายามกล่อมเกลาสามี กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงเย้ายวน ก่อนที่จะประคองสามีขึ้นเตียงใหญ่อย่างทุลักทุเล
"อนุทั้งสาม... พวกเ้าดูซะ เรียนรู้ให้ดี ว่าการปรนนิบัติสามีที่ดี เขาทำกันเช่นไร วันนี้ข้าจะถือว่าพี่หญิงใหญ่อย่างข้า สั่งสอนเด็กฝึกหัดเช่นพวกเ้า " จี้จูมองดูพวกนางทั้งสามด้วยหางตา ในใจของนางรู้สึกสมเพช เวทนาอนุทั้้งสามนัก นางปล่อยให้คนสกุลถานนอนกลิ้งเกลียกกายบนแผ่นไม้ เล้าโลมซึ่งกันและกันอย่างน่าเวทนา
ทว่า... หลังจากที่เพลงรักอันเร่าร้อนจะเริ่มบรรเลง ฉือเว่ยกวงกลับทนฤทธิ์กำยานไม่ไหว เขาเองหลับสนิทเป็ตาย
ท่าทีเช่นนี้ทำเอาภรรยาเอกผู้ปรารถนามีบุตรหมดอารมณ์จนหน้าเสีย
"ท่านพี่!! ท่านพี่!! ท่านจะหลับใหล ไร้สติตอนนี้ไม่ได้ !!" จี้จูหงุดหงิดนัก
"ถึงอย่างไร ข้าจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปไม่ได้ ในเมื่อท่านไม่ให้ความร่วมมือกับข้า งั้นอย่าถือว่าข้าไร้ความเกรงใจ" จี้จูเตรียมพร้อมที่จะรีดพิษงูของชายหนุ่ม...