Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 12 เจเนอรัลลิสต์

    ตอนที่ 12

    “หมอดนัยยกตรงนั้นขึ้นหน่อย” เสียงหมอมิโฮะพูดสั่งดนัย

    “ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะยกจุดที่หมอมิโฮะบอกเพื่อให้เธอผ่าตัดได้ง่ายขึ้น

    “จับตรงนั้นไว้นิ่งๆล่ะ” หมอมิโฮะสั่งต่อ

    “ครับ” ดนัยได้แต่พยักหน้าและทำตามที่เธอสั่งหลังจากเขาถูกสั่งปลดจากการผ่าตัดเขาก็ต้องมากลายเป็นผู้ช่วยของหมอมิโฮะแทนที่ก็สามวันแล้วที่เขามาเป็นผู้ช่วย

    “ดูดีๆล่ะจำเทคนิคของหมอมิโฮะเอาไว้ การเป็นผู้ช่วยก็ถือเป็นการเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่งเอาจริงๆมันดีกว่าดูจากวีดีโอเสียอีก” ฮิคาริที่ลอยอยู่ไม่ไกลพูดกับดนัย

    ทำไมหมอมิโฮะถึงผ่าตัดได้ไวขนาดนี้กันนะเธอทำได้ยังไง ดนัยได้แต่สงสัยว่าหมอมิโฮะทำได้อย่างไรดูเหมือนฮิคาระจะรู้ว่าดนัยสงสัยอะไรอยู่

    “มือซ้ายยังไงล่ะ หมอมิโฮะผ่าตัดได้ไวขนาดนี้เป็นเพราะมือซ้ายของเธอ” ฮิคาริพูด

    “มือซ้าย ???” ดนัยพูดออกมาเบาๆเขายังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับมือซ้าย

    “ใช่เคยมีคำกล่าวว่าผู้ควบคุมมื้อซ้ายคือผู้ควบคุมชีวิต ถ้าอยากรู้ว่าศัลยแพทย์มีฝีมือแค่ไหนให้ดูที่การใช้มือซ้ายของศัลยแพทย์คนนั้น” ฮิคาริอธิบายแต่ดูเหมือนดนัยจะยังไม่เข้าใจว่ามันสำคัญอย่างไร

    “ตาโง่เอ้ย ดูสิว่าหมอมิโฮะใช้มือซ้ายอย่างไรบ้าง ดูแล้ววิเคราะห์ซะต้องให้ฉันบอกเป็นเด็กอนุบาลเลยรึไง” ฮิคาริเริ่มด่าดนัยหลังจากเห็นว่าดนัยไม่เข้าใจสักทีว่ามือซ้ายมันสำคัญอย่างไร

    ให้ดูมือซ้ายของหมอมิโฮะอย่างนั้นเหรอ ดนัยคิดในใจก่อนจะมองไปที่มือซ้ายของหมอมิโฮะและสังเกตอย่างละเอียด

    ควับ !! ควับ !! ควับ !! ควับ !! ดนัยมองการขยับมือซ้ายของหมอมิโฮะทันใดนั้นเองเขาก็เห็นอะไรแปลกๆ

    “มันดูลื่นไหน” ดนัยพูดออกมาเบาๆ

    มือซ้ายของหมอมิโฮะแทบจะขยับพร้อมๆกับมือขวาของเธอที่ถือมีดอยู่เลยปกติเราผ่าตัดยังไงนะ ดนัยนึกถึงการผ่าตัดของตัวเอง

    “การผ่าตัดของนายน่ะเวลาใช้มีดในมือขวานายจะหยุดชะงักมือซ้ายและเวลาใช้มือซ้ายนายก็จะหยุดชะงักการลงมีดในมือขวา นายในตอนนี้ยังไม่สามารถแยกประสาทให้ทำงานสองอย่างพร้อมๆกันได้ ต่างจากหมอมิโฮะที่สามารถแยกประสาทให้ทำงานสองอย่างในเวลาเดียวกันได้ เพราะอย่างนั้นความเร็วของนายกับความเร็วของหมอมิโฮะจึงต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยไงล่ะ” ฮิคาริอธิบายความต่างของการผ่าตัดของดนัยและหมอมิโฮะให้ฟัง

    แบบนี้นี่เองเพราะหมอมิโฮะทำสองอย่างในเวลาเดียวกันได้ทำให้การผ่าตัดของเธอไวมากต่างจากเราที่ทำไม่ได้ยอดไปเลยมีเทคนิคอย่างนี้ด้วยเหรอเนี่ย ในที่สุดดนัยก็เข้าใจเรื่องการใช้มือซ้าย

    “การฝึกน่ะไม่ใช่ง่ายๆหรอกนะ เพราะการฝึกใช้มือทั้งสองข้างให้คล่องๆแบบหมอมิโฮะมันเหมือนการฝึกมองซ้ายและขวาพร้อมกันนั่นแหละ” ฮิคาริบอก

    “หมอดนัยยกสูงขึ้นอีกระหว่างผ่าตัดอย่าคิดเรื่องอื่นมันจะทำให้งานฉันช้า !!” หมอมิโฮะพูดหลังจากเห็นมือของดนัยเริ่มตกลงมา

    “ขอโทษครับ !!” ดนัยรีบขอโทษทันทีและแล้วการผ่าตัดก็ดำเนินต่อไปจนเสร็จทุกคนแยกย้ายกันไปหลังจากผ่าตัดเสร็จ

    หมอมิโฮะแยกไปแจ้งผลการผ่าตัดแก่ญาติของคนไข้ก่อนจะกลับมาหาหมออิจิโนเสะที่ห้องพักแพทย์

    “หมอดนัยไม่อยู่เหรอคะ” หมอมิโฮะถามหลังจากไม่เห็นดนัยที่ห้อง

    “ไปขอยืมใช้ห้องผ่าตัดแล้วล่ะดูเหมือนเขาจะไปซ้อมอะไรสักอย่าง” หมออิจิโนเสะพูด

    “สองสามวันมานี้หลังจากผ่าตัดเสร็จรู้สึกว่าหมอดนัยจะยืมห้องผ่าตัดใช้ตลอดเลยใช่มั้ยคะ” หมอมิโฮะนึกขึ้นได้ว่าดนัยไม่ค่อยจะอยู่ที่ห้องพักแพทย์หลังจากผ่าตัดเสร็จ

    “ใช่แล้วล่ะ แถมเขาก็กลับบ้านช้าตลอดเพราะมัวแต่ไปขลุกอยู่ในห้องนั้นเพื่อดูวีดีโอการผ่าตัดด้วย” หมออิจิโนเสะมองไปที่ห้องที่ใช้เก็บวีดีโอการผ่าตัดที่เอาไว้ใช้ศึกษา

    “ว่าแต่วันนี้เป็นไงบ้าง” หมออิจิโนเสะถาม

    “ยังไม่ได้เรื่องเลยค่ะขนาดแค่เป็นผู้ช่วยยังทำได้ไม่ค่อยดีเลย ถ้าเปลี่ยนหมอคนอื่นมาเป็นผู้ช่วยฉันล่ะก็การผ่าตัดอาจจะเสร็จเร็วกว่านี้เกือบชั่วโมง” หมอมิโฮะบอก

    “สรุปว่าเขาไม่มีประสบการณ์จริงๆสินะ ถ้าอย่างนั้นเขาผ่าตัดสองเคสนั้นได้ยังไงนะ” หมออิจิโนเสะยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบไม่ได้แน่นอนหมอมิโฮะก็ไม่มีคำตอบให้เช่นกัน

    ทางด้านดนัย

    “ไม่ใช่ไม่ได้ขยับมืออย่างนั้นนั่นมันขยับพร้อมกันเลยเห็นมั้ยนั่น” ฮิคาริพูดหลังจากเห็นดนัยขยับมือมั่วไปหมด

    “โทษทีแยกประสาทนี่ยากจริงๆ” ดนัยพูดพลางวางมีดและคีมจับลง

    “ก็บอกแล้วไงล่ะมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นถ้าให้แนะนำนะนายควรจะไปฝึกกินข้าวด้วยมือซ้ายให้คล่องก่อนค่อยมาฝึกแบบนี้” ฮิคาริบอก

    “ฝึกกินข้าวด้วยมือซ้ายเนี่ยนะ !!” ดนัยอุทานออกมาเบาๆ

    “ใช่นั่นคือวิธีการฝึกแบบเริ่มต้นนายมาฝึกแบบนี้เลยมันใช่ที่ไหนยังไม่คลานเลยก็จะวิ่งเสียแล้ว” ฮิคาริบ่น

    “เฮ้อฉันคงรีบเกินไปสินะ” ดนัยถอนหายใจออกมาดูเหมือนเขาจะใจร้อนเกินไปเขาเงยหน้ามองฮิคาริที่กอดอกลอยไปลอยมามองเขาอยู่ก่อนจะเอ่ยปากถาม

    “นี่ฮิคาริถามจริงเถอะเธอเป็นใครกันแน่ จากที่เห็นอายุเธอไม่น่าจะห่างจากฉันมากเผลอๆจะรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ทำไมเธอมีความรู้และประสบการณ์เรื่องการผ่าตัดเยอะจังแถมดูเหมือนเธอจะรู้หลายแขนงเสียด้วย เธอน่ะเป็นใครกัน” ดนัยถามเขาสงสัยมานานแล้ว

    “ก็เคยบอกไปแล้วนี่ฉันจำไม่ได้นามสกุลยังจำไม่ได้เลยจำได้ก็แค่ชื่อของตัวเอง ส่วนเรื่องความรู้การผ่าตัดฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่ว่าในหัวฉันมันมีคำๆนึงอยู่” ฮิคาริบอก

    “คำๆนึกคำว่าไรอ่ะ” ดนัยอยากรู้

    “เจเนอรัลลิสต์ !!” ฮิคาริตอบ

    “เจเนอรัลลิสต์ !!” ดนัยทวนคำพูดของฮิคาริเขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน

    “ช่างเรื่องนั้นเถอะว่าแต่ไม่ฝึกต่อแล้วหรือไงอุส่ายืมห้องมาใช้ทั้งทีอีกครึ่งชั่วโมงก็เที่ยงแล้วนะนายต้องไปกินข้าวอีกแถมต้องไปเป็นผู้ช่วยผ่าตัดตอนบ่ายนะอีกนะ” ฮิคาริบอก

    “เข้าใจแล้วน่าจะฝึกซ้อมอีกหน่อยแล้วกัน” ดนัยพูดก่อนจะเริ่มฝึกใช้มีดต่อก่อนจะไปกินข้าวเที่ยวและไปเตรียมตัวเป็นผู้ช่วยผ่าตัดในตอนบ่ายต่อไป

    ตอนเย็น

    ตุ่บ !! ดนัยทิ้งร่างลงที่เก้าอี้ของตัวเองพลางฟุบลงกับโต๊ะเขาเหนื่อยจนแทบจะหลับอยู่แล้วหลังจากผ่านการผ่าตัดมาสองเคสวันนี้

    “เจเนอรัลลิสต์งั้นเหอร !!!” ดนัยพูดออกมาเบาๆขณะที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะตอนนั้นเองหมอมิโฮะที่อยู่โต๊ะข้างๆก็ได้ยินพอดี

    “หมอดนัยรู้จักคำๆนั้นด้วยงั้นเหรอ” หมอมิโฮะถามดนัยหันหน้าไปหาเธอก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

    “ไม่รู้จักเลยครับแต่แค่ได้ยินมาหมอมิโฮะรู้จักเหรอครับมันคืออะไรครับ” ดนัยถาม

    “ไปได้ยินมาจากไหนล่ะนั่นคำๆนี้ในญี่ปุ่นไม่ค่อยใช้กันหรอกนะ ปกติใช้กันที่อเมริกา” หมอมิโฮะบอก

    “ใช้กันที่อเมริกาเหรอครับ” ดนัยพูดพลางคิดในใจ

    ถ้าอย่างนั้นยัยฮิคาริรู้จักคำๆนี้ได้ยังไง ดนัยคิด

    “ใช่แล้วล่ะเจเนอรัลลิสต์ก็คือชื่อเรียกของหมอที่เชี่ยวชาญทุกด้านปัจจุบันในโลกหมอที่สามารถเรียกตัวเองว่าเจเนอรัลลิสต์ได้น่ะมีไม่ถึงสิบคนเลยด้วยซ้ำ” หมอมิโฮะบอก

    “เชี่ยวชาญทุกด้าน !!!” ดนัยตกใจเป็นอย่างมากที่เจเนอรัลลิสต์มีความหมายแบบนั้น

    “ใช่แล้วล่ะไม่ว่าจะด้านอายุรกรรม การผ่าตัดทุกแขนงไม่ว่าจะระบบประสาท หัวใจ ข้อและกระดูก ศัลยกรรมตัดแต่ง หรือแม้กระทั่งกุมารเวช มันรวมทุกๆอย่างเลย” หมอมิโฮะพูด

    “ทุกแขนงบ้าไปแล้วมันมีเป็นสิบเลยนะครับนั่นต้องใช้เวลาเรียนรู้กี่ปีกัน !!” ดนัยตกใจเป็นอย่างมาก

    “หึก็แค่ทั้งชีวิตเอง !!” หมอมิโฮะหัวเราะออกมา

    “แล้วหมอในญี่ปุ่นมีหมอที่ถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์บ้างมั้ยครับ” ดนัยถาม

    “ที่ฉันรู้มีสองคนนะสำหรับคนญี่ปุ่นซึ่งคนหนึ่งเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลในเกียวโตปีนี้ท่านก็อายุเกือบจะเจ็ดสิบแล้วท่านไม่ค่อยได้ลงมือผ่าตัดแล้วล่ะเพราะอายุมากแล้ว” หมอมิโฮะบอก

    “แล้วอีกคนนึงล่ะครับ” ดนัยสงสัยว่าอีกคนนึงเป็นใคร

    “อีกคนหนึ่งเป็นหมอของโรงพยาบาลในเครือเรานี่แหละแต่เมื่อปีก่อนโดนโรงพยาบาลที่อเมริกายืมตัวไปป่านนี้ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง” หมอมิโฮะพูด

    “โหมีหมอของโรงพยาบาลในเครือเราด้วย !!!” ดนัยอุทานออกมา

    “ใช่เธอเป็นหลานของประธานทาเคนะกะน่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้า

    “หลานสาว ????”

    “ใช่แล้วหลานเธออายุพอๆกับเธอได้ล่ะมั้งหมอดนัย” หมอมิโฮะพูด

    “อายุพอๆกับผมเนี่ยนะ ก็ไม่ถึงสามสิบน่ะสิอายุแค่นั้นถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์แล้วนี่เธอเรียนหมอตั้งแต่เป็นทารกหรือไงครับ !!!” ดนัยตกใจเป็นอย่างมากที่มีหมออายุพอๆกับเขาที่เชี่ยวชาญขนาดนั้นอยู่ด้วย

    “ไม่รู้สิแต่เธอเคยมาอยู่ที่โรงพยาบาลเราด้วยนะเธอมาเป็นลูกศิษย์ของหมออิจิโนเสะน่ะ” หมอมิโฮะพูดพลางมองไปที่หมออิจิโนเสะ

    ฟุ่บ !! ดนัยเด้งขึ้นมานั่งพลางมองไปที่หมออิจิโนเสะทันที

    “สุดยอดหมออิจิโนเสะเคยสอนคนที่สุดยอดขนาดนั้นด้วยเหรอครับเนี่ย” ดนัยอุทานเสียงดังทำให้หมออิจิโนเสะเงยหน้าขึ้นมามอง

    “มีอะไรกันเหรอ” หมออิจิโนเสะถาม

    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะก็แค่หมอดนัยถามเรื่องเจเนอรัลลิสต์ฉันเลยเล่าว่าหมออิจิโนเสะเคยสอนเธอคนนั้น” หมอมิโฮะบอก

    กึก !! หมออิจิโนเสะที่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปทันทีแน่นอนหมอมิโฮะและดนัยไม่ได้สังเกตุ

    “จริงหรือเปล่าครับหมออิจิโนเสะ” ดนัยถาม

    “อืม...เธอเคยเรียนกับฉันสามเดือน” หมออิจิโนเสะตอบพลางก้มหน้าทำงานต่อไป

    สุดยอดคนอะไรเก่งขนาดนั้นเรียนกับหมออิจิโนเสะแค่สามเดือนก็เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเกี่ยวกับระบบประสาทที่ซึ่งเป็นแขนงที่ยากที่สุดได้ ดนัยคิดในใจเขาชักอยากเจอหมอที่ถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์คนนั้นเสียแล้วสิ

    สักวันเราจะถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์แบบนั้นได้มั้ยนะ ดนัยคิดในใจพลางนึกว่ามันคงเท่ห์น่าดูถ้าวันนึงเขาถูกขนาดนามว่าเจเนอรัลลิสต์

    “ทำหน้าแบบนั้นฝันหวานว่าตัวเองถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์อยู่ล่ะสิ” หมอมิโฮะที่เห็นหน้าของดนัยก็เดาได้ทันที

    “แหะๆ” ดนัยยกมือขึ้นเกาหัว

    “มัวแต่นั่งขี้เกียจอยู่แบบนี้คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ขนาดหมออิจิโนเสะยังเชี่ยวชาญแค่สี่แขนงเอง ส่วนฉันก็แค่สอง” หมอมิโฮะพูด

    “โหหมออิจิโนเสะเชี่ยวชาญสี่แขนงเลยเหรอครับนั่นยอดไปเลย” ดนัยพูด

    “ก็นะแต่ก็ยังอีกไกลกว่าจะถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์” หมอมิโฮะยักไหล่

    “ถ้าอย่างนั้นผมจะมานอนอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้วขอตัวไปที่ห้องโสตเพื่อศึกษาวีดีโอการผ่าตัดเพิ่มเติมก่อนนะครับถ้ามีเรื่องฉุกเฉินอะไรเรียกผมได้เลย” ดนัยลุกขึ้นก่อนจะขอตัวไปที่ห้องโสตทันที

    จบ...