วันนี้ท้องฟ้าช่างดูสดใสกว่าทุกวัน และยังเหมาะแก่งานมงคลอย่างยิ่ง สายลมที่พัดพากลิ่นหอมของดอกท้อที่กำลังผลิบาน เป็บรรยากาศที่น่าจะมีความสุข
แต่คนที่เป็เ้าสาวนั่งอยู่ในห้องหอภายในจวน เฝ้ารอเ้าบ่าวกลับไม่มีท่าทางเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
"คุณหนูพี่จะออกไปดูข้างนอกหน่อยนะเ้าคะ ป่านนี้ท่านแม่ทัพอาจจะเมาไปแล้วก็ได้ "
"ไม่เป็ไรพี่ชินลี่ไม่มาก็ช่างเถอะ ข้าคิดว่าคนผู้นั้นคงไม่อยากร่วมหอกับข้ามากกว่า ขนาดไปรับที่จวนท่านตายังไม่ไปเลย จึงมิหวังว่าท่านแม่ทัพจะเมตตาข้าหรอก"
"คุณหนูท่านแม่ทัพทำไม่ถูกนะเ้าคะ เห็นท่านเป็อะไรถึงได้รังแกกันเช่นนี้ น่าจะให้ฮ่องเต้จับไปโบยเสียให้เข็ด"
"ข้าก็แค่หญิงสาวที่เคยผ่านการมีสามีมาแล้ว ที่ได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพก็เพราะเป็ราชโองการของฮ่องเต้ ท่านแม่ทัพเองก็มิได้เต็มใจ หากจะทำเช่นนี้ข้าก็มิอาจจะโกรธได้หรอก"
ชินลี่มองคนที่ตอนนี้เปิดผ้าคลุมหน้าออกเอง เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นครึ่งหัวปล่อยลงมา ใบหน้าเนียนจมูกโด่งรับกับดวงตาเย้ายวนพร้อมริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับ นั่งมองพี่เลี้ยงพร้อมรอยยิ้ม
"เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้มีราชโองการเช่นนี้ พี่ไม่เข้าใจจริงๆทั้งที่รู้ว่าก่อนนั้นคุณหนูก็ขึ้นชื่อว่ามีสามีแล้ว แต่เหตุใดถึงมีราชโองการให้แต่งงานอีก คิดจะให้คุณหนูตกอยู่ในสถานะนี้ไปถึงเมื่อใดกัน "
สตรีสาวในชุดแต่งงานถอดอาภรณ์สีแดงออกพร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะกลางห้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
"เื่ของราชสำนักนั้นซับซ้อนมาก คนที่มีอำนาจหากจะมีอำนาจมากขึ้นไปอีกก็คงจะคุมยากขึ้น เห็นว่าคนที่ท่านแม่ทัพหมายปอง เป็ถึงบุตรสาวของท่านมหาเสนาบดี เท่าที่ข้าเคยได้ยินมา ดูเหมือนท่านมหาเสนาคิดที่จะกบฎ อยากจะครองบัลลังก์ "
"จริงหรือเ้าค่ะ ข้าคิดว่าเป็เพียงแค่ข่าวลือของเหล่าองครักษ์เสียอีก เช่นนี้เลยให้ท่านเข้ามาเป็ฮูหยินที่นี่ ก่อนจะแต่งงานกับคุณหนูชิงชิงสินะ ฝ่าานี่ช่างวางแผนเสียเหลือเกิน"
"เอาล่ะดึกแล้ว ข้าจะไปอาบน้ำพี่ช่วยเตรียมให้ข้าหน่อยเถอะ อย่ามัวแต่พูดถึงคนพวกนั้นเลย เรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกนะอย่าลืมเสียล่ะ"
หลานฟู่หรงยิ้มให้กับพี่เลี้ยงที่โตมากับตนั้แ่เด็กก่อนหน้านี้อยู่ในฐานะฮูหยินรองของหมอยาที่เก่งเื่สมุนไพร ย้ายไปอยู่ที่ต่างแคว้นเกือบปี
บัดนี้ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันแล้ว และกลับมาอยู่ที่เมืองหลวง แต่กลับมีราชโองการให้แต่งงานกับแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเสียได้
ด้วยวัย 19 ปีในตอนนี้ แม้จะเป็สาวงามที่ใครเห็นก็หันกลับมามอง แต่กลับไม่เป็ที่ถูกใจของแม่ทัพใหญ่ เพียงเพราะคิดว่าหญิงสาวไม่คู่ควรกับตน และเป็สตรีที่เคยอยู่กินกับชายอื่นมาแล้ว แต่นั่นก็เป็เพราะยังไม่เคยได้พบหน้าเ้าสาวของตนนั้นเอง
"หยางฟานอวี้ เ้าไม่คิดที่จะเข้าไปดูหน้าเ้าสาวหน่อยหรือ ป่านนี้คงนั่งรอให้ไปเข้าหอแล้วกระมัง"
"นั่นสิ ข้าได้ยินว่านางงดงามมากเลยนะ เสียแค่เคยเป็ของผู้อื่นมาแล้วเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะของขุนนางบางคน และเหล่าบรรดาบุตรชายที่ไม่ชอบความเ็าของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
คิ้วหนาขมวดบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังมี แม้ใบหน้าจะดูเป็เช่นนั้นก็ไม่ได้บดบังความหล่อเหล่านี้เลยสักนิด รูปร่างสูงใหญ่สง่างามตามแบบบุรุษหนุ่ม อีกทั้งท่าทีที่ดูสุขุมยิ่งทำให้สตรีในแคว้นต่างก็หลงใหลอยาก
"ข้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง เหตุใดข้าจะต้องใส่ใจ คนที่ข้าชอบก็อยู่ตรงนี้แล้ว "
ฟานอวี้หันไปมองคนที่นั่งไม่ไกลจากตน เสี่ยวชิงชิงมองแม่ทัพหยางฟานอวี้พร้อมกับรอยยิ้มหวานจนผู้ที่อยู่ในงานต่างก็มองด้วยความรู้สึกที่ต่างกันออกไป ทั้งน่าสงสารและมองว่าไม่ควร เพราะอย่างไรตอนนี้ก็อยู่ในงานมงคล แต่ดูเหมือนคนทั้งสองจะไม่สนใจ
เพราะการแต่งงานครั้งนี้ต่างก็รู้กันว่าเป็เพราะราชโองการ ในดึกดื่นเมื่องานแต่งงานและกินเลี้ยงเสร็จสิ้นลง ความเงียบก็เข้าปกคลุม แต่บนหลังคากลับมีสองร่างที่ยังไม่หลับเช่นคนอื่นๆ กำลังมุ่งหน้าไปตำหนักของฮ่องเต้
"คิดว่าเ้าจะเข้าหอจนมาไม่ได้เสียอีก หรือเป็เพราะข้าที่ขัดจังหวะ"
"ฝ่าาก็ทรงตรัสไปเรื่อยนะเพคะ ท่านแม่ทัพของฝ่าาไม่แม้แต่จะไปรับคุุณหนูที่จวนท่านราชครูด้วยซ้ำ ป่านนี้คงมีความสุขกับคุณหนูเสี่ยวชิงชิงแล้วล่ะเพคะ "
"พี่ชินลี่ อย่าเสียมารยาท "
ฟู่หรงเอ่ยเตือนคนของตนทันที
"ขออภัยเพคะฝ่าา "
"อืม ขอโทษที่ข้าให้เ้าทำเื่เช่นนี้อีกครั้ง ทั้งที่เ้าควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ "
"ฝูหรงเต็มใจเพคะ อย่าได้กังวลไปเลย "
ฝูหลงเอ่ยกับฮ่องเต้ ก่อนที่ราชครูจะเอ่ย
"หลังจากนี้คงต้องลำบากเ้ามากขึ้นแล้วนะ หากแม่ทัพฟานอวี้ร่วมมือกับมหาเสนาคงจะรับมือยากกว่าเดิมเป็แน่"
"นั่นสิ หากท่านแม่ทัพหลงรักบุตรสาวของมหาเสนาถึงเพียงนี้ เห็นทีคงจะร่วมกันก่อฏในไม่ช้า"
หานตงองครักษ์ของฮ่องเต้เอ่ยขึ้น
"แต่เท่าที่รู้จักกับท่านแม่ทัพมา ก็เป็ชายหนุ่มที่มีความภักดีต่อราชวงค์ไม่น้อยนะพะย่ะค่ะ แม้จะอายุไม่มากแต่กระหม่อมเชื่อว่าคงจะไม่ใช่คนมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นมหาเสนาเป็แน่ อีกทั้งแม่ทัพหยางก็จงรักภักดีต่อราชวงศ์มานาน บุตรชายก็คงไม่ต่างกันหรอกพะยะค่ะ "
"แต่ท่านตาอย่าลืมว่าราชโองการที่ฝ่าาพระราชทานครั้งนี้ ท่านแม่ทัพไม่เห็นชอบนะเ้าคะ "
ฝูหรงเอ่ยขึ้นจนทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องเงียบไป
"ถึงอย่างนั้นหากไม่ทำเช่นนี้ ปล่อยให้ฟานอวี้แต่งงานกับบุตรีของมหาเสนา อำนาจก็จะอยู่ในมือของมหาเสนาเต็มที่เป็แน่ มีเพียงวิธีนี้ที่จะทำให้ท่านแม่ทัพไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้"
ฮ่องเต้เอ่ยออกมากับคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตน ฟู่หรงยิ้มออกมาเพื่อให้รู้ว่าตนไม่เป็ไร จนราชครูเองก็มีสีหน้าที่เศร้าเช่นกัน
"หลังจากเื่นี้จบแล้วขอพระราชทานอนุญาตฝ่าาให้ฟู่หรงออกจากวังหลวงด้วยเถอะนะพะยะค่ะ "
"เ้าไม่ต้องขอหรอก ข้าคิดไว้แล้ว หากเสร็จสิ้นงานนี้ข้าจะให้เ้ามีอิสระใช้ชีวิตตามที่เ้า้าฟู่หรง "
"ขอบพระทัยเพคะฝ่าา "
ชินลี่หันไปหาคุณหนูของตนยิ้มอย่างดีใจ ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันไป ทั้งสองกลับจวนด้วยเส้นทางเดิม
จนมาถึงเรือนหลังของท่านแม่ทัพใหญ่ เสียงครางกระเส่าของสองร่างที่กำลังมีความสุขกันโดยที่ไม่สนใจผู้ใด และความถูกต้องกำลังก่อเกิดขึ้น แต่จู่ๆประตูก็ถูกผลักออกทำให้สองร่างนั้นผละออกจากกันทันที เสี่ยวชิงชิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยกอดเอวหนาไว้แน่น
"บังอาจ!! เ้าเป็ใคร แล้วเข้ามาได้อย่างไรกัน ชั่งไร้ยางอายเสียจริงไม่รู้หรือว่านี่จวนของผู้ใด"
"เอ๊ะ!! ท่านแม่ทัพนี่แต่งงานเพียงแค่วันเดียวก็จำฮูหยินไม่ได้แล้วหรือเ้าคะ อืม แต่ก็ไม่แปลกเพราะท่านแม่ทัพยังไม่ได้พบข้าเลยนี่ "
"นี่เ้าจะบอกว่าเ้าคือหญิงเหลือเดนคนนั้นน่ะหรือ"
คำพูดจากปากของฟานอวี้ไม่ได้กระทบกับอีกคนเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มน้อยๆกับเกิดขึ้นมาบนใบหน้าสวยงดงามนี้ ทำเอาั์ตากราดเกรี้ยวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่นานเมื่อได้ยินเสียงของคนที่กอดรัดตนอยู่ สายตาก็แข็งกร้าวขึ้นอีก
"ท่านพี่ข้าอับอายมากเลย บ่าวไพร่ด้านนอกคงได้ยินกันหมดแล้วเป็แน่ "
"ไม่ต้องกังวลไป พรุ่งนี้พี่จะไปสู่ขอเ้าที่จวนท่านมหาเสนา พี่จะรับเ้าเป็ฮูหยินของพี่อีกคน "
เสี่ยวชิงชิงยิ้มเยาะเย้ยส่งไปให้กับคนที่ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่ จนนางมองว่าฟู่หรงคงจะบ้าไปแล้วเป็แน่ ถึงยังทำหน้าราวกับเป็ต่อเช่นนี้
"คุณหนูชิงชิงเอ่ยว่าอับอาย ข้ามองไม่ออกเลยว่าท่านเป็อย่างที่พูดหรือไม่ เพราะหากคนที่คิดเช่นนั้นจริงคงจะไม่มาคบชู้กับเ้าบ่าวของข้าในวันแต่งงานเช่นนี้เป็แน่ แล้วหากชาวเมืองหรือคนทั่วแคว้นรู้ เห็นทีท่านมหาเสนาคงได้อับอายยิ่งกว่าบุตรสาวในยามนี้เสียอีก"
ฟู่หรงมองทั้งสองพร้อมกับยกยิ้ม จนฟานอวี้และชิงชิงต่างมองด้วยความเคืองแค้น
"เ้าคิดที่จะเป่าประกาศเื่นี้เช่นนั้นหรือ ลองดูสิหากเ้าทำให้ชิงชิงเสียชื่อ ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่ "
ฟู่หรงตีหน้าเศร้าราวกับผิดหวังที่สามีเอ่ยเช่นนี้กับตน แต่พอถ้อยคำหวานเปร่งออกมากับทำเอา หนุ่มสาวที่ยืนกอดกันกลมถึงกับหน้าถอดสี
"ท่านแม่ทัพจะสั่งโบยข้าเพราะหญิงชู้ผู้นี้เช่นนั้นหรือเ้าคะ ชั่งไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ข้าคงต้องบอกท่านตาข้าเสียแล้วล่ะ ว่าท่านลบหลู่ิ่เกียรติข้าเช่นนี้ ว่าแต่ฮ่องเต้จะว่าอย่างไรกันนะ ตระกูลแม่ทัพใหญ่คบชู้ในวันแต่งงาน โอ๊ะ!! ช่างน่าอับอายเสียจริง "
เสียงหวานเอ่ยออกมาน่าฟัง แต่กลับตรงกันข้ามกับความหมายที่ได้ยิน ก่อนที่ฟู่หรงหันไปหาพี่เลี้ยงตน
"ไปเถอะพี่ชินลี่ ข้าจะไปหาท่านตาเพื่อกราบทูลฮ่องเต้ ท่านแม่ทัพหยามิ่ข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะไม่ทน"
ฟู่หรงทำทีแสร้งเสียใจ ก่อนที่จะพยักหน้าให้ชินลี่เดินออกจากห้องไป ฟานอวี้รู้ดีว่าราชครูนั้น เป็ทั้งอาจารณ์
และที่ปรึกษาของฮ่องเต้ หากทรงรู้เื่นี้เข้าคงจะไม่ดีเป็แน่ เพราะโทษของคนที่คบชู้กันในเมืองหลวงอีกทั้งในราชสำนักนั้นเป็เื่ที่ไม่น่าให้อภัยเลย
"ชิงชิงแต่งตัวให้เรียบร้อยพี่จะให้หานชิงไปส่งเ้า รอให้พี่จัดการเื่นี้ก่อน แล้วพี่จะไปสู่ขอเ้าแน่นอน "
"ท่านพี่อย่าลืมนะเ้าค่ะ ต้องรีบไปสู่ขอข้านะ ท่านจะทอดทิ้งข้าเช่นนี้ไม่ได้"
เสี่ยวชิงชิงยังคงกอดรัดอีกคนไว้ไม่ยอมปล่อย เพราะกังวลว่าแม่ทัพอาจจะหลงในรูปหน้าที่งดงามของฮูหยินก็เป็ได้
“รอพี่ จัดการนางได้เมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกัน”
ฟานอวี้จูบลงที่ปากบาง ก่อนที่จะเดินออกไปแล้วสั่งให้รองแม่ทัพไปส่งคนรักของตน