เมืองเจียงหนิง สกุลจิน
หลังจากราชโองการฉบับนั้นประกาศออกมาแล้ว ข่าวการเกี่ยวดองของเชื้อพระวงศ์กับสกุลหลี่ ก็แพร่สะพัดออกไปทั่ว ได้ยินไปถึงเจียงหนิง
“ลูกกับจินเฉวียนไปเมืองหลวงครั้งนี้ นอกจากแวะไปแสดงความยินดีกับซินเอ๋อร์ คงเข้าไปดูลู่ทางขยายกิจการไปเมืองหลวงด้วยเลย ท่านพ่อ ท่านแม่มิต้องกังวล”
จินเต๋อบุตรชายคนโตผู้สืบทอดกิจการสกุลจิน ทั้งยังมีศักดิ์เป็ลุงของหลี่เยว่ซิน งานมงคลสมรสของหลานสาวทั้งที หากขาดสกุลจินไปร่วมงาน คงกลายเป็เื่ขำขันของผู้คนในเมืองเป็แน่
“ข้าก็อยากไปเมืองหลวงเช่นกันเ้าค่ะ ข้าไปด้วยมิได้หรือ” จินเฟิ่ง คุณหนูคนเดียวของบ้านนี้ อ้อนวอนผู้เป็บิดาและพี่ชายตามไปเมืองหลวงครั้งนี้ด้วย ตัวนางและหลี่เยว่ซินถือว่าเป็ลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันตามประสาหญิงสาว ผ่านมาก็หลายปีที่ไม่ได้เจอหน้า ได้แต่เขียนจดหมายถามข่าวคราวเท่านั้น
ครั้งนี้มีโอกาสจึงอยากไปเยี่ยมเยียนด้วยตนเอง
“ครั้งนี้พ่อและพี่ชายเ้ามีธุระหลายเื่ เ้าอยู่บ้านดูแลท่านปู่ ท่านย่าแทนพ่อแล้วกัน ขากลับพ่อรับรองจะขนของฝากมาให้เ้าเต็มเรือแน่นอน”
จินเต๋อย้ำเตือนบุตรีตนเองก่อนที่ออกเดินทาง จากเจียงหนิงไปเมืองหลวงใช้เวลาเดินทางด้วยเรือจะช่วยร่นระยะเวลาได้เกือบครึ่งหนึ่ง ราวสิบห้าวันก็ถึงจิ้นหยางเมืองหลวงของแคว้นจ้าวซึ่งน่าจะทันวันงานมงคลของหลานสาวเพียงคนเดียวของเขา
ส่วนทางบ้านสกุลหลี่ หลิวซู่อิ๋งมัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่การตรวจนับสินสมรส กับเตรียมงานมงคล มิได้มีเวลาว่างมาคอยจับผิดหลี่เยว่ซินดังแต่ก่อน
อีกทั้งตอนนี้ นางก็สมใจได้สินสอดจากราชวงศ์นับสิบหีบ มีหรือที่จะยังกักตัวหลี่เยว่ซินไว้แต่ในบ้าน
หลี่เยว่ซินหลังจากตัดสินใจขึ้นเกี้ยวตามราชโองการแล้ว จึงใช้เวลานี้พักผ่อนทำใจก่อนวันมงคลที่จะมาถึง เพราะว่าตัวนางเองก็มิอาจคาดเดาได้ว่า หลังจากเดินเข้าตำหนักหย่งอ๋องไปแล้ววันคืนข้างหน้านางจะได้มีอิสระอย่างนี้อีกหรือไม่
“ผิงผิง ไปตลาดกัน ซื้อขนมติดมือแล้วไปร้านหนังสือ”
หลี่เยว่ซินเดินนำสาวใช้ออกทางประตูจวนซึ่งตอนนี้ไม่มีบ่าวไพร่คนไหนกล้าขวางทางหรือห้ามมิให้นางออกไปข้างนอกอีกแล้ว
หลี่เยว่ซินชอบการอ่านหนังสือมาั้แ่หลังจากที่มารดาเสียไป ก่อนหน้านั้น มารดาจะเป็คนอ่าน แล้วชอบเล่าเื่ราวต่างๆ ในหนังสือให้นางฟัง นางชอบการเล่าของมารดา แต่ละเื่ล้วนเป็เกี่ยวกับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ การพบเจอสิ่งของแปลกตา การพรรณนานึกทิวทัศน์ป่าเขา ลำเนาไพรต่างๆ บางสถานที่ยังอยู่ในความทรงจำของนาง ที่ชีวิตนี้นางอยากจะลองไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง
แต่หลังจากที่มารดาของนางไม่อยู่แล้ว เมื่อ3ปีก่อน นางต้องอ่านหนังสือเหล่านี้ด้วยตัวเองส่วนหนึ่งเพราะว่าความคิดถึงมารดา
อีกส่วนหนึ่ง ก็เพื่อให้หนังสือเ่าั้ ช่วยคลายเหงาจน หลายครั้งนางจะมาร้านหนังสือประจำ เพื่อขอเช่ายืมหนังสืออ่าน หากเล่มไหนถูกใจค่อยจ่ายเงิน ขอซื้อกลับไปที่จวน
หลังจากมารดาเสียนางต้องประหยัดเงินเพื่อเก็บเงินเอาไว้ให้มากๆ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้มีเงินเอาไว้ใช้ยามจำเป็ หรือในอนาคตนางออกไปท่องโลก จะได้มีเงินติดตัว ดังนั้นหนังสือที่นางชอบก็อาจจะซื้อได้น้อยลง
“แม่นางหลี่ ไม่ได้เจอกันนานเลย เชิญด้านในก่อนขอรับ”
บ่าวรับใช้ของร้านหนังสือเชื้อเชิญหญิงสาวทันทีที่เห็นหน้าลูกค้าประจำ ปกติแล้วนางจะเลือกหนังสือที่ชอบสัก7-8เล่ม แล้วเดินหายไปสวนด้านหลังร้าน กว่าจะกลับออกมาก็ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วยาม (1ชั่วยาม=2ชั่วโมง)
ซึ่งเป็ที่รู้กันของคนในร้าน ที่หลังร้านนั้นจะมีโต๊ะไม้วางไว้อยู่2-3 ตัว สำหรับรับรองแขก ที่้าความสงบในการอ่านหนังสือ ่นี้เป็่ฤดูใบไม้ผลิ
หลังจากที่หลี่เยว่ซินเลือกหนังสือได้แล้ว ก็เดินไปทางสวนหลังร้านทันที ส่วนมากคนทั่วไปใช้เวลาอ่านในร้านเพียงครู่หากถูกใจก็จะเลือกซื้อกลับไป หรือไม่ก็มักจะอาศัยตามมุมชั้นหนังสือนั่งอ่าน จะใช้เวลาเพียงเค่อ* (15นาที) ครึ่งเค่อเท่านั้น มิมีผู้ใดอยู่ในร้านเป็เวลานานๆ เช่นนาง
หนังสือที่นางเลือกมาส่วนใหญ่ ก็เป็หนังสือบันทึกการเดินทางของนักเขียนชื่อดัง หรือไม่ก็หนังสือนิยายที่นางชอบอ่าน นางเดินเข้ามาในสวนพร้อมกับผิงผิง ที่ถือตะกร้าน้ำชาและขนมซึ่งจะเตรียมไว้ทุกครั้งที่คุณหนูของนางมาที่ร้านนี้ ด้วยรู้ว่าเ้านายของนางนั้น มักอยู่นานจนบางครั้งก็เลยเวลามื้อเที่ยงไปแล้ว
ปกติในสวนนี้มักมีเพียงนาง แต่เหมือนวันนี้พิเศษกว่าเพราะว่าที่โต๊ะมุมข้างในนั้น ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งกำลังถือหนังสืออ่านอยู่ในมือ มิอาจทราบได้ว่า ด้านหลังหนังสือนั้นคือบุรุษลักษณะเช่นใด
“ต้องอภัยแม่นางด้วยที่บริเวณนี้ นายของข้า้าความเป็ส่วนตัว รบกวนแม่นางช่วยย้ายไปอ่านที่อื่นได้หรือไม่”
เฟยหงกล่าวขออภัย มิได้เอะใจเลยด้วยซ้ำว่าหญิงสาวตรงหน้าคือว่าที่พระชายา ต่อไปวันข้างหน้าจะกลายเป็คนที่เขาต้องถวายชีวิตเพื่อปกป้อง
ยังไม่ทันที่หลี่เยว่ซินจะได้ตอบกลับ เถ้าแก่ของร้านที่เพิ่งรู้ว่าวันนี้หญิงสาวลูกค้าประจำกลับมาแล้ว หลังจากที่ไม่ได้มาที่ร้านเสียนาน แต่ในสวน กลับมีผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือ ทั้งที่องครักษ์ของเขาได้กล่าวไว้แล้วว่า ห้ามมีบุคคลอื่นเข้าไปในสวนนั้น
“เออ…แม่นางหลี่เชิญท่านทางนี้ขอรับ ขออภัยคุณชายหยางด้วยนะขอรับ เป็ความผิดของข้าน้อยเอง ที่มิได้แจ้งแก่แม่นางท่านนี้ ขอคุณชายโปรดอภัย”
เถ้าแก่ร้านรีบวิ่งหน้าตาตื่นมาที่สวน หลังจากที่คุณชายท่านนั้นเข้ามาในสวนแล้ว องครักษ์จ่ายเงินก้อนโตพร้อมทั้งแจ้งว่าขอความเป็ส่วนตัวห้ามมิให้ผู้ใดมาหลังร้านอีก
เขาก็ได้เตรียมห้องอีกห้องไว้แล้ว สำหรับลูกค้าที่้าอ่านหนังสือในร้าน เพียงแต่ใครจะคาดคิดว่าคนที่มาคือหลี่เยว่ซินที่มักจะคุ้นเคยกับสวนแห่งนี้ บ่าวในร้านเลยมิได้ทันแจ้งให้นางทราบ
“มิต้องหรอก! ให้นางเข้ามา”
เสียงทรงอำนาจของบุรุษ ดังออกมาจากหลังหนังสือ กล่าวอนุญาตให้หญิงสาวร่วมใช้สถานที่แห่งนี้ด้วย หลังจากที่จ้าวหยางหลง ได้ยินเถ้าแก่ร้านเรียกหญิงสาวตรงหน้า
หางตาของเขาพักจากหนังสือ เหลือบมองไปทางที่นางยืนอยู่ ก็พอที่จะเดาได้แล้วว่านางเป็ใคร ผู้คนในเมืองหลวงนอกจากแซ่จ้าว ก็มีแซ่หลี่เนี่ยแหละที่หาคนใช้แทบนับคนได้ ใครเล่าจะกล้าใช้แซ่เดียวกับไทเฮา หากมิใช่พระญาติ
ซึ่งตอนนี้ในเมืองหลวง คงเหลือเพียงจวนเสนาบดีกรมคลังเท่านั้นที่ยังใช้แซ่หลี่ได้ และหญิงสาวตรงหน้า ดูอายุอานามราวๆ 17-18 ปี หากบอกว่าเป็บุตรีคนเล็กของเสนาบดีหลี่ ที่ยังไม่ถึงปักปิ่นก็คงมิใช่ เพราะฉะนั้นเหลือเพียงผู้เดียวที่เป็ไปได้ นั้นคือว่าที่ชายาของเขานั้นเอง
เขาอยากจะรู้นักว่านางจะเป็คนเช่นไร ใจจริงเขาแค่อยากออกมาเดินเล่น หลังจากที่มีคำสั่งให้ทหารพักผ่อน10วันหลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง เพื่อเยี่ยมครอบครัว แล้วค่อยกลับเข้ามาฝึกในค่ายอีกครั้ง
ที่มาที่ร้านหนังสือเขาแค่อยากจะอ่านหนังสือที่รวบรวมเหตุการณ์ในเมืองหลวง ่สิบปีที่เขาไม่อยู่ ถึงแม้จะมีข่าวส่งไปแดนเหนือ แต่ก็ไม่ละเอียดเท่ากับที่บันทึกไว้แน่นอน แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะเจอหญิงสาวตรงหน้า
“ขอบคุณ คุณชายหยาง”
หลี่เยว่ซิน หลังจากได้ยินเสียงอนุญาตดังขึ้น ก็เดินเข้าไปนั่งโต๊ะตัวที่อยู่ห่างจากที่บุรุษผู้นั้นนั่งไม่ไกล นางวางหนังสือและข้าวของบนโต๊ะ ก่อนที่จะนั่งลงอ่านหนังสือของนางต่อไป แต่ยังไม่ลืมหันไปกล่าวขอบคุณชายผู้นั้นอีกครั้ง
“ไม่เป็ไร”
จ้าวหยางหลง กล่าวตอบนาง พร้อมทั้งวางหนังสือตรงหน้าลง ใบหน้าอันหล่อเหลาปรากฏขึ้น ถึงแม้อาจจะยังมีร่องรอยของการถูกแดดถูกลม จากในสนามรบอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสง่างามบนใบหน้านั้นลดน้อยลงไป กลับกันยิ่งส่งเสริมให้ดูสง่าน่าเกรงขาม สมชายชาตรีมากขึ้นกว่าเดิมอีก
ใครเล่าจะลืมหน้านั้นได้ ก็นางยังแอบออกจากจวน ไปดูขบวนวันที่เขากลับเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ นี่คือความคิดของหลี่เยว่ซินทันทีที่ใบหน้านั้นปรากฏขึ้น
นางยังโทษตัวเอง ทำไมถึงจำองครักษ์ข้างกายเขาไม่ได้นะ หากจำได้นางคงรีบออกจากร้านทันทีที่เห็นแล้ว
หลี่เยว่ซินยืนค้างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องกล่าวเช่นไรต่อไป หากแต่จะนั่ง คนตรงหน้าก็เอาแต่จ้องนาง หรือนางควรที่หันหลังวิ่งหนีไปเลย แต่ใครใช้ให้ตอนนี้ ขานางก้าวขาไม่ออก ขยับไม่ได้ หัวสมองก็ว่างเปล่าไปหมด ปกติเวลานางเจอคนแปลกหน้าก็มักจะทำตัวไม่ถูก เริ่มต้นคุยไม่เป็
ใครจะคาดคิดว่าออกมาข้างนอกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจทั้งที กลับเหมือนเจอมรสุมลูกใหญ่อยู่ข้างหน้า
จ้าวหยางหลงมองตรงมายังนาง พิจารณาทันทีที่เห็นหน้า สตรีนางนี้ต่อไปจะกลายเป็คู่ชีวิตของเขา อย่างน้อยๆ ก็ควรจะทำความเข้าใจกันให้มากสักหน่อย หากอยู่ร่วมกันวันหน้าเขาจะได้หาวิธีรับมือได้ถูก
“มิคิดจะทักทายกันหน่อยหรือ”
ประโยคแรกที่เขาเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ายังยืนนิ่งอยู่ไม่คิดขยับหรือกล่าวคำพูดใดออกมา
“ข้าน้อยจำได้ว่าเพิ่งเคยเจอคุณชายหยางเป็ครั้งแรก
ใช้คำว่าทักทายคงมิเหมาะสม เปลี่ยนเป็การแนะนำตัวคงมิเป็ไร คุณชายเห็นด้วยหรือไม่เ้าคะ”
หลี่เยว่ซินทำใจดีสู้เสือรู้ทั้งรู้ว่าบุรุษตรงหน้าคือผู้ใด ยังกล้าที่จะกล่าวคำพูดท้าทายออกไปเช่นนั้นอีก แต่ในใจนางลึกๆ แล้วหากท่านอ๋องจะเอาเื่นาง นางคงทำได้แค่ตีหน้าเซ่อทำแกล้งไขสือ ในเมื่อท่านอ๋องอยากเป็คุณชายหยางก็ให้เป็ไป
หลังจากที่ได้ยินหลี่เยว่ซินกล่าว หัวคิ้วของเขาก็เลิกขึ้นพร้อมความแปลกใจ หญิงสาวตรงหน้านางไม่รู้ว่าเขาเป็ใครจริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ วันที่เขากลับเข้าเมือง ไม่ได้สวมหมวกเกราะ ผู้คนส่วนใหญ่หากจำไม่ได้ทันที แต่ก็คงมีคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้าง
แต่จ้าวหยางหลงสังเกตกิริยาอาการ ของคุณหนูใหญ่หลี่ท่าทางนิ่งแข็งเหมือนรูปสลัก มองผิวเผินอาจจะเป็ท่วงท่าของสตรีที่ได้รับการอบรมทั่วไป แต่มือของนางนั้น กลับบีบแน่นเข้าหากัน คล้ายกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้ในใจ เพียงแค่นี้ จ้าวหยางหลงก็มั่นใจว่านางคงรู้แล้วว่าเขาคือใคร
“ข้าคงเสียมารยาทแล้ว ข้าน้อยนามว่า หยางหลง! มิทราบว่าแม่นางคุ้นชื่อนี้บ้างหรือไม่”
ใครจะคาดคิดว่าเขาจะกล่าวชื่อตัวเองออกมาตรงๆ เมืองหลวงก็มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่มีชื่อนี้ หย่งอ๋องจ้าวหยางหลง ชินอ๋องในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
หากนางบอกไม่คุ้นหู เขาจะกลับมาคิดบัญชีนางย้อนหลังหรือไม่ หากนางบอกว่ารู้จักแล้วเขาจะทำอย่างไรกับนางต่อ ยิ่งคิด มือของหลี่เยว่ซินก็ยิ่งบีบเข้าหากันแน่นขึ้น
จ้าวหยางหลงเห็นว่าอาการของนางเริ่มดูกังวลเพิ่มมากขึ้น เขาเลยตัดสินใจหยุดหยอกล้อนาง แล้วกล่าวเรียกตัวเฟยหง
“ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่ามีธุระต่อ คงมิได้อยู่สนทนาด้วยแล้ว เชิญแม่นางหลี่ตามสบาย”
กล่าวจบจ้าวหยางหลงก็ลุกขึ้นเดินออกจากสวนด้านหลังร้านไป
“เฮ้อ….. เข่าอ่อนไปหมดแล้ว หายใจไม่ทั่วท้องด้วย ข้าไม่คิดว่าจะเจอเขาเร็วขนาดนี้”
หลี่เยว่ซินทรุดตัวนั่งลงกับเบาะรองนั่ง พร้อมกับถอนหายใจยาวๆ ราวกับผ่านเื่เลวร้ายครั้งใหญ่ไปได้
“คุณหนูเ้าค่ะ คุณชายท่านนั้นบอกว่า เขาชื่อหยางหลง หรือว่าจะเป็……!!!”
แม้กระทั่งผิงผิง พอถึงนึกชื่อคุณชายท่านนั้นขึ้นมา นางก็เข่าทรุดตามนายหญิงของนางไปเช่นกัน
“เมืองหลวงจะมีคนชื่อหยางหลงคนที่สองอีกหรือ ข้านึกว่าจะได้ออกมาอ่านหนังสือสบายอารมณ์ ที่ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในจวน ใครจะคาดคิดว่าจะเจอท่านอ๋องตัวเป็ๆ”
หญิงสาวบ่นชุดใหญ่ทันที รู้ว่าไม่มีบุคคลอื่นนอกจากนางสองคน นางถึงได้กล้ากล่าวขึ้นมาตรงๆ
“เ้าว่าเขาจะรู้หรือไม่ ว่าข้าคือใคร”
หลี่เยว่ซินยังแอบหวังลึกๆ ให้จ้าวหยางหลงไม่รู้ว่านางคือใคร
“เถ้าแก่ร้านเรียกคุณหนูซะขนาดนั้น เมืองหลวงจะมีแม่นางหลี่สักกี่คนหละเ้าค่ะ”
จริงอย่างที่ผิงผิงพูด นางไม่ควรใช้ชื่อจริงตอนออกมาข้างนอกเลย แต่ปกติแล้วนางไม่ใช้คนคิดเยอะ เลยไม่เห็นประโยชน์ว่าทำไมเราต้องปิดบังชื่อแซ่ตนเอง แต่ตอนนี้นางรู้แล้วแต่เสียใจทีหลังก็ไม่ทันการณ์
“แต่บ่าวว่า ท่านอ๋องก็ทรงดูมีเมตตานะเ้าคะ คุณหนูแต่งเข้าตำหนักไป ทำตัวว่านอนสอนง่ายสักหน่อย ท่านคงจะเอ็นดูคุณหนูอยู่แล้วเ้าค่ะ”
ผิงผิงนางเชื่อมั่นในตัวของคุณหนูของนาง แม้กระทั่งฮ่องเต้หรือไทเฮา ยังรู้สึกเอ็นดูหลี่เยว่ซินไม่มากก็น้อย จากที่นางติดตามรับใช้
“ผิงผิง! ข้าไม่อ่านหนังสือพวกนี้แล้ว เ้าไปถามคนในร้านว่ามีหนังสือพวกประวัติท่านอ๋อง หรือหนังสือที่เกี่ยวกับเื่ราวแดนเหนือเอามาให้ข้าอ่าน อย่างน้อยๆ รู้เขารู้เรา เข้าตำหนักไป ข้าจะได้หาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน”
หลี่เยว่ซินใช้เวลาร่วมๆ สองชั่วยามในร้านหนังสือ กว่าจะกลับถึงจวนก็เป็เวลามื้อเย็นแล้ว
ั้แ่มารดาจากไป ส่วนใหญ่นางจะให้คนยกสำรับมาที่เรือนของนาง ไม่ค่อยร่วมโต๊ะกับทุกคน เพราะว่านางทนดู บรรยากาศครอบครัวสุขสันต์ตรงหน้าของหลิวซู่อิ๋งมิได้ ยกเว้นแต่ท่านพ่อมีเื่สำคัญที่จะพูดก็จะให้คนมาตามนางเป็กรณีพิเศษไป
...................................................................
เขาเจอกันแล้ววว......ค่ะ ^^แต่คุณพี่จะทำให้น้องกลัวแบบนั้นไม่ได้นะเ้าค่ะ