วันถัดมา บรรยากาศที่ลานกว้างกลางเมืองหลวงอัดแน่นอึกทึกไปด้วยผู้คนนับหมื่นชีวิตที่มาร่วมเป็สักขีพยานในการประลองครั้งประวัติศาสตร์ แม้แต่ท่านอ๋องเก้าผู้ทรงเกียรติก็ยังทรงเสด็จมานั่งบนพลับพลาเพื่อเป็ประธานกรรมการตัดสิน บนเวทีประลองขนาดใหญ่มีการจัดตั้งโต๊ะทำอาหารสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งของปรมาจารย์จางเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำครัวทองเหลืองหรูหราหม้อต้มัและเตาไฟวิเศษระยิบระยับ ส่วนฝั่งของเสี่ยวเป่ามีเพียงรถเข็นหยกเย็นระบบเทอร์โบตั้งอยู่คันเดียวเด่นๆ ดูเรียบง่าย (แต่แฝงความกวน)
"การประลองในหัวข้อ ‘ของหวานดับร้อนสยบปฐี’ เริ่มต้นได้ ณ บัดนี้!" เสียงกรรมการะโลั่นพร้อมเสียงฆ้องดัง หง่าง!
ปรมาจารย์จางลงมืออย่างรวดเร็วและน่าตื่นตาตื่นใจ แกโคจรพลังปราณจุดไฟวิเศษธาตุโลกันตร์สีม่วงพวยพุ่งขึ้นสูงจากเตา ดึงเอาแป้งข้าวเหนียววิเศษและผลไม้ปราณอัคคีมานวดและต้มโยนลงกระทะร้อนด้วยความเร็วแสงจนเกิดประกายไฟสีม่วงสวยงาม หลอมรวมกลายเป็เมนู ‘บัวลอยลาวาอัคคีทมิฬ’ ที่มีควันสีชมพูโชยหอมหวน แม้จะเป็ของหวานแบบร้อน แต่แกอ้างอิงหลักการแพทย์โบราณว่า "ใช้พิษล้างพิษ กินของร้อนเพื่อขับเหงื่อและพิษความร้อนออกจากร่างกายอย่างสิ้นซาก"
ทางด้านเสี่ยวเป่า แกยืนนิ่งๆ เอามือกอดอกมองดูคู่ต่อสู้โชว์ควงกระทะพลางหาวหวอดๆ อย่างไม่แยแส "เอ้า... โชว์กายกรรมเสร็จแล้วใช่ไหมตาแก? ได้เวลาที่ของจริงจะทำงานละ"
เสี่ยวเป่าเปิดหน้าต่างระบบและเลือกใช้วัตถุดิบเด็ดที่เขาเพิ่งใช้แต้มระบบแลกซื้อมาล่วงหน้า นั่นคือ ‘น้ำกะทิสดคั้นจากมะพร้าวน้ำหอมเก้าชั้นฟ้า’ และน้ำหวานเข้มข้นรสใบเตยหอมสูตรโบราณข้ามมิติ เขาไม่ได้้าทำเมนูซับซ้อน แต่้าทำเมนูพื้นบ้านสัญชาติไทยแท้ที่จะมาสยบทุกสิ่งในโลกแฟนตาซี นั่นคือ ‘ลอดช่องสิงคโปร์เกล็ดหิมะรวมมิตรเทพนิยาย’ !
เสี่ยวเป่าหมุนพวงมาลัยัไสน้ำแข็งพูนชามกระเบื้อง จากนั้นกดปุ่มระบบเคี่ยวและรีดตัวแป้งลอดช่องหนึบหนับสีเขียวมรกตที่ทำจากใบเตยวิเศษออกมา ตัวเนื้อแป้งมีความใสวาวราวกรรมสิทธิ์ผลึกแก้ว แกตักตัวลอดช่องใส่ลงไปรอบฐานน้ำแข็ง ตามด้วยเนื้อขนุนเชื่อมสีเหลืองทองอร่ามรสหวานฉ่ำ และราดน้ำกะทิสดอบควันเทียนมหาเวทที่หอมอบอวลตลบอบอวลจนกลิ่นน้ำมันกะทิและใบเตยลอยไปกลบกลิ่นไฟสีม่วงของปรมาจารย์จางจนมิดชิดสิ้นเชิง!
"ลอดช่องรวมมิตรมรกตสยบโลกันตร์... เสร็จสิ้นกระบวนความ!" เสี่ยวเป่ายกชามของหวานไปวางตรงหน้าคณะกรรมการตัดสินด้วยรอยยิ้มมั่นใจ