ตอนที่ 5 อาการ
อาการของหวางชิงหมอหลวงบอกกับอู่เฉิงว่าเป็เพราะน้ำชาที่หวางชิงดื่มไปแถมยังถามเ้าตัวว่าเคยทานหรือดื่มสิ่งเหล่านี้ไหม หวางชิงก็ตอบว่าไม่เคยจึงเป็เหตุผลที่ทำให้หวางชิงปวดท้อง
เมื่อถึงรุ่งเช้าหวางชิงก็หายปวดท้องแล้วแต่เป็่เวลาที่บ่าวไพร่ต้องวิ่งวุ่นอีกครั้งเมื่อจินอ๋องเดินทางกลับมาถึงจวนเป็ที่เรียบร้อยแล้วมันก็เป็สิ่งที่หวางชิงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นภายในจวน ไปจะออกเดินทางก็ไม่รู้ตอนกลับมายิ่งไม่รู้เื่อะไรเลย
หวางชิงไม่ใช่ว่าไม่อยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นหากแต่ถามไปผู้คนก็ไม่ยอมตอบกลับมาจะเดินออกไปที่หน้าจวนก็กลัวว่าจินอ๋องจะไม่พอใจ
“ท่านอ๋อง...”อู่เฉิงโค้งคำนับจินอ๋องหลังจากที่จินอ๋องนั้นเดินเข้ามาหา
“เ้าเด็กนั่นเล่ายังอยู่หรือไม่”
“พะยะค่ะ แต่เมื่อคืนนั้นท่านหวางชิงปวดท้องข้าจึงไปตามหมอหลวงมาแต่ตอนนี้หายแล้วท่านอ๋องอู่เฉิงดูแลท่านหวางชิงไม่ดีโปรดให้อภัยข้าเถิดพะยะค่ะ”
“ไม่ตายก็นับว่าดีเ้าไปตามเ้าเด็กนั่นมาพบข้าที่เรือนใหญ่...”
นับว่าแปลกที่จินอ๋องไม่สั่งลงโทษอู่เฉิงแต่ในเมื่อให้เขาไปตามหวางชิงเขาก็ต้องรีบไปหาหวางชิงที่เรือนหลังทันทีก่อนจะเอ่ยบอกกับหวางชิงว่าท่านอ๋อง้าให้เขาเข้าพบตอนนี้
“ท่านอ๋องให้ข้าไปพบงั้นรึ”หวางชิงทวนประโยคที่อู่เฉิงเอ่ยบอก ในรอบเดือนที่ไม่ได้ให้เขาไปที่เรือนใหญ่แต่ครั้งนี้ท่านอ๋องมาแปลกหรือเขาไปทำผิดอะไรเอาไว้
ผิดถูกนั้นมันก็ไม่สามารถห้ามปรามกันได้หวางชิงยอมตามอู่เฉิงไปที่เรือนใหญ่ตามคำสั่งของจินอ๋องเขาเดินเข้าไปยังเรือนใหญ่ก่อนจะพบคนผู้นั้นที่กำลังยืนรออยู่นานแล้ว
“ท่านอ๋องอู่เฉิงพาท่านหวางชิงมาแล้วพะยะค่ะ”
หวางชิงหลังจากเดินแล้วมาแล้วนับว่าระยะห่างจากจินอ๋องอยู่มากแทบจะบอกได้ว่าก้าวพ้นจากประตูหน้าเรือนใหญ่มาสามก้าวเท่านั้นไม่เพียงแค่นั้นเขายังก้มหน้าก้มตาไม่พร้อมที่จะหันหน้ามองตรงๆและมองจินอ๋อง
“เ้ามัวยืนทำอะไรตรงนั้น!”จินอ๋องแผดเสียงดังลั่นทำเอาหวางชิงถึงกับเข่าอ่อนรีบนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับโค้งศีรษะต่ำลง
“ข้าผิดไปแล้ว...ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตข้าเถิดพะยะค่ะ....”
“รู้หรือไม่ว่าเ้าทำสิ่งใดผิด”
จินอ๋องทำหน้าตาเย็นนิ่งเหมือนทุกครั้งก่อนจะค่อยเดินมาหาหวางชิงช้าทีละก้าวๆเสียงฝีเท้าแต่ละก้าวยิ่งทำให้เ้าคนที่กำลังกลัวยิ่งเกิดอาการกลัวมากกว่าเดิมเป็สองเท่าความผิดที่ก่อขึ้นนั้นหวางชิงไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เื่เลย
“ลุกขึ้นมา...”
บรรยากาศเริ่มเข้าสู่ความเงียบคำพูดเมื่อครู่ทำให้ทุกอย่างนั้นหยุดนิ่งหวางชิงยังไม่ทราบความหมายของจินอ๋องอย่างแน่ชัดคำที่เอ่ยออกมานั้นเป็ความจริงหรือว่ากำลังจะพูดเพื่อให้เขาตายใจกันแน่
“ข้าสั่งให้เ้าลุกขึ้นหากยังไม่กระทำข้าจะสั่งปะาเ้าเสียตอนนี้...”หวางชิงไม่ทราบว่าจินอ๋องจะเอ่ยสิ่งใดแต่เขาจำเป็ต้องลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“จัดสำรับมาให้แก่ข้า!”
คำสั่งดูเด็ดขาดสำหรับคนในจวนของจินอ๋องเหล่าบ่าวไพร่รีบวิ่งกันให้วุ่นหากชักช้าเป็ถูกลงโทษแม้จะเป็อ๋องที่ดุหรือร้ายกาจแต่เหล่าบ่าวไพร่ก็ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับผู้เป็นายไม่มีการนินทาว่าร้ายจินอ๋องเลยสักครั้ง
ไม่นานเกินคำว่ารอเหล่าสาวรับใช้รีบยกสำรับเข้ามาที่เรือนใหญ่ก่อนจะวางตรงหน้าของจินอ๋องก่อนจะเดินกลับออกไปยืนรอตรงหน้าเรือนส่วนหวางชิงนั้นก็ยังคงยืนรออยู่ห่างจากจินอ๋องไม่มากนักเวลานี้เขาเองไม่รู้จะทำอะไรเพราะทำตัวไม่ถูก
“มานั่งกับข้า...”
จินอ๋องมองไปยังหวางชิงที่กำลังยืนงงในดง...ก่อนจะชักสีหน้าใส่เ้าตัวเพราะกลัวจึงทำให้หวางยอมเดินไปแล้วนั่งลงข้างๆจินอ๋อง
“เ้าหิวหรือไม่”
“ท่านอ๋อง หวางชิงไม่หิวพะยะค่ะ”
นั่งตัวเกร็งขนาดนี้หวางชิงเองจะหิวได้อย่างไรอีกอย่างหน้าตาของท่านอ๋องดูเป็พันธมิตรบ้างหรือไม่อยู่ใกล้ระยะขนาดนี้ใครเล่าจะไม่กลัวท่านอ๋อง
เมื่อหวางชิงไม่หิวจินอ๋องก็ไม่ได้บังคับให้เขากินแต่ให้เขาคอยรินเหล้าให้อย่างเงียบๆ แม้หวางชิงจะเผลอรินเหล้าจนล้นจอกไปบ้างมันก็ทำให้จินอ๋องทำได้เพียงชักสีหน้าเท่านั้นเหล่าบ่าวไพร่ที่อยู่ตรงนั้นก็ลุ้นจนตัวโก่งว่าจินอ๋องจะะเิความโมโหออกมาเมื่อไหร่
“พรุ่งนี้เ้าจักต้องเข้าวังไปกับข้าส่วนเื่ชุดข้าจะสั่งบ่าวให้นำไปให้เ้าที่เรือน”
“พะยะค่ะ”
“อ่อยามเซินข้าต้องเห็นเ้ารอข้าอยู่ที่หน้าประตูจวน”
“พะยะค่ะ”
หวางชิงกลับออกมาจากเรือนใหญ่แล้วเดินมายังเรือนหลังพรุ่งนี้เขาต้องเข้าหวังหลวงอย่างนั้นใช่ไหม เขาต้องปฏิบัติอย่างไรระหว่างที่เขาอยู่ในวังหลวงคิดแล้วก็รู้สึกกดดันตัวเองจะถามจินอ๋องออกไปตอนนั้นก็กลัวจินอ๋องดุแล้วเขาจะถามใครได้เล่า
“อู่เฉิง”
“ขอรับท่านหวางชิง”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าวังหลวงมันเป็เช่นไร?”
“เื่เช่นนี้ข้ามิรู้ได้เหตุใดท่านหวางชิงไม่ถามท่านอ๋องดูขอรับท่านอ๋องน่าจะตอบคำถามของท่านได้ดีกว่าข้า...”
“ก็ท่านอ๋องของพวกเ้าทำหน้าเช่นนั้นข้าจะกล้าถามได้อย่างไร”
“ท่านว่าอะไรรึขอรับ”
“ไม่มีข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเท่านั้นเ้าอย่าได้ใส่ใจเลย”
ถึงจะไม่ค่อยรู้เื่อะไรเลยแต่หวางชิงก็จะทำวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุดเกิดมาเป็ชายชาติบุรุษเื่แค่นี้เขาต้องผ่านมันไปให้ได้
วันรุ่งขึ้นหวางชิงรีบจัดการตัวเขาเองให้แล้วเสร็จและไม่ให้จินอ๋องนั้นต้องรอเขาหวางชิงจึงรีบออกไปรอที่หน้าประตูจวน
“ท่านหวางชิงเหตุใดจึงออกมาก่อนเวลาขอรับอีกสองเค่อจะถึงเวลานัดหมาย” อู่เฉิงเอ่ยถากถามหวางชิงก็เพราะว่าเขากลัวอีกฝ่ายจะรอเขาเลยต้องออกมารออยู่ก่อน
“ข้ากลัวท่านอ๋องของพวกเ้าจะรอจึงต้องออกมารอส่วนเื่เวลานั้นข้ารอได้”
ตามเวลาสองเค่อที่หวางชิงออกมารอจินอ๋องและตามเวลาที่รอจิอ๋องก็เดินออกมาพร้อมกับทหารองครักษ์ที่เป็ผู้ติดตาม
“เ้าขี่ม้าเป็รึไม่”เป็ประโยคเชิงคำถามที่ทำเอาหวางชิงต้องส่ายหน้าเป็คำตอบเกิดมาเขาเคยได้จับหรือขี่ม้าเมื่อใดกันเล่า
“อ่อ ข้าคงลืมว่าเ้าเกิดจากชนชั้นใดงั้นก็มาขึ้นกับข้า...” ว่าแล้วจินอ๋องก็ก้าวะโขึ้นหลังม้าอาชาตัวโปรดก่อนจะหันมายื่นมือเพื่อจะรับและดึงหวางชิงขึ้นมานั่งที่หลังมาด้วยกัน
“ท่านอ๋อง ข้าว่ามันไม่ควรพะยะค่ะ”
“ไม่ควรอะไรของเ้า ขึ้นมา...”
“บุรุษด้วยกันจะขึ้นม้าตัวเดียวกันข้าคิดว่ามัน....”
“ขึ้นมา...”น้ำเสียงที่ดูเ็าหลังจากที่ฟังคำพูดของอีกฝ่าย จินอ๋องไม่ได้ฟังอะไรทั้งนั้นนอกจากออกคำสั่งต่อหวางชิง
พอน้ำเสียงเปลี่ยนบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปตามแรงกดดันหวางชิงไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลยต้องยอมขึ้นไปนั่งบนหลังม้าพร้อมกับท่านอ๋อง
“ท่านอ๋องให้ข้านั่งด้านหลังของท่านก็ได้เช่นนี้ท่านจะควบคุมมันไม่ถนัดนะพะยะค่ะ”
“เมื่อไหร่เ้าจะหุบปากเสียทีข้าเริ่มจะรำคาญเ้าแล้ว...”
เอ่ยมาออกมาเช่นนี้แล้วไม่หุบปากก็ไม่ได้หวางชิงจึงต้องทำตามอย่างว่าง่ายและไม่มีข้อโต้แย้งใดๆต่อจินอ๋องระหว่างการเดินทางจากจวนเข้าสู่วังหลวงจินอ๋องและขบวนต่างควบม้ามุ่งตรงไปจะไม่มีการนั่งเกี้ยวเพราะเขาไม่อย่างอยู่แบบหลบๆซ่อนๆอีกอย่างเป็เพราะจวนของจินอ๋องไม่มีหญิงสตรีที่ต้องนั่งเกี้ยวจึงทำให้เกี้ยวไม่ใช่สิ่งจำเป็ต่อจวนจินอ๋อง
ระหว่างทางการควบม้าของจินอ๋องมันไม่ได้นุ่มนวลมันเหมือนนั่งบนเกี้ยวแล้วทางเดินมีแต่ลูกคลื่นยิ่งนั่งนานก็เริ่มรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งทิ้งแทงตรงที่เขานั่งมันอาจจะเป็ม้านั่งที่เขาไม่คุ้นชินกันการออกมานั่งควบม้า
“ท่านอ๋อง...”
“ว่ามา”
“ข้ารู้สึกนั่งไม่ค่อยสบายที่นั่งเหมือนมีสิ่งที่แข็งตรงที่ข้านั่งข้า...”
“นั่งเฉยๆไป ไม่นานก็ถึงวังหลวง ย๊ะ!ๆ”
ยิ่งเร่งการควบม้าให้เร็วขึ้นแรงกระแทกที่ส่งมายังหวางชิงก็แรงขึ้นกว่าเดิมหวางชิงเริ่มมีอาการจุกขึ้นมากเรื่อยๆแต่เขาก็ต้องกันฟังอดทนและมันก็ไม่ง่ายที่จะจะนั่งบนหลังของม้าดีแล้วที่เขาไม่ได้เกิดมาอยู่ในตระกูลผู้ดีเพราะการนั่งควบม้าเป็สิ่งที่ทรมานเป็ที่สุดเขาไม่รู้ว่าผู้คนเ่าั้ชอบการขี่ม้าไปได้อย่างไร
ไม่นานเกินคำว่ารอจินอ๋องก็ควบม้ามาถึงประตูทางเข้าของวังหลวงและเป็่ที่เขาต้องลงจากการควบมาแล้วเดินเข้าไปยังด้านในอีกครั้ง
“เ้าลงไปได้แล้ว...”จินอ๋องเอ่ยบอกกับหวางชิง
หวางชิงค่อยๆขยับตัวเองก่อนจะพยายามลงมาจากหลังม้าและยังโชคดีที่อู่เฉิงมาเป็คนคอยรับตัวหวางชิงกว่าจะลงได้ก็ทุลักทุเลพอสมควรโดยที่จินอ๋องยังมีสีหน้าที่นิ่งครึม
หลังจากที่หวางชิงลงจากหลังม้าแล้วจินอ๋องจึงเหลือบมองต่ำลงมาที่หน้าตักเนื้อผ้าด้านในมันเต็มไปด้วยคราบของน้ำบางอย่างเพื่อที่จะไม่ให้ผิดสังเกตจินอ๋องจึงรีบก้าวลงมาจากหลังม้าก่อนจะปกปิดมันเอาไว้จากทางด้านใน
“เชิญท่านอ๋องพะยะค่ะ”นายทหารองครักษ์คู่กายของจินอ๋องเอ่ยขึ้น
จินอ๋องรีบทำตัวให้เป็ปกติก่อนจะนำพาหวางชิงเดินเข้าไปยังด้านในพอหวางชิงก้าวเข้ายังเขตของวังหลวงทกอย่างก็ปรากฏแก่สายตาของเขามันช่างแตกต่างจากโลกภายนอกเหลือเกิน และยังแต่งต่างจากจวนของจินอ๋องไม่มากนักแต่เรือนตำหนักจะดูยิ่งใหญ่กว่าและสาวงามกว่า
“หวางชิง...”น้ำเสียงที่ดูเ็าเอ่ยขึ้นไม่ดังมากนักก่อนที่เ้าของนามหวางชิงจะหยุดเดินแล้วหันกลับมาตามเสียเรียก
“พะยะค่ะท่านอ๋อง”
“จากนี้เ้าจงทำตามสิ่งที่ข้าจะบอกเ้า....”
ก่อนที่จะเข้าร่วมงานที่ไทเฮาทรงจัดขึ้นจินอ๋องนับได้ว่าครั้งนี้เขาต้องถูกกลั่นแกล้งจนผู้อื่นต้องหัวเราะเยาะเขาเป็แน่เพื่อที่จะสนองความ้าของไทเฮาเขาจึงอธิบายแผนการที่หวางชิงต้องกระทำทั้งหมดก่อนจะคว้าไปจับมืออีกฝ่ายแล้วเดินเข้าไปยังด้านในของงานเลี้ยง
งานเลี้ยงที่กล่าวมานั้นคืองานครบรอบวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดไม่เข้าร่วมงานในครั้งนี้
“ขอให้์คุ้มครองไทเฮา...อายุยืนหมื่นปีหมื่นๆปี....”
งานเลี้ยงได้เริ่มต้นหลังจากเหล่าบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ถวายพระพรส่วนด้านหน้าโดยรอบเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาอ๋องและชายารวมไปถึงเหล่านางสนมน้อยใหญ่ที่มาร่วมงานในครั้งนี้
“น้องห้าเป็เช่นไรบ้างหลังจากที่เ้าแต่งงานกับหวางชิง”อ๋องสามเอ่ยถามคนเป็น้องพร้อมกับตบที่บ่าไหล่ของจินอ๋อง
“ข้าจักเป็เช่นไรเล่าหรือพี่สามอย่างแต่งแทนข้าข้าก็ยินดีอย่างยิ่ง”
“น้องห้าข้าเข้าในเ้าอย่างสุดแสนมิเคยมีผู้ใดในบันทึกที่แต่งงานกับบุรุษเ้าเป็คนแรกที่แหกกฎฟ้าข้านับถือเ้าจริงๆ” อ๋องสี่เอ่ยสมทบหากความจริงอยากจะเย้ยผู้เป็น้องให้อับอาบแต่ดูเหมือนว่าจินอ๋องนั้นรู้ทันทุกอย่าง
“ท่านอ๋อง ข้าต้องทะเช่นไร?”หวางชิงเอ่ยกระซิบเบาๆต่อจินอ๋อง
“ทำตามที่ข้าบอกก็พอ...”
งานเลี้ยงได้ดำเนินการต่อไปเรื่อยๆยิ่งนานเข้าขุนนางต่างก็พากันเมามายพอเมาก็ต้องออกมาร่ายรำกับนางรำที่กำลังแสดงเป็ภาพที่ไม่น่ามองเสียจริงๆหากเหล่าภรรยามาเห็นเช่นนี้มีต้องเกิดเื่ในครอบครัวเสียกระนั้น
“น้องห้าตกลงเ้ากับหวางชิงใครเป็ผัวเป็เมียเล่าข้านั่งอยู่ตรงนี้ยังมิอาจว่าได้อย่างที่ข้าจะมอง พี่สามเ้าว่าอย่างไร?”
“ใช่แล้วน้องห้าเ้าบอกข้ากับน้องสี่ได้หรือไม่...”
“พวกท่านอยากรู้รึว่าข้าเป็ผัวหรือเมีย...เช่นนั้นข้าจะตอบข้าเป็...”
ไม่ทันจะได้ตอบจินอ๋องก็ถูกบุคคลที่เข้ามาดึกตัวให้ลุกขึ้นก่อนจะพาออกไปอีกมุมหนึ่งของสถานที่จัดงานเลี้ยง
“น้องแปดเ้าลากข้าออกมาด้วยเหตุอันใด”
“พี่ห้าท่านอย่างเพิ่งโมโหข้าเื่ที่ท่านให้ข้าไปสืบมาข้าได้เื่แล้ว”
“แล้วเ้ามาบอกกับข้าทำไมตอนนี้...”
“เปล่าขอรับ พี่ห้าพรุ่งนี้ข้าไปที่จวนของท่านได้หรือไม่”
“อือ..จบแล้วใช่ไหมงั้นข้ากลับไปนั่งตรงนั้นก่อน”
ไม่ทันจะได้หันหลังแล้วเดินกลับไปแต่อ๋องแปดก็ดันรั้งมาจับแขนเอาไว้คนถูกรั้งแขนหันกลับมาด้วยสีหน้าที่เริ่มจะโมโหขึ้นอีกครั้ง
“พี่ห้า”
“มีสิ่งใดรีบๆพูดมา”
“ระหว่างท่านกับเ้าคนนั้นผู้ใดเป็ผัวหรือเป็เมียขอรับ”
“นี่เ้า....”
“พี่ห้าข้าอยากรู้จริงนะท่านบอกข้าได้หรือไม่”
“หากเ้าอย่างรู้เ้าก็ไปหาคนเช่นนั้นมาแต่งกับเ้าสิอีกอย่างเ้าก็น่าจะรู้ว่าคนที่แต่งเข้ามาในจวนของข้าจะอยู่ในสถานะใดเล่า”
“สรุปคนผู้นั้นเป็เมียท่านสินะ”
“อือ...”